‘เขา...กลับมาแล้ว’
สายตาของหลี่หลินหงจ้องมองไปยังเด็กมนุษย์เบื้องหน้าพร้อมภาพทับซ้อนแห่งความทรงจำได้ปรากฏขึ้น...มันคือภาพของเด็กสาวผู้หนึ่งที่งดงามเป็อย่างมากในชุดเกราะทองคำกำลังทำใบหน้าบูดบึ้งไล่ฟาดฟันอาวุธในมือใส่ชายหนุ่มคนหนึ่ง...เขามีใบหน้าที่คมเข้มแสดงถึงความอาจหาญแม้ใบหน้าของเขาจะไม่ได้หล่อเหลาดุจเทพเซียนผิวพรรณไม่ได้ขาวผ่องดุจหยกแต่เพียงแค่ดวงตาคู่นั้นของเขาก็สามารถกลบทับเหล่าทวยเทพจนหม่นหมองได้
ภาพเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นนับครั้งไม่ถ้วน!ั้แ่พื้นดินไปบนท้องฟ้าและสุดท้ายแม้แต่บน์ก็ยังมีทุกครั้งนางจะเป็ฝ่ายพ่ายแพ้และถูกเย้าแหย่ราวกับเด็กที่กำลังต่อสู้กับผู้ใหญ่นางไม่เคยเอาชนะชายคนนี้ได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว!
ดำเนินผ่านไปั้แ่นางยังเยาว์จนเติบใหญ่เป็หญิงสาวเต็มตัวกระทั่งเวลาร่วงเลยนับหลายหมื่นปีนางมักจะไปท้าสู้กับเขาอยู่เสมอ แต่แล้ววันหนึ่งเขาก็หายตัวไป...หายไปอย่างไร้ร่องรอยด้วยความสัมพันธ์ที่ยุ่งเหยิงนี้ทำให้ชีวิตของนางราวกับขาดบางสิ่งไปจนสุดท้ายก็ได้แต่สร้างรูปปั้นดินของเขาไว้เป็จำนวนมากเพื่อใช้เป็ที่ระบายในเวลาที่นางนึกถึงรอยยิ้มเยาะเย้ยของชายคนนั้นเสียดายก็แต่พละกำลังของนางนั้นมากเกินไป มีหุ่นดินมากแค่ไหนก็ยังไม่พอรองรับอารมณ์ของนางและด้วยเหตุนี้จึงเป็สาเหตุที่ทำให้นาง้าปีก์ของด้วงตาทอง
อย่างไรก็ตามแม้ว่าในใจนางจะบังเกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นมาแต่สุดท้ายเมื่อยืนอยู่ต่อหน้าเย่ฉีใบหน้าของนางก็กลายเป็เ็าอีกครั้งพร้อมกับมองไปยังเขาด้วยสายตาเย็นเยียบ
“ราชันัผู้ยิ่งใหญ่...ตอนนี้กลับกลายเป็เด็กมนุษย์ที่พลังชีวิตแทบจะหมดลงสิ้น?ช่างน่าอดสูเสียจริง!”
เย่ฉีถอนหายใจออกมาอย่างผ่อนคลายเมื่อเป็เช่นนี้ก็แสดงว่านางยอมถอยให้แล้ว มุมปากของเขาปรากฏเป็รอยยิ้มขึ้นเล็กน้อยขณะจ้องมองไปยังดวงตาที่เ็าภายใต้ผ้าคลุมนั้น
“เื่ของข้านั้นเ้าไม่ต้องมากังวลแทนข้า...สำหรับเื่ปีก์นั้นเ้าคงไม่้าแล้วกระมัง?หากข้าเดาไม่ผิดเ้าคง...”
“ไม่ต้องพูดมาก!ข้าก็แค่เกิดสงสารด้วงตาทองขึ้นมาเท่านั้นหากข้าจัดการกับมันในตอนนี้เกรงว่าเ้านายที่อ่อนแอของมันจะต้องตกตายไปในไม่ช้าแน่นอน!”
ก่อนที่เย่ฉีจะพูดจบดวงตาของนางก็สั่นไปมาก่อนที่ใบหน้าอันขาวผ่องภายใต้ผ้าคลุมนั้นจะมีสีแดงขึ้นจางๆจนสุดท้ายนางก็สะบัดผ้าคลุมหันหลังกลับไปโดยที่ใบหน้าบึ้งตึงเมื่อครู่พลันแปรเปลี่ยนเป็รอยยิ้ม...รอยยิ้มที่ไม่ได้ปรากฏขึ้นมานานมากแล้วแต่ก็เพียงไม่นานเท่านั้นรอยยิ้มของนางก็ต้องแข็งค้างไปเพราะเสียงของเย่ฉีที่ดูเฉื่อยชาดังขึ้นมาก่อน
“เ้าคงไม่ได้กำลังยิ้มอยู่ใช่หรือไม่เด็กน้อย?ฝากไปบอกปู่ของเ้าด้วยว่าอย่าได้ก่อเื่ให้กับข้า...มิเช่นนั้นแม้แต่บัลลังก์เมฆก็ไม่เพียงพอที่จะปกป้องเขา”
เย่ฉีถอนหายใจออกมาสำหรับสายเืนี้คงมีเพียงจักรพรรดิ์เทียนจุนบิดาของนางเท่านั้นที่ดูปกติ...ส่วนปู่ของนางที่เลี้ยงดูนางมาและตัวนางเอง...ทั้งคู่ล้วนมีนิสัยประหลาดเหมือนกันไม่ผิดเพี้ยนอย่างไรก็ตามเมื่อเย่ฉีกล่าวจบก็ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ค่อยพอใจนักจึงหันกลับมาแยกเขี้ยวใส่เขาด้วยใบหน้าบูดเบี้ยว
“เ้าน่ะสิเด็กน้อย!ด้วยสภาพที่น่าทุเรศของเ้าตอนนี้ยังกล้ามาข่มขู่ท่านปู่ข้า?”
นางมองเขาอย่างเย้ยหยันขณะแค่นเสียงออกมาอย่างไม่พอใจสุดท้ายนางก็หันกลับไปไม่สนใจเขาอีกก่อนจะกลายเป็ละอองแสงสีทองพุ่งตัดผ่านหมู่เมฆขึ้นไปบนท้องฟ้าอันกว้างใหญ่เหลือเพียงน้ำเสียงอันแ่เบาสายหนึ่งดังขึ้นในโสตประสาทของเย่ฉี
“อย่าตายเสียล่ะ”
***
เขตการปกครองพิเศษ...พื้นที่ขนาดใหญ่ด้านหน้าของทางเข้ารอยแยกเปลือกโลกสถานที่ซึ่งได้รับการปกครองโดยสมาคมพิเศษที่ถูกจัดตั้งขึ้นด้วยตัวแทนผู้าุโจากแปดแผ่นดินหนึ่งทะเลพวกเขาถูกเรียกว่าเก้าผู้าุโใหญ่แห่งเขตการปกครองพิเศษ
“บัดซบ!ข่าวนี้หลุดรอดออกไปได้อย่างไร?”
ภายในห้องโถงที่ไหนสักแห่งของเขตการปกครองพิเศษในห้องโถงนี้ปรากฏร่างของชายชราและหญิงชราเก้าคนกำลังนั่งหารือกันอยู่ด้วยใบหน้าเคร่งขรึมในเวลานี้ความวุ่นวายกำลังคืบคลานเข้ามาในเขตการปกครองนี้อย่างรวดเร็ว!การปรากฏขึ้นของแผนที่รอยแยกเปลือกโลกทำให้ขุมอำนาจใหญ่และสมาคมผู้าุโทำข้อตกลงกันโดยจะส่งตัวแทนเข้าไปภายในรอยแยกอย่างลับๆ
ภายในรอยแยกเปลือกโลกนั้นเต็มไปด้วยอันตรายและสถานที่ลึกลับจำนวนมากสิ่งที่ทุกฝ่ายคาดหวังในครั้งนี้ก็คือปลายทางของแผนที่...พระราชวังของชนเผ่าโบราณ!ด้วยเหตุนี้ทำให้ขุมอำนาจที่อยู่ในข้อตกลงครั้งนี้ส่งผู้สืบทอดของตัวเองมาเป็ตัวแทนในครั้งนี้...หากผู้สืบทอดของขุมอำนาจใดก็ตามได้รับมรดกจากพระราชวังชนเผ่าโบราณในครั้งนี้ก็จะทำให้พวกเขาพุ่งทะยานเหนือคู่แข่งในรุ่นเดียวกันไปอย่างเทียบไม่ติด!
อย่างไรก็ตามผู้สืบทอด...คำนี้มีความหมายว่าผู้ที่เข้าร่วมการค้นหาครั้งนี้หากไม่นับผู้ติดตามที่แต่ละขุมอำนาจส่งมาเพื่อคุ้มกันแล้ว...มันก็คือการแข่งขันของรุ่นเยาว์ในยุคนี้!
สำหรับขุมอำนาจบนโลกนี้...ตัวแทนรุ่นเยาว์เหล่านี้ก็คือความหวังและอนาคตของพวกเขาความปลอดภัยของเหล่าผู้สืบทอดจึงเป็สิ่งที่พวกคนเฒ่าชราเื้ัให้ความสำคัญเป็อย่างมากซึ่งเป็สาเหตุให้เกิดเป็ข้อตกลงและการแข่งขันระหว่างผู้สืบทอดของยุคนี้ขึ้นมา ดังนั้นการที่ข่าวนี้หลุดรอดออกไปและทำให้คนจำนวนมากเริ่มเคลื่อนไหวจึงกลายเป็ความผิดพลาดอันใหญ่หลวงที่ขุมอำนาจหลายฝ่ายกดดันมายังสมาคมเก้าผู้าุโ!
“ไม่นานมานี้บนถนนการค้ามีคนเห็นขอทานคนหนึ่งเดินะโขายข่าวบางอย่างในราคาสิบผลึกปราณทองไปทั่วทั้งเขตการปกครอง...ถึงแม้จะไม่มากแต่ก็มีอยู่หลายคนที่ซื้อข่าวจากขอทานคนนี้”
“ขอทาน...บัดซบเอ้ย!ต้องเป็ไอ้สารเลวหานชิงลี่อย่างแน่นอน!”
“เฮ้อ...หานชิงลี่...หลังจากเื่ครั้งนั้นพวกเราก็ได้ไล่ล่าเขามาอย่างยาวนานจนกระทั่งถึงตอนนี้แต่สุดท้ายเด็กคนนี้ก็ยังคงสามารถเดินลอยชายไปมาและสร้างความวุ่นวายให้กับพวกเราอย่างไม่จบสิ้น”
เมื่อกล่าวถึงนามของหานชิงลี่ใบหน้าที่คลุมเครือของทั้งเก้าคนในห้องโถงล้วนปรากฏเป็อารมณ์ที่แตกต่างกันบางคนก็เต็มไปด้วยโทสะที่อยากจะฉีกเขาเป็ชิ้นๆ บางคนก็ทำได้เพียงทอดถอนใจออกมาหานชิงลี่คือเด็กหนุ่มที่เคยอยู่ในสมาคมและยังเรียกได้ว่าเขาเป็ลูกศิษย์ของผู้าุโหลายคนในห้องโถงนี้...อย่างไรก็ตามครั้งหนึ่งที่เขาเข้าไปในรอยแยกก็บังเอิญประสบวาสนาพบโชคลาภอันยิ่งใหญ่เื่ราวที่ทำให้เขาเกลียดชังสมาคมและคอยสร้างปัญหาเรื่อยมาก็เป็เพราะบทสรุปในครั้งนั้น
“ตอนนี้ขอทานที่คิดว่าน่าจะเป็หานชิงลี่ได้หายตัวไปแล้วอย่างไร้ร่องรอยข้าขอเสนอให้ส่งคนออกไปตามหาคนที่ซื้อข่าวจากเขาและหยุดการรั่วไหลให้ได้เร็วที่สุด!”
เสียงของหนึ่งในเก้าผู้าุโดังออกมาพร้อมกับคนอื่นๆที่พยักหน้าและยกมือขึ้นเป็ธรรมเนียมปฏิบัติเพื่อหาข้อยุติของสมาคมโดยมีความเห็นพร้องเป็ไปอย่างสมบูรณ์ทั้งเก้าเสียง
ในเวลาเดียวกันที่้าทะเลเมฆห่างไกลออกไปจากเขตการปกครองพิเศษไม่มากนักก็เริ่มปรากฏเรือโบราณลำใหญ่ที่ทรงอำนาจพุ่งทะยานตัดผ่านอากาศส่งเสียงคำรามก้องราวกับสัตว์โบราณอันเกรียงไกรที่สามารถเขย่าคลอนไปได้ทั้งแปดทิศ!มันไม่ใช่เพียงทิศทางเดียวเท่านั้นที่ปรากฏเป็ภาพเช่นนี้...โดยมีเขตการปกครองเป็ศูนย์กลางเรือโบราณที่ดูยิ่งใหญ่แตกต่างไปจากลำอื่นๆได้เริ่มทยอยปรากฏขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เหล่าผู้สืบทอดของยุคนี้ที่จะกุมอำนาจของโลกมนุษย์ในอนาคตได้มาถึงแล้ว...
จากทิศทางหนึ่งบนหัวเรือที่เต็มไปด้วยธงสัญลักษณ์และโซ่จำนวนมากชายหนุ่มที่ดูสุขุมและดวงตาก็เต็มไปด้วยความเ็าราวกับน้ำแข็งได้จ้องมองออกไปยังขอบฟ้าอันห่างไกลซึ่งเวลานี้ค่อยๆปรากฏเป็ภาพของสิ่งปลูกสร้างจำนวนมาก เขานึกย้อนกลับไปถึงเวลาก่อนที่จะออกเดินทางคำสั่งที่ถูกส่งมาจากบรรพชนของตระกูล...
“นิกายันพเก้า...ให้ข้าได้ประจักษ์ด้วยตัวเองว่าเศษเสี้ยวความยิ่งใหญ่จากอดีตเช่นพวกเ้านั้นใช้สิ่งใดถึงทำให้ตระกูลอันยิ่งใหญ่ของข้ามีคำสั่งเช่นนี้ออกมาได้”
เขากล่าวออกมาอย่างแ่เบาก่อนที่มุมปากจะปรากฏเป็รอยยิ้ม...รอยยิ้มที่ดูเหี้ยมหาญและดวงตาที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้น!เขายังคงยืนอยู่เช่นนั้นโดยจ้องมองไปยังเบื้องหน้าราวกับว่ากำลังรอยคอยอย่างตื่นเต้นท่ามกลางเสียงลมกรรโชคจากความเร็วของเรือโบราณและยังคงมีเสียงโบกสะบัดของธงสัญลักษณ์จำนวนมากที่ถูกติดไว้บนเรือโบราณลำนี้...บนฝืนธงสีแดงนั้นก็ถูกปักไว้ด้วยชื่อของหนึ่งตระกูลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคนี้
‘ตระกูลต้วน!’