Path of god เส้นทางของพระเจ้า

    ตอนที่ 48 : กระบวนท่าที่2

    นี้นับเป็นครั้งที่สองแล้วที่ยูชิกได้สัมผัสกับความรู้สึกแบบนี้  ในครั้งแรกของเขานั้นเกิดขึ้นที่สุสานดาบ  มันเกิดขึ้นในตอนที่เขาต่อสู้กับลาซ์ส

    ‘ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่ามันจะมีอะไรแบบนี้อยู่ในโลกความจริง  ฉันคิดว่ามันคือสิ่งที่ Path of God จำลองและสมมุติมันขึ้นมาซะอีก แต่มันกลับมีอยู่จริงๆในโลกเนี้ยนะ’

    ไม่นานบรรยากาศภายในโรงฝึกก็กลับมาเป็นปกติอีกครั้งแม้สิ่งที่ปรมาจารย์โจปลดปล่อยออกมาอาจจะไม่เท่ากับสิ่งที่ลาซ์สได้ทำในตอนนั้น   แต่แค่นี้มันก็มากพอแล้วที่จะทำให้ยูชิกไม่กล้าก้าวขาไปไหน   เพราะในโลกใบนี้มันไม่มีเลเวลไม่สเตตัสมันเป็นโลกที่เขามีเพียงชีวิตเดียวและหากให้เทียบกับภายในเกมแล้วละก็   ในโลกแห่งนี้ตัวเขานั้นอ่อนแอ

    ในตอนนี้ยูชิกนั้นอยู่ในสภาพที่ยืนแข็งค้างอยู่กับที่   เหงื่อไคลไหลชโลมกายพร้อมกับลมหายใจที่ติดขัดอย่างไม่เป็นจังหวะราวกับเขาพึ่งจะวิ่งมาเป็นสิบๆกิโล ปรมาจารย์โจที่สังเกตเห็นอาการของยูชิกก็ยิ้มออกมาเพียงเล็กน้อย  ก่อนที่เขาจะพูดขึ้นเพื่อเรียกสติของยูชิกกลับมาพร้อมๆกับแซวเขาเล่นเล็กน้อย

    “ใจเย็นๆ  นายควรจะควบคุมลมหายใจให้ดีกว่านี้นะ   เพราะมันเป็นพื้นฐานที่นายใช้เวลาฝึกมาเป็นปีๆเชียวนะ ฮะๆๆ”

    “ก็อย่างที่นายเห็นว่ากระบวนท่าที่2ระหว่างของนายและของฉันมันแทบไม่ได้ต่างกันมากเท่าไรนัก”

    ‘ไม่ต่างงั้นหรือ?’

    ลูชเริ่มสับสนอีกครั้งหลังจากที่ปรมาจารย์โจพูดขึ้นมาว่ากระบวนท่าที่2ของพวกเขานั้นแทบไม่ต่างกัน

    ‘แต่ไไม่ว่าจะดูยังไงมันก็โคตรจะต่างกันสุดๆไปเลยไม่ใช้หรือไงกัน’

    ปรมาจารย์โจมองมาที่ยูชิกแล้วก็เข้าใจได้ในทันทีว่าเขากำลังคิดสิ่งใดอยู่   เขายิ้มออกมาก่อนจะแนะนำยูชิกอีกครั้ง

    “นายจะต้องแยกให้ออกนะระหว่างประสิทธิภาพกับรูปแบบของกระบวนท่า   ถ้าจะให้ฉันอธิบายง่ายๆก็คือรูปแบบของกระบวนท่าที่ถูกใช้ออกมาของพวกเรานั้นแถบไม่ได้ต่างกันแล้ว   แต่ในด้านประสิทธิภาพทางฉันยังคงเหนือกว่าอยู่มาก   โดยที่ความต่างที่เกิดขึ้นมานั้นอยู่ที่ประสบการณ์ของฉันซะมากกว่า  เพราะงั้นก็อย่างที่ชั้นบอกนายควรจะเริ่มฝึกกระบวนท่าถัดไปได้แล้วนะเพราะฉันเองก็ไม่รู้ว่าควรจะสอนอะไรให้นายเพิ่มเติมสำหรับกระบวนท่าที่2 เพราะส่วนใหญ่เหล่าศิษย์ที่เรียนไปก็มักจะนำมันไปฝึกฝนด้วยตัวเองหรือปรับแต่งให้เหมาะสมกับตัวเองซะมากกว่า”

    “และมันคงจะดีกับนายมากกว่านะ  หากนายจะนำกระบวนท่าที่2ไปฝึกฝนด้วยตัวเอง”

    “ยกตัวอย่างเช่นกระบวนท่าที่1  มันเป็นกระบวนท่าง่ายๆที่เกิดจากการฟาดดาบไปข้างหน้าซึ่งเป็นพื้นฐานแรกของการใช้ดาบเลย  และฉันเองก็ต้องขอยอมรับเลยว่าภายในสำนักเต่าดำแห่งนี้ไม่มีใครที่ใช้กระบวนท่าที่1ได้ดีเท่ากับนายอีกแล้ว”

    “จงดู”

    “เคล็ดวิชาดาบสำนักเต่าดำ กระบวนท่าที่1 เต่าคะนอง”

    บรรยากาศรอบข้างเริ่มกดดันขึ้นอีกครั้ง  ปรมาจารย์โจกำลังยืนอยู่ในท่าพื้นฐานของการฝึกฟาดดาบและทันใดนั้น

    ฝุบ~ ฝุบฝุบฝุบ

    ‘เป็นแบบนี้นี่เอง’

    คมดาบภายในมือของเขาก็ถูกแยกออกมาเป็นเจ็ดสายพร้อมกับฟาดลงไปข้างหน้าอย่างดุดัน แต่ในคราวนี้มันกลับเริ่มทำให้ยูชิกเข้าใจอย่างเด็นชัดในสิ่งที่ปรมาจารย์โจต้องการจะสื่อกับเขา

    “นายได้เห็นแล้วใช้ไหม   นี้คือจำนวนคมดาบสูงที่สุดที่ฉันสามารถแยกออกมาได้    และหากให้แทบกันที่ประสิทธิภาพอีกครั้งฉันก็ยังคิดว่ากระบวนท่าที่1ของฉันยังคงเหนือกว่าของนายอยู่มาก  แต่สิ่งที่ต่างกันก็คือรูปแบบที่พวกเราใช้ออกมา   จากครั้งที่แล้วที่นายได้ใช้กระบวนท่าที่1ให้ฉันได้ดูนายสามารถแยกคมดาบออกมาได้ถึง8สายด้วยกัน เพราะชะนั้นฉันกล้ารับประกันได้เลยว่าไม่มีใครในโรงฝึกนี้ที่ใช้กระบวนท่าที่1ได้ดีไปกว่านายอีกแล้ว  และในส่วนของกระบวนท่าอื่นนายก็ควรจะนำมันไปฝึกฝนด้วยตัวเองและค่อยๆปรับให้มันเหมาะกับตัวเองให้มากที่สุดซะ”

    ยูชิกเริ่มเข้าใจในหลักบางอย่างเกี่ยวกับการฝึกใช้เคล็ดวิชาดาบบางแล้ว  เขาเริ่มตั้งใจฟังในสิ่งที่ปรมาจารย์โจกำลังอธิบายและก็เริ่มกวัดแกว่งดาบและฝึกกระบวนท่าที่2ไปพลางๆและไม่นานก่อนที่ยูชิกจะขอให้ปรมาจารย์โจช่วยสอนเคล็ดวิชาดาบถัดไป   ประตูของโรงฝึกก็เปิดออกมาพร้อมกับสาวงามผู้หนึ่งที่เดินเข้ามาอย่างช้าๆ

    “ปรามาจารย์โจ  ไม่ได้เจอกันนานเลยนะค่ะสวัสดีค่ะ    ต้องขอโทษด้วยนะค่ะที่หนูแถบไม่ได้มาที่โรงฝึกเลย   พักหลังๆมานี้งานของหนูยุ่งมากเลยค่ะ”

    หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างอ่อนหวาน  ราวกับจะทำให้คนที่ได้พบเห็นรอยยิ้มนี้ต้องได้กลิ่นของไอศครีม วานิลลา  มันชั่งเป็นรอยยิ้มที่หวานซะไม่มี

    “โอ้วว!  นี้ฉันไม่รู้มาก่อนเลยนะว่าเธอจะมาที่นี้ยูเฮ  จะกินน้ำอะไรหน่อยมั้ยล่ะเดี่ยวฉันไปหยิบมาให้”

    “ไม่รบกวนหรอกค่ะอาจารย์   หนูแค่แวะมาเยี่ยมและฝึกดาบเล็กๆน้อยๆเท่านั้น”

    “รบกวนอะไรกันล่ะ  ฉันได้ยินมาจากลูกศิษย์ของเราที่เธอรับเขากิลด์มาแล้วนะ  ว่าที่สำนักงานของเธอมีอุปกรณ์สำหรับการฝึกที่ครบครันกว่าที่นี้ซะอีก   ฉันต่างหากที่ว่าจะขอไปรบกวนเธอลองใช้โรงฝึกนั้นดูซักครั้ง อีกอย่างโรงฝึกที่นี้ก็อยู่ใกล้ๆกับบริษัทของเธออยู่แล้วด้วยท่ามีเวลาฉันก็ว่าจะแวะไปเยี่ยมชมดูสักหน่อยเหมือนกัน”

    “แน่นอนค่ะ  หนูยินดีต้อนรับอาจารย์เสมอค่ะ อาจารย์สามารถแวะชมที่บริษัทได้ทุกเมื่ออยู่แล้วเพราะยังไงหนูก็ยังคงต้องรบกวนเด็กๆและศิษย์พี่ในสำนักอยู่บ่อยๆด้วย”

    ลูชยืนฟังบทสนทนาของทั้งสองคนอยู่ห่างๆด้วยใบหน้าที่เริ่มคล้ายกับปลาตาย   ความรู้สึกจืดจางเริ่มแทรกเข้ามาทีละนิด

    ‘นี้ทั้งสองคนคงไม่ได้ลืมเราไปแล้วหรอกนะ’

    “รบกวนอะไรกันไอพวกนั้นมันก็ได้ค่าตอบแทนอยู่ไม่ใช้หรือไง  ฮ่าฮ่าๆ!  ฉันล่ะต้องขอบคุณแทนไอพวกนั้นมันจริงๆที่เธอยอมรับไอพวกไม่ได้ความแบบนั้นเข้าทำงานแถมยังช่วยในการโปรโมทโรงฝึกให้อีกด้วย ฮ่าๆๆ!!”

    “เอาล่ะๆ  เราก็คุยมาสักพักแล้วฉันไม่กวนแล้ว   เชิญตามสบายเลยนะ  แต่ถ้าอยากได้น้ำอะไรก็บอกได้นะเดี่ยวฉันจะให้ยูชิกไปหยิบมาให้”

    “น้ำส้มค่ะ”

    ‘เฮ้ๆ!!!  นี้เธอไม่เปลี่ยนใจเร็วไปหน่อยรึไงฟ่ะ แล้วไอท่าทีที่ตอบออกมาโดยไม่ต้องคิดนั้นมันอะไรกัน’

    แสยะ

    ยูเฮยิ้มออกมาที่มุมปากอย่างมีความสุข  เพราะอย่างน้อยๆหนึ่งในความสุขของเธอก็คือการได้แกล้งยูชิกเล่นเป็นบางครั้งบางครา

    ‘บ้าเอ้ย!!  นี้ตูไม่ได้อยู่ที่บ้านนะเฟ้ย  แล้วไงตูจะต้องมาคอยดูแลคนอื่นด้วยฟะ’

    ยูชิกทำได้เพียงคิดอยู่ในใจเท่านั้น   เขาแถบจะไม่มีโอกาสได้ปฏิเสธเลยด้วยซ้ำไป   ก่อนที่เขาจะเดินไปหยิบน้ำส้มออกมาให้ยูเฮอย่างว่าง่าย

    ‘เฮอ~ อย่างน้อยๆพวกเขาทั้งสองก็ยังไม่ได้ลืมเรื่องของเราละนะ’

    “โอ้วจริงด้วยสิยูชิก นายอยากเรียนกระบวนท่าที่2อยู่ใช้มั้ยทำไมไม่ให้ยูเฮเป็นคนสาธิตให้ดูเลยละ ถึงเห็นอย่างนี้แต่ยูเฮก็เชียวชาญในกระบวนท่าที่2พอสมควรเลยนะ”

    “ให้เธอเป็นคนสาธิตให้ดูงั้นหรือ?”

    ยูชิกเริ่มหันไปมองทางด้านยูเฮอย่างลังเล  ถึงเขาจะไม่ค่อยชอบเวลาเธอแกล้งเขาก็เถอะ แต่ก็ปฏิเศษไม่ได้ว่าเขาเองก็ต้องการเรียนรู้กระบวนท่าที่2มากกว่านี้อีกสักหน่อย

    อึก~

    ยูชิกเริ่มกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ   เขาต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการเอ่ยปากขอให้ยูเฮเป็นคนช่วยสาธิตกระบวนท่าที่2ให้เขาได้เห็น

    ยูเฮเองก็มองไปทางด้านของยูชิกเช่นกันเธอยังคงยิ้มอย่างมีความสุขพร้อมกับพูดแซวขึ้นมาเล็กน้อย

    “อะไรนายไม่อยากเรียนรู้จากฉันงั้นหรือ?”

    “....”

    “ไม่อย่างสินะ”

    “ดะ-เดี่ยวก่อน!!”

    ยูชิกรวบรวมความกล้าพร้อมกับพูดออกมาอย่างตะกุกตะกัก

    “หืม?”

     “ชะ-ช่วยสาธิตให้ดูหน่อย”

    “อะไรน่ะฉันไม่คอยได้ยินเลย   พอดีฉันมักจะหูไม่ค่อยดูเวลามีคนพูดกับฉันแบบห่วนๆน่ะ”

    ‘ยัยนี่!!’

    “ชะ-ช่วยสาธิตกระบวนท่าที่2ให้ฉันดูหน่อย”

    “ไม่มีหางเสียงเลยนะ ฮิฮิ~”

    “ช่วยสาธิตกระบวนท่าที่2ให้ผมดูหน่อยนะ  ครับ!!”

    “ฮะๆ ก็ได้ๆ เดียวฉันจะสาธิตให้นายดูเอง แต่แค่ครั้งเดียวเท่านั้นน่ะ”

    “ตกลง”

    “ตกลงอะไรของนาย  จังหวะนี้มันต้องพูดว่าขอบคุณครับไม่ใช้หรือไง”

    กรอด~

    “ขอบคุณครับ”

    ยูชิกต้องยอมอดทนและกัดฟันพูดออกมาทั้งน้ำตา  ส่วนทางด้านของยูเฮที่เห็นยูชิกยอมศิโรราบแต่โดยดีจึงเดินไปหยิบดาบฝึกขึ้นมาก่อนที่เธอจะเริ่มแสดงเคล็ดวิชาที่2ออกมา  ทวงท่าในการใช้งานของเธอนั้นค่อนข้างจะแตกต่างออกไปจากปรมาจารย์โจกับยูชิกอยู่มาก

    “เคล็ดวิชาดาบสำนักเต่าดำ กระบวนท่าที่2 คลื่นทมิฬ”

    ด้วยท่วงท่าอันงดงามดาบของเธอนั้นถูกเหวี่ยงไปจากฝั่งซ้ายไปขวาอย่างรวดเร็วและงดงาม  เธอทำการเหวี่ยงดาบออกมาเป็นมุม 350 องศา โดยที่ไม่มีการบิดลำตัวเลยแม้แต่น้อย ในทันทีที่ดาบถูกเวี่ยงออกไปพลันปรากฏรัศมีดาบอันงดงามขึ้นถึงสี่เส้นกระจัดกระจายออกไปเป็นรูปวงกลม  มันงดงามราวกับดาวเคราะห์ในอวกาศเลยก็ว่าได้  ชั่งแตกต่างจากสิ่งที่ปรมาจารย์โจได้แสดงออกมาก่อนนี้อย่างสิ้นเชิง  คมดาบของปรมาจารย์โจนั้นบ่งบอกถึงอันตรายที่ควรหลีกเลี่ยงให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้  แต่ในทางกลับกันดาบของยูเฮนั้นไม่ใช้   มันคล้ายกับกลุ่มดาวที่คอยเรียกให้เขาวิ่งเข้าไปหาซะมากกว่าจะต้องหลบหนี

    ไม่นานหลังเสร็จจากการสาธิตดาบในมือของยูเฮก็พลันเกิดเสียงแปลกๆขึ้นมา

    แปล็ก~ ปริก~

    ดาบฝึกในมือของงยูเฮเริ่มเกิดรอยร้าวและปริแตกออกมาเลื่อยๆ และไม่นานเกินรอดาบในมือของเธอก็แตกออกเป็นเสี่ยงๆ

    ไม่ต่างจากคำพูดในอดีตที่กล่าวไว้ว่าความงามมักมาคู่กับความอันตรายอย่างแท้จริง

    ยูชิกทำได้เพียงกลืนน้ำลายลงคอไปอึกใหญ่ก่อนที่เขาจะเรียกสติกลับมาและเริ่มฝึกอีกครั้งโดยไม่พูดคุยกับใครเลยตลอดการฝึก

    ***

    หลังจากช่วงเช้าอันวุ่นวาย  ชายหนุ่มก็กลับมาที่บ้านอีกครั้งด้วยสภาพเหนือยหอบ  เขาเองก็ต้องการพักผ่อนสักระยะเหมือนกันแต่เวลาสำหรับค่าประสบการณ์2เท่าก็มีอย่างจำกัดเช่นกัน   และภายในโลกนั้นเวลาก็ยังต่างกันถึง3เท่าเขาจึงไม่อาจจะปล่อยให้เวลาหมดลงไปอย่างเปล่าประโยชน์ได้อีก

    “เอาล่ะมาลองกันสักตั้ง  ล็อกอิน”

    ************************************************************

    [จากนักเขียน]   Path of god เส้นทางของพระเจ้า  

    สามารถติดตามผลงานได้

    ทุกวันจันทร์-เสาร์ เวลา 20.00น.