“ พวกแกเตรียมสิ่งนั้นเอาไว้แล้วหรือยัง ”
นายน้อยเทียนอวี้หันไปสอบถามข้ารับใช้ที่ยืนอยู่ใกล้สุด หากเดินออกจากตรอกแห่งนี้ไปไม่กี่ร้อยก้าวจะถึงตระกูลม่อ มันจึงอยากรู้ว่าข้ารับใช้นำของสิ่งนั้นมาแล้วหรือยัง
“ นายน้อย พวกข้าเตรียมมาแล้ว เพียงแค่นายน้อยสั่งข้าจะให้คนนำไปเทราดจนทั่ว ”
“ นำมันไปราดเสีย ข้าไม่อยากเห็นตระกูลม่ออีกต่อไปแล้ว ”
“ จะทำเช่นไรกับคนที่อยู่ข้างใน ”
“ ไม่ต้องไปสนใจ ถ้าพวกแกอยากถูกจับได้ก็ให้ไปก่อกวนพวกมัน ”
“ ข้าทราบแล้วนายน้อย พวกข้าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับคนในตระกูลม่อ ”
ชายร่างสูงราว 30 คนยกถังใบใหญ่ขึ้นสะพายบ่าแล้วใช้วรยุทธ์ท่าทางวิ่งออกจากตรอกไปอย่างรวดเร็ว
การเข้าไปด้านหน้าตระกูลม่ออาจจะทำให้เกิดความวุ่นวายได้เพราะมีคนคุ้มกันเฝ้าประตูทางเข้าเอาไว้คนหนึ่ง พวกมันจึงแยกกันออกเป็นสองกลุ่มวิ่งไปด้านข้างตระกูลม่อแล้วกระโจนข้ามไป
คนจากตรอกซิ่นฮวาได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งต่างลืมตาขึ้นมาดูว่าเป็นผู้ใด เมื่อเห็นคนสวมใส่ชุดสีดำกำลังปีนป่ายเข้าไปในตระกูลม่อแต่ละคนต่างก็เงียบเสียง พวกเขารู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากตนเองส่งเสียงจึงทำเป็นมองไม่เห็น
“ ราดน้ำมันให้ทั่ว ”
“ ไม่หมดไม่ต้องกลับ รีบเร่งมือ ”
น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาเบาเป็นอย่างมากเพราะกลัวว่าผู้ที่อยู่ภายในบ้านจะได้ยินเสียง พวกมันอยู่ไกลจากเรือนที่มีผู้คนอาศัยจึงยังไม่มีใครพบตัว การเทน้ำมันในครั้งนี้จะเริ่มเทตั้งแต่ด้านนอกไปจนถึงส่วนที่มีผู้คนอาศัยอยู่
“ ทำไมข้าได้กลิ่นน้ำมัน ”
ลุงหานลืมตาเล็กน้อยพลางใช้มือแตะจมูก ลมที่พัดมาจากด้านหลังตระกูลมีกลิ่นน้ำมันผสมมาด้วย เขาจึงพยายามเช็ดจมูกแล้วสูดดมกลิ่นใหม่อีกครั้งจนมั่นใจว่าตนเองได้กลิ่นไม่ผิดเพี้ยน พ่อบ้านหวางที่ยังไม่ได้เข้านอนเพราะรอคุณหนูได้กลิ่นเช่นเดียวกัน
“ พ่อบ้านหวาง ท่านได้กลิ่นน้ำมันเช่นเดียวกับข้าหรือไม่ ”
“ นึกว่าข้าเป็นผู้เดียวที่ได้กลิ่น ข้าขอไปดูสักหน่อยก็แล้วกัน ”
“ ถ้ามีสิ่งใดเกิดขึ้นให้รีบร้องตะโกนเรียกข้าล่ะ ”
พ่อบ้านหวางเดินตามหากลิ่นน้ำมัน ยิ่งออกห่างจากจุดที่จุดตะเกียงเขาก็ได้กลิ่นชัดยิ่งขึ้น ทันใดนั้นพ่อบ้านหวางก็เริ่มได้ยินเสียงคุยกันจึงลอบแอบฟัง บทสนทนาที่เอ่ยออกมานั้นเป็นคำสั่ง ทุกคำที่พูดล้วนแล้วดูเร่งรีบเขาจึงรู้ได้ว่าตอนนี้ในตระกูลม่อไม่ได้มีเพียงพวกเขา 4 คน
มีดที่พกไว้ข้างเอวชักออกมาถือในมือแล้วค่อยๆลอบเข้าไปใกล้ๆจุดที่ได้ยินเสียง ท่ามกลางพระจันทร์ส่องกระทบนำทาง ทำให้เขาเห็นเจ้าของเสียงเป็นกลุ่มคนสวมชุดดำกำลังเทสิ่งที่อยู่ภายในถังไม้ราดไปรอบๆ
พ่อบ้านหวางรู้ว่ากำลังจะมีการวางเพลิงเกิดขึ้น เขาไม่แม้แต่จะส่งเสียงออกมาเพราะกลัวว่าถ้าตนเองส่งเสียงร้อง มันอาจจะทำให้คนเหล่านี้เผาตระกูลม่อเร็วยิ่งขึ้นจึงพยายามตั้งสติแล้วกลับมาหาลุงหาน
“ ลุงหานแย่แล้ว มีคนกำลังจะวางเพลิง พวกมันเทน้ำมันราดเรือนด้านหลังและด้านข้างไปทั่วแล้ว เราจะทำเช่นไรดี ”
ลุงหานหันมองพ่อบ้านหวางที่รีบเข้ามาแจ้งข่าว เขาตกใจเป็นอย่างมากกับเรื่องที่ได้ยิน
“ พ่อบ้านหวางไปบอกแม่นมหลิงให้ไปที่ว่าการ พวกมันจะต้องจุดไฟเผาแน่ เช่นนี้แล้วเราน่าจะควบคุมเพลิงได้เร็ว ส่วนข้าจะไปลอบโจมตีพวกมัน อย่างน้อยต้องจับพวกมันให้ได้เพื่อส่งที่ว่าการหาผู้สั่งให้ลงมือ ”
“ ข้าจะรีบไปสมทบหลังจากปลุกแม่นมหลิง ”
พ่อบ้านหวางรีบวิ่งไปยังเรือนของแม่นมหลิง แสงจากตะเกียงที่ส่องออกมาจากห้องทำให้รู้ว่านางยังไม่นอน
“ แม่นมหลิง ท่านยังไม่นอนใช่หรือไม่ ออกมาคุยกับข้าหน่อย เรามีเรื่องเร่งด่วนให้ท่านทำ ”
“ มีสิ่งใดหรือพ่อบ้านหวาง ” แม่นมหลิงเปิดประตูออกมาพบพ่อบ้านหวาง บนสีหน้าของพ่อบ้านในตอนนี้เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อราวกับว่าเจอเรื่องกังวล
“ มีคนกำลังจะวางเพลิงตระกูลม่อ ท่านช่วยไปที่ว่าการแล้วขอให้คนจากที่นั่นมาช่วยดับไฟที ”
“ จริงหรือ! ” แม่นมหลิงแสดงท่าทางตกใจออกมา
“ จริง อีกไม่นานพวกมันคงจะวางเพลิงที่นี่ มันน่าจะเป็นช่วงเดียวกันกับที่ท่านไปถึงที่ว่าการ หากท่านเร็วมากพอทหารน่าจะมาช่วยดับไฟได้ทัน ”
แม่นมหลิงวิ่งเข้าไปหยิบเสื้อคลุมพร้อมกับหยิบตราสาวใช้ประจำตระกูลม่อ จากนั้นจึงวิ่งออกไปทางประตูหน้า ถึงแม้เธอจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับตัวอ่อน ด้วยพลังระดับนี้สามารถไปถึงที่ว่าการได้ในเวลาเพียง 1 ก้านธูป
“ ลุงหาน พวกมันไปถึงไหนแล้ว ” พ่อบ้านหวางกระซิบถามลุงหานที่กำลังยืนหลบอยู่ภายในเงา หลังจากเขาตามแม่นมหลิงให้ไปที่ว่าการ
“ เหลือแค่ตัวเรือนของคุณหนูและเรือนของพวกเราที่ย้ายไปอยู่ใกล้ๆ ท่านปลุกยี่ยี่หรือยัง ”
“ ข้ายังไม่ปลุก กลัวว่านางจะทำให้แตกตื่น ”
“ ข้าก็คิดเช่นนั้น ”
“ ท่านจะลงมือแล้วหรือยัง ”
“ ข้าตรวจสอบระดับของพวกมันแล้ว ส่วนมากเป็นระดับปราณไหลเวียนเทียบเท่าพวกเรา แต่ก็มีปราณก่อกำเนิดลมปราณอยู่บ้าง ข้าจะเข้าไปจัดการพวกที่เป็นระดับปราณไหลเวียน ส่วนท่านฆ่าพวกที่เป็นก่อกำเนิดลมปราณ ”
“ ท่านจะรับมือพวกมันไหวหรือ ” พ่อบ้านหวางไม่คิดว่าลุงหานจะแข็งแกร่งพอจะรับมือกับระดับปราณไหลเวียนนับสิบพร้อมกันได้
“ ข้าไม่คิดจะฆ่าระดับปราณไหลเวียน ข้าแค่ต้องการยื้อเวลาให้เจ้าฆ่าระดับก่อกำเนิดลมปราณเพียงเท่านั้น อย่างน้อยถ้าเราฆ่าพวกมันก็มีหลักฐานให้คนจากทางการ ”
“ ถ้าเช่นนั้นข้าพร้อมแล้ว ”
พ่อบ้านหวางเปลี่ยนไปถือดาบ ลุงหานก็เช่นเดียวกัน จากนั้นพวกเขาก็แบ่งหน้าที่จนรู้ว่าตนเองจะต้องบุกไปตำแหน่งใด
“ ทางนั้นเสร็จหรือยัง ”
ชายสวมชุดดำวิ่งมารวมตัวกัน น้ำมันภายในถังเหลือน้อยนิดไม่พอจะราดเรือนส่วนที่เหลือได้หมด
“ เราราดน้ำมันทั่วแล้ว เหลือแค่เรือนหลักที่มีคนอาศัยอยู่ ”
“ ดี เข้าไปราดน้ำมันเลย หากพวกมันตื่นก็ให้จัดการ อย่าลืมว่าต้องราดให้ได้มากที่สุด ”
ชายชุดดำแยกย้ายกันเข้าปิดล้อมเรือนที่คาดว่าน่าจะเป็นของคุณหนูม่อเสวี่ยหรงและเรือนของข้ารับใช้ แม้จะรู้สึกแปลกใจที่ไฟจากตะเกียงภายในเรือนยังไม่มอดดับ พวกมันกลับต้องรีบราดน้ำมันให้ทั่ว
ทว่ากลับมีเงาสายหนึ่งพุ่งเข้าหาหนึ่งในชายสวมชุดดำจนมันทิ้งถังน้ำแล้วร้องตะโกนออกมาด้วยความเจ็บปวด บริเวณหัวไหล่ของมันถูกฟันจนเลือดไหล มันจึงทิ้งถังไม้เปลี่ยนไปถือดาบพร้อมกับกระโจนทิ้งระยะห่าง
ลุงหานที่เข้าโจมตีชายคนแรกพบว่าดาบของตนเองฟันพลาด ศัตรูสัมผัสได้ถึงตัวตนของเขาก่อนจนสามารถเบี่ยงตัวหลบดาบที่ควรจะตัดคอไปได้ เขากลับไม่คิดสิ่งใดมากวิ่งไล่ฟันคนที่เหลือ ใครก็ตามที่ถือถังน้ำมันล้วนแล้วตกเป็นเป้าหมายของเขาทั้งหมด
การที่ชายชุดดำถือถังน้ำมันนับว่าเป็นจุดอ่อนที่ร้ายแรงเพราะในมือของมันไม่ได้ถืออาวุธ
พ่อบ้านหวางได้ยินเสียงปะทะจากฝั่งของลุงหานเขาจึงรีบกระโจนเข้าไปตัดคอของระดับก่อกำเนิดลมปราณจนมันทิ้งร่างลงไปนอนบนพื้นดิน
เมื่อเหล่าชายชุดดำรู้ว่าภายในตระกูลม่อมีระดับปราณไหลเวียน พวกมันจึงรีบร้องตะโกนให้รีบถอย การต่อสู้กับระดับปราณไหลเวียนใช้เวลาไม่น้อย หน้าที่ของพวกมันคือการเทน้ำมันราดตระกูลม่อ แม้จะเหลือเรือนคุณหนูตระกูลม่อ พวกมันกลับไม่คิดจะเข้าไปราดตรงๆอีกต่อไป
“ โยนถังไม้ไปที่เรือนพวกนั้นแล้วรีบตามข้ามา! ”
ชายชุดดำให้สัญญาณ แต่ละคนหยิบถังไม้แล้วขว้างปาเข้าไปกระแทกเรือนของคุณหนูม่อเสวี่ยหรง ถังไม้บางถังแตกออกหลังจากกระแทกกำแพงอย่างรุนแรง ทำให้น้ำมันกระจายไปรอบๆจุดที่มันตกกระแทก
ลุงหานเห็นท่าไม่ดีรีบกวัดแกว่งดาบให้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพียงแต่ว่าชายชุดดำไม่คิดจะรับมือกับเขาเลย พวกมันทิ้งถังน้ำมันแล้วรีบวิ่งไปทางด้านหลังตระกูลจนเขาต้องวิ่งตามไปกลัวว่าพวกมันจะจุดไฟเผาที่ใดสักแห่ง
“ พ่อบ้านหวาง ข้าจะไล่ตามพวกมันไป ”
“ ข้าจะรีบตามท่านไปในภายหลัง ”
พ่อบ้านหวางรีบเร่งมือ ระดับก่อกำเนิดลมปราณเหลืออีกเพียง 2 คนเท่านั้น หากสามารถฆ่าพวกมันได้ทั้งหมดเขาจะรีบตามไปช่วยลุงหาน
เพียงแต่ว่าพวกมันทั้ง 2 แยกย้ายกันวิ่งหนีจึงทำให้ต้องเสียเวลาตาม การฆ่าพวกมันเป็นเรื่องง่ายดายมาก หากไม่ต้องวิ่งตามเขาคงฆ่ามันได้ในพริบตา
“ ยี่ยี่ รีบตื่นเร็วเข้า มีคนจะเข้ามาจุดไฟเผา เจ้ารีบตื่นเร็วเข้า! ”
พ่อบ้านหวางส่งเสียงปลุกยี่ยี่จากนั้นจึงรีบวิ่งตามลุงหานไป หากพวกเขาร่วมมือกันอาจจะจัดการชายชุดดำลงได้.