ตอนที่ 89
เมื่อเดินทางมาถึงหอนพเก้า ชิงเทียนก็ได้ฝากไป่ซาน ให้เย่เสวียหลันช่วยดูแล เนื่องจากเธอเองก็เคยเป็นเซียน จึงมีความรู้เกี่ยวกับ วิธีการดูแลอสูรเซียน มากกว่าใคร
โกมินทร์และโนอาห์ ยืนรอชิงเทียนอยู่ที่ ด้านหน้าหอตำรา ตอนนี้โนอาห์ ได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางผู้บ่มเพาะเรียบร้อยแล้ว ทว่าเขายังคงอยู่เพียงระดับ ขอบเขตรวบรวมลมปราณ ถึงกระนั้น กำลังรบโดยรวม ก็ยังเหนือกว่า ขอบเขตก่อตั้งวิญญาณ
“ท่านอาจารย์ ให้ผมจองตั๋วเครื่องบินเลยไหมครับ" โกมินทร์เอ่ยถามอย่างสุภาพ แต่ชิงเทียนและโนอาห์ กลับมองเขาด้วยสายตาแปลกๆ จนทำให้ชายหนุ่ม เริ่มจะรู้สึกใจคอไม่ดี
“ใครต้องต้องการเครื่องบินกัน"
เมื่อออกมาจากมิติส่วนตัวของจิ่วเหม่ย ร่างของทั้งสาม ก็พุ่งหายลับไปบนท้องฟ้า เสียงกรีดร้องของโกมินทร์ ดังออกมาไม่ขาดสาย ลมที่อัดกระแทกใบหน้า ทำให้ผิวหนังของเขารู้สึกด้านชา จิ่วเฟยและสมาชิกของหอนพเก้า ที่เฝ้ามองดูอยู่เบื้องล่าง ต่างก็รู้สึกสงสารชายหนุ่ม ที่ต้องมาร่วมเดินทาง กับสัตว์ประหลาดทั้งสองคนเช่นนี้
ภายในห้องโถงของราชวัง ขณะที่เย่เสวี่ยหลัน กำลังนั่งทำความสะอาดเครื่องดนตรี ทันใดนั้นเย่วหนิงเอ๋อก็เข้ามาภายในห้อง ด้วยใบหน้าที่กลัดกลุ้ม “นี่เสวี่ยหลัน ช่วงนี้การบ่มเพาะของฉัน ไม่ก้าวหน้าขึ้นเลย เธอพอจะมีคำแนะนำอะไรบ้างไหม"
เย่เสวี่ยกลันขมวดคิ้วเล็กน้อย สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยพลังปราณที่เข้มข้น เพียงแต่การหายใจ ก็ถือเป็นการบ่มเพาะ จะเป็นไปได้อย่างไร ที่พลังปราณของเย่วหนิงเอ๋อ จะไม่เกิดการพัฒนา
“ยื่นมือมาให้ฉันตรวจดูหน่อย"
หลังจากที่เสวี่ยหลัน ลองใช้ปราณแทรกซึมเข้าไปตรวจสอบร่างกาย รวมถึงเส้นชีพจร ดวงตาของเธอ ก็เบิกกว้างขึ้นมาอย่างกระทันหัน “เส้นลมปราณสัตตบงกช!!"
“เส้นลมปราณอะไรนะ?"
เย่เสวี่ยหลัน พยายามรวบรวมสติ “เส้นลมปราณสัตตบงกช เป็นเส้นลมปราณที่หายาก พอๆกับกายหยินสุดขั้ว โดยจะมีจุดกักเก็บปราณขนาดใหญ่ ทั้งหมดเจ็ดจุด ทว่าการมีเส้นลมปราณชนิดนี้ ตัวเธอจะบ่มเพาะพลังได้ช้ากว่าคนปกติ จนกว่าจะทำการกรุยสิ่งอุดตัน ภายในเส้นลมปราณทั้งหมดเสียก่อน ศักยภาพที่แท้จริง จึงจะเริ่มเผยออกมาให้เห็น"
เย่วหนิงเอ๋อนั่งอึ้งไปสักพัก ก่อนที่จะเอ่ยถามเย่เสวี่ยหลัน ด้วยความตื่นเต้น “ล...แล้วฉันต้องทำยังไงบ้าง"
“โดยทั่วไปแล้ว ต้องให้แพทย์ที่มีความชำนาญ เกี่ยวกับเส้นชีพจร ช่วยทะลวงสิ่งอุดตัน ไม่เช่นนั้น เส้นชีพจรอาจเกิดความเสียหาย แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้ ชิงเทียนพึ่งจะออกไปทำธุระด้านนอก" เย่เสวี่ยหลัน มีความรู้ทางการแพทย์เพียงผิวเผิน คงจะมีเพียงชิงเทียนเท่านั้น ที่จะช่วยเหลือเรื่องนี้ได้
เย่วหนิงเอ๋อ รู้สึกกังวลมาโดยตลอด ว่าเธอ จะเป็นตัวถ่วง แต่หลังจากที่ได้ยินคำพูดของเย่เสวี่ยหลัน หญิงสาวก็เริ่มมีกำลังใจขึ้นมาทันที
*********************************
ชิงเทียน โกมินทร์และโนอาห์ เริ่มมองเห็นทิวเขาซึ่งเต็มไปด้วยป่าไม้ที่รกทึบ สภาพของป่าเองก็มีความหลากหลาย ทั้งป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง ไปจนถึงป่าเบญจพรรณ กลุ่มของชิงเทียน เริ่มเข้าไปลึกขึ้นเรื่อย พร้อมกับมองหาควันไฟ ที่โกเมศจุดขึ้นเพื่อบอกตำแหน่ง ทว่าทันใดนั้นเอง พวกเขาก็พลันรู้สึกได้ถึงแรงกดทับที่มหาศาล จนไม่สามารถประคองตัวบนอากาศได้
ร่างของชายหนุ่มทั้งสามคน ร่วงหล่นตามแรงโน้มถ่วง ตกกระแทกพื้นจนเกิดเกิดหลุมลึก ฝูงสัตว์น้อยใหญ่ ต่างแตกตื่นวิ่งหนีกันอย่างชุลมุน ชิงเทียนที่นอนแผ่หลาอยู่ในหลุม ลุกขึ้นมาด้วยความงุนงง ร่างกายของผู้บ่มเพาะ ทนทานมากกว่ามนุษย์ทั่วไปหลายเท่า เขาและพวกพ้อง จึงยังคงปลอดภัย ไร้รอยขีดข่วน
“ดูเหมือนว่า ผืนป่าบริเวณนี้ จะถูกวางรูปแบบค่ายกลเอาไว้นะ ต่อจากนี้คงต้องเดินไปแล้วหล่ะ" ชิงเทียนรู้จักรูปแบบชนิดนี้ดี ส่วนใหญ่มันจะถูกวางไว้ตามเขตเมืองใหญ่ เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าเมือง โดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ทำไมรูปแบบเช่นนี้ ถึงมาปรากฏในป่ารกทึบกัน
จุดที่มีสัญญาณควันไฟ อยู่ห่างจากจุดที่พวกเขาอยู่ ราวสามกิโลเมตร ซึ่งการจะเดินเท้าตัดผ่านป่าที่รกทึบนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
“พ่อผมเคยเล่าให้ฟังว่า สถานที่แห่งนี้เคยถูกเรียกว่าดงพญาไฟ ชาวบ้านในพื้นที่ต่างกล่าวขานว่า เป็นปากทางเข้าสู่ประตูนรก ด้านในเต็มไปด้วยอันตรายและสิ่งลี้ลับมากมาย จนในภายหลัง ได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นดงพญาเย็น เพื่อทำให้ผู้คนเลิกหวาดกลัว"
“อ...เอ่อ แล้วฉันควรจะรู้สึกกังวล เกี่ยวกับผู้หญิงนั้นหรือเปล่า" โนอาห์ชี้ไปที่หญิงสาว ที่กำลังมองจ้องมองพวกเขา ด้วยดวงตาสีทองดูน่าพิศวง ร่างกายของเธอเปลือยเปล่า และเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือด
โกมินทร์นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ เขาไม่คิดเลยว่าเรื่องเล่าที่เขาได้ยินมา จะกลายเป็นเรื่องจริง “น...นั่นคือเสือสมิง สัตว์ปีศาจที่สามารถจำแลงกายเป็นมนุษย์!!"
ทันทีที่โกมินทร์พูดจบ ร่างของหญิงสาว ก็แปรเปลี่ยนกลายเป็น เสือโคร่งขนาดยักษ์ แล้วกระโจนเข้าหากลุ่มของชิงเทียน ด้วยแววตาที่ไร้ซึ่งความกลัว โนอาห์ซัดหมัดออกไปด้วยความเร็ว ทว่าร่างกายที่ใหญ่โต กลับหลบการโจมตีได้อย่างง่ายดาย
ในขณะที่เสือสมิง กำลังจะโจมตีสวนกลับ ชิงเทียนก็สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ แล้วพุ่งออกไปปัดป้องการโจมตีทันที ดาบและกรงเล็บ ปะทะกันจนเกิดประกายไฟ หากประเมินจากพละกำลัง เสือตัวนี้น่าจะอยู่ใน ขอบเขตเปลี่ยนแปลงวิญญาณขั้นสูง ซึ่งทำให้ชายหนุ่มรู้สึกตรึงมือไม่น้อย
“ระวังด้วย เสือตัวนี้สามารถใช้อาคมได้" ชิงเทียน กล่าวเตือนชายหนุ่มทั้งสองคน ในแดนเซียน สัตว์ที่มีความสามารถเช่นนี้ ไม่สามารถพบเห็นได้บ่อยนัก และโดยส่วนใหญ่ มักจะเป็นสัตว์อัญเชิญ ของผู้ใช้คาถาอาคม
‘เฉือนจันทร์ ดับดารา'
ดาบที่ถืออยู่ในมือ เฉือนผ่าอากาศในแนวนอน คลื่นดาบขนาดมหึมา พุ่งไปด้านหน้าด้วยความเร็วดุจสายฟ้า ทันใดนั้น ร่างของเสือสมิง ก็แยกออกเป็นสองส่วน ทว่าสิ่งที่ชิงเทียนฟันไปเมื่อครู่ เป็นเพียงแค่ภาพลวงตา
ร่างของเสือสมิง ปรากฏขึ้นที่ด้านหลังของชายหนุ่ม พร้อมกับแยกเขี้ยวออกมา แต่ทันทีที่มันเข้าใกล้ชิงเทียน รูปแบบใต้ฝ่าเท้าก็เริ่มเปล่งแสง ‘รูปแบบกับดัก สายธารอัสนี' คลื่นอัสนีเข้าโจมตีจากทุกทิศทุกทาง กล้ามเนื้อทุกมัดของสัตว์ปีศาจหดเกร็ง จนไม่สามารถเคลื่อนไหวได้
โนอาห์ใช้จังหวะนี้ เข้าประชิดตัวเสือสมิงพร้อมกับซัดหมัดออกไปเต็มแรง ‘กระบวนท่า หมัดมังกรเบิกนภา' หมัดของโนอาห์ มีมังกรสายลมพุ่งออกมา อัดกระแทกร่างขนาดยักษ์ จนกระเด็นขึ้นไปบนท้องฟ้า ในขณะที่ร่างของมัน กำลังลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ ชิงเทียนก็ยิงศรเพลิง เผาพลาญเสือสมิงจนไม่ซาก
เมื่อพวกเขามาถึงจุดนัดพบ โกเมศและผู้ติดตามก็ออกมาต้อนรับ แล้วพาชายหนุ่มทั้งสามคน ไปยังรูปแบบม่านพลัง ที่ปกคลุมทางเข้าถ้ำเอาไว้ ชิงเทียนเดินสำรวจรูปแบบอยู่สักพัก ก่อนที่เขาจะเริ่มทำการวาดนิ้วเพื่อแก้ไขรูปแบบ ไม่กี่อึดใจต่อมา ม่านพลังก็สลายหายไปในพริบตา
ภายในถ้ำ มีอากาศที่ค่อนข้างชื้น ไร้ซึ่งวี่แววของสิ่งมีชีวิต เมื่อเดินเข้ามาจนสุดทาง กลุ่มของชิงเทียน ก็พบเข้ากับบ่อน้ำสีเขียวมรกต ส่องแสงสลัวสท้อนทับผนังถ้า ดูสวยแปลกตา
“ที่นี่น่าจะเป็นทางเข้า ของเมืองบาดาล ตามที่ตำนานได้กล่าวไว้ ไม่มีใครรู้ว่าบ่อน้ำแห่งนี้ลึกแค่ไหน และพาไปที่ใด ผมเตรียมชุดดำน้ำ มาด้วยก็จริง แต่ปริมาณออกซิเจนนั้นมีจำกัด" ใบหน้าของโกเมศ ค่อนข้างที่จะเป็นกังวล
“ผมพอจะมีวิธีอยู่ แต่พาไปได้ไม่กี่คนเท่านั้น" ชิงวาดรูปแบบขึ้นมา ด้วยความเร็วที่ยากจะมองตามทัน พริบตาต่อมา รอบตัวของเขา ก็ถูกห่อหุ้มไปด้วยฟองอากาศขนาดใหญ่ เมื่อโกเมศ โกมินและโนอาห์ ก้าวเข้ามาภายใน จากในฟองอากาศ ก็ค่อยๆจมหายลงไปยังเบื้องล่าง
หลังจากที่ดำดิ่งลงมา นากว่าหนึ่งชั่วโมง กลุ่มของชิงเทียนก็เริ่มสัมผัสได้ถึงจิตสังหาร ที่พุ่งตรงเข้ามาหาพวกเขา จากทางเบื้องหน้า และแล้วร่างกายขนาดใหญ่ ก็เริ่มปรากฏให้เห็นเด่นชัด
“เจ้าพวกมนุษย์ที่เต็มไปด้วยกิเลศ จงรีบไสหัวออกไปจากที่แห่งนี้ซะ ก่อนที่ข้าจะฉีกพวกเจ้าเป็นชิ้นๆ" อสูรกายด้านหน้า แค่นเสียงเย็นชา มันมีลักษณะคล้ายกับอสรพิษที่มีเกล็ดสีเขียวมรกต และมีหงอนสีทองขนาดใหญ่ ประดับไว้บนศรีษะ ดวงตาสีแดงดุจทับทิมสว่างเรืองรอง ดูน่าเกรงขาม
---------------------------------------