ประตูห้องถูกเปิดออกบ่าวรับใช้ของเย่ชิงขวงเดินเข้ามาภายในอย่างนอบน้อม คุกเข่าลงข้างหนึ่งจากนั้นเล่าเรื่องเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นออกมาอย่างละเอียดรอบหนึ่ง
เย่เจี้ยนยิ่งฟังสีหน้ายิ่งดำคล้ำขึ้นทุกทีแก้วชาที่ยกขึ้นมาค้างอยู่กลางอากาศ เมื่อฟังจนจบถึงค่อยยกแก้วน้ำชาขึ้นจิบต่อแต่ก็ยังนิ่งเงียบไม่พูดจาใดๆ ทำเพียงหลับตาลิ้มรสของน้ำชาอยู่เช่นนั้น
ผ่านไปเนิ่นนานเย่เจี้ยนถึงเอ่ยปากพูดขึ้น “มีอยู่สองเรื่องเรื่องที่หนึ่ง...ส่งคนไปทำการปิดล้อมภูเขาด้านหลังตระกูลอย่างลับๆไม่ให้ข่าวสารใดๆ ส่งไปถึงที่นั่นเรื่องที่สอง...ใช้กำลังคนทั้งหมดของเราที่มีจับตาสอดแนมดูเรื่องราวต่างๆที่คนในตระกูลกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านนายน้อยใหญ่และฝั่งผู้อาวุโสเย่เชียง...ถ้าหากน้องสามอยากจะเล่นสนุกละก็ ข้าก็จะเล่นเป็นเพื่อนเขาเอง”
.................................
เย่เชียงก็มีนิสัยตื่นแต่เช้าเป็นปกติเช่นเดียวกันไม่ใช่การดื่มชาแต่เป็นการฝึกฝนพลังยุทธ์เขาเชื่อมั่นอย่างที่สุดว่ามีเพียงพลังฝีมือที่กล้าแกร่งเท่านั้นที่จะสยบทุกสิ่งได้ไม่ว่าจะเป็นอุปสรรคหรือแผนการร้ายใดๆ ขอเพียงซัดฝ่ามือออกไปย่อมพังทลายในพริบตา
แม้เขาจะไม่ได้มีพรสวรรค์ที่น่ากลัวอย่างเย่เตาแต่เขามีจิตใจที่ยืนหยัดแน่วแน่ ดังนั้นทุกๆเช้าเขาจะลุกขึ้นมาฝึกฝนพลังยุทธ์เป็นประจำ
ปีนี้เขาอายุสามสิบแปดพลังฝีมือเมื่อเทียบกับคนอายุรุ่นราวคราวเดียวกันไม่นับว่าจัดอยู่แนวหน้าแต่ว่าเขามีความแน่วแน่ ดังนั้นเมื่อปีก่อนเขาไล่ตามพี่ใหญ่เย่เจี้ยนได้จนทันบรรลุถึงระดับขอบเขตราชาจักรพรรดิได้จึงถูกทางตระกูลแต่งตั้งให้เป็นผู้อาวุโสรองหัวหน้าฝ่ายหอประจัญบาน
หอประจัญบานกับหอผู้คุมกฎต่างเป็นสองหอหลักที่สำคัญที่สุดของตระกูลหอประจัญบานจัดการเรื่องราวภายนอก หอผู้คุมกฎจัดการเรื่องราวภายในโดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนนี้ท่านหัวหน้าหอทั้งสองล้วนเก็บตัวฝึกฝนอยู่กับผู้เป็นบิดาเย่เทียนหลงภายในภูเขาหลังตระกูลไม่สนใจกิจการต่างๆ ภายในหอ ดังนั้นอำนาจในการจัดการเรื่องราวต่างๆจึงตกมาอยู่รองหัวหน้าหอทั้งหมด
พี่รองตายไป ท่านพ่อเจ็บปวดจนหัวใจสลาย และเลือกที่จะหลีกเร้นกายไปเขารู้ดีกว่าพี่ใหญ่อยากเป็นหัวหน้าตระกูลมาโดยตลอด และพยายามเดินหน้าไปในทางนั้นทุกย่างก้าวแต่เขารู้ว่าตำแหน่งจ้าวเมืองเทียบไม่ได้กับตำแหน่งหัวหน้าตระกูลเมื่อเผชิญกับพลังฝีมือที่แข็งแกร่งยิ่งกว่า กองกำลังที่พี่ใหญ่บ่มเพาะขึ้นมาอย่างยากลำบากหลายปีจะกลายเป็นฟองอากาศไปในทันทีราวกับน้ำที่ถูกแสงแดดอันร้อนแรงแผดเผาเขาเองก็อยากเป็นหัวหน้าตระกูล อยากนำพาตระกูลบุกตะลุยไปทั่วหล้าอยากสลักชื่อไว้ในบันทึกประวัติศาสตร์ของตระกูลชั่วนิรันดร์ ดังนั้นเขาต้องมุมานะพยายามต้องเข้มงวดกับตนเอง
เพียงแต่ข่าวหนึ่งที่รายงานเข้ามาเมื่อไม่นานทำให้เขาต้องหยุดการฝึกฝนในช่วงเช้าที่กระทำมาตลอดหลายปีลง
ลูกชายของเย่เตาห้าวหาญขนาดนี้เลย? กล้าฆ่าคนและยังสามารถฆ่าคน? แถมผู้ที่ถูกฆ่ายังไม่ใช่คนธรรมดาเป็นศิษย์สายในของตระกูลอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนนี้ยังจะไปฆ่าคนต่ออีกไปฆ่านายน้อยใหญ่ของตระกูล?
น่าสนใจ! น่าสนใจ!
ใบหน้าเย่เชียงปรากฎรอยยิ้มขึ้นมาหน้าตาที่ราวกับบัณฑิตผู้มีความรู้ของเขาดูสุภาพยิ่งขึ้นเนื่องจากรอยยิ้มนั้น
.................................
เย่ชิงหานไม่รู้เลยว่าการกระทำที่บ้าระห่ำอย่างต่อเนื่องของเขานั้นตอนนี้ทำให้เกิดระลอกคลื่นขนาดใหญ่กำลังก่อตัวขึ้นมาเขารู้แค่เพียงว่าเขาต้องการทวงความยุติธรรมคืนมาให้น้องสาวและต้องทำอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา จากนั้นค่อยออกจากตระกูลเย่ไป
ดังนั้น เขาแบกน้องสาวไว้ที่ด้านหลังเผาลานที่พัก มุ่งตรงมายังลานที่พักฝั่งตะวันตกอย่างองอาจห้าวหาญมาหยุดยืนอยู่ที่หน้าประตูทางเข้าของสวนเมามายพร้อมกับร้องตะโกนออกมาด้วยเสียงอันดัง
“เย่ชิงขวงออกมารับความตายเดี๋ยวนี้!”
“เย่ชิงขวงออกมารับความตายเดี๋ยวนี้!”
สวนเมามายที่เงียบสงบพลันบังเกิดเสียงร้องคำรามขึ้นด้วยเสียงอันดังก้องกังวานไปทั่วราวกับมีคนโยนหินลงไปยังผิวน้ำที่ราบเรียบแล้วทำให้เกิดระลอกคลื่นตามมาไม่ขาด
ผู้คนที่อยู่ในสวนเมามายและทั่วทั้งลานที่พักฝั่งด้านตะวันตกล้วนถูกทำให้ตื่นตกใจขึ้น
เย่ชิงขวงก็สะดุ้งตกใจขึ้นมาเช่นกัน หรืออาจจะใช้คำว่าตื่นตระหนกมาบรรยายก็ดูจะตรงกว่าเขารู้ว่าเย่ชิงหานต้องมาหาตนเองอย่างแน่นอน แต่ก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจแต่อย่างใดทำเพียงแค่ระแวดระวังจับตาดูการเคลื่อนไหวของฝั่งครอบครัวลูกคนที่สามเท่านั้นใครจะไปคิดว่าเย่ชิงหานจะแบกน้องสาวเดินดุ่มๆ มาคนเดียวอย่างองอาจห้าวหาญและตรงไปตรงมาเช่นนี้แถมยังคำรามออกมาได้ดุดันและน่ากลัวขนาดนี้อีกด้วย
เขานึกว่าเขาเป็นคนที่โอหังอวดดีที่สุดแล้วเพราะเขามีคุณสมบัติพอที่จะทำเช่นนั้น แต่ใครจะไปคิดว่าวันนี้กลับมาพบกับคนที่โอหังอวดดียิ่งกว่าแถมไม่มีคุณสมบัติอะไรให้ทำเช่นนั้นได้ด้วยซ้ำ แต่ยังมาโอหังอวดดีใส่ตนเองอีก! ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่คิดอะไรมากไม่รอให้เย่หรงนำคนมาถึงผุดลุกขึ้นแล้วนำบ่าวรับใช้เดินออกไปด้วยความหยิ่งยโสโอหังอย่างที่สุดเช่นเดียวกัน
“เย่ชิงหานเจ้าทำอย่างนี้หมายความว่าอย่างไร?”
เย่ชิงขวงมองเย่ชิงหานที่ยืนอยู่อย่างองอาจทรนงด้วยสายตาที่เย็นชาเอ่ยปากถามขึ้นด้วยควายโกรธ
“ก็ไม่มีอะไรแค่จะมาฆ่าเจ้าเท่านั้นเอง”
เย่ชิงหานพูดขึ้นพร้อมกับเอียงหน้าก้มมองลงไปยังน้องสาวที่ใบหน้านอนหลับอยู่ที่ข้างไหล่ของตนเองน้ำเสียงราบเรียบปราศจากอารมณ์ใดๆ ราวกับว่าผู้ที่เผชิญหน้าอยู่ไม่ใช่ศัตรูคู่แค้นของตนเองแต่เป็นเพื่อนรู้ใจที่รู้จักกันมานานหลายปีฉันนั้น
“ฮ่าๆ ฆ่าข้า? พวกเจ้าได้ยินหรือไม่ มันบอกจะฆ่าข้า?”
เย่ชิงขวงแหงนหน้าหัวเราะขึ้นฟ้าอย่างขบขันเหมือนกับว่าได้ยินเรื่องที่ตลกที่สุดในชีวิต ยังไม่ต้องพูดถึงว่าเย่ชิงหานมีพลังฝีมือที่จะฆ่าเขาหรือไม่เอาแค่ว่าตนเองยืนให้ฆ่า เย่ชิงหานมีความกล้าที่จะลงมือหรือไม่ยังต้องว่ากันอีกทีเขาเป็นใคร? เขาคือเย่ชิงขวง คือนายน้อยใหญ่ของตระกูลเย่ คือหัวหน้าตระกูลเย่ในอนาคตวันนี้ไอ้ขยะนี้กลับบอกว่าจะฆ่าเขา? ต่อให้เป็นเย่เชียงฝั่งครอบครัวลูกคนที่สามก็คงไม่กล้าพูดคำนี้ออกมาเป็นแน่?
เมื่อเห็นเย่ชิงขวงหัวเราะขึ้นบ่าวรับใช้ทั้งหลายและผู้คนที่ยืนมุงดูอยู่รอบข้างต่างก็พากันหัวเราะขึ้นตามสวนเมามายที่เงียบสงบพลันคึกคักขึ้นมาในทันที เสียงวิพากษ์วิจารณ์ เสียงก่นด่า เสียงหัวเราะเยาะและเสียงพูดคุยด้วยความสงสัยดังขึ้นอยู่ไม่ขาด
“เกิดเรื่องอะไรขึ้น? นายน้อยลำดับเจ็ดไข้ขึ้นสูงรึ? ถึงได้พูดจาเลอะเลือนออกมาอย่างนั้น?”
“ฮ่าๆไอ้โง่นี่สมองมันคงมีปัญหาแน่ๆ น้ำหน้าอย่างมันรึจะฆ่าคนได้? กลัวว่าให้ไก่สักตัวหนึ่งก็ยังไม่กล้าฆ่าเลย?”
“ต่อให้มันฆ่ามันจะมีปัญญาฆ่าได้รึ? ไอ้ขยะพลังฝีมือเพียงแค่ระดับแรกขอบเขตขั้นสูงกับสัตว์อสูรขยะคุณภาพระดับสี่อีกตัวมันจะฆ่าใครได้?”
“ถูกต้องอย่างที่สุดเช้าตรู่ขนาดนี้มาแหกปากร้องอยู่ที่นี่ ดูท่าอาการป่วยจะไม่เบาแล้วอาการเช่นนี้ต้องรีบรักษาให้หายไม่อย่างนั้นวันไหนวิ่งไปภูเขาด้านหลังแหกปากร้องว่าอยากฆ่าท่านหัวหน้าตระกูลกับผู้อาวุโสสูงสุดจะทำอย่างไร?”
เย่ชิงหานไม่ได้ป่วยเขารู้ตัวเองดีเย่ชิงขวงก็รู้ดีว่าเย่ชิงหานกล้าฆ่าคนและมีพลังฝีมือที่สามารถทำได้! เย่ชิงขวงแม้จะโอหังอวดดีแต่เขาก็ระมัดระวังตัวอยู่ตลอดเวลาเขาไม่ใช่คนโง่ตัวอย่างก็ยังมีให้เห็นเช่นน้องชายของเขาเย่ชิงเสียนที่ถูกเย่ชิงหานลอบทำร้ายจนสลบเหมือดไปถึงสองครั้ง
“เมื่อสวรรค์ไม่ผดุงความยุติธรรมข้าก็คงต้องผดุงความยุติธรรมแทนสวรรค์ เมื่อคนไม่มีความเป็นธรรมข้าก็คงต้องฆ่าคนเพื่อรักษาความเป็นธรรมเย่ชิงขวงสำหรับเรื่องชั่วช้าที่เจ้าทำแม้จะถูกพิจารณาในหอผู้คมกฎพวกนั้นก็คงตัดสินว่าเจ้าไม่มีความผิดอย่างแน่นอนในเมื่อไม่สามารถพึ่งสวรรค์ ไม่สามารถพึ่งตระกูลคงมีเพียงข้าที่ต้องตัดสินเจ้าด้วยตัวเอง...เจ้าที่เป็นลูกหลานของตระกูลเย่กลับถูกเส่วอู๋เหินซื้อตัวไปรวมหัวกับคนนอกคิดลักพาตัวน้องสาวข้าเย่ชิงอวี่โดยเฉพาะอย่างยิ่งแอบอ้างชื่อเสียงของตระกูลสร้างคำสั่งเท็จบีบบับคับน้องสาวของข้าจนต้องฆ่าตัวตายด้วยความผิดทั้งหมดที่กล่าวมาข้าขอตัดสินเจ้าให้ถูกประหารชีวิตโดยทันที”
เย่ชิงหานไม่สนใจต่อเสียงของผู้คนที่วิพากษ์วิจารณ์อยู่โดยรอบไม่สนใจต่อสายตาดูถูกของเย่ชิงขวงยังคงพูดต่อไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่ไม่ดังมากนักสวนเมามายเดิมทีที่คึกคักไปด้วยเสียงพูดคุยกลับเงียบลงโดยฉับพลันกลายเป็นบรรยากาศที่แปลกประหลาดขึ้นมา
“รวมร่างสัตว์อสูร!”
เงาร่างที่คุ้นเคยค่อยๆ ปรากฏขึ้นมาบริเวณหน้าอกของเย่ชิงหานแล้วก็หายกลับเข้าไปภายในร่างดังเดิมเห็นรูปรอยสักสีดำที่ดูลึกลับบนหน้าผากของเย่ชิงหาน สายตาที่เย็นยะเยือกและรังสีฆ่าฟันที่แผ่ออกมาจากเงาร่างผอมเล็กของเขาทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างรู้สึกเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ลักษณะท่าทางเช่นนี้มันไม่เหมือนกับการต่อสู้ตัดสินของลูกหลานโดยทั่วไปดูแล้วคล้ายกลับจะเข่นฆ่ากันจริงๆ บางคนก็สะกดกลั้นลมหายใจอย่างตื่นเต้นบางคนก็เริ่มถอยห่างออกไป บ้างก็นำสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ณตรงนี้ไปรายงานให้ผู้ใหญ่ในบ้านของตนได้รับทราบ
“ทุกคนคงเห็นแล้วเป็นเย่ชิงหานที่รนหาที่ตายเอง!”
“รวมร่างสัตว์อสูร!”
เย่ชิงขวงหัวเราะออกมาอย่างเย็นชาสัตว์อสูรคุณภาพระดับเจ็ดหมีคลั่งเพิ่มพลังให้เขาอย่างน่ากลัวจากเดิมที่พลังฝีมืออยู่แค่ระดับแรกขอบเขตเยี่ยมยุทธ์ตอนนี้ระดับพลังเลื่อนขึ้นอย่างน่ากลัวจนถึงระดับขั้นสูงสุดของขอบเขตเยี่ยมยุทธ์เขามองดูเย่ชิงหานที่ค่อยๆ เดินตรงเข้ามาหาอย่างดูถูกเหยียดหยามคิดภายในใจว่าถือโอกาสนี้กำจัดไอ้เด็กที่โอหังอวดดียิ่งกว่าตนเองนี้เลยดีไหม
เย่ชิงหานคำนวณระยะห่างระหว่างตนเองและเย่ชิงขวงอยู่ภายในใจจากนั้นเดินตรงเข้าไปอีกห้าก้าวทันใดนั้นดวงตาของเขาเปล่งประกายแสงสว่างโชติช่วงที่ทำให้แสบตาขึ้นสองสาย แสงจากนัยน์ตาของเขาพุ่งตรงเข้าไปยังภายในดวงตาของเย่ชิงขวงจากนั้นเขาพุ่งทะยานออกไปอย่างแผ่วเบาราวกับผีเสื้อที่โบยบินไปหยุดอยู่ตรงหน้าของเย่ชิงขวงทันใดนั้นที่มือขวาพลันปรากฏกริชสีดำขึ้นเขาแทงมันเข้าไปยังบริเวณท้องน้อยของเย่ชิงขวงอย่างแรงภายในท้องน้อยคือจุดที่อยู่ของตันเถียน หากตันเถียนถูกทำลาย วรยุทธ์ก็จะสูญสิ้นไปทั้งหมด