แสงอรุณของเช้าวันใหม่สาดส่องผ่านม่านมงคลสีแดงภายในห้องหออันหรูหราของตระกูลหลี่ แต่สำหรับ หลินฮวา แสงสว่างนั้นกลับไม่ได้นำมาซึ่งความสดใส ร่างกายของนางระบมไปด้วยรอยรักที่ทับซ้อนกันระหว่าง 'รอยเก่า' จากท่านลุงหมิงที่นางพยายามปกปิดด้วยแป้งหนาเตอะ และ 'รอยใหม่' อันแผ่วเบาจากหลี่เหว่ยเมื่อคืนที่ผ่านมา
เมื่อนางลุกจากเตียงเพื่อเตรียมตัวสำหรับพิธีสำคัญในเช้านี้ ความเจ็บปวดเล็กน้อยระหว่างขาเตือนให้นางนึกถึงคืนเข้าหอที่ผ่านมา คืนที่นางต้องนอนข้างๆ สามีผู้รักนางอย่างจริงใจ แต่ในใจกลับคิดถึงจิตรกรเฒ่าผู้ครอบครองจิตวิญญาณของนาง ความรู้สึกผิดและความโหยหาปนเปกันจนแยกไม่ออก
นางเดินไปยังกระจกเงาขนาดใหญ่ที่มุมห้อง สะท้อนให้เห็นใบหน้าที่ซีดเซียวและดวงตาที่ขาดความสดใส แม้จะแต่งหน้าอย่างประณีตแล้ว แต่ความเหนื่อยล้าจากการแสดงบทบาทตลอดคืนยังคงปรากฏชัด นางต้องฝืนยิ้มอย่างอ่อนหวานเพื่อเตรียมตัวเข้าพิธีสำคัญในเช้านี้ นั่นคือการ 'ยกน้ำชาแนะนำตัวของสะใภ้ใหม่' ต่อหน้าผู้อาวุโสทุกท่านของตระกูลหลี่ เพื่อฝากตัวเป็นสะใภ้อย่างเป็นทางการ
ภายในโถงกลางที่อบอวลไปด้วยกลิ่นธูปและน้ำชาคุณภาพดี ผู้อาวุโสหลายท่านนั่งเรียงรายตามลำดับยศศักดิ์ บรรยากาศในห้องโถงใหญ่ดูเป็นทางการและเคร่งขรึม เสาไม้สักที่แกะสลักลวดลายมังกรและนกฟีนิกซ์ตั้งตระหง่านรองรับหลังคาสูง โคมไฟกระดาษสีแดงแขวนระย้าส่องแสงอ่อนๆ ทำให้ใบหน้าของผู้อาวุโสดูขรึมกว่าปกติ
หลินฮวาค่อยๆ คลานเข่ายกจอกน้ำชาถวายทีละคนด้วยกิริยาที่เพียบพร้อม ชุดไหมสีแดงเข้มที่นางสวมใส่ในวันนี้หนักหนาด้วยด้ายทองและลูกปัดประดับ ทำให้ทุกการเคลื่อนไหวดูสง่างามแต่ช้าๆ หลี่เหว่ยคอยประคองอยู่ข้างกายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ เขามองนางด้วยความรักและความเอ็นดูที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง
"ขอบคุณท่านป้าใหญ่ที่ให้โอกาสหลานสะใภ้ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของตระกูล" หลินฮวากล่าวด้วยเสียงที่นุ่มนวลและสุภาพ ขณะที่ถวายน้ำชาให้กับภรรยาของลุงใหญ่
"เจ้าเป็นเด็กดี รู้จักมารยาท" ท่านป้าใหญ่ตอบด้วยรอยยิ้มอ่อนๆ "หวังว่าเจ้าจะดูแลหลี่เหว่ยให้ดี และสืบทอดประเพณีของตระกูลเราต่อไป"
หลินฮวาพยักหน้ารับคำด้วยความเคารพ แต่ในใจกลับรู้สึกหนักใจกับความรับผิดชอบที่กำลังจะตกลงมาบนบ่า นางรู้ว่าตัวเองไม่ใช่สะใภ้ที่สมบูรณ์แบบอย่างที่ทุกคนคิด ความลับที่นางซ่อนไว้อาจจะทำลายทุกสิ่งได้ในวันหนึ่ง
การถวายน้ำชาดำเนินต่อไปอย่างราบรื่น ผู้อาวุโสแต่ละท่านต่างให้คำอวยพรและคำแนะนำแก่นาง บางท่านพูดถึงการมีลูกหลาน บางท่านพูดถึงการดูแลสามี ทุกคำพูดล้วนเต็มไปด้วยความหวังดีและความคาดหวัง แต่สำหรับหลินฮวาแล้ว มันเหมือนเป็นภาระที่หนักหนาสาหัส
จนกระทั่งมาถึงลำดับสุดท้ายที่นั่งอยู่ตรงมุมห้อง... ลุงหลี่
ชายชราในชุดผ้าไหมสีเข้มดูภูมิฐานผิดกับภาพภารโรงที่นางเคยเห็นผ่านตา ใบหน้าที่เหี่ยวย่นแต่ยังคงมีเสน่ห์ของผู้ชายที่เคยหล่อเหลาในวัยหนุ่ม ดวงตาคมกริบที่ดูเหมือนจะมองทะลุทุกสิ่ง และรอยยิ้มที่ซ่อนความหมายลึกซึ้ง เขานั่งเอนหลังอย่างสบายใจ ราวกับเป็นเจ้าของสถานที่แห่งนี้
เขารับจอกชาจากมือที่สั่นเทาเล็กน้อยของหลินฮวา ความสัมผัสเล็กน้อยระหว่างนิ้วมือของทั้งคู่ทำให้หลินฮวารู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่าน ลุงหลี่จิบชาเพียงนิดแล้ววางลงด้วยรอยยิ้มที่ชวนให้เสียวสันหลัง
"ยินดีด้วยนะหลานสะใภ้..." ลุงหลี่เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ดวงตาของเขาจ้องมองใบหน้าของหลินฮวาอย่างไม่กะพริบ "เจ้าช่างงดงามและกตัญญูเหลือเกิน"
หลินฮวารู้สึกไม่สบายใจกับสายตาที่เขามองมา มันไม่ใช่สายตาของผู้อาวุโสที่มองหลานสะใภ้ด้วยความเมตตา แต่เป็นสายตาของชายที่กำลังประเมินผู้หญิง สายตาที่เต็มไปด้วยความหมายที่นางไม่อยากเข้าใจ
ก่อนจะโน้มตัวลงมาเล็กน้อยขณะที่หลินฮวากำลังจะถอยออก เขากระซิบด้วยเสียงที่เบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่คำพูดนั้นกลับดังกึ่งกึ่งในหูของนาง
"ข้าเคยเห็นเจ้าที่สถานศึกษาของน้องชายเจ้าบ่อยครั้ง ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะ 'ขยัน' ถึงขั้นแวะไปใช้ห้องน้ำชายที่นั่นบ่อยๆ ด้วย... บรรยากาศที่นั่นคงจะ 'ตราตรึง' ใจเจ้าไม่น้อยเลยใช่ไหม?"
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนอัสนีบาตที่ฟาดลงมากลางใจ หลินฮวาสะดุดกะทันหันจนเกือบเสียหลัก ลมหายใจของนางติดขัด ใบหน้าที่แต่งแต้มมาอย่างดีกลับซีดเผือดจนสังเกตเห็นได้ชัด จอกชาในมือเกือบจะหลุดตกลงพื้น แต่นางรีบกำมือให้แน่นขึ้น
นางเงยหน้าสบดวงตาคมกริบของลุงหลี่ที่จ้องมองมาอย่างมีความหมาย ความเย็นเยียบแล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง นางรู้ซึ้งในวินาทีนั้นเองว่า ความลับที่นางคิดว่าซ่อนไว้มิดชิด บัดนี้ถูกชายชราผู้นี้กำไว้ในมือเสียแล้ว
"ท่าน... ท่านหมายความว่าอย่างไร" หลินฮวาพยายามแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจ แต่เสียงของนางสั่นเครือจนปกปิดไม่ได้
"ข้าไม่หมายความอะไรหรอก หลานสะใภ้" ลุงหลี่ยิ้มกว้างขึ้น "แค่อยากจะชื่นชมว่าเจ้าเป็นหญิงสาวที่... มีความต้องการพิเศษ เท่านั้นเอง"
หลี่เหว่ยที่ยืนอยู่ข้างๆ ไม่ได้ยินการสนทนาแบบกระซิบ เขาเห็นเพียงว่าภรรยาดูไม่สบายใจ จึงเข้ามาประคองแขนนางอย่างอ่อนโยน
"หลินฮวา เจ้าไม่สบายหรือ หน้าตาดูซีดจัง" เขาถามด้วยความกังวล
"ไม่เป็นไรค่ะ แค่เหนื่อยเล็กน้อย" หลินฮวาตอบด้วยเสียงที่พยายามทำให้ฟังดูปกติ "อาจจะเพราะตื่นเช้าเกินไป"
ลุงหลี่มองดูปฏิสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยาด้วยความพอใจ เขาเห็นความกลัวในดวงตาของหลินฮวาและความไม่รู้เท่าทันของหลี่เหว่ย สถานการณ์นี้เป็นไปตามที่เขาวางแผนไว้พอดี
"หลานสะใภ้คงเหนื่อยจริงๆ" ลุงหลี่เอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่ฟังดูเป็นห่วง "การแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่ ต้องใช้พลังงานมาก ข้าเข้าใจดี"
"ขอบคุณท่านลุงที่เข้าใจค่ะ" หลินฮวาตอบด้วยเสียงที่แผ่วเบา
"ถ้าเจ้าต้องการพักผ่อน ข้าแนะนำให้ไปเดินเล่นในสวนหลังบ้าน" ลุงหลี่แนะนำด้วยรอยยิ้มที่ดูใจดี "อากาศที่นั่นดี จะช่วยให้เจ้าสดชื่นขึ้น"
หลี่เหว่ยพยักหน้าเห็นด้วย "ใช่แล้ว ที่นั่นมีดอกไม้สวยๆ มากมาย และมีเก้าอี้ไผ่ให้นั่งพักด้วย"
หลินฮวารู้ว่าเธอไม่มีทางเลือก นางต้องแสดงท่าทีเป็นปกติต่อหน้าทุกคน "ขอบคุณค่ะ หลินฮวาจะไปเดินเล่นตามที่ท่านแนะนำ"
หลังจากพิธีถวายน้ำชาเสร็จสิ้น หลินฮวาพยายามจะขอตัวไปพบท่านลุงหมิงที่พักอยู่อีกเรือนหนึ่งเพื่อปรึกษาหาทางหนีทีไล่ นางต้องการคำแนะนำจากคนเดียวที่เข้าใจสถานการณ์ของนาง แต่ลุงหลี่กลับไม่เปิดโอกาสให้แม้แต่นิดเดียว
"หลี่เหว่ย ลุงมีเรื่องสำคัญอยากให้เจ้าช่วยดู" ลุงหลี่เอ่ยขึ้นทันทีที่พิธีเสร็จสิ้น "เรื่องบัญชีการค้าที่เมืองใหญ่ มีรายการที่ไม่ตรงกัน ต้องการคนที่เก่งการคำนวนอย่างเจ้ามาช่วยตรวจสอบ"
หลี่เหว่ยดูลังเลเล็กน้อย "แต่หลินฮวา..."
"ไม่เป็นไรค่ะ" หลินฮวาพูดขึ้นอย่างรีบร้อน "ท่านไปทำธุระสำคัญเถอะ หลินฮวาจะไปเดินเล่นในสวนตามที่ท่านลุงแนะนำ"
"เก่งมาก หลานสะใภ้เข้าใจดี" ลุงหลี่ยิ้มพอใจ "ข้าจะให้บ่าวไพร่คอยดูแลเจ้า เพื่อความปลอดภัย"
คำพูดสุดท้ายนั้นฟังดูเป็นการดูแล แต่หลินฮวารู้ดีว่ามันคือการควบคุม ลุงหลี่กำลังตัดขาดนางจากโลกภายนอก ไม่ให้นางมีโอกาสหนีหรือขอความช่วยเหลือจากใคร
เขาอาสาพาหลี่เหว่ยไปตรวจตราบัญชีและพาหลินฮวาไปดูสวนดอกไม้ โดยจัดให้บ่าวไพร่คอยเดินตามนางไม่ห่าง ราวกับต้องการตัดขาดนางจากโลกภายนอก
สวนหลังคฤหาสน์ตระกูลหลี่กว้างใหญ่และสวยงาม มีต้นไผ่ใหญ่ปลิวไสวในสายลม ดอกโบตั๋นบานสะพรั่งในแปลงดอกไม้ที่จัดเรียงอย่างประณีต สระน้ำเล็กๆ ที่มีปลาทองว่ายเล่นอย่างสงบ และเสียงน้ำไหลจากน้ำตกเทียมที่สร้างบรรยากาศเงียบสงัด
แต่สำหรับหลินฮวาแล้ว ความสวยงามเหล่านี้กลับไม่สามารถทำให้นางรู้สึกสงบได้ นางเดินไปมาอย่างกระสับกระส่าย มือสั่นเทาด้วยความกังวล ใจคิดถึงแต่วิธีที่จะหลบหนีจากสถานการณ์นี้
บ่าวไพร่สองคนเดินตามนางในระยะไม่ไกลไม่ใกล พวกเขาแสร้งทำเป็นดูแลสวน แต่สายตาไม่เคยละจากตัวนาง หลินฮวารู้สึกเหมือนเป็นนกในกรงที่ถูกจับตามอง
ในช่วงจังหวะที่เดินผ่านพุ่มไม้หนา ลุงหลี่ปรากฏตัวขึ้นจากเงาไผ่ เขาเดินเข้ามาด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับเป็นเจ้าของสถานที่ ใบหน้าของเขาเปลี่ยนจากความใจดีเมื่อครู่นี้เป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
ลุงหลี่จงใจเดินช้าลงจนมาชิดข้างกายนาง เขาหาจังหวะกระซิบด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบแต่แฝงด้วยตัณหา ลมหายใจของเขาทำให้ผมข้างหูของนางปลิวไหว
"หากเจ้าไม่อยากให้ภาพ 'วสันต์ในห้องน้ำชาย' กระจายไปถึงหูหลี่เหว่ยหรือพ่อแม่ของเจ้า..." เขาหยุดชั่วครู่เพื่อให้คำพูดซึมซับ "คืนนี้หลังจากหลี่เหว่ยหลับแล้ว ให้แวะไปเยี่ยมอาที่เรือนพักส่วนตัวหลังสวน อย่าได้คิดตุกติกเชียว เพราะข้ามีหลักฐานที่สามารถทำลายชีวิตเจ้าได้ในพริบตา"
หลินฮวายืนตัวแข็งทื่อ หัวใจของนางเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัว เลือดในร่างกายราวกับจะแข็งตัว นางไม่กล้าหันไปมองหน้าเขา กลัวว่าจะเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาและอำนาจ
"ท่าน... ท่านต้องการอะไร" นางถามด้วยเสียงที่แผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน
"ข้าต้องการเจ้า" ลุงหลี่ตอบตรงไปตรงมา "ข้าเห็นเจ้าเข้าออกห้องน้ำชายหลายครั้ง เห็นท่าทางของเจ้าเมื่ออยู่กับจิตรกรเฒ่าคนนั้น ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นผู้หญิงแบบไหน"
คำพูดของเขาทำให้หลินฮวารู้สึกเหมือนถูกเปลือยกายในที่สาธารณะ ความลับที่นางคิดว่าซ่อนไว้ดี กลับถูกชายคนนี้มองเห็นหมด นางรู้สึกอับอายและกลัวในเวลาเดียวกัน
"เจ้าไม่ต้องแกล้งทำเป็นบริสุทธิ์กับข้า" เขาพูดต่อด้วยเสียงเย็นเยียบ "ข้ารู้ว่าเจ้าชอบอะไร ต้องการอะไร และข้าก็สามารถให้สิ่งนั้นแก่เจ้าได้"
นางมองดูแผ่นหลังของลุงหลี่ที่เดินจากไปพร้อมกับเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและความชั่วร้าย นางรู้ว่าตัวเองตกอยู่ในกับดักที่ไม่มีทางออก
ตกเย็นวันนั้น ลุงหลี่เริ่มดำเนินการตามแผนการอย่างแยบยล เขาได้เตรียมการมาอย่างดี รู้จุดอ่อนของทุกคนในครอบครัว และรู้วิธีการจัดการกับสถานการณ์ต่างๆ
เขาอาสาเป็นเจ้าภาพเลี้ยงฉลองเล็กๆ ภายในเรือนให้กับหลี่เหว่ย โดยอ้างว่าเป็นการฉลองที่ได้สะใภ้ที่ดีเข้าบ้าน ห้องที่เขาเลือกเป็นห้องส่วนตัวที่ห่างจากส่วนหลัก มีเพียงพวกเขาสองคนเท่านั้น
"หลี่เหว่ย ลุงภูมิใจในตัวเจ้ามาก" ลุงหลี่กล่าวขณะที่รินสุราใส่จอก "ได้ภรรยาที่สวยงามและดีเช่นนี้ เจ้าช่างโชคดีจริงๆ"
หลี่เหว่ยยิ้มกว้างด้วยความสุข "ขอบคุณท่านลุง หลินฮวาเป็นผู้หญิงที่วิเศษจริงๆ ข้ารู้สึกโชคดีมากที่ได้นางเป็นภรรยา"
ลุงหลี่จงใจรินสุราแรงรสเลิศให้หลี่เหว่ยจอกแล้วจอกเล่า สุราที่เขาเลือกมาเป็นสุราที่มีฤทธิ์แรง หอมหวานจนดื่มง่าย แต่มีแอลกอฮอล์สูง พร้อมกับชวนคุยเรื่องความสำเร็จในอดีตจนหลี่เหว่ยที่กำลังมีความสุขขาดความระมัดระวัง
"เจ้ายังจำได้ไหม ตอนที่เจ้าเด็กๆ เจ้าเคยบอกข้าว่าอยากแต่งงานกับผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลก" ลุงหลี่เล่าด้วยเสียงหัวเราะ "ตอนนี้ฝันของเจ้าเป็นจริงแล้ว"
"ใช่แล้ว!" หลี่เหว่ยตอบด้วยความตื่นเต้น สีหน้าเริ่มแดงด้วยฤทธิ์สุรา "หลินฮวาสวยกว่าที่ข้าเคยฝันไว้อีก เธอเป็นทั้งความสวยงาม ความดี และความอ่อนโยน"
"เจ้าต้องดูแลนางให้ดีนะ" ลุงหลี่พูดขณะที่เติมสุราให้อีก "ผู้หญิงอย่างนางหาได้ยาก"
ไม่นานนัก หลี่เหว่ยที่คออ่อนกว่าลุงหลี่หลายเท่าก็เริ่มเมามายจนครองสติไม่อยู่ เขาพูดจาเริ่มไม่ชัด ตาเริ่มฟาง ร่างกายเริ่มโซเซ ลุงหลี่ยิ้มในใจเมื่อเห็นว่าแผนการเป็นไปตามที่คิดไว้
"ข้า... ข้าเมาแล้วสินะ" หลี่เหว่ยพูดพล่าม "หัวมันหมุน..."
"ไม่เป็นไร นอนพักก่อน" ลุงหลี่ลุกขึ้นประคองเขา "ข้าจะให้คนมาส่งเจ้ากลับห้อง"
ลุงหลี่สั่งให้บ่าวไพร่พานายน้อยกลับไปส่งที่ห้องนอน โดยกำชับว่าห้ามใครรบกวนเด็ดขาดเพราะนายน้อยต้องการพักผ่อน เขาให้เหตุผลว่าหลี่เหว่ยเหนื่อยจากงานแต่งงานและการดื่มสุรา ต้องการนอนหลับให้เต็มที่
"จำไว้ ห้ามใครเข้าไปรบกวนนายน้อยจนกว่าจะสว่าง" เขาสั่งบ่าวไพร่อย่างเข้มงวด "ถ้าใครฝ่าฝืน จะได้รับโทษหนัก"
เมื่อส่งหลี่เหว่ยเข้าห้องหอจนแน่ใจว่าชายหนุ่มหลับสนิทด้วยฤทธิ์สุราแล้ว ลุงหลี่ก็กลับไปยังห้องของตัวเอง เขาจัดการชำระล้างร่างกายและเปลี่ยนอาภรณ์ใหม่ เขาเลือกชุดผ้าไหมสีเข้มที่ทำให้เขาดูมีเสน่ห์และอำนาจ
เขาดูตัวเองในกระจก ใบหน้าที่แม้จะไม่หนุ่มแล้ว แต่ยังคงมีเสน่ห์ของผู้ชายที่มีประสบการณ์ ดวงตาที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและความปรารถนา เขาพอใจกับสิ่งที่เห็น
เขาเดินกลับไปยังห้องพักส่วนตัวที่ตั้งอยู่กลางสวนที่เงียบสงัด ห้องหลังนี้เป็นที่ที่เขาใช้สำหรับการพักผ่อนส่วนตัว ห่างจากส่วนหลักของคฤหาสน์ มีความเป็นส่วนตัวสูง และที่สำคัญคือไม่มีใครมารบกวน
ห้องตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่หรูหรา มีเตียงใหญ่ที่ปูด้วยผ้าไหมสีเข้ม โต๊ะไม้สักที่วางไว้กลางห้อง และตู้เก็บของที่เต็มไปด้วยของสะสมต่างๆ กลิ่นไม้หอมและน้ำหอมอ่อนๆ ลอยฟุ้งในอากาศ
รอยยิ้มกริ่มปรากฏขึ้นบนใบหน้าเหี่ยวย่นที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง เขารู้ว่าคืนนี้จะเป็นคืนที่เขารอคอยมานาน คืนที่เขาจะได้สิ่งที่เขาปรารถนา
เขานั่งรออยู่ที่โต๊ะกลางห้อง รินสุราใส่จอกรอคอย 'แกะน้อย' ที่กำลังจะเดินเข้าสู่ปากเสือด้วยความสมัครใจแกมบังคับ ในหัวของเขาจินตนาการถึงเรือนร่างขาวนวลที่เขาแอบดูมาตลอด และคืนนี้... เขาจะได้สัมผัสความเร่าร้อนนั้นด้วยตัวเองเสียที โดยไม่ต้องแอบมองผ่านรอยแตกของฝาผนังอีกต่อไป!
เขาดื่มสุราเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความมั่นใจ รสชาติของสุราที่หวานอมขมทำให้เขารู้สึกอบอุ่นและตื่นเต้น เขามองออกไปนอกหน้าต่างที่มองเห็นห้องหอของหลี่เหว่ยและหลินฮวา แสงเทียนในห้องนั้นดับลงแล้ว เป็นสัญญาณว่าทั้งคู่ได้เข้านอนแล้ว
"อีกไม่นานแล้ว" เขากระซิบกับตัวเอง "อีกไม่นานแกะน้อยก็จะเดินเข้ามาหาหมาป่าเอง"
เขาลุกขึ้นเดินไปมาในห้อง ความตื่นเต้นทำให้เขานั่งนิ่งไม่ได้ เขาคิดถึงแผนการที่เขาวางไว้ การที่เขาจะใช้ความลับของหลินฮวามาเป็นเครื่องมือควบคุม การที่เขาจะทำให้นางต้องมาหาเขาเองโดยไม่สามารถปฏิเสธได้
ความคิดเหล่านี้ทำให้เขายิ่งตื่นเต้น เขารู้ว่าสิ่งที่เขากำลังทำนั้นผิด แต่ความปรารถนาที่สะสมมานานทำให้เขาไม่สนใจเรื่องศีลธรรม เขาต้องการหลินฮวา และเขาจะได้นางมา ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีใดก็ตาม
เสียงนาฬิกาเก่าในห้องตีเที่ยงคืน เขารู้ว่าเวลาใกล้เข้ามาแล้ว อีกไม่นานหลินฮวาจะต้องเดินทางมาหาเขา เพราะนางไม่มีทางเลือกอื่น
ลุงหลี่ยิ้มอย่างพอใจ คืนนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของเกมใหม่ เกมที่เขาเป็นผู้กำหนดกฎ และหลินฮวาจะต้องเล่นตามที่เขาต้องการ เขารอคอยที่จะเห็นใบหน้าของนางเมื่อนางต้องยอมจำนนต่อเขา รอคอยที่จะสัมผัสร่างกายที่เขาใฝ่ฝันมานาน
ความมืดของคืนห่อหุ้มคฤหาสน์ตระกูลหลี่ เสียงแมลงกิ้งก่าร้องดังไปทั่วสวน แต่ในห้องพักส่วนตัวของลุงหลี่ มีเพียงเสียงหัวใจเต้นแรงของชายชราที่กำลังรอคอยเหยื่อของเขาเท่านั้น