บทที่ 42
เมื่อกำแพงเกิดรอยร้าว ผู้คนจะช่วยกันผลัก และเมื่อกำแพงแตกหัก คนที่ช่วยกันผลักก็จะเข้ามา
หลี่ลี่ล้มลงไปกับพื้นพร้อมกับร้องไห้ด้วยความสับสน
เธอนั้นตั้งใจจะใช้หนทางนี้เพื่อจะได้ป่าวประกาศว่าเธอนั้นเป็นแฟนของจ้าวเทียน แต่เธอไม่ได้คิดเลยว่าเธอจะมาโดนไอ้ขี้แพ้นี่ทำแบบนี้ใส่
เขาไม่เพียงไม่ฟังเธอเท่านั้น แต่ยังตบเธอถึงสองครั้งสองคราอีกด้วย!
หลี่ลี่ยอมรับเรื่องนี้ไม่ได้ เพราะเธอนั้นเป็นคนสวย แถมยังถูกคนอื่นๆคอยให้ท้ายเมื่อเธอต้องเศร้าโศกเสียใจเช่นนี้
“ได้! ในเมื่อแกแน่จริง งั้นแกก็อย่าหนีซะล่ะ! ฉันจะโทรแฟนของฉัน และขอให้เขาฆ่านายซะเลย! ฮือออออ ฮืออออ...”
เสียงร้องไห้นั้นฟังดูขมขื่นสุดๆ แต่กระนั้นเธอก็ยังสามารถข่มขู่อู๋ตี้ได้
มือเรียวหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา พร้อมกับกดเบอร์โทรอย่างโกรธเกรี้ยวแถมยังเปิดลำโพงอีกด้วย ซึ่งเธอฉุกคิดขึ้นได้พอดีว่าอยากให้คนอื่นได้รับรู้ด้วยว่าเธอนั้นโทรหาจ้าวเทียน
“ตื๊ด...ตื๊ด….ฮัลโหล นั่นใครวะ?”
ปลายสายรับโทรศัพท์แล้ว และน้ำเสียงที่ฟังดูใจร้อนของเด็กหนุ่มคนหนึ่งก็ดังตามมา
ในตอนนั้น หลี่ลี่รู้สึกเขินอายเล็กน้อยแต่เธอก็ไม่ปล่อยให้เสียเวลาเปล่า หญิงสาวปาดน้ำตาก่อนจะพูดออกไป
“ที่รัก ฉันเองหลี่ลี่ *กระซิก* มีคนรังแกฉัน ที่รักช่วยมาจัดการมันให้ฉันที”
“ลิลลี่? ลิลลี่ไหนอีกวะเนี่ย?” อีกฟากของสายสนทนานั้น ชายหนุ่มรู้สึกสับสนเป็นอย่างมาก
“ดาร์ลิง คุยโทรศัพท์กับใครน่ะ? มานี่เร็ว ฉันรออยู่บนเตียงนานแล้วน้า~”
ทันใดนั้น เสียงหญิงสาวที่ฟังดูหวานชื่นและเย้ายวนก็ดังขึ้นมาจากที่ปลายสายเช่นกัน
ตอนนี้หลี่ลี่งงไปหมด แต่มันก็ชัดเจนเลยว่าจ้าวเทียนอยู่กับหญิงอื่น
อารมณ์ของเธอนั้นเกรี้ยวกราดขึ้นมาทันที
“จ้าวเทียน! นายมันไอ้คนโกหก! เมื่อวานที่โรงแรม นายยังบอกว่าชอบฉันที่สุดอยู่เลย! นี่ผ่านมาวันเดียว นายก็พาสาวอื่นมานอนด้วยแล้วงั้นเหรอ!”
“อ้อ เธอ แม่สาวเมื่อคืนนั้นนั่นเอง” ดูเหมือนเขาจะจำเธอได้แล้ว น้ำเสียงของจ้าวเทียนนั้นแสดงออกว่าเขานึกออก
แต่สิ่งที่เขาพูดต่อมานั้น มันทำให้หัวใจของหลี่ลี่เหมือนถูกโยนลงไปในห้องใต้ดินที่เต็มไปด้วยน้ำแข็ง
“ฮ่าๆๆ เมื่อวานฉันรักเธอที่สุดก็จริง แต่ไม่ใช่วันนี้ เธอนี่มันไม่เข้าใจกฏจริงๆน้า ฉันอุตส่าห์ให้เกียรติเธอเล็กน้อยในการมาร่วมเตียงกับฉัน แต่นี่เธอกลับมาแอบเอาเบอร์โทรศัพท์ฉันไปตอนฉันหลับด้วยเหรอ? เลิกบ้าได้แล้ว อ่า...ฉันจะเตือนเธอนะ รีบๆลบเบอร์ฉันออกไปจากโทรศัพท์ของเธอเดี๋ยวนี้เลย ไม่งั้นล่ะก็ ฉันจะให้เธอได้รู้ถึงจุดจบแบบที่คุณเบนจอมเกรี้ยวกราดได้เจอนะ!”
ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด
โทรศัพท์ถูกตัดสายไปและหลี่ลี่ก็ยังคงตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่
ทางด้านฝั่งผู้ชมเหตุการณ์เองก็พากันเงียบไป แต่ทว่าไม่กี่วินาทีต่อมา เสียงหัวเราะดังสนั่นก็ระเบิดขึ้น
“ฮ่าๆๆๆ อะไรกันเนี่ย สรุปแล้วเธอเองก็เป็นคนร่านที่ถวายตัวให้พี่จ้าวเล่นเองทั้งคืนไม่ใช่เหรอ?”
“ฮ่าๆๆๆ ดูท่าทีเธอตอนที่บอกว่าตัวเองเป็นแฟนของจ้าวเทียนสิ หยิ่งผยองซะไม่มี ฮ่าๆๆๆ”
“ตอนแรกฉันก็กลัวเธอนะ แต่พอมาคิดถึงเรื่องนี้ ฉันก็ตระหนักได้ว่า พี่จ้าวน่ะจำสาวๆที่เขาแค่จีบเล่นๆไม่ได้สักคนด้วยซ้ำ แล้วจะให้เขามาเลือกผู้หญิงอย่างนี้เป็นแฟนเนี่ยนะ? ฮ่าๆๆ”
“นั่นสิ ขนาดฉันเองยังไม่มีหน้าไปแอบขโมยเบอร์โทรของพี่จ้าวเลย นี่มันปลอมเปลือกสุดๆ บู่ว~!”
….
คำพูดเหล่านั้น บางประโยคก็มาจากปากของสาวๆเอง
หลี่ลี่ที่เคยถูกอิจฉามาก่อนหน้า ตอนนี้กลับกลายเป็นถูกประจานแทนแล้ว
จริงๆเรื่องพวกนี้ก็เห็นได้บ่อยๆในโลกใบนี้ และในเมื่อ หลี่ลี่ไม่ใช่แฟนของจ้าวเทียนแล้ว แบบนี้มันยังมีความจำเป็นอะไรที่จะต้องให้คนอื่นกลัวเธออีก?
ดังนั้นเป้าหมายของเหล่าถ้อยคำดูถูกและเหยียดหยามจึงเบนเข็มและเปลี่ยนไปหาหลี่ลี่ทันที และเธอได้กลายเป็นตัวตลกคนใหม่ไปเรียบร้อยแล้ว
หลี่ลี่ที่ไม่มีเรี่ยวแรงแม้จะจัดทรงผมให้ดี ตอนนี้ตัวเธอเหมือนถูกหินก้อนใหญ่ทับเอาไว้ที่ขาทั้งสองข้างจนขยับไปไหนไม่ได้ ทั้งๆที่เธอต้องการจะมาข่มเอ้อซีซีและอวดเรื่องจ้าวเทียนแท้ๆ ตอนนี้มันกลายเป็นว่า เธอนั้นกลายเป็นเพียงของเล่นของจ้าวเทียนไปเสียแล้ว
และในตอนนั้นเอง เสียงคำรามของเครื่องยนต์ก็ดังขึ้นมาและเข้าใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ
ต้นตอของเสียงนั้นคือมาเซราติสีขาวคันงามที่ขับผ่านเข้ามาในประตูมหาวิทยาลัยด้วยความเร็วสูง
“ว้าว! มาเซราติ! รถนั่นมันแพงกว่าล้านหยวนอีกนะ!”
“อย่างเจ๋งเลย! ฉันล่ะอยากจะนั่งรถคันนั้นดูบ้าง! คนนั่งข้างๆคนขับก็ยังดี”
รถหรูคันดังกล่าวมาพร้อมกับเสียงอุทานของเหล่านักศึกษาในบริเวณนั้น ซึ่งพวกเขานั้นกำลังจับจ้องไปยังทางที่มาเซราติคนนี้กำลังมุ่งเข้าไปอยู่
“แล้วทำไมไอ้ขี้แพ้นั่นกับแม่สาวผ้าห่มยังไม่หลบออกมาอีกล่ะ! ไม่กลัวโดนรถชนกันหรือไง”
“รถคันนั้น คนขับต้องเป็นพวกลูกคนรวยแหงๆ หรือไม่ก็เป็นพวกมหาเศรษฐีแน่ แล้วโง่ 2 คนนั้นทำไมยังสะเหล่อยืนกลางถนนอีก อยากตายกันนักรึไงน่ะ!”
ผู้คนเริ่มพูดคุยกันอีกครั้งแล้ว จะมีเพียงอู๋ตี้กับเอ้อซีซีเท่านั้น พวกเขายังยืนอยู่กลางถนนและดูไม่มีทีท่าว่าจะหลบทางให้รถหรูคนนั้นเลย
*เอี๊ยด!*
ด้วยการเบรคกระทันหันนั้น มาเซราติก็จอดสนิทอยู่ตรงหน้าอู๋ตี้และเอ้อซีซี
ประตูรถเปิดออกกว้างและผู้จัดการซี่แห่งภัตตาคารหรูมิคกี้เวสเทิร์นก็ลงมาจากรถ
สูทอาร์มานี่ระดับโปรเฟสชั่นแนลนั้นช่วยขับบุคลิกของเธอให้ดูมีประสบการณ์และดูมีความสามารถสุดๆ ถึงแม้ว่าผู้จัดการซี่นั้นจะอายุเข้าเลข 3 แล้ว หากแต่ทรวดทรงของเธอก็ยังคงสวยเช้งอยู่ดังเดิม ไม่ว่าจะสัดส่วนโค้งเว้า และผิวกายที่ยังคงสวยตึงนั้น ทำให้เธอดูเปล่งประกายไปด้วยเสน่ห์ของหญิงสาวที่มากด้วยความสามารถ
“ว้าว! สาวสวยล่ะ!”
เด็กหนุ่มรอบๆเริ่มจะส่งเสียงร้องออกมากันหลังจากเห็นเธอ เธอเป็นหญิงสาวที่มีความสามารถและประสบความสำเร็จ ซึ่งสำหรับนักศึกษาวัยนี้แล้ว เธอนั้นมีพลังในการทำให้พวกเขาหวั่นไหวสูงมากๆ
ในทันทีที่ผู้จัดการซี่ลงมาจากรถ เธอก็เดินตรงมายังอู๋ตี้และเอ้อซีซี มือของเธอหิวถุงขนาดใหญ่หลายถุงรวมถึงถือกล่องเล็กๆที่มีโลโก้ของชาเนลประดับอยู่
“คุณอู๋ ฉันมารับแล้วค่ะ นี่เป็นเสื้อผ้าจากชาเนลและรองเท้าที่คุณอู๋บอกให้ฉันซื้อมาให้ แล้วก็เพราะว่าคุณโอ๋พูดไซส์มาไม่หมด ฉันเลยสั่งทำพิเศษให้ไม่ได้ เลยทำได้แค่เลือกเอาชุดที่ตัดไว้เสร็จแล้วที่ดีที่สุดพวกนี้มาแทน ตัวนี้เป็นชุดรุ่นลิมิเต็ด ราคา 190,000 หยวน และนี่ก็รองเท้ารุ่นลิมิเต็ดเหมือนกันค่ะ ราคา 140,000 หยวน รวมทั้งหมดก็ 330,000 หยวน”
ผู้จัดการซี่ส่งกล่องเหล่านั้นให้อู๋ตี้
นั่นทำให้ผู้คนรอบๆต่างพากันเหวอไปหมด พวกเขาอ้าปากค้างจนปากล่างแทบจะถึงพื้นแล้ว
อู๋ตี้พยักหน้าและรับกล่องนั้น จากนั้นก็ส่งมันให้กับ เอ้อซีซี
“ขอโทษที พอดีดันมีผู้หญิงเสียสติโผล่ขึ้นมา ฉันเลยไม่มีเวลาถามไซส์ของเธอดีๆ เพราะงั้นฉันเลยเดาไซส์เธอและบอกผู้จัดการซี่ไป เข้าไปในรถกันเถอะ ไปภัตตาคารมิคกี้เวสเทิร์น แล้วลองชุดพวกนี้กัน ถ้ามันไม่โอเคยังไงเดี๋ยวฉันซื้อให้ใหม่”
*แผละ*
เหมือนจะได้ยินเสียงปากกระแทกพื้นดังลอยออกมาเลยนะ
ทั้งเสื้อและรองเท้านั้นรวมๆกันแล้วมากกว่า 300,000 หยวนเสียอีก แล้วไหนพ่อมหาเศรษฐีนั่นยังบอกอีกว่า ไม่พอดีตัวก็ซื้อใหม่ จะร่ำรวยไปไหน
“คุณอู๋ เชิญขึ้นรถพร้อมๆกับคุณผู้หญิงเถอะค่ะ”
ผู้จัดการซี่แสดงท่าทีเชื้อเชิญอย่างอ่อนน้อมถ่อมตน เพราะหลังจากที่ทั้งคู่ได้รู้จักกันมาบ้างแล้ว เธอก็เข้าใจว่า อู๋ตี้นั้นคือนายน้อยที่ไม่ประสงค์เปิดตัวอย่างแน่นอน
อู๋ตี้พอเอ้อซีซีเข้าไปในรถมาเซราติคันนั้น จากนั้นก็พูดกับผู้จัดการซี่ “อย่างที่ผมบอกไว้ก่อนหน้าแล้ว เงินที่เหลือ 670,000 หยวนนั้นช่วยโอนเข้าบัตร VIP ของผมทีนะครับ มันจะได้ไม่ได้มีค่าเพียงแค่ชื่อ”
“ขอบคุณที่ใช้บริการของเราค่ะคุณอู๋” ผู้จัดการซี่รีบแสดงความเคารพออกมามันทีพร้อมพยักหน้า
ถึงแม้ว่าเธอนั้นจะเป็นถึงผู้จัดการของภัตตาคารชื่อดังและเธอนั้นก็ไม่ใช่คนจนอะไร เพราะงั้นตลอดที่เธอเปิดธุรกิจของตนเอง เธอก็รู้มาตลอดว่า บนโลกใบนี้นั้นมีเสือซ่อนเล็บและมังกรหมอบอยู่ทุกๆที่
แต่กระนั้นการที่ได้อยู่หน้าของมหาเศรษฐีน้อย 2 คนนี้ มันก็ไม่ได้ทำให้เธอเกิดการเหยียดอะไร หนำซ้ำเธอยังใจกว้างและอ่อนโยนกับพวกเขาอีกด้วย อีกส่วนหนึ่งนั่นก็เพราะเธอมองว่าเด็กพวกนี้ เบื้องหลังของพวกเขาน่าจะมีผู้มีอิทธิพลหนุนหลังอยู่ ดังนั้นแล้วมันจะเป็นการดีถ้าเธอให้ความสนใจกับเด็กพวกนี้เอาไว้
บนรถมาเซราติหรู เสียงเครื่องยนต์คำรามก้องอีกครั้งก่อนที่รถหรูคันงามจะแล่นออกไป
เหลือเพียงเหล่าเด็กหอเท่านั้นที่ถูกทิ้งไว้อยู่กับฉากที่เงียบสงบนี้ พวกเขามองหน้ากันเองด้วยอาการตาเล็กตาน้อย นั่นก็เพราะพวกเขาทั้งหมดนั้นเหมือนคนโง่ที่มาอยู่รวมกัน
ท่ามกลางเหล่านักศึกษาที่กำลังงุนงงกันอยู่นี้ หลี่ลี่ก็ยังคงนั่งอยู่บนพื้น
หลังจากที่วางสายจากจ้าวเทียนแล้ว เธอก็เหี่ยวแห้งลงไปทันที และยิ่งเธอโดนคนอื่นดูถูกเพิ่ม มันก็ยิ่งทำให้เธอยากที่จะเงยหน้ามองขึ้นมาอีก
จนกระทั่งเห็นรถมาเซราติเข้ามารับอู๋ตี้และเอ้อซีซีไป มันก็เหมือนเธอนั้นโดนตบที่แรงกว่าเดิมอีก 100 เท่าเลย ซึ่งมันทำให้เธอไม่อยากจะเป็นตัวเธอเองอีกต่อไปแล้ว
ภายใต้ความรู้สึกที่หนักหน่วงนี้ มันได้เกิดความท้อแท้ไปแล้วควบคู่ไปกับความรู้สึกที่ว่า ชีวิตมันไม่มีความหมาย
ในตอนนี้เธอมองไปยังรถหรูที่ขับออกไป คิดถึงเอ้อซีซีผู้ที่ซึ่งถูกเธอเหยียดหยามและดูถูกมาโดยตลอด แต่มันกลับกลายเป็นว่าเธอผู้นั้นกำลังจะได้สวมใส่เสื้อผ้าราคาหลักแสน รวมถึงได้ดื่มด่ำความสุขในภัตตาคารอาหารยุโรปอีก
ส่วนตัวเธอนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับขอทานที่หน้าชาไปทั้งหน้าและกำลังจมปลักไปบนพื้นดิน ปล่อยให้ผู้คนดูถูกเหยียดหยามโดยไม่มีกระจิตกระใจที่จะเงยหน้าขึ้นมา
การที่จู่ๆความจริงมันก็พลิกกลับกันไปหมดแบบนี้ แถมยังไม่ใช่การพลิกผันเล็กๆด้วย ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นนี้มันทำให้หัวใจของหลี่ลี่ ยากที่จะเย็นลง ราวกับรสชาติทั้งห้ามันกำลังคลุกรวมกัน
จริงๆแล้วหลี่ลี่เองก็ไม่ได้จะยอมรับถึงเหตุผลที่เธอไม่ชอบเอ้อซีซีนี้หรอก แต่ความจริงก็คือความจริง เธอนั้นโดนพรากทุกอย่างไปจนหมดแล้ว
นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำไมเธอจึงอิจฉาเอ้อซีซีพร้อมทั้งแกล้งอีกฝ่ายหนักๆด้วย แล้วว่าแต่ ทำไมแม่คนใสซื่อนั่นถึงไม่ไปเป็นสิ่งที่เธอต้องการจะเป็นไปเลยล่ะ?