ภายในห้องรอยัล พรีเมียร์ สวีท (Royal Premier Suite) บนชั้นสูงสุดของโรงแรม นฤบดินทร์ แกรนด์ โฮเทล (Narubadin Grand Hotel) บรรยากาศรอบกายถูกโอบล้อมไปด้วยความเงียบสงัดและเย็นเยือกอย่างน่าอึดอัด แสงแดดสีส้มสลัวยามอัสดงของกรุงเทพมหานครส่องลอดผ่านผนังกระจกใสบานั์จากพื้นจรดเพดานเข้ามาทาบทับอยู่บนพื้นพรมขนสัตว์หนานุ่มสีเทาเข้ม ทอดเงาร่างสูงใหญ่ของผมให้ทอดยาวเหยียดลงบนพื้นห้องอันกว้างขวาง ท้องฟ้าด้านนอกเริ่มถูกปกคลุมด้วยกลุ่มเมฆฝนสีเทาทมิฬที่เคลื่อนตัวเข้ามาบดบังแสงสุดท้ายของวันอย่างช้าๆ สะท้อนถึงพายุอารมณ์ที่กำลังก่อตัวขึ้นภายในใจของผมอย่างเงียบเชียบ
ผม—คชา นฤบดินทร์ นั่งเอนหลังอยู่บนเก้าอี้อาร์มแชร์หนังแท้ขัดเงาสีดำสนิท สองมือหนาประสานเข้าหากันอยู่บนเข่า สายตาคมกริบไร้ความรู้สึกจับจ้องไปยังแก้วคริสตัลบรรจุน้ำสีอำพันและก้อนน้ำแข็งทรงกลมที่ตั้งอยู่บนโต๊ะไม้มะฮอกกานีขัดเงาตัวยาวเบื้องหน้า หยดน้ำเกาะพราวรอบแก้วค่อยๆ ไหลหยดลงสู่พื้นผิวโต๊ะอย่างช้าๆ ประหนึ่งเวลาที่กำลังเคานต์ดาวน์รอคอยการมาเยือนของใครบางคน อาการปวดขมับจากโรคไมเกรนที่เคยรุมเร้าผมเมื่อวันก่อนหายไปเป็ปลิดทิ้งแล้ว นับั้แ่ที่ผมได้โอบกอดร่างบอบบางของ 'มิเกล' ไว้ในอ้อมแขนและสูดดมกลิ่นกายวานิลลาผสมกุหลาบป่าอันแสนหวานละมุนบำบัดประสาทจนหลับสนิทตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาที่เดอะ การ์เดน เซฟเฮาส์
ทว่าความรู้สึกที่เข้ามาแทนที่ในยามนี้กลับไม่ใช่ความผ่อนคลาย แต่เป็กระแสความโกรธเกรี้ยวและเย็นะเืที่ไหลเวียนอยู่ในทุกอณูของร่างกาย
ภาพของใบหน้าหวานที่ซีดเซียวและเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา ร่างกายที่สั่นเทาราวกับลูกนกหลงทาง และที่สำคัญที่สุด... รอยช้ำสีม่วงคล้ำปนแดงระเรื่อรอบข้อมือเรียวบางทั้งสองข้างของเธอที่ผมเห็นในคืนนั้น มันยังคงฉายวนเวียนอยู่ในหัวสมองของผมซ้ำแล้วซ้ำเล่าประหนึ่งภาพหลอนที่คอยกรีดแทงหัวใจของผมให้ปวดหนึบ รอยพันธนาการพวกนั้นไม่ใช่รอยแผลที่เกิดจากอุบัติเหตุอย่างที่เธอพยายามโกหกเพื่อปกป้องความลับของตัวเอง แต่มันคือตราประทับแห่งความอัปยศที่ไอ้ปีศาจในคราบแพทย์ศัลยกรรมอย่าง 'นพ. ภาคิน' ฝากไว้บนตัวเธอเพื่อสนองรสนิยมวิปริตและการควบคุมอันแสนป่าเถื่อนของมัน!
มันใช้ความรักและหน้าที่กตัญญูของมิเกลที่มีต่อ 'นภา' มารดาที่กำลังป่วยหนักเป็เครื่องมือบีบบังคับ บังคับให้ผู้หญิงบอบบางที่หยิ่งในศักดิ์ศรีอย่างเธอต้องยอมก้มหัวเซ็นสัญญาจ้างยอมส่งตัวเองเข้าไปสู่กรงขังลับในวรคลินิก (Vora Clinic) เพื่อรับการทารุณกรรมและปรนเปรอความใคร่ในแบบที่มันกุมอำนาจเหนือกว่าอย่างเบ็ดเสร็จ เพียงเพื่อแลกกับเงินค่ายารักษาและการผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายหัวใจและไตที่จะช่วยต่อชีวิตให้แม่ของเธอ!
"สารเลว..." ผมเค้นเสียงลอดไรฟันออกมา น้ำเสียงแหบพร่าและเย็นเยือกเสียจนแม้แต่ตัวเองยังรู้สึกขนลุก
ฝ่ามือแกร่งของผมขยับไปััแฟ้มเอกสารหนังแท้สีดำหนาเตอะที่วางสงบนิ่งอยู่บนโต๊ะข้างแก้วน้ำสีอำพัน แฟ้มเอกสารนี้คือ 'อาวุธ' ที่ไอ้ภัทร เพื่อนสนิทที่เป็เ้าของคลับ VIP และกุมเครือข่ายข้อมูลโลกสีเทาส่งมาให้ผมเมื่อ่บ่าย หลังจากที่ผมสั่งให้คนของผมสืบหาความจริงทุกอย่างเื้ัรอยช้ำบนตัวมิเกล ไอ้ภัทรใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงในการส่งคนบุกเข้าไปล้วงข้อมูลลับ เจาะระบบ และรวบรวมหลักฐานสกปรกทุกชิ้นของหมอภาคินออกมายื่นให้ผมจนครบถ้วน
ข้อมูลในแฟ้มนี้เต็มไปด้วยความโสโครกและคาวโลกีย์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อกาวน์สีขาวบริสุทธิ์ของหมอศัลยกรรมตกแต่งชื่อดังระดับประเทศ ทั้งบันทึกการใช้ยาผิดวัตถุประสงค์ ภาพถ่ายกล้องวงจรปิดมุมอับ รายชื่อเหยื่อสาวรายอื่นๆ ที่เคยถูกบีบบังคับด้วยข้อตกลงแบบเดียวกับมิเกล และสัญญาที่ลงลายมือชื่อเหยื่อพร้อมข้อความบีบบังคับข่มขู่ทางการเงิน
ความโกรธแค้นในอกพุ่งพล่านจนผมอยากจะสั่งให้บอดี้การ์ดไปลากคอหมอภาคินมาหักกระดูกมือทั้งสองข้างของมันทิ้งเสียเดี๋ยวนี้ อยากจะบดขยี้ใบหน้าหล่อเหลาสไตล์เกาหลีที่แสนเสแสร้งนั่นให้จมลงดิน ทว่าสัญชาตญาณและการเป็นักธุรกิจระดับบริหารของผมเตือนสติว่าการใช้กำลังทางกายภาพแบบป่าเถื่อนไม่เพียงแต่จะสร้างรอยร้าวในแวดวงสังคม แต่ยังเสี่ยงที่จะทำให้ข่าวเื่สัญญาเอ็นวีไอพีและการตกเป็ของเล่นทางเพศของมิเกลรั่วไหลออกไปสู่สาธารณชน ซึ่งนั่นจะทำลายชีวิต เกียรติยศ และจิตใจของเธอจนย่อยยับไม่มีชิ้นดี
เพื่อปกป้องมิเกล เพื่อฝังอดีตอันแสนเ็ปรวดร้าวของเธอไว้ในหลุมศพที่ลึกที่สุด ผมต้องเล่นเกมที่ฉลาดกว่านั้น... ผมต้องกางปีกโอบอุ้มเธอไว้ด้วยอำนาจและอิทธิพลทั้งหมดของตระกูลนฤบดินทร์ และบดขยี้ไอ้ปีศาจหน้าเนื้อใจเสือตัวนี้ให้ยอมสยบราบคาบโดยไร้ทางโต้กลับในโลกธุรกิจและการเมือง
ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูไม้โอ๊กบานั์หน้าห้องสูทดังขึ้นแ่เบาทำลายความเงียบงัน ก่อนที่ประตูจะค่อยๆ เปิดออกเผยให้เห็น 'ธีรุตม์' เลขาส่วนตัวของผมที่ก้าวเข้ามาโค้งคำนับอย่างสุภาพ
"คุณคชาครับ... นพ. ภาคิน วรโชติสกุล มาถึงแล้วครับ" ธีรุตม์รายงานเสียงเรียบ แววตาของเลขามือขวาของผมเต็มไปด้วยความระแวดระวังภัย
"ให้เขาเข้ามา" ผมตอบกลับโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า น้ำเสียงเรียบนิ่งประหนึ่งผิวน้ำที่เย็นะเื
ธีรุตม์โค้งรับก่อนจะเบี่ยงกายออกหลบทางเพียงครู่ ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มคัตติ้งเนี้ยบหรูของ นพ. ภาคิน ก็ก้าวเท้าเข้ามาภายในห้องสวีทอย่างสง่างาม เรือนผมสีดำสนิทถูกจัดทรงอย่างประณีตเรียบร้อย ใบหน้าหล่อตี๋สะอาดสะอ้านประดับด้วยแว่นตากรอบโลหะบางสีเงินที่ช่วยขับเน้นภาพลักษณ์อันเปี่ยมล้นไปด้วยการศึกษา ความสุภาพ และความเป็สุภาพบุรุษไร้ที่ติ มือเรียวยาวสวยแบบศัลยแพทย์ประสานกันไว้ด้านหน้าอย่างมั่นใจ รอยยิ้มบางๆ บนริมฝีปากหยักของเขายังคงดูอบอุ่นและเป็มิตรราวกับเขากำลังมาเยี่ยมเยียนเพื่อนสนิทในงานเลี้ยงสมาคมระดับสูง ไม่ใช่การมาเผชิญหน้ากับทายาทผู้ทรงอิทธิพลที่พร้อมจะฉีกทึ้งร่างของเขาให้เป็ชิ้นๆ
"สวัสดีครับคุณคชา นฤบดินทร์ เป็เกียรติอย่างยิ่งครับที่ทายาทนฤบดินทร์กรุ๊ปให้ความสนใจเชิญแพทย์ตัวเล็กๆ อย่างผมมาพบเป็การส่วนตัวถึงในโรงแรมหรูขนาดนี้" ภาคินเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลและอ่อนน้อมพองามตามระเบียบสังคม เขาโค้งศีรษะให้เล็กน้อยก่อนจะก้าวไปนั่งลงบนโซฟาหนังสีครีมตัวใหญ่อีกฝั่งของโต๊ะไม้มะฮอกกานี โดยไม่ต้องรอให้ผมเอ่ยปากเชิญ
ภาพหน้ากากสุภาพบุรุษผู้เพียบพร้อมที่มันสวมใส่อย่างแเีทำให้ผมรู้สึกสะอิดสะเอียนจนแทบอยากจะก้าวไปถ่มน้ำลายรดหน้ามัน ทว่าใบหน้าของผมยังคงเรียบตึงดุจกำแพงน้ำแข็ง สายตาคมกริบจับจ้องข้ามแว่นตาของมันลึกเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่แฝงความหยิ่งผยองลึกๆ ไว้ภายใน
"ผมเข้าใจว่าคุณคชาคงอยากจะพูดคุยเกี่ยวกับโครงการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์และการสนับสนุนทางการเงินแก่โรงพยาบาลในเครือวรโชติสกุลใช่ไหมครับ? หรือว่า..." ภาคินขยับแว่นสายตาขึ้นเล็กน้อย ยิ้มอย่างสุภาพ "เป็เื่ปัญหาสุขภาพส่วนตัวของคุณคชาที่คุณพ่อของผมเคยเกริ่นไว้ในที่ประชุมร่วมทุน?"
ผมไม่ได้ตอบคำถามของมันในทันที ความเงียบงันพุ่งเข้ามาปกคลุมห้องสูทกว้างใหญ่อีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของสองชายหนุ่มที่เปรียบเสมือนสิงโตสองตัวที่กำลังเดินวนเวียนคุมเชิงกันในกรงขัง มือแกร่งของผมยื่นออกไปหยิบซองจดหมายสีขาวสะอาดขนาดหนาพอประมาณที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อสูทด้านในออกมาก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะไม้ แล้วใช้นิ้วชี้แตะเบาๆ สไลด์มันส่งข้ามพื้นผิวโต๊ะขัดเงาไปหยุดอยู่ตรงหน้าของศัลยแพทย์หนุ่ม
ภาคินมองซองจดหมายสีขาวนั้นด้วยแววตาฉงนใจ รอยยิ้มสุภาพบุรุษบนใบหน้ายังคงประดับอยู่ขณะที่เขาเอื้อมมือเรียวสวยหยิบซองขึ้นมาเปิดออกอย่างช้าๆ ดึงกระดาษแผ่นบางภายในออกมาดู
และทันทีที่ดวงตาของเขาปะทะกับตัวเลขและตราสัญลักษณ์บนกระดาษแผ่นนั้น แววตาสั่นไหวจางๆ ก็ปรากฏขึ้นชั่วขณะก่อนจะถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเยือกเย็นอย่างรวดเร็ว
"เช็คเงินสดสั่งจ่ายในนามโรงพยาบาลวรโชติสกุล... มูลค่าตรงตามค่ารักษารวมทั้งหมด ทั้งค่าผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ ค่าเปลี่ยนไต ค่าฟอกไต และค่าธรรมเนียมแพทย์เฉพาะทางย้อนหลังทั้งหมดของนางนภา อัครไพศาลสกุล" ผมเอ่ยเสียงต่ำเรียบนิ่งสะท้อนก้องกังวานในความสลัว "หนี้สินทั้งหมดที่ครอบครัวอัครไพศาลสกุลค้างอยู่กับคุณและโรงพยาบาลของคุณ... ฉันจ่ายคืนให้จนครบถ้วนทุกบาททุกสตางค์โดยไม่มีการตกหล่น"
ภาคินนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เขาวางเช็คใบนั้นลงบนโต๊ะก่อนจะประสานมือสบตาผมอย่างไม่เกรงกลัว "คุณคชาช่างกตัญญูและใจกว้างกับมารดาของ 'เด็กในสัญญา' ของคุณเหลือเกินนะครับ แต่ผมเกรงว่าการรักษาคนไข้ที่เป็โรคเรื้อรังระดับนี้ เงินไม่ใช่สิ่งเดียวที่จะซื้อความมั่นใจได้... นางนภายังคงต้องรับการดูแลและติดตามอาการอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ของผม และในฐานะแพทย์เ้าของไข้ ผมคงไม่สามารถปล่อยให้คนไข้ที่อาการเปราะบางย้ายออกจากโรงพยาบาลเพื่อไปเสี่ยงกับความประมาทภายนอกได้ง่ายๆ เงินจำนวนนี้... ผมรับไว้เป็ค่ารักษาย้อนหลังได้ แต่การดูแลคุณนภาในอนาคต ผมเกรงว่า..."
"นั่นไม่ใช่เื่ที่คุณต้องเสนอหน้ามาห่วงอีกต่อไป ภาคิน" ผมพูดแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงกระด้าง เย็นเยือกราวน้ำแข็งขั้วโลก ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่มันอย่างคุกคาม "เพราะเมื่อเวลาเก้าโมงเช้าของวันนี้... นางนภา อัครไพศาลสกุล ได้รับการเคลื่อนย้ายตัวออกจากโรงพยาบาลของคุณอย่างเป็ทางการเรียบร้อยแล้ว โดยรถพยาบาลเคลื่อนย้ายผู้ป่วยวิกฤตระดับสูง และตอนนี้เธอได้เข้าพักรักษาตัวในห้องไอซียูปลอดเชื้อพิเศษของสถาบันวิจัยและรักษาโรคหัวใจและโรคไตแห่งชาติ ภายใต้การดูแลและควบคุมของศาสตราจารย์นายแพทย์และทีมแพทย์เฉพาะทางที่ดีที่สุดของประเทศ"
กรามของภาคินขบเข้าหากันจนเป็สันนูนน้อยๆ รอยยิ้มบนหน้าเริ่มแข็งทื่ออย่างเห็นได้ชัด "การโอนย้ายผู้ป่วยวิกฤตโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์เ้าของไข้อย่างผม ถือเป็การละเมิดความปลอดภัยของคนไข้ และทางโรงพยาบาลของผมมีสิทธิ์ที่จะทักท้วงและ..."
"ความเห็นชอบงั้นเหรอ?" ผมกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเ็าและสมเพชในความอวดดีของมัน "ศาสตราจารย์นายแพทย์วิทยา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแห่งชาติฯ เป็คนลงนามรับตัวคนไข้ด้วยตัวเอง และหากคุณยังไม่รู้... ศาสตราจารย์นายแพทย์วิทยาเป็อาเขยของตระกูลนฤบดินทร์ และสถาบันนั้นก็สร้างขึ้นมาจากเงินบริจาคสนับสนุนหลักกว่าร้อยละเจ็ดสิบจากมูลนิธินฤบดินทร์กรุ๊ป ส่วนทางกฎหมาย... ธีรุตม์ได้จัดการยื่นคำร้องโอนย้ายพร้อมลายเซ็นยินยอมจากผู้มีอำนาจตัดสินใจร่วมของญาติสายตรงอย่างนายมิกกี้ น้องชายร่วมสายโลหิตของมิเกลเรียบร้อยแล้ว การย้ายตัวเสร็จสมบูรณ์อย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ โรงพยาบาลของคุณไม่มีสิทธิ์ สิทธิ์ขาด หรือแม้แต่เหตุผลทางการแพทย์ใดๆ ที่จะกักตัวคนไข้คนนั้นไว้อีกต่อไป!"
คำประกาศของผมทำให้บรรยากาศภายในห้องลดอุณหภูมิลงอย่างรวดเร็วจนเหมือนจะจับตัวเป็น้ำแข็ง หน้ากากสุภาพบุรุษที่หมอภาคินสวมใส่อย่างหนาแน่นเริ่มมีรอยร้าวขนาดใหญ่ แววตาอบอุ่นหลังกรอบแว่นแปรเปลี่ยนเป็ความแข็งกร้าวและเ็าคล้ายแผ่นกระจกที่เยือกเย็น มือเรียวของเขากำเข้าหากันแน่นขึ้นจนเส้นเืปูดโปนบนหลังมือสีขาวซีด
"คุณคชาทำแบบนี้... เพื่อ้าจะประกาศศึกกับผมงั้นหรือครับ?" ภาคินเค้นเสียงถาม น้ำเสียงของเขาเริ่มสูญเสียความอ่อนน้อมแปรเปลี่ยนเป็ความราบเรียบและคุกคามอย่างเปิดเผย "เพียงเพื่อเด็กเอ็นวีไอพีคนเดียว... คุณถึงกับต้องใช้อิทธิพลและเงินส่วนตัวมหาศาลเพื่อแทรกแซงการรักษาของแพทย์และใช้อำนาจกดดันโรงพยาบาลของผม? คุณคิดว่าการทำแบบนี้มันจะช่วยปกป้องเธอได้ตลอดรอดฝั่งงั้นหรือครับ? อย่าลืมว่าผมยังมีสัญญา..."
"สัญญาบ้าบอคอแตกที่แกบีบบังคับให้เด็กผู้หญิงที่กำลังสิ้นหวังและไร้หนทางสู้เซ็นน่ะเหรอ?" ผมเค้นเสียงต่ำตวาดกลับ รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาทำให้บรรยากาศรอบกายอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก สองตาของผมแดงก่ำด้วยเพลิงโทสะที่กดข่มไว้ลึกๆ "แกใช้ความเป็หมอ ใช้ชีวิตของแม่คนอื่นมาทำมาหากิน ใช้มันเป็เครื่องมือต่อรองเพื่อสนองความใคร่ต่ำช้าวิปริตของแกในพื้นที่ลับๆ ของคลินิก แกคิดว่าคนอย่างแกมีสิทธิ์เรียกตัวเองว่าแพทย์ได้อย่างสง่างามอีกงั้นเหรอ?!"
ปัง!
ผมโยนแฟ้มเอกสารหนังแท้สีดำหนาเตอะในมือลงบนโต๊ะไม้มะฮอกกานีเสียงดังสนั่นสะท้อนก้องห้องสูทหรู แรงปะทะทำให้แก้วน้ำคริสตัลสั่นครืด แฟ้มเอกสารเปิดอ้าออก เผยให้เห็นกระดาษขาวหลายสิบแผ่นที่บันทึกข้อมูลลับ ภาพถ่าย และเอกสารหลักฐานสำคัญชัดเจน
"เปิดดูสิ ภาคิน... แล้วลองดูว่าไอ้สัญญาขยะของแกมันจะมีค่าพอที่จะคุ้มครองชีวิตและอนาคตของแกได้ไหมเมื่อเจอกับเอกสารในแฟ้มนี้" ผมพิงหลังแนบอาร์มแชร์ กอดอกจ้องมองร่างสูงโปร่งของหมอศัลยกรรมตกแต่งด้วยสายตาประหนึ่งยมทูตที่กำลังพิพากษาดวงิญญา
ภาคินก้มมองแฟ้มเอกสารตรงหน้า ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนหลังกรอบแว่นหรี่เล็กลงด้วยความระแวง เขาสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะยื่นมือสั่นเทาน้อยๆ หยิบแฟ้มขึ้นมาเปิดไล่เรียงดูเอกสารทีละหน้าอย่างละเอียด
และเพียงแค่สามหน้าแรก... ใบหน้าหล่อเหลาสะอาดสะอ้านของหมอภาคินพลันซีดเผือดลงทันตาเห็นประหนึ่งกระดาษขาว รอยยิ้มและหน้ากากสุภาพบุรุษที่เขาพยายามรักษาไว้มาตลอดการสนทนาพลันพังทลายลงราบคาบอย่างไร้ชิ้นดี ดวงตากลอกไปมาด้วยความตระหนกใอย่างรุนแรง ลมหายใจของเขาสั้นและกระชั้นขึ้นเรื่อยๆ ขณะกวาดสายตาอ่านข้อมูลลับบรรทัดต่อบรรทัด
ในแฟ้มนั้น... มีทั้งภาพถ่ายสีความละเอียดสูงของพื้นที่มุมอับภายในวรคลินิก (Vora Clinic) ห้องตรวจวีไอพีลับที่ถูกดัดแปลงเป็พื้นที่ลับในการสนองรสนิยม และ มีภาพของโซ่ตรวน ปลอกคอหนัง และอุปกรณ์พันธนาการอื่นๆ ที่ถูกซ่อนไว้ในตู้อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ไอ้ภัทรส่งคนแอบเข้าไปถ่ายออกมาได้อย่างชัดแจ้ง มีข้อมูลการโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวของญาติคนไข้สาวๆ อีกห้าคนที่มีประวัติมารักษาที่คลินิกและโรงพยาบาลของเขา ผู้หญิงเ่าั้ล้วนตกอยู่ในสถานะทางการเงินที่เข้าขั้นวิกฤตคล้ายคลึงกับมิเกล และถูกเขาบีบบังคับด้วยสัญญาข้อตกลงแบบเดียวกันเพื่อแลกกับการยกเว้นค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาล
ที่เลวร้ายที่สุดสำหรับเขา... คือเอกสารคำร้องและบันทึกปากคำที่ลงลายมือชื่อพยานอย่างเป็ทางการของเหยื่อสาวสองในห้าคนนั้น ที่ยินยอมให้ข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมคุกคามทางเพศ การกักขังหน่วงเหนี่ยว และการทำร้ายร่างกายของนพ. ภาคิน พร้อมทั้งมีเอกสารผลการตรวจสอบสารเคมีในคลินิกที่มีการสั่งซื้อยาคลายกล้ามเนื้อและยาสลบประเภทควบคุมมาใช้นอกโรงพยาบาลหลักโดยไม่มีใบสั่งแพทย์ที่ถูกต้องตามกฎหมายวิชาชีพเวชกรรม!
"คุณ... คุณได้ของพวกนี้มาจากไหน?!" ภาคินเงยหน้าขึ้นมามองผมทันที น้ำเสียงของเขาสูญเสียความราบเรียบ นุ่มนวล กลายเป็เสียงที่แหบพร่าและสั่นเทาด้วยความหวาดตระหนกขีดสุด แววตาหลังกรอบแว่นเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและเคียดแค้นคล้ายงูพิษที่กำลังโดนค้อนปอนด์ทุบหัวจนแหลกเหลว
"เื่นั้นมันไม่สำคัญเลยสักนิด ภาคิน... สิ่งที่สำคัญคือเอกสารทั้งหมดในแฟ้มนี้พร้อมที่จะเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ทันทีหากผม้า" ผมโน้มตัวไปข้างหน้า วางข้อศอกบนเข่า สบดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในหน้าซีดเผือดของมันด้วยความกดดันมหาศาล "ทันทีที่ผมส่งสัญญาณ... เอกสารหลักฐานสกปรกชุดนี้พร้อมสำเนาคำร้องเรียนการประพฤติผิดจริยธรรมแพทย์อย่างร้ายแรงจะถูกส่งตรงไปถึงประธานแพทยสภา บอร์ดบริหารระดับสูงของเครือโรงพยาบาลวรโชติสกุลของคุณพ่อคุณ และที่สำคัญที่สุด... สื่อมวลชนทุกสำนัก ทั้งสำนักข่าวสายธุรกิจ สังคม และบันเทิง จะได้รับเอกสารฉบับนี้พร้อมคลิปหลักฐานการใช้สารเคมีและห้องตรวจลับในคลินิกของคุณพร้อมกันทั้งหมดภายในสิบนาที!"
"นี่มันแบล็กเมล์! คุณไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้ คชา! เอกสารพวกนี้หลายชิ้นได้มาโดยมิชอบทางกฎหมาย และถ้าคุณเผยแพร่มัน ผมสามารถฟ้องร้องคุณกลับในข้อหาิ่ประมาทและนำเข้าข้อมูลอันเป็เท็จ... ผมมีทีมกฎหมายที่เก่งที่สุดและตระกูลวรโชติสกุลของผมก็กว้างขวางพอที่จะ..." ภาคินพยายามะโขู่ฟ้อ สองมือทุบโต๊ะไม้เสียงดังเพื่อเรียกความมั่นใจที่แตกสลายให้กลับคืนมา
ทว่าเสียงตวาดอย่างสิ้นคิดของมันกลับได้รับเพียงเสียงหัวเราะในลำคออันแสนเ็าและดุดันของผมเป็การตอบกลับ
"หึๆ... ฟ้องร้องตระกูลนฤบดินทร์งั้นเหรอ ภาคิน?" ผมหัวเราะเยาะอย่างสะใจในความขลาดเขลาของมัน "คุณคิดว่ากฎหมายและเงินทุนของวรโชติสกุลจะทัดทานอำนาจของนฤบดินทร์กรุ๊ปได้งั้นเหรอ? ลองคิดดูให้ดีๆ สิ... ทันทีที่ข่าวคาววิปริตใต้เสื้อกาวน์นี้ถูกเผยแพร่ออกไป ชื่อเสียงของวรคลินิกที่แกสร้างมาจะพังพินาศในพริบตา หุ้นของเครือโรงพยาบาลวรโชติสกุลในตลาดหลักทรัพย์จะดิ่งเหวร้อยละเจ็ดสิบภายในวันเดียว คู่ค้าทางธุรกิจและธนาคารเ้าหนี้ทั้งหมดจะพากันระงับวงเงินกู้ยืมและเรียกร้องหนี้คืนทันทีเพื่อรักษาชื่อเสียงของตนเอง พ่อของแกจะยอมสละเก้าอี้ประธานบริหารเพื่อรักษาวงศ์ตระกูล และเฉดหัวแกออกจากกองมรดกเป็คนแรกเพื่อไม่ให้คดีความนี้ลากเอาโรงพยาบาลทั้งหมดจมน้ำตายไปพร้อมกับแก!"
ผมขยับเข้าใกล้ขึ้นอีกนิด เค้นเสียงกร้าวเหยียบย่ำความโอหังของมันให้แหลกลาญ "แกจะกลายเป็ไอ้หมอโรคจิตที่ไร้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ไร้เงินทอง ไร้อำนาจหนุนหลัง และต้องก้าวขาเข้าคุกในฐานะอาชญากรคดีละเมิดและกักขังหน่วงเหนี่ยวผู้หญิงบริสุทธิ์ แกคิดว่าศาลหรือผู้พิพากษาคนไหนจะกล้าช่วยแกเมื่อมีคนของนฤบดินทร์จับจ้องคดีนี้อยู่อย่างใกล้ชิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง?!"
คำพูดที่เฉียบขาดเด็ดเดี่ยวประหนึ่งขวานที่จามลงกลางอกของผมทำให้ความหวังโต้กลับสุดท้ายของภาคินดับมอดลงทันตา ร่างสูงโปร่งของศัลยแพทย์หนุ่มทรุดฮวบลงบนเบาะโซฟาหนาแน่นราวกับคนไร้กระดูก ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวสับสนด้วยความเจ็บใจระคนสิ้นหวัง เหงื่อเม็ดเป้งผุดพรายเต็มหน้าผากและขมับหยดลงบนแผ่นอก สองมือเรียวยาวที่เคยควบคุมชีวิตคนไข้บนเตียงผ่าตัดยามนี้กลับสั่นเทาจนแทบไม่สามารถประสานกันไว้ได้อีกต่อไป
เขาตระหนักแล้ว... ชายที่นั่งอยู่เบื้องหน้าของเขาเวลานี้คือ 'คชา นฤบดินทร์' ั์ใหญ่ผู้ไร้ความปรานีในโลกธุรกิจและสังคมชั้นสูง ชายผู้ไม่เคยลังเลที่จะใช้ทรัพยากรหมื่นล้านบดขยี้ศัตรูให้แหลกเป็ผุยผงหากมีใครหน้าไหนบังอาจข้ามเส้นเข้ามาทำลายจุดอ่อนและสิทธิ์ของเขา
"คุณ... คุณ้าอะไรกันแน่ คชา?" ภาคินถามเสียงแ่สะอื้น ยอมลดละความยโสและยอมจำนนต่อหน้าความเหนือกว่าของผมอย่างราบคาบ
ผมขยับหยิบกระดาษเอกสารสัญญาฉบับหนึ่งซึ่งธีรุตม์เตรียมไว้ให้จากใต้แฟ้มหนังมาวางตรงหน้าของเขา พร้อมกับปากกาหมึกซึมยี่ห้อหรูปลอกทองคำขาว
"เซ็นนี่ซะ" ผมออกคำสั่งเด็ดขาด น้ำเสียงราบเรียบแต่ไม่มีช่องว่างให้เขาปฏิเสธแม้แต่เสี้ยววินาที "นี่คือสัญญายกเลิกและสละสิทธิ์ข้อตกลงและสัญญาจ้างส่วนตัวทั้งหมดที่แกเคยบีบบังคับทำกับนางสาวมลัญชรา อัครไพศาลสกุล ในทุกกรณี ไม่ว่าจะเป็เอกสาร ลายลักษณ์อักษร หรือข้อตกลงปากเปล่า ให้สัญญาทั้งหมดถือเป็โมฆะและสิ้นสุดลงโดยไม่มีเงื่อนไขั้แ่วินาทีนี้"
ภาคินกวาดสายตามองข้อตกลงในสัญญาสามข้อถัดมาอย่างรวดเร็ว
"ข้อสอง... แกจะต้องเก็บรักษาความลับและข้อมูลส่วนตัวทุกอย่างของมิเกลรวมถึงครอบครัวของเธอไว้ในหลุมดำที่ลึกที่สุด หากมีข้อมูลพฤติกรรมนี้หลุดลอดออกไปถึงหูของบุคคลภายนอก สื่อมวลชน หรือแม้แต่คนในสังคมสีเทาแม้แต่ประโยคเดียว... แฟ้มเอกสารต้นฉบับทั้งหมดรวมถึงคลิปเสียงหลักฐานจะถูกนำไปเผยแพร่และยื่นส่งแพทยสภาเพื่อลงโทษแกทันทีโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า"
"ข้อสาม... แกจะต้องไม่เสนอหน้าเข้ามาเหยียบย่ำ ทำร้าย คุกคาม หรือส่งสายตาใดๆ เข้ามาใกล้ชิดมิเกล ครอบครัวของเธอ และผู้คนรอบกายของเธอในระยะรัศมีหนึ่งร้อยเมตรอีกตลอดชีวิต หากฉันเห็นแกในระยะสายตาของเธอแม้แต่วินาทีเดียว... นั่นจะเป็วันสุดท้ายที่แกได้หายใจในฐานะศัลยแพทย์ และอาจเป็วันสุดท้ายที่แกได้มีอิสรภาพในสังคมภายนอกคุก"
ดวงตาของภาคินสั่นไหวอย่างรุนแรง ใบหน้าหวานบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัดและยอมรับไม่ได้กับข้อเรียกร้องที่ตัดขาดอำนาจของเขาเหนือเหยื่อสาวอย่างไร้ทางสู้อย่างสมบูรณ์ ทว่าเมื่อก้มมองเช็คเงินสดก้อนโตที่วางเด่นอยู่เคียงข้างเอกสารสัญญา และแฟ้มความลับวิปริตของเขาที่พร้อมจะทำลายชีวิตเขาทั้งชีวิตให้จมดิน...
เขาก็รู้ดีแก่ใจว่าเขาไม่มีอำนาจต่อรองใดๆ หลงเหลืออยู่อีกแล้วในกระดานนี้
มือเรียวยาวสั่นเทาของศัลยแพทย์หนุ่มเอื้อมไปหยิบปากกาหมึกซึมสีทองคำขาวขึ้นมา กัดฟันแน่นจนกรามดังกรอด ก่อนจะตวัดน้ำหมึกลงนามเซ็นชื่อของตนเองลงในช่องผู้ยินยอมตกลงและสละสิทธิ์ในเอกสารสัญญาอย่างเจ็บช้ำน้ำใจ รอยปากกาที่กดน้ำหนักลงลึกจนเนื้อกระดาษเกือบฉีกขาดสะท้อนถึงความเ็ปสะสมที่ต้องพ่ายแพ้ราบคาบให้แก่คู่ต่อสู้ที่เหนือชั้นกว่าในเกมทางสังคม
ภาคินโยนปากกาลงบนโต๊ะไม้ขัดเงาเสียงดังแกรก ดึงกระดาษสัญญาคู่ฉบับที่เซ็นเสร็จสมบูรณ์ส่งกลับมาให้ผม จากนั้นเขาก็รีบคว้าเช็คเงินสดมูลค่าหลายล้านบาทที่วางอยู่ตรงหน้ายัดใส่กระเป๋าเสื้อสูทอย่างรวดเร็วเพื่อรักษาผลประโยชน์ทางการเงินก้อนสุดท้ายเอาไว้
ร่างสูงโปร่งของนพ. ภาคิน ลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ใบหน้าที่เคยดูอบอุ่นและมีเสน่ห์บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความบึ้งตึง คราบเหงื่อไคล และสายตาที่เย็นเฉียบประหนึ่งสัตว์ร้ายที่พ่ายแพ้การต่อสู้ เขากลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก ขยับแว่นสายตาให้เข้าที่ ขยับสาบเสื้อสูทของตนเองให้เข้าที่เพื่อรักษาท่าทีสุดท้ายของสุภาพบุรุษหนุ่มสังคมระดับสูงเอาไว้ ก่อนจะโค้งศีรษะให้ผมด้วยท่าทางเ็า แข็งทื่อ และเป็ทางการที่สุด
"หวังว่าข้อตกลงนี้จะยุติความสัมพันธ์ระหว่างเราอย่างเป็ทางการ และจะไม่มีแฟ้มเอกสารอะไรแปลกๆ หลุดออกไปทำลายชื่อเสียงของผมนะครับคุณคชา" ภาคินเค้นเสียงพูดลอดไรฟันออกมาด้วยความเคียดแค้น
ผมปรายตาคมกริบมองมันอย่างเย็นเยือกและไร้ความยินดียินร้าย "ถ้าแกปฏิบัติตามสัญญาทั้งสามข้ออย่างเคร่งครัด... ความวิปริตของแกก็จะถูกขังไว้ในแฟ้มนี้ตลอดไป แต่ถ้าแกตลบตะแลง... แกก็เตรียมตัวไปใช้รสนิยมโซ่ตรวนของแกในห้องขังคุกบางขวางได้เลย ฉันรับรองว่าจะจัดหาห้องเดี่ยวส่วนตัวและเพื่อนขังที่มีรสนิยมแบบเดียวกับแกให้รอรับอย่างดีที่สุด"
คิ้วของภาคินกระตุกวูบ ใบหน้าซีดเผือดลงอีกระดับเมื่อได้ยินคำขู่ที่เฉียบขาดไร้ความปรานีของผม เขาไม่เอ่ยปากตอบคำถามหรือทักท้วงใดๆ อีกต่อไป เขาหมุนตัวก้าวเท้าผละออกจากห้องสูทหรูอย่างรวดเร็วและร้อนรนดุจหนีพายุร้าย ทิ้งไว้เพียงเสียงปิดประตูไม้โอ๊กบานั์ที่ดังปังสะท้อนก้องทั่วทั้งห้องกว้างขวางที่กลับมาสู่ความเงียบสงัดอีกครั้ง
ผมหยิบกระดาษสัญญาที่ลงลายมือชื่อของนพ. ภาคิน ขึ้นมาถือไว้ในมือ สายตาจับจ้องไปยังตัวหนังสือลายเซ็นที่พยายามเขียนอย่างเป็ระเบียบแต่แฝงรอยปากกาสั่นไหวของมันด้วยความรู้สึกพึงพอใจอย่างที่สุด
ความเงียบสงัดสะกดใจกลับมาครองพื้นที่ในห้องสูทอีกครั้ง แสงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้วเรียบร้อย ทิ้งไว้เพียงแสงไฟสีนวลตาจากโคมไฟระยิบระยับของกรุงเทพมหานครที่สว่างไสวขึ้นมาจากเบื้องล่าง โลกภายนอกกำลังเคลื่อนเข้าสู่อาณาจักรแห่งความมืดมิด ทว่าในอกของผมกลับรู้สึกโปร่งสบาย ปลอดโปร่ง และเปี่ยมล้นไปด้วยชัยชนะที่สมบูรณ์แบบที่สุดอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ผมโยนสัญญานั้นกลับลงในแฟ้มเอกสารหนังสีดำ ดึงมันเข้ามาปิดผนึกและใส่ในตู้เซฟลับใต้โต๊ะทำงานทันทีเพื่อซ่อนอดีตอันแปดเปื้อนของมิเกลไว้ไม่ให้ใครหน้าไหนได้เห็นอีกตลอดกาล
โซ่ตรวนแห่งความอัปยศที่ผูกมัดร่างกายและจิตใจของเธอไว้กับความเ็ปบัดนี้ได้ถูกผมใช้กรรไกรเหล็กแห่งอำนาจและเงินตราตัดจนขาดสะบั้นราบคาบไม่มีชิ้นดีแล้ว
มิเกล... เธอเป็อิสระแล้วเด็กดีของฉัน
เธอไม่ต้องทนทุกข์ทรมานหวาดระแวงกลัวว่าจะมีปีศาจตนไหนมาบีบบังคับแย่งชิงความสุขและศักดิ์ศรีของเธอไปเพื่อแลกกับการรักษาแม่ของเธออีกต่อไปแล้ว สุขภาพของแม่เธออยู่ในมือทีมแพทย์ที่ดีที่สุดของฉัน หนี้สินทุกบาททุกสตางค์ได้รับการลบล้างจนสูญสิ้น และสิทธิ์ขาดเหนือร่างกาย จิติญญา และกลิ่นกายหอมละมุนดุจวานิลลาหวานอุ่นผสมกุหลาบป่าของเธอ... ยามนี้มันคือของผมแต่เพียงผู้เดียวอย่างถูกต้องและสง่างามที่สุด
ความกระวนกระวายใจและความโกรธแค้นที่สั่งสมมานานหลายวันสลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย แทนที่ด้วยความอบอุ่นและโหยหาที่จะได้เดินทางกลับไปยัง 'เดอะ การ์เดน เซฟเฮาส์' กลับไปซุกใบหน้าลงบนตักนุ่ม สูดดมกลิ่นหอมปลอบประโลมเยียวยาอารมณ์ และกอดรัดเรือนร่างบอบบางที่สมบูรณ์แบบนั้นไว้ในอ้อมอกกว้างตลอดยามค่ำคืนที่ปราศจากภัยอันตรายรอบตัวอีกต่อไป
ผมหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมา กดส่งข้อความสั้นๆ หาธีรุตม์ที่ยืนรออยู่ภายนอก
'เตรียมรถ... ฉันจะกลับเซฟเฮาส์ทันที'
แล้วชัยชนะครั้งนี้... ก็เป็เพียงก้าวแรกในการสถาปนาสิทธิ์ความเป็เ้าของและโอบอุ้ม 'คนโปรด' ของผมขึ้นสู่จุดที่สูงที่สุดของสังคมนฤบดินทร์อย่างสง่างามชั่วนิรันดร์