ในขณะที่ขจรกำลังจะติดต่อกับ ขุนหลวงเจนภพ ท่านชายภาสกรก็เดินออกมาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก ขจรเลยรีบเข้าไปหาทัน
“ ท่านชายมีอะไรหรือเปล่าครับ”
“ กลับกันเถอะ ค่อยคุยกันในรถ”
ขจรขึ้นรถไปโดยที่ไม่สนใจวิญญาณขุนหลวงเจนภพอีกเลย
“ เกิดอะไรขึ้นครับ”
ท่านชายยื่นเอกสารที่ขจรเซ็นไปมอบอำนาจไปคืนกลับมาทั้งหมด
“ หือ มันกลับมาอยู่กับท่านชายได้ไงครับเนี่ย?”
“ พวกมันรู้จุดอ่อนของเสด็จอาหญิง ตอนนี้พวกมันมีโอกาสที่จะยึดโรงแรมคืนกลับไป อย่างน้อยก็สิบแห่ง เรายากที่จะแก้ไขเรื่องนี้แล้ว”
“ เกิดอะไรขึ้นครับ”
“ เสด็จอาอยากให้เธอตรวจ ดีเอ็นเอ พิสูจน์ว่า เธอเป็นลูกของ ชายรองหรือไม่”
“ โอ้ ไม่มีทางเป็นไปได้ พวกเขาก็รู้ว่าผมไม่ใช่ แล้วทำไมต้องยืนยันให้ตรวจด้วยครับ”
“ เพราะว่าพวกมันรู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้ ถึงยืนยันจะให้ เสด็จอาพูดเช่นนี้ออกมา ทำให้ไปจี้จุดอ่อนของเสด็จอาในเรื่องนี้”
“ จุดอ่อน?”
“ เฮ้อ.. เรื่องนี้เกิดขึ้นมา 20 กว่าปีแล้ว เจ้าพระยาอัครเดโชชัย หลังได้สมรสกับ เสด็จอาของฉันแล้ว หลายปี ทั้งคู่ก็หาได้มีทายาทด้วยกันไม่ จนกระทั่งวันหนึ่ง
เจ้าพระยาก็ได้รับ เด็กชายคนหนึ่งจากสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าเข้ามาเลี้ยงดูเป็นบุตรบุญธรรม เขาชื่อว่า นายเจนภพ จนกระทั่งนายเจนภพโตเป็นหนุ่ม แล้วก็ได้รับราชการจนมีตำแหน่งถึงขุนหลวงเจนภพ ก็มีเกิดเรื่องน่าอับอายขึ้นใน วังมโนรมย์แห่งนี้” ท่านชายภาสกรอยู่ดีๆ ก็หยุดเล่าให้ฟังไปซะอย่างนั้น จนขจรเริ่มคิดว่า จะถามดีหรือไม่ ท่านชายก็ถอนหายใจแล้วเอ่ยต่อว่า
“ ท่านเจ้าพระยาได้มีคำสั่งให้ ตกแต่งตึกเล็กที่อยู่ด้านข้างที่เป็นสีขาวแล้วทาสีใหม่ให้กลายเป็นสีชมพูทั้งภายนอกและภายใน ท่ามกลางความแปลกใจ ให้กับทุกๆ คนยิ่งนัก เสด็จอาหญิงของฉัน ถึงกับเอ่ยปากถามไปตรงๆ ท่านตอบไปว่า จะสร้างให้ขุนหลวงเจนภพ เอาไว้อยู่กับ คนรัก ทุกคนทีแรกก็เข้าใจว่า
ขุนหลวงจะแต่งงาน ก็เลยไม่มีใครสงสัยอะไร แต่พอตึกสีชมพูตกแต่งเสร็จ ท่านเจ้าพระยา กลับย้ายเข้าไปอยู่ที่ตึกสีชมพูนั้นเสียเองเรื่องนี้เสด็จอาหญิงทรงอับอายยิ่งนัก ถึงกับประกาศว่า จะหย่ากับ ท่านเจ้าพระยาเลยทีเดียว แต่ว่าเรื่องนี้เสด็จพ่อได้ยับยั้งเอาไว้ ไม่ให้ชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลของ ทั้งสองต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง นับตั้งแต่นั้นมา เสด็จอาหญิงก็ไม่พูด ไม่พบหน้ากับ ท่านเจ้าพระยาอัครเดโชชัยอีกเลย จนกระทั่งท่านถึงแก่อสัญกรรมไป งานศพของท่านเจ้าพระยา เสด็จอาก็ยังไม่ไปเลยแม้แต่วันเดียว”
“ ท่านหญิงก็เลยคิดว่า ผมกับท่านชาย จะเป็นแบบ เจ้าพระยาอัครเดโชชัยนั่นใช่ไหมครับ?”
“ ใช่ เรื่องนี้คงไปสะกิดหัวใจ ของเสด็จอา เลยประกาศออกมาแบบนี้ ตามปกติท่านจะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวเรื่องการบริหารของฉันมาก่อน แต่ครั้งนี้ เฮ้อ....”
“ แล้วขุนหลวงเจนภพ ไปไหนแล้วล่ะครับ”
“ หลังเสร็จงานพิธีศพ ขุนหลวงก็ผูกคอตายที่ ตึกสีชมพูหลังนั้น ขุนหลวงคงรักท่านเจ้าพระยามาก ซึ่งก็ทำให้เสด็จอายิ่งแค้นใจหนักขึ้นไปอีก สั่งห้ามใครเข้าไปในตึกสีชมพู อีกเป็นอันขาด ที่ฉันรู้ก็มีอยู่เท่านี้”
“ แล้วเราจะทำอย่างไรต่อดีครับ”
“ ก็คงได้แต่รอเวลา อีก สามปี สัญญาเช่าที่จะหมด ฉันจะขอพบกับ เสด็จอาอีกครั้ง เผื่อว่าท่านจะเปลี่ยนใจ”
ขจรได้แต่หวังว่าท่านชายจะเปลี่ยนใจ ท่านหญิงสำเร็จ
ขณะเดินทางกลับตำหนักริมน้ำ พี่ชายของเขาที่ชื่อจ๊อดก็โทรเข้ามา
“ จร มึงจำคุณหนูผักกาดได้หรือเปล่าวะ”
“ จำได้ซิ มีอะไรหรือเปล่า”
“ อืม กูเห็นคุณหนูมาทำงานที่ คลับไวท์เฮาส์ ที่ทองหล่อ กูเข้าไปกับเสี่ยเพ้ง แล้วเห็นเธอทำงาน เป็นเด็กเอ็นที่นั่น”
“ อะไรนะ”
“ ใช่ กูว่าใช่คุณหนูผักกาดแน่ ตอนนี้เธอเปลี่ยนชื่อเป็นเชอรี่ มึงมาดูเอาเองก็แล้วกัน กูต้องรีบไปกับเสี่ยแล้ว กูจะส่งพิกัดร้านไปให้นะ”
“ ครับ แล้วผมจะไปเดี๋ยวนี้”
ท่านชายภาสกรนั่งอยู่ด้วย ถึงกับมองด้วยความสงสัย
“ ผมต้องขอไปสถานที่หนึ่งก่อนนะครับ พอดีพบเพื่อนสมัยเด็ก ดูเธอต้องการความช่วยเหลือ”
“ ผู้หญิงละซิ”
“ ใช่ครับ”
“ ไปเถอะ จะให้คนขับรถไปส่งไหม?”
“ ไม่ดีกว่า มันคนละทางกัน ช่วยจอดป้านรถเมล์ข้างหน้า เดี๋ยวผมจะนั่งเท็กซี่ไปเองครับ”
พอท่านชายสั่งคนขับรถจอด ขจรก็รีบเรียกเท็กซี่ไปที่ทองหล่อทันที
ภาพวันวานของเขาก็ปรากฏขึ้นมาในหัว ในช่วงวัย 8 ขวบของเขานั้น เขามีเพื่อนไม่กี่คน นอกจากโยชิแล้ว คุณหนูผักกาด ก็เป็นเพื่อนที่เขายังจดจำไม่เคยลืม
เมื่อสิบกว่าปีก่อน ณ โรงเรียนราชเสนามนตรี ตอนพักกลางวัน ขจรวัย 8 ขวบ กำลังนั่งใต้ต้นไม้ แล้ว นำข้าวที่ห่อมาจากวัดมากิน
ในตอนนั้นมีเด็กชายสี่คน เข้ามากลั่นแกล้งสารพัด หยิบไข่ดาวที่มีอยู่ 1 ฟองเอาไปกินจนหมด ทำให้เด็กน้อยขจร ต้องกินข้าวเปล่า แต่เด็กเกเรก็ยังไม่หยุดแกล้ง ใช้มือปัดข้าวทิ้งไปตกลงไปที่พื้น
“ เด็กวัดอย่างมึง สะเออะมาเรียนโรงเรียนคนชั้นสูงแบบนี้ มึงไม่อายบ้างหรือไงวะ”
เด็กน้อยขจรไม่ตอบ แต่เดินหนีไปทันที
“ แม่งไม่อายหรอกพี่” เด็กคนหนึ่งเอ่ย
“ เฮ้ย มันไม่อาย แต่กูอายเว้ย” เด็กชายที่โตที่สุด เลยถีบเข้าไปที่หลังของขจร จนเขาต้องล้มหน้ำคว่ำไปกับพื้น ก่อนที่พวกมันจะเข้ามารุมกระทืบขจรวัยเด็ก ก็มีเด็กชายร่างอ้วนเข้ามาผลักพวกเด็กเกเรทั้งสี่ จนกระเด็นไป
“ พวกหมาหมู่ คิดรังแกเพื่อนกูหรือไงวะ” มันคือโยขิวัน 8 ขวบนั่นเอง
“ ไอ้อ้วน มึงเจ๋งหรือไงวะ” เด็กตัวใหญ่ พอตั้งหลักได้ ก็เข้ามารุมเจ้าอ้วนโยชิทันที
โยชิถูกอัดลงไปกองข้างๆ ขจร พวกมันทั้งสี่ยังไม่หยุดและกำลังจะเข้าไปอัดทั้งสองคนต่อ มีนักเรียนหลายคนเริ่มเข้ามาดู แต่ไม่มีใครกล้าเข้ามาช่วยเหลือ แต่แล้วก็มีเด็กสาวผมเปีย วัย 8 ปีเดินเข้ามาขวางเด็กโตทั้งสี่คนเอาไว้
“ หยุดเดี๋ยวนี้นะ”
“ คุณหนูผักกาด” ทุกคนรู้จักเด็กหญิงผมเปีย คนนี้กันทั้งโรงเรียน เพราะว่าแม่ของเธอคือ รองผอ.โรงเรียนแห่งนี้
“ ห้ามรังแกพวกเขาอีก ไม่อย่างนั้นฉันจะไปฟ้อง รองผอ.โรงเรียน”
เด็กเกเรทั้งสี่ ได้แต่มองหน้ากัน แล้วเดินหนีไป ไม่กล้าที่จะทำอะไร กลัวคุณหนูผักกาดจะไปฟ้องแม่ของเธอ
คุณหนูผักกาด หันมายิ้มหวานให้ ขจรกับ โยชิ
“ ไม่เป็นไรแล้ว”
“ ขอบคุณมากครับ”
“ ฮึ่ม หากคุณหนูผักกาดไม่มาขวางละก็ พวกมันเละเป็นโจ๊กแน่” เจ้าอ้วนโยชิ เอ่ยออกมาทั้งๆ ที่ขอบตาข้างขวาของมันเขียวปัด เลือดกำเดาที่จมูกไหลออกมาต้องเอาทิสชู่อุดเอาไว้ ส่วนขจรก็ตาบวมไปข้างหนึ่งเช่นกัน
นั่นคือจุดเริ่มต้นของมิตรภาพในวัยเด็กของพวกเขาทั้งสามคน
ขจรในปัจจุบันตอนนี้เขามายืนอยู่ที่สถานบันเทิงสุดหรู ที่มีชื่อเขียนบนป้ายไฟเต็มๆ ว่า ไวท์เฮ้าส์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ หรือเรียกสั้นๆ ในหมู่นักเที่ยวว่า คลับไวท์เฮาส์
ขจรเดินเข้าไปในคลับแห่งนี้ พบกับการ์ดที่ คอยตรวจตราคนเข้าไปอย่างละเอียด มีเด็กสาวแต่งตัวสวยๆ เดินเฉิดฉายกันไปมา หน้าตาล้วนสะสวยหุ่นดีกันทุกคน มีพนักงานต้อนรับเข้ามาทักขจร
“ สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่ามาคนเดียวหรือว่า นัดใครเอาไว้หรือเปล่าครับ”
“ ผมอยากพบกับเชอรี่ครับ”
“ มาหาน้องเชอรี่ ไม่ทราบโทร. มาจองเอาไว้หรือเปล่าคะ”
“ เปล่าครับ”
“ งั้น เชิญเข้าไปข้างในก่อน เดี๋ยวนัท จะไปตามให้นะคะ ไม่ทราบว่าจะนั่งที่โซนด้านหน้านี้ หรือ ห้องวีไอพีดีคะ”
ขจรมองด้านในของคลับ มีที่นั่งที่เป็นทั้งเคาน์เตอร์ ที่ติดเวที และ ที่นั่งแบบโชฟา ที่มีแสงค่อนข้างมืด มีเด็กสาวนั่งอยู่กับผู้ชาย แทบทุกโต๊ะ ด้านบนเวทีมีเด็กสาวหลายคนกำลังร้องเพลง มีผู้หญิงสาวสวยเต้นโชว์ บวกกับ เสียงเพลงที่ดังกระหึ่ม บรรยากาศเร่งเร้าจิตใจยิ่งนัก
“ ขอเป็นห้องส่วนตัวก็แล้วกัน”
พีอาร์สาวสวยพาขจรมายังห้องวีไอพีส่วนตัว แล้วเอ่ยถามเรื่องอาหารและเครื่องดื่ม
“ ผมขอผ้าเย็น กับ กาแฟร้อนๆ มาก่อน รอให้พบกับ เชอรี่แล้วค่อยสั่งอาหาร” ขจรควักเงินออกมาหนึ่งหมื่น ให้พีอาร์รีบไปตาม เชอรี่มาพบเขาเร็วๆ
“ ได้คะ เดี่ยวนัทจะรีบจัดการให้ทันทีเลยค่ะ”
น้องนัทรับทิปจาก ขจรมาหมื่นหนึ่งก็รีบมาตามหา เชอรี่ทันที
ไม่นานก็มีหญิงสาวสวยหุ่นดีวัย ประมาณ 20 ปี แต่งชุดแซกสีดำ แต่งหน้าทาปากสีแดง เดินยิ้มหวานเข้ามา แล้วมานั่งข้างขจร แล้วยกมือไหว้
“ สวัสดีค่ะเฮีย”
ขจรมองหน้าของหญิงสาวแล้วก็จำได้ทันที ว่าคือ คุณหนูผักกาด อย่างแน่นอน หัวใจของเขาหล่นวูบไปที่ตาตุ่ม มีคำพูดเป็นล้านคำ อยากจะพูดออกมา แต่ว่าไม่รู้จะเริ่มคำไหนดี
“ คุณหนูผักกาด” ขจรพูดออกมาได้แต่ชื่อของเธอ หญิงสาวตกใจ เขยิบออกห่างจากขจรทันที
“ เฮีย เรียกใครคะ?”
“ ทำไมคุณหนูถึงได้กลายเป็นแบบนี้?”
“ เฮีย จำคนผิดแล้ว ฉันชื่อเชอรี่” หญิงสาวปฏิเสธด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ขจรจับมือของเธอ แล้วบอกว่า
“ ผมขจรไง คุณหนูผักกาดจำผมได้ไหม”
“ เฮียอยากให้ฉันเป็นคุณหนูผักกาดของเฮียอย่างนั้นเหรอ?” คราวนี้น้ำเสียงของเชอรี่เริ่มเปลี่ยนไป แล้วเข้ามาใกล้ชิดขจร แล้วใช้นิ้วมาลูบไหล้ใบหน้าของขจรอีก
“ เกิดอะไรขึ้นกับคุณ?”
“ หนึ่งหมื่น แล้วคืนนี้ ฉันจะเป็นคุณหนูผักกาดให้เฮียเอง” เชอรี่จับมือของขจรล้วงเข้าไปในอกเสื้อของตนให้สัมผัสกับ นางอกที่เต่งตึงของเธอโดยไม่สะทกสท้าน
พร้อมกับจ้องตาขจร ไม่หลบสายตาอีก ขจรมองแววตาของเธอก็รู้ว่า เธอกำลังแกล้งหลอกตัวเองอยู่ ขจรค่อยๆ นำมือของตัวเองออกมาจากอกเสื้อของเธอ
แล้วนำการ์ดเงินสดออกมา วางบนโต๊ะ
“ นี่คือการ์ดเงินสดห้าล้านบาท หากคุณหนูผักกาดต้องการเงิน นี่คงพอช่วยเหลือได้ แต่อย่าลดคุณค่าของตัวเองแบบนี้ เอาไว้คุณหนูพร้อมจะเล่าเรื่องทุกอย่างให้ผมฟัง ก็ติดต่อผมมาได้ที่เบอร์นี้” ขจรวางนามบัตรที่ท่านชายสั่งทำให้เขาเอาไว้ บนโต๊ะ แล้วก็เดินจากห้องไปด้วยความเศร้าใจ ส่วนเชอรี่ก็น้ำตาไหลพรากออกมาอาบแก้ม แล้ว ก็เริ่มสะอึกสะอื้นที่ละนิด สุดท้ายอดกลั้นไม่ไหว จนต้องร้องไห้โฮออกมา
ขจรเดินออกมาหน้าคลับ ได้ยินเสียงเพลงคุ้นเคยดังมาเข้าหู
เพื่อนไม่เคย ไม่เคยทิ้งกัน ไม่ว่าความฝันนั้น จะไกลสักเท่าไหร่ จะหกล้มซมซานเมื่อใด เพื่อนจะปลอบใจ....