ขณะเดียวกันกับที่เย่ฉีกับลังสู้กับตราประทับปีกดำนั้นที่หุบเขาหมอกฟ้าเหล่าผู้นำโลกก็กำลังพูดคุยกันด้วยสีหน้าแปลกๆสำหรับพวกราชันย์เหมยและผู้ปกครองโลกระดับกลางไปจนถึงล่างนั้นไม่ได้ดูกังวลมากเท่าไหร่ทั้งยังพูดคุยกันอย่างออกรสนอกจากเรื่องของพระราชวังชนเผ่าโบราณแล้วพวกเขายังเตรียมตัวเรื่องแดนศักดิ์สิทธิ์มาอย่างดีในครั้งนี้ต่างคนต่างคาดหวังกันไม่น้อยจริงๆ
อย่างไรก็ตามตามแล้วเหล่าราชันย์ผู้ปกครองโลกระดับสูงนั้นล้วนพากันนิ่งเงียบหากไม่ใช่มีราชันย์กระบี่จิวยี่ที่พูดคุยกับท่านหญิงจวินเซียงไม่หยุดบรรยากาศที่ชั้นบนคงจะน่าอึดอัดยิ่งกว่านี้นอกจากจวินเซียงแล้วราชันยืเหล่านี้มั่นใจกว่าเก้าส่วนว่าเด็กน้อยคนนั้นก็คือราชันย์มังกรเย่ฉีจริงๆดังนั้นการที่เขากระโดดเข้าไปในแดนศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้มีหรือที่เหล่าลูกหลานของพวกเขาจะมีชีวิตที่ดีได้?
กล่าวอย่างไม่เกินจริงว่าตั้งแต่เริ่มต้นการแข่งขันนั้นไม่ใช่มีแค่ชายชราจากตระกูลโอหยางเท่านั้นแต่กระทั่งจักรพรรดิสวรรค์และราชันย์อสูรไป๋ตี้ก็ยังลอบภาวนาอยู่ในใจไม่ให้คนของเขาไปยั่วยุเย่ฉีการแข่งขันในแดนศักดิ์สิทธิ์ครั้งนี้พวกเขาคิดว่าขอเพียงคนยังมีชีวิตอยู่ก็มากเกินพอแล้วนิสัยของอัจฉริยะเหล่านั้นเป็นเช่นไรพวกเขาจะไม่รู้เชียวหรือ?
กลับมาที่แดนศักดิ์สิทธิ์ใจกลางหุบเขาเสียงการต่อสู้ดังสนั่นทั้งวงคลื่นที่เกิดจากการปะทะทั้งการโจมตีที่เล็ดรอดออกมายามนี้ถึงกับทำให้ป่าบริเวณนั้นพังทลายไปหมดแล้วนอกจากเทือกเขาใหญ่ที่กั้นเป็นกำแพงรอบนอกนั้นใจกลางหุบเขาในตอนนี้แทบจะกลายเป็นพื้นที่โล่งเตียนแล้ว
ตั้งแต่เย่ฉีเริ่มลงมือก็ผ่านมาแล้วสามชั่วยามการต่อสู้ระหว่างเขากับตราประทับปีกดำยิ่งรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆสุกท้ายนี้เพราะการเคลื่อนไหวที่รุนแรงเกินไปก็ได้ดึงดูดรุ่นเยาว์มากมายมายังหุบเขาแห่งนี้แน่นอนว่าเพราะความรุนแรงจากการต่อสู้ทำให้แม้แต่ระดับผู้นำทัพก็ยังได้แต่ยืนมองอยู่บนสันเขารอบนอกไม่กล้าเข้าไปในหุบเขา
ตูมตูม ตูม
เสียงระเบิดดังต่อเนื่องแม้คนภายนอกที่อยู่บนสันเขาจะมองไม่เห็นแต่ก็ยังสัมผัสความรุนแรงที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจนพวกเขาไม่อาจินตนาการได้จริงๆว่ากลางหุบเขากำลังเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ถึงอย่างไรคลื่นพลังที่สัมผัสได้ก็เกินกว่าบรรพชนโบราณสามประตูไปแล้วต่อให้เป็นเย่ฉีที่เล่นงานพวกเขาจนเละเทะก็ไม่มีใครคิดว่าเขาจะแข็งแกร่งถึงระดับนั้น
กลับมาที่กลางหุบเขาหลังจากปะทะกันครั้งล่าสุดเย่ฉีก็ถูกตราประทับปีกดับซัดจนกระเด็นถอยกลับมาแม้แววตาของเขาจะยังสงบแต่สีหน้ากับร่างกายนั้นตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงที่ผ่านมาสามชั่วยามเย่ฉีแทบจะลงมือเต็มกำลังตลอดเวลาดาราทั้งสามผัดเปลี่ยนกันผสานเข้ากับร่างกายของเขาอย่างต่อเนื่องจนแม้แต่กายเนื้อสมบูรณ์ก็ยังแทบจะแบกรับไม่ไหว
“หากเป็นผู้ฝึกตนระดับห้าประตูโบราณทั่วไปคงถูกข้าสังหารไปนานแล้วเจ้าปีกดำนี่ถือกำเนิดขึ้นมาอย่างไร้เหตุผลจริงๆ”
เย่ฉีกล่าวออกมาขณะมองตราประทับปีกดำที่บินซวนเซอยู่ด้านหน้าปีกของมันหักไปแล้วเกือบครึ่ง ตรงส่วนตราประทับสีทองก็แตกร้าวไม่น้อยสภาพของทั้งสองฝ่ายนั้นสูสีกันจริงๆวัดจากระดับกลิ่นอายที่ทั้งสองแผ่ออกมาตอนนี้คงเหลือพลังไม่ถึงสามส่วนแล้ว
ดาราที่ผสานสายฟ้าของแย่ฉีค่อยๆหลุดออกมาจากร่างก่อนที่ดาราอีกลูกหนึ่งซึ่งบรรจุน้ำค้างแกนโลกไว้จะค่อยๆผสานเข้าไปเพื่อฟื้นฟูร่างกายของเขาบอกตามตรงว่านี่คือการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดของเย่ฉีแล้วต่อให้เขาจะใช้ค่ายกลเวทย์กดพลังของตราประทับปีกดำลงมาครึ่งหนึ่งแค่หากไม่มีพลังฟื้นฟูของน้ำค้างแกนโลกเขาคงทนไม่ได้นานขนาดนี้
เสียงกรีดร้องของคราประทับปีกดำดังขึ้นอย่างเกรี้ยวกราดทุกครั้งที่เย่ฉีทำเช่นนี้ก็ทำให้มันรู้สึกว่าอีกฝ่ายกำลังโกงอยู่หากไม่ใช่เพราะอาการบาดเจ็บที่ฟื้นฟูอยู่ตลอดไหนเลยมนุษย์ตัวจ้อยตรงหน้าจะสามารถท้าทายมันได้?ยังมีค่ายกลเวทย์เฮงซวยนั่นอีกเพราะความแข็งแกร่งที่มันมีและอยู่บนจุดสุดยอดของแดนศักดิ์สิทธิ์มาตลอดทำให้มันประมาทมากเกินไปจริงๆ
เย่ฉียิ้มเย็นไม่สนใจเสียงกรีดร้องของเจ้าปีกดำหลังฟื้นฟูร่างกายครู่หนึ่งดาราที่ผสานมรดกมังกรก็จมลงสู่กลางหลังของเขาอีกครั้งบอกตามตรงว่าตอนนี้ด้วยสภาพของเขาแม้จะยังดูดีเพราะผลของน้ำค้างแกนโลกแต่ที่จริงก็เลยขีดจำกัดมานานแล้วสำหรับทัณฑ์สายฟ้านั้นไม่ต้องพูดถึงเลยเอาแค่มรดกมังกรนี่หากไม่ใช่สายเลือดดั้งเดิมของเขาก็คงแบกรับไม่ไหวแล้วเหมือนกันดังนั้นนี่จึงเป็นการผสานดาราครั้งสุดท้ายที่เย่ฉีสามารถทำได้แล้ว
“เอาล่ะมาเริ่มยกสุดท้ายกันเถอะเจ้าปีกดำ!”
ดาบโบราณในมือของเย่ฉียกขึ้นชี้ไปด้วยศัตรูแม้ว่าใบดาบจะแตกร้าวหลายจุดต่างกับสภาพสมบูรณ์แต่กลิ่นอายและเจตจำนงค์ดาบยังคงคริบกริบไม่เปลี่ยนแปลงแสงสีขาวจางๆที่เคลือบใบดาบเอาไว้เต้นเร้าดุจเปลวเพลิงตามห้วงอารมณ์ของเย่ฉี
พรึ่บ!
ดาบโบราณในมือเย่ฉีสบัดออกไปครั้งหนึ่งก่อนจะเกิดเป็นเสียงคำรามของสัตว์ร้ายดังกึกก้องคมเขี้ยวมังกรครามของเย่ฉีแม้จะยังเทียบกับชีวิตก่อนหน้านี้ไม่ได้แต่ก็ยังทรงพลังหาใดเปรียบในระดับบรรพชนโบราณหากไม่รับตราประทับปีกดำก็คงมีแต่ระดับหกประตูขึ้นไปที่สามารถรับไหว
คมเขี้ยวสีครามพุ่งออกไปรวดเร็วดุจแผงศรอย่างไรก็ตามตราประทับปีกดำไม่ได้เกรงกลัวเลยแม้แต่น้อยในการต่อสู้นี้นี้แม้กระบวนดาบของเย่ฉีจะทรงพลังแต่มันก็รับมาแล้วหลายครั้งเจ้าปีกดำกลายเป็นเงาสายหนึ่งพุ่งเข้าปะทะโดยตรงเสียงระเบิดดังลั่นพริบตาเดียวไอดาบก็สลายไปพร้อมกับทำได้เพียงแค่ให้เจ้าปีกดำซวนเซไปเล็กน้อย
เย่ฉีเองก็ไม่ได้รออยู่เฉยๆร่างของเขาที่ห่อหุ้มไปด้วยเกล็ดมังกรฉวยโอกาศนี้พุ่งเข้าปะทะฟันดาบออกไปกระแทกกับตราประทับโดยตรงแม้ว่าจะทำลายมันไม่ได้แต่การสั่งสมไปเช่นนี้ก็เหมือนน้ำกะเทาะหินที่ทีละน้อยดูจากรอยแตกร้าวบนตัวเจ้าปีกดำแล้วเย่ฉีก็รู้ว่ามันทนได้อีกไม่นานแน่
ตอนนี้ผลลัพธ์ของการต่อสู้จะเป็นเช่นไรก็ขึ้นอยู่กับว่าเขาหรือเจ้าปีกดำที่ทนได้นานกว่ากัน!
ปังปัง ปัง
คมดาบปะทะกับตราประทับอย่างต่อเนื่องการโมตีของเจ้าปีกดำนั้นมีหลายรูปแบบทั้งการโมตีโดยตรงและการโจมตีด้วยไอปราณสีดำที่รุนแรงอย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้มันคือตัวปัญหาก้คือความเร็วของมันแม้ว่าเย่ฉีจะมีจิตสัมผัสยอดเยี่ยมแต่บางครั้งก็ไม่สามารถตอบสนองการเคลื่อนไหวของเจ้าปีกดำได้ทัน
ปราณดาบกระแทกเข้าที่ปีกสีดำข้างหนึ่งทำให้เกิดช่องว่างขึ้นมาเย่ฉีอาศัยจังหวะนี้หมุนตัวไปด้านข้างพร้อมกับแทงปลายดาบตวัดขึ้นหมายจะตัดปีกข้างหนึ่งของมันอย่างไรก็ตามกับดักนี้เจ้าปีกดำจงใจหลอกล่อเขาก่อนจะสวนกับด้วยความเร็วพุ่งชนเข้าที่ไหล่ซ้ายของเขาจนบาดเจ็บแน่นอนว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเรื่องเช่นนี้แต่เย่ฉีไม่สามารถปล่อยโอกาศใดๆก็ตามที่เกิดขึ้นผ่านไปได้แม้สุดท้ายจะเป็นกับดักเขาต้องเต็มใจที่จะกระโดดเข้าไปเพื่อคว้าทุกโอกาสที่จะเอาชนะ
“สติปัญญาของเจ้านี่สูงมากตราประทับพวกนี้ถูกสร้างขึ้นมาอย่างไรกันแน่”
มองดูเจ้าตัวปัญหาเย่ฉีก็แต่กัดฟันทนหาโอกาสครั้งต่อไปตอนนี้แรงกดดันที่แบกรับยิ่งมายิ่งมากขึ้นเรื่อยๆทั้งเรี่ยวแรงทั้งเวลาที่เหลือน้อยเต็มทีทำให้เขาต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนหลังจากนี้ไม่มีโอกาสให้พลาดอีกต่อไปแล้วเหลือบมองแขนซ้ายที่ห้อยต่องแต่งไร้เรี่ยวแรงพร้อมกับเห็นเจ้าปีกดำลอยวนไปมาแสดงท่าทีเยาะเย้ยก็ทำให้เย่ฉีแค่นเสียงเย็นออกมา
การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งคมดาบปะทะกับตราประทับอย่างต่อเนื่อง คล้ายกับสถานการณ์เดิมจะวนกลับมาอีกครั้งเจ้าปีกดำสูญเสียการทรงตัวและเย่ฉีก็พุ่งเข้าคว้าโอกาสโจมตีอย่างไรก็ตามครั้งนี้เป็นโอกาสสุดท้ายที่เย่ฉีจะพลาดไม่ได้อีกแล้วเขาไม่เหลือแรงจะผสานดาราน้ำค้างแกนโลกได้แล้วดังนั้นหากบาดเจ็บอีกก็เตรียมพ่ายแพ้ได้เลย
ปัง!
ดาบโบราณฟันเข้าที่กลางตราประทับอย่างจังแน่นอนว่าทุกครั้งที่เจ้าปีกดำวางเหยื่อล่อเช่นนี้ย่อมได้รับความเสียหายไม่น้อยเพียงแต่ว่าด้วยความแข็งแกร่งดั้งเดิมของมันที่อยู่ระดับเก้าประตูมันย่อมมั่นใจว่าจะทนได้นานกว่าเย่ฉีทว่าในครั้งนี้จังหวะที่เจ้าปีกดำอาศัยระยะห่างจากแรงปะทะเตรียมจะพุ่งชนเย่ฉีนั้นคมดาบที่ส่องแสงสีขาวกลับฟาดลงมาอีกครั้งจนทำให้มันสับสน
ปังปัง ปัง
เสียงฟาดฟันดังระรัวต่อเนื่องไม่มีหยุดเจ้าปีกดำที่กำลังสับสนก็ถูกพายุดาบของเย่ฉีไล่ล่าสกัดกั้นทุกทิศทางตอนนี้คือเวลาที่ทุกอย่างสุกงอมแล้วแผนการของเจ้าปีกดำถูกมองออกและเย่ฉีก็จงใจไหลตามน้ำเพื่อให้มันประมาทรอจนถึงช่วงสุดท้ายที่หลังชนกำแพงไม่ว่าจะเป็นเย่ฉีหรือตราประทับปีกดำก็ล้วนอยู่ในสภาพอ่อนแอทั้งคู่
ใครจะทนได้นานกว่ากัน...ประโยคนี้ที่เย่ฉีเคยกล่าวก็หมายถึงตอนนี้นี่แหละเขาจะโจมตีต่อเนื่องด้วยแรงทั้งหมดที่เหลือจนกว่าจะยกดาบไม่ไหวระหว่างเขากับเจ้าปีกดำใครที่หมดสภาพก่อนก็คือฝ่ายแพ้
ปังปัง ปัง
ดาบโบราณฟาดฟันต่อเนื่องสายโลหิตที่เกิดจากง่ามมือฉีกขาดพลันสาดซัดรอบด้านเป็นสายทั้งตอนนี้ใช้แรงเกินกำกล้ามเนื้อถึงขีดจำกัดภายใต้เกล็ดมังกรก็มีบาดแผลและสายโลหิตไหลซืมออกมาไม่หยุดผ่านไปร้อยกว่าดาบปีกของสีดำข้างหนึ่งก็ถูกดาบโบราณตัดขาดกระเด็นลงพื้น เสียงของเจ้าปีกดำกรีดร้องออกมาอย่างเกรี้ยวกราดแต่น่าเสียดายที่เย่ฉีไม่ปล่อยให้มันมีโอกาสตั้งตัว
จวบจนกระทั่งผ่านไปหนึ่งก้านธูปเสียงการต่อสู้ถึงได้หยุดลงร่างของเย่ฉีล้มลงนอนแผ่กับพื้นไร้เรี่ยวแรงเคลื่อนไหวเขานอนหอบหายใจอย่างหนักหน่วง เย่ฉีพยายามอย่างมากเพื่อเอียงศีรษะเล็กน้อยเหลือบตามองเสี่ยวไป๋ที่กำลังเดินเข้ามาหาเขาก่อนที่ริมฝีปากจะคลายออกเป็นร้อยยิ้ม
เขาชนะแล้ว...แม้ว่าเจ้าตราประทับปีกดำจะยังเหลือแรงดิ้นรนแต่ตอนนี้อาศัยเพียงปากเล็กๆของเสี่ยวไป๋ก็สามารถคาบมันกลับมาส่งให้กับเย่ฉีได้