ณ คฤหาสน์ใหญ่ ด้านในหอคอยมหาสมบัติชั้นที่หนึ่ง ในเวลานี้สองกายเปลือยเปล่านอนกอดกันอย่างรักไคร่ นั่นไม่ใช่ใครที่ไหนหนึ่งคือชายที่ได้ฉายาว่าจักรพรรดิน้ำแข็งประมูขแห่งคอกายค้าเฮยเสวียอันโด่งดังอีกทั้งยังเป็นเจ้าชายองค์สุดท้องของราชวงศ์ลั่ว ส่วนอีกหนึ่งคือสตรีงามผู้เป็นจักรพรรดินีปกครองทั่วทั้งแดนเหนือและเก่งกาจที่สุดในบรรดาจักรพรรดิทั้งสี่ดินแดน
ทั้งสองไม่รู้จักมักคุ้นกันมากนัก แต่ไม่รู้ว่าเวรกรรมนำพาหรือวาสนาเสริมส่งให้ได้ร่วมเรียงเคียงหมอนเป็นสามีภรรยา แต่หากดูสถานการณ์ในตอนนี้คงจะต้องนับเป็นวาสนาเสียมากกว่าเนื่องจากพวกเขาทั้งสองต่างยินยอมพร้อมใจพลีกายให้แก่กัน
วันเวลาผันผ่านไปสายน้ำ หลังจากที่นอนกอดกันกลมแน่นิ่งอยู่นาน ในที่สุดทั้งหงษ์หิมะผู้งดงามและมังกรหนุ่มก็พลันลืมตาขึ้นมาพร้อมกันพร้อมกับรอยยิ้มบางที่ประดับอยู่บนใบหน้า
"นี่! ปล่อยข้าได้แล้วกระมัง เจ้ากอดมาทั้งคืนแล้วไม่เบื่อบ้างหรือไร"เป็นไป่หนี่กล่าวออกมาด้วยความเขินอาย ตอนนี้นางอยู่ในสภาพเปลือยเปล่าทั้งยังถูกชายหนุ่มโอบกอดจะให้นางนิ่งนอนใจได้อย่างไร
"ไม่เอา อีกเดี๋ยวหากออกไปท่านก็จะไปจากดินแดนนี้แล้วตอนนี้ก็ขอให้ข้าเก็บเกี่ยวความสุขเสียหน่อยเถอะ"ชายหนุ่มที่นอนข้างๆยิ่งกระชับอ้อมกอดให้นางเข้ามาใกล้ หญิงงามที่ได้ยินก็อดส่งสัยไม่ได้ นางจึงทำการหมุนเวียนโคจรพลังเพื่อสำรวจร่างกาย ปรากฏว่าบัดนี้เส้นลมปราณและตันเถียนได้ถูกรักษาแล้วทั้งมันยังขยายตัวออกเป็นสองเท่า
ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้ตันเถียนของนางยังเต็มไปด้วยลมปราณหยินหาใช่ลมปราณน้ำแข็งอีกต่อไป หากจะให้กล่าวง่ายๆในลมปราณสายหยินตอนนี้นางสามารถใช้ได้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นธาตุเหมันต์หรือความมืด
ซึ่งปรากฏการณ์นี้เกิดจากที่นางมีเส้นลมปราณสายน้ำแข็งและกายผนึกเหมันต์ที่ผสมเข้ากับเส้นลมปราณเทพมารเหมันต์สนทยาของลั่วอู่หลิน ในตอนนี้แม้จะไม่รุนแรงเท่าชายหนุ่มแต่นางก็สามารถใช้ออกด้วยพิษหยินได้ และมันเพียงพอแล้วที่จะทำให้นางสู้ข้ามขั้นได้ถึงสองขั้นด้วยกัน
"เป็นไปได้อย่างไร ก็เมื่อคืน.......!!"ไป่หนี่อุทานออกมาด้วยความตกใจ แม้อีกฝ่ายจะบอกว่ารักษานางโดยการรวมเป็นหนึ่งแต่นางไม่คิดว่ามันจะทำให้นางหายได้รวดเร็วปานนี้ อีกทั้งตบะยังเกือบที่ฝ่าทะลุขั้นกลายเป็นระดับบรรพชน นี่มันเป็นการรักษาและพัฒนาที่น่ากลัวจนเกินไป
หญิงงามจ้องมองชายหนุ่มที่โอบกอดนางไว้ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ มิน่าภรรยาของเขาสองคนถึงได้ก้าวขึ้นสู่ระดับกษัตริย์ได้รดเร็วปานนั้น มิน่าจิ้งเปลวเพลิงเมิ่งฮั่วหยางถึงได้ยกลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนให้โดยง่าย แท้จริงแล้วชายหนุ่มเบื้องหน้าของนางนอกจากเป็นรุ่นเยาว์ที่มีพรสวรรค์เหลือล้ำที่สุดในใต้หล้า กลับยังมีพลังในการเสริมส่งให้ภรรยาและคู่รักให้เติบโตไปพร้อมกัน
ตัวตนของลั่วอู่หลินเหมือนดังสมบัติล้ำค่าของสตรีน้อยใหญ่เลยก็ว่าได้ ในเวลานี้ไป่หนี่กลับรู้สึกว่าคราวเคราะห์ของนางที่เกิดจากจักรพรรดิอัสนีและพี่ชายก็ไม่ใช่เรื่องที่เลวร้ายนัก เพราะมันทำให้นางได้รู้จักกับชายคนนี้มากขึ้น
"ท่านสงสัยใช่หรือไม่ว่าทำไมถึงไม่เลื่อนขั้นทั้งๆที่พลังเต็มตันเถียนจนเกือบล้น นั่นเพราะข้าได้ผนึกมันเอาไว้อย่างไรละ ซึ่งผนึกของข้าน่าจะทนพลังของท่านได้ประมาณสามวัน"ลั่วอู่หลินกล่าวอย่างสนุกสนาน ไป่หนี่ที่ได้ยินก็บีบจมูกของเขาด้วยความหมั่นใส้
"เจ้าเล่ห์นัก หากตลอดสามวันเจ้าจะเอาแต่กอดข้าอยู่แบบนี้ คนในวังจะไม่เป็นห่วงหรืออย่างไร"
ลั่วอู่หลินส่ายหัวไปมา "หนิงเอ๋อร์กับเยว่เอ๋อร์สามารถจัดการได้ แต่ตอนนี้ท่านต้องบอกข้าก่อนว่าคนที่ทำร้ายคนนั้นคือใคร พลังของเขาแม้จะดูว่าคล้ายเป็นจักรพรรดิขั้นเก้าแต่ข้าคิดว่าอีกฝ่ายเป็นระดับบรรพชนที่กดพลังตนเองเพื่อลงมาที่นี่"
"หากจะกล่าวถึงเรื่องนี้ก็มีเรื่องที่เจ้าควรเข้าใจ ณ ดินแดนระดับต่ำแห่งนี้จะถูกดูแลโดยนิกายหนึ่งนามว่าเบิกฟ้านิกายนี้ถูกสร้างโดยผู้ก่อตั้งราชวงศ์ทั้งสี่รุ่นแรกที่บรรลุระดับบรรพชน โดยจะถูกแบ่งแยกเป็นหอยคอยสี่หอคอย นั่นคือ หิมะ เปลวเพลิง สายลม และสายฟ้า ซึ่งเจ้าก็น่าจะรู้ว่าราชวงศ์ใดปกครองหอคอยไหนบ้าง"
"ชายคนที่เจ้าเห็นนั้นมีนามว่าเหล่ยหงเป็น บุตรคนโตของผู้นำหอคอยสายฟ้าที่คิดจะจับตัวข้าไปเพื่อแต่งงานและหลอมรวมหอคอยสายฟ้าและหิมะเข้าด้วยกัน เหตุผลนั้นก็เพื่อจะใช้อำนาจของสองหอคอยเพื่อกดดันให้ได้ตำแหน่งประมุขใหญ่แห่งนิกายเบิกฟ้ามาเป็นของตน"ไปหนี่กล่าวมาถึงตอนนี้ก็ได้แต่ถอนหายใจ แต่เดิมสี่ราชวงศ์นั้นสามัคคีกลมเกลียวดุจพี่น้องแต่เพราะคำว่าอำนาจคำเดียวกลับทำให้คนหลงลืมตนได้ถึงเพียงนี้
"โอ้ เรื่องราวเริ่มน่าสนใจ หากเป็นเช่นนี้เมื่อท่านบรรลุระดับบรรพชนออกไปไม่ใช่ว่าพวกหอคอยสายฟ้าจะเดือดร้อนงั้นหรือ?"
"ไม่หรอก พวกมันไม่ได้โง่เขลาขนาดนั้น ป่านนี้ก็คงทำลายหลักฐานและหนีกลับไปแล้ว ต่อให้ข้ากลับไปยังดินแดนระดับกลางก็ไม่สามารถที่จะเอาผิดพวกมันได้"
"เหอะๆช่างเป็นเจ้าเล่ห์เสียจริง แบบนี้ข้าสมควรจะทำลายอาณาจักรอัสนีเลยดีหรือไม่ ถึงอย่างไรจักรพรรดิอัสนีตอนนี้ก็น่าจะกลายเป็นคนไร้ประโยชน์ไปแล้ว"
"อย่าดีกว่า หอคอยสายฟ้ามีผู้นำเป็นระดับวีรชนสามดาวเชียวนะ หากเจ้ายังไม่แข็งแกร่งพอแล้วไปกระตุกหนวดพวกมันคงจะโดนเพ่งเล็งเอาง่ายๆ"ไป่หนี่กล่าวตักเตือน
ลั่วอู่หลินก็พลันยกยิ้มให้ "ตกลงข้าเชื่อท่าน"
สองกายยังคงนอนกอดกันกลมเกลียวอยู่พักใหญ่ก่อนที่จะพากันสวมอาภรณ์และออกไปด้านนอกคฤหาสน์ ไป่หนี่เมื่อได้สัมผัสบรรยากาศอันหน้าอัศจรรย์ของหอคอยมหาสมบัติก็อดไม่ได้ที่จะแสดงสีหน้าตกใจออกมา ลั่วอู่หลินยกยิ้มเขาจับมือนางและพาไปสำรวจยังชั้นต่างๆโดยไม่รอช้า หญิงงามยิ่งได้เห็นก็ยิ่งไม่อยากจะเชื่อในสายตาสถานที่แห่งนี้ราวกับว่าเป็นสวรรค์ของผู้ฝึกตนเลยทีเดียว
"ให้ท่านเลือก"เมื่อพานางมายังชั้นที่กักเก็บทักษะวิชาลั่วอู่หลินก็หันมากล่าวกับไป่หนี่ที่ตอนนี้กำลังเหม่ยลอยกับทักษะที่แสนจะล้ำค่า ก่อนที่สีหน้าของนางจะเต็มไปด้วยความแตกตื่นเมื่อได้ยินคำพูดของชายหนุ่มที่อยู่ข้างกาย
"จะ เจ้าว่าอะไรนะ"
"วิชาเหล่านี้ให้ท่านเลือก?"เมื่อได้ยินนางกล่าวย้ำลั่วอู่หลินก็ตอบซ้ำอีกครั้งอย่างไม่มีท่าทีว่าจะลังเลใจ
"ตะ แต่นี่มันล้ำค่ามาก.....?"ในขณะที่ไป่หนี่กำลังจะกล่าวปฏิเสธลั่วอู่หลินก็เอามือปิดปากนางเอาไว้
"แน่นอนสมบัติเหล่านี้ล้วนล้ำค่า แต่ถ้าไม่มีใครใช้มันก็ไม่เท่ากับว่ามันไร้ค่าหรอกหรือ ที่สำคัญกว่านั้นคือข้าไม่เคยตระหนี่กับครอบครัวและภรรยา"
เมื่อได้ยินเช่นนั้นหงษ์สาวถึงกับหน้าแดงระเรื้อก่อนจะพุ่งเข้าไปกอดสามีหนุ่มและเอ๋ยปากด้วยท่าทีสนุกสนาน "ได้ เช่นนั้นภรรยาผู้นี้ก็ไม่ขอเกรงใจก็แล้วกัน"
กล่าวจบก็เดินไปเลือกสรรค์ทักษะวิชาที่เหมาะกับตนเองในทันที ซึ่งในขณะที่นางกำลังเลือกสรรค์อยู่นี้ลั่วอู่หลินก็พลันเดินไปยังชั้นเก็บอาวุธและเลือกอาวุธระดับสวรรค์ให้กับนางก่อนที่จะเดินไปที่ชั้นเก้าและนำโอสถล้ำค่าใส่เข้าไปในแหวนมิติที่ว่าง
หากถามว่าเหตุใดเขาจึงเลือกสรรค์ของล้ำค่าให้กับนางมากมายขนาดนี้คำตอบก็คงมีอย่างเดียว นั่นเพราะนางกำลังจะเลื่อนระดับและไปยังพิภพที่สูงกว่า ดังนั้นเขาก็แค่อยากอำนวยความสะดวกให้กับภรรยาบ้างก็เท่านั้น
"ท่านเลือกทักษะอะไรมา?"เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้นลั่วอู่หลินกล่าวถามหญิงงามเบื้องหน้า นางจึงยกทักษะที่นางเลือกขึ้นมาให้กับชายหนุ่มผู้เป็นสามีได้ดูชม
"ทักษะบ่มเพาะเหมันต์ผนึกเทวะ ท่างร่างเงาจันทรา ท่านเลือกแค่สองอย่างเองนี้หรือ?"
"แค่นี้ก็พอแล้ว เก็บไว้ให้ภรรยาคนอื่นๆในอนาคตเจ้าบ้าง"นางกล่าวแกมหยอกล้อจนลั่วอู่หลินถึงกับมุ่ยปาก
"ท่านทำอย่างกับข้าจะมีภรรยาเป็นพันคนอย่างไรอย่างนั้น"
"ฮิฮิ มันก็ไม่แน่หรอกกระมัง ภรรยาตัวน้อยพวกทั้งสี่คนของเจ้าจะกำราบเจ้าเรื่องนี้ได้เชียวหรือ"
"เอาเถอะๆเรื่องนั้นถือว่าเป็นเรื่องในอนาคต นี่ข้าให้ท่าน"ชายหนุ่มดึงมือของนางพร้อมสวนแหวนมิติที่มีสัญลักษณ์เกล็ดหิมะสลักเอาไว้ให้นาง ไป่หนี่ที่เห็นว่าเป็นของที่สามีตัวน้อยของนางให้ก้ทำพันธะสัญญาสายเลือดในทันทีก่อนที่จะกวาดจิตดูด้านใน
"นะ นี่!!"นางหันมองไปที่ชายหนุ่มด้วยสายตาแปลกประหลาดอีกครั้ง แม้จะอยู่ด้วยกันแค่คืนเดียวแต่เขากลับทำนางตกตะลึงอยู่ร่ำไป
ไป่หนี่กระตุ้นแหวนมิติที่ชายหนุ่มมอบให้ สิ่งที่ออกมาคือดอกบัวน้ำแข็งแปดกลีบที่ดูทั้งงดงามและแผ่ไอเย็นออกมาจนทั่วพื้นที่มีอุณหภูมิลดต่ำลงอย่างเห็นได้ชัดทั่วทั้งบรรยากาศหนาวเย็นราวกับอยู่ในภูเขาน้ำแข็งอะไรทำนองนั้น
หญิงงามจากที่ตกตะลึงเมื่อครู่ดวงตาพลันเป็นประกาย ด้วยความที่นางเองก็อายุไม่น้อยย่อมรู้ดีว่าออร่าเช่นนี้มันคืออาวุธที่เหนือกว่าระดับปฐพีอย่างแน่นอน ซึ่งต่อให้เป็นดินแดนระดับกลางหรือระดับสูงก็นับว่าหายากยิ่ง การที่ได้เห็นอาวุธที่ทั้งงดงามและทรงพลังเช่นนี้นางจะไม่ตื่นเต้นได้อย่างไร
"บงกชเหมันต์นี้ เป็นศาสตราระดับสวรรค์ความสามารถของมันล้วนแต่ส่งเสริมทักษะของท่านได้เป็นอย่างดี อาวุธชิ้นนี้ข้าเลือกให้ท่านโดยเฉพาะ"
"หะ ให้ข้า?"
"แน่นอนสิ เมื่อครู่ท่านเอามันออกมาจากแหวนมิติที่ข้ามอบให้มันก็ล้วนเป็นของท่าน"ลั่วอู่หลินกล่าวย้ำ ไป่หนี่ได้ยินก็พลันกระโดดเข้ากอดชายหนุ่มทันทีด้วยความดีใจ อาวุธที่สวยงามและทรงพลังหญิงสาวคนใดก็ล้วนแต่อยากได้ ซึ่งนางเองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้นในเรื่องนี้
"เป็นอะไรไป ท่านไม่เคยทำตัวขี้อ้อนเช่นนี้นี่"ลั่วอู่หลินลูบผมสีเงินของนางแล้วกล่าวถามหญิงสาวที่กอดเขาไว้แน่น
"เหตุใดจึงทุ่มเทเพื่อข้ามากมายขนาดนี้ สิ่งของล้ำค่าพวกนี้ทำไมถึงยกให้ข้าง่ายๆ??"นางเองก็กล่าวถามกลับเช่นเดียวกัน
"หืม ท่านนี่ก็พูดอะไรแปลกๆก็ท่านเป็นภรรยาข้านี่ แล้วอีกเดี๋ยวก็จะต้องเดินทางแล้ว หากสามีเช่นข้าไม่อำนวยความสะดวกให้แล้วท่านโดนรังแกจะทำอย่างไร"คำกล่าวตอบของลั่วอู่หลินสั่นสะท้านไปถึงจิตใจของนาง ชายที่รู้จักกันถึงกับเชื่อมั่นในตัวนางปานนี้แล้วนางจะทำให้เขาผิดหวังได้อย่างไร
"เช่นนั้นก็ต้องขอบคุณสามีที่เสริมส่ง"ไปหนี่แย้มยิ้ม ขณะที่กอดชายหนุ่มมืออีกข้างพลันก็เก็บบงกชเหมันต์เข้าไปในแหวนมิติที่ชายหนุ่มมอบให้ในทันที
เมื่ออยู่กับลั่วอู่หลินหญิงงามไม่ต้องทำท่าทีเย็นชาและสูงส่งอีกต่อไป แม้จะเพียงข้ามวันที่ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับนางได้เริ่มก่อตัวขึ้นมา แต่ความรู้สึกที่ทั้งสองให้กันในเวลานี้กลับมั่นคงยิ่ง โดยเฉพาะไป่หนี่ตัวนางแต่เดิมก็จิตใจเด็ดเดียวอยู่แล้ว เมื่อมีชายใดเข้ามาอยู่ในใจนางได้ ชายคนนั้นก็จะอยู่ไปตลอดกาลไม่เสื่อมคลาย