บทที่ 12 การพบพานแห่งโชคชะตา พาร์ท 3
“ก่อนหน้านั้น ข้ามีอะไรจะถามท่านสักข้อ” เด็กชายกล่าว
“ว่ามาสิ ข้าผู้แถลงความจริงของพระเจ้าจะมีสักกี่เรื่องกันที่ข้าจะตอบเจ้าไม่ได้”ใบหน้าของอาคอนยังประดับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ผมสีดำเงาของเขาสะบัดไปกับสายลมทำให้ในที่สุดรูปร่างของเขาประกอบกับความมืดในยามกลางวัน เขาดูไม่ต่างจากปีศาจร้ายที่คอยหลอกล่อเด็กน้อย น่าเสียดายที่เขาไม่โผล่มาตามท่อ
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังกล้าอ้างตัวว่าเป็นผู้แถลงความจริงของพระเจ้า!! หากเด็กชายเป็นคนที่เคร่งศาสนาแน่นอนว่าเขาอาจถูกเกลียดไปแล้ว นี่ไม่ใช่สิ่งที่เหล่าผู้นับถือในพระเจ้าสามารถยอมรับได้ แม้ว่าพวกเขามักจะถูกสอนให้ไม่สงสัยแต่ไม่ใช่ในกรณีที่เป็นชายคนนี้
“ทำไมต้องขโมย สมมติข้ารวยข้าสามารถเลือกเส้นทางอื่นโดยไม่ขโมยใครได้หรือไม่ เป็นไปได้หรือไม่ที่ข้าจะใช้เงินซื้อมา”เด็กชายกล่าวด้วยน้ำเสียงหนัก
การดิ้นรนมาตั้งแต่เด็กนั้นส่งผลต่อบุคลิกของเขา เขาอาจจะเคยขโมย อาจจะเคยทำเรื่องแย่ๆแต่นั่นเป็นอดีตไปแล้ว นั่นเป็นวันวานที่เด็กชายไม่ได้ชอบใจนัก ถ้าเป็นไปได้เขาไม่อยากกลับไปเป็นอย่างเดิม
แน่นอนว่าเด็กชายรู้ดีกว่าใครหลายคนว่าโลกนี้มันโหดร้าย เขาทุกทรมานในวัยเยาว์นั่นเพียงพอที่จะทำให้เด็กชายไม่ได้มองโลกแล้วเห็นเพียงสวนดอกไม้ เขาเห็นหลายสิ่งที่แม้แต่ผู้ใหญ่บางคนอาจไม่เคยพบเจอ ดังนั้นสิ่งที่เขาต้องการคือทางเลือก หากไม่มีทางเลือกแน่นอนว่าเขาต้องทำทุกสิ่งเพื่อมีชีวิตต่อในวันนี้ และเขาอาจจะขออภัยพระเจ้าอย่างที่อาคอนบอก แต่แม้เป็นเช่นนั้นเขายังต้องการเหตุผลที่ดีพอ เหตุผลที่เขายอมรับได้ที่จะตัดสินใจเริ่มขโมยและวอนขอคำอภัยจากพระเจ้า
“ทำไม?? นั่นเป็นปฏิกิริยาที่ดีที่เจ้าผู้เป็นผู้นับถือพระเจ้าใฝ่รู้ และแน่นอนข้าสามารถบอกเจ้าได้”อาคอนก้าวขึ้นไปบนโขดหินและทำตัวราวกับนักเทศน์
“เหตุผลนั้นง่ายมากถ้าไม่นับเรื่องที่เจ้าต้องพึ่งพาตนเองและพระเจ้าไม่มีเวลาว่างพอเหลียวแลเจ้า อีกเหตุผลหลักสำคัญคือเพราะมันเป็นสิ่งที่ส่งผลต่อศักยภาพโดยรวมของเจ้าในการต่อสู้แบบประจันหน้าหรือการประลอง ซึ่งแม้รอบแรกหรือรอบที่สองของการสอบอาจจะไม่เกิดขึ้น แต่ในตอนท้ายสุดท้ายการแข่งขันประลองการต่อสู้ก็จะเกิดขึ้นอยู่ดี...”
“ทักษะการขโมยไม่ใช่ทักษะที่เลวร้าย ยิ่งทักษะของพวกนักล้วงมือไวยิ่งสำคัญสำหรับเจ้า ก่อนอื่นข้าต้องพูดถึงจุดเด่นและจุดด้อยของคลาสที่เจ้าเลือกเสียก่อน ’รูนมาสเตอร์’”
“สำหรับจุดเด่นเจ้าคงจะรู้อยู่แล้ว การสรรค์สร้างที่เปลี่ยนแปลงโอกาส ความเป็นไปได้ที่ยิ่งใหญ่ที่ทำให้แม้คนธรรมดาก็สามารถแข็งแกร่งได้ด้วยทรัพยากรเล็กน้อย นี่คือจุดแข็งของรูนมาสเตอร์ สิ่งที่รูนมาสเตอร์สามารถใช้ในการต่อสู้ก็คืออุปกรณ์ที่สลักด้วยรูนของพวกเขา มันแข็งแกร่งจริงแต่ผิดกับวิศวกรหรือนักแปรธาตุ มันค่อนช้างขาดในแง่มุมของการใช้ลูกเล่น”
“การเล่นแร่แปรธาตุเต็มไปด้วยลูกเล่นตุกติกมากมาย การสร้างสารพิษหรือองค์ประกอบธาตุที่เจ้ามองไม่เห็นตรวจสอบไม่ได้แต่เป็นอันตรายถึงชีวิตนั่นก็เป็นหนึ่งในลูกเล่นหลายอย่างที่นักเล่นแร่แปรธาตุสามารถใช้ได้” อาคอนกล่าวพร้อมกับใบหน้าของชายคนหนึ่งที่ปรากฏในความคิดของเขา เด็กชายค่อนข้างแปลกใจที่รู้ว่านักเล่นแร่แปรธาตุมียุทธวิธีที่อันตรายเช่นนั้น
ในมาโทรเดียไม่มีนักเล่นแร่แปรธาตุที่อันตรายและมีลูกเล่นใต้แขนเสื้อมากมาย พวกเขาส่วนใหญ่เลือกที่จะจริงจังกับทักษะและงานวิจัยมากกว่าการต่อสู้ และพวกเขามักจะเปรียบเทียบตัวเองกับนักปรุงยามากกว่านักสู้ นั่นทำให้เด็กชายประหลาดใจเมื่อรู้ว่านักเล่นแร่แปรธาตุนั้นมีกลยุทธในการต่อสู้ที่อันตราย
“ส่วนวิศวกร พวกเขาเต็มไปด้วยลูกเล่น ในสามคาสที่ข้ากล่าวถึงคลาสวิศวกรถือว่ามีลูกเล่นมากที่สุดอุปกรณ์ของพวกเขามักมีการใช้งานหลายฟังก์ชันและเราไม่สามารถสังเกตเห็นได้อย่างง่ายดายแม้ว่าจะมีความรู้ทางวิศวกรรมสูงก็ตามเพราะลูกเล่นของมันต่างซ่อนอยู่ภายในใต้เปลือกหุ้มเกราะด้านนอก ลูกเล่นเหล่านั้นทำให้เดาทางได้ยากและนั่นทำให้รับมือได้ยากเช่นกัน..แล้วรูนมาสเตอร์ล่ะ??”
“อุปกรณ์สลักรูนมีคุณสมบัติที่ชัดเจนแน่นอน และการจะใส่รูนใหม่เข้าไปในอุปกรณ์สลักรูนเดิมโดยที่ไม่ทำลายรูนนั้นทำได้ยาก แต่การสร้างรูนใหม่ในอุปกรณ์อื่นนั้นทำได้ง่ายมากหากเจ้าเชี่ยวชาญมากพอ”
“ด้วยเงื่อนใขที่ว่ามา ในยามที่เจ้าต้องต่อสู้กับผู้ที่มีข้อมูลของเจ้า รู้ว่าอุปกรณ์ของเจ้าสลักรูนอะไรไว้บ้าง นั่นจะเป็นหายนะแม้ว่าทักษะรูนของเจ้าจะยอดเยี่ยมกว่านี้เป็นสิบเท่าก็ตาม เพราะอุปกรณ์หนึ่งชิ้นไม่สามารรถถูกสลักรูนไว้ได้มากนัก แค่การคิดค้นวิธีแก้ทางพวกมันทั้งหมดก็ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ยาก”
“ที่ข้าจะบอกตรงส่วนนี้ก็คือ ให้เจ้าสลักรูนใหม่ในระหว่างการต่อสู้และสร้างหลากหลายนั่นจะง่ายกว่ามาก และสิ่งที่เจ้าขโมยมาจากคู่ต่อสู้ในยามเผชิญหน้าจะช่วยเจ้าได้มาก มันสร้างโอกาสและความเป็นไปได้เพิ่มขึ้นในอัตราต่อรองสำหรับชัยชนะหรือความพ่ายแพ้”
“นั่นแปลว่าข้าสามารถเตรียมอุปกรณ์ที่ยังไม่ได้สลักไปเองได้ไม่ใช่หรือ ถ้าข้าทำเช่นนั้นข้ายังจำเป็นต้องขโมยอยู่หรือไม่..”เด็กชายกัดฟันกล่าว หากมีทางเลือกอื่นเขายังยินดีที่จะเลือกทางนั้น
“หืมม... งั้นเจ้าจะเตรียมอะไรไว้เพื่อสู้กับข้า อาวุธประเภทไหนที่เจ้าจะเตรียมไว้เพื่อรับมือข้า คุณสมบัติของมันควรเป็นแบบไหน การสลักรูนแบบไหนถึงส่งผลให้เจ้าได้เปรียบเมื่อสู้”อาคอนถาม
“งั้นข้าก็แค่ต้องหาข้อมูลของคู่ต่อสู้ข้าก่อน”เด็กชายกล่าว
“งั้นข้อมูลเกี่ยวกับความสามารถของสโตนกับแจ็คล่ะเป็นแบบไหน ข้อมูลของอาเรียหรือแชลเทียร์เป็นยังไง เจ้าจะเอาชนะคนพวกนั้นได้ยังไง และที่สำคัญเจ้าจะไปเอาข้อมูลนั้นมาจากไหน เดินไปถามเด็กพวกนั้น..ถ้าไม่.. การขโมยข้าวของกับการขโมยความลับของคนอื่นมันแตกต่างกันยังไง อย่างหลังทำให้คนทั่วไปรู้สึกแย่ยิ่งกว่าด้วยซ้ำ” อาคอนกล่าว
“................”ความเงียบเป็นเพียงคำตอบเดียวที่เด็กชายสามารถมอบให้กับอาคอนได้ ใช่..ทุกคนมีความลับ และสิ่งที่เรียกว่าความลับคือสิ่งที่ผู้คนไม่ต้องการให้คนอื่นรู้ มันไม่สามารถได้รับคำตอบจากการแค่เดินเข้าไปถาม
ในตอนนี้เองที่อาคอนหยิบของชิ้นหนึ่งออกมา มันเป็นกระเป๋าคาดเอวเล็ก ๆ สีน้ำตาลซึ่งตรงผ้าส่วนด้านหลังถูกตัดขาดออกหากสังเกตให้ดีจะเห็นว่าตรงส่วนนั้นมีผ้าอีกชิ้นที่ควรจะเย็บติดหับมัน อาคอนยกมันขึ้นมาและค่อยๆเปิดดูของด้านในที่ละชิ้นๆ
“นี่..น้ำยาจารึก แน่นอนก็เจ้าเป็นรูนมาสเตอร์...แผ่นจารึกอุปกรณ์ๆจารึก หากนับจากอุปกรณ์พวกนี้รวมถึงของที่ข้าสังเกตเห็นรอบตัวเจ้านั่นหมายความว่าเจ้าไม่มีทางที่จะโจมตีจากระยะไกล อย่างน้อยๆมันก็ทำได้ยากมาก หากพิจารณาระดับของอุปกรณ์จารึกเหล่านี้มันก็ชัดเจนว่า แม้ว่าเจ้าจะดึงศักยภาพของมันออกมาได้สูงสุดแต่เจ้าก็จะมีพลังทำลายมากสุดเพียงแค่ทำลายอิฐก้อนนั้นได้เท่านั้น สำหรับบางคนนั่นไม่สิ่งที่ต้องกังวล แต่สำหรับคนที่ต้องกังวลเรื่องนี้ เขาแค่ต้องอยู่ให้ห่างจากเจ้าและโจมตีจากระยะไกลแทน
ไม่มีเกราะสำรองอื่นในกระเป๋าดังนั้นนั่นคือเกราะที่ดีที่สุดที่เจ้ามี หมายความว่าหากข้าคือคนที่ต้องระวังการโจมตีระยะประชิดของเจ้าและต้องทิ้งระยะห่างข้าต้องประเมินความสามารถในการโจมตีระยะไกลของตัวเองหรือไม่ก็เลือกที่ตำแหน่งอื่นที่จะส่งผลต่อเจ้า นอกจากนี้ยังมีอีกทางเลือกคือหนีหรือยอมแพ้
ก้อนอิฐพวกนี้ควรจะเป็นของที่เจ้าขโมยมาจากประตูเมืองมันอาจจะมีประโยชน์ในการใช้ปาหัวคนอื่น หรือบางทีเพราะความแข็งแรงของมันเจ้าอาจสามารถใช้ในการป้องกัน หรือดีกว่านั้น บางทีเจ้าอาจสลักรูนใส่และทำให้มันเป็นอาวุธหรือเครื่องป้องกันที่ดียิ่งขึ้นอย่างไรก็ตาม....ตอนนี้เจ้าไม่มีเพราะข้าขโมยของเจ้ามาแล้ว”อาคอนร่ายยาวหลังจากที่เขาตรวจดูกระเป๋าของเด็กชายที่เขาขโมยมา พร้อมกับบทสรุปของข้อดีที่สำคัญมากๆอีกข้อของวิธีนี้ คู่ต่อสู้จะไม่มีสิ่งที่พวกเขาอาจจำเป็นต้องใช้
เด็กชายค่อนข้างตกตะลึงกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น เขาไม่รู้ว่ากระเป๋าของเขาถูกขโมยไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ทักษะของอาคอนในการการขโมยนั้นยอดเยี่ยม แต่ที่น่าทึ่งยิ่งกว่าคือข้อมูลที่เขาเพิ่งจะกล่าวไป
การตรวจสอบสิ่งของที่ขโมยทำให้เราเข้าใจลักษณะการต่อสู้และสิ่งที่พึงระวังอย่างคร่าวๆ นั่นยังรวมไปถึงวิธีที่ดีกว่าในการใช้รับมือกับฝ่ายตรงข้าม การตัดสินใจว่าจะสู้หรือเลี่ยงการต่อสู้ มันเปรียบได้กับคู่มือเพื่อการต่อสู้ในทุกๆสมรภูมิที่เขาต้องเผชิญ และความเป็นไปได้ที่หลากหลายของรูนจะสร้างโอกาสมากมายอย่างไม่มีที่สุดให้กับเขา นี่คือวิธีทื่ยอดเยี่ยมที่สุดสำหรับรูนมาสเตอร์อย่างแน่นอน
ในปัจจุบันเด็กชายสามารถตัดเหตุผลด้านศีลธรรมในการปฏิเสธทิ้งไปได้เลย นี่คือรูปแบบการรบที่ยอดเยี่ยมที่สุดซึ่งอาจมีเพียงรูนมาสเตอร์ที่ทำได้
รูนมาสเตอร์สลักรูนได้ในเวลาไม่นานและใช้อุปกรณ์เพียงน้อยนิด หากเทียบกับนักเล่นแร่แปรธาตุที่ต้องใช้ทั้งอุปกรณ์และเวลามากมายในการสร้างผลงาน ทำให้กลยุทธนี้ใช้ได้กับรูนมาสเตอร์แต่ไม่ใช่กับนักเล่นแร่แปรธาตุ
ในทำนองเดียวกันวิศวกรเองก็มีเครื่องจักรกลที่ผลิตขึ้นเพียงครั้งเดียวและอาจใช้เวลานานยิ่งกว่า การจะดัดแปลงหรือแก้ไขเองก็เต็มไปด้วยขีดจำกัด ดังนั้นกลยุทธดังกล่าวจึงไม่เหมาะกับวิศวกรเช่นกัน แต่สิ่งนี้เหมาะกับเชา เหมาะกับรูนมาสเตอร์ ติดปัญหาอยู่เพียงแค่อย่างเดียวในปัจจุบัน
“ข้า....ไม่ได้มีทักษะในการขโมยขนาดนั้น”
เด็กชายกล่าวหลังจากที่เงียบไปนาน ในตอนนี้เขาแอบเสียใจเล็กน้อยที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้พยายามให้ความสำคัญกับการขโมยอย่างจริงจัง ก่อนหน้านี้เขามีทั้งโอกาสและเหตุผลมากพอที่จะฝึกฝนมัน ไม่น่าเชื่อที่เขาดันมองทักษะที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้เป็นสิ่งผิด ความเสียใจปรากฏชัดในแววตาของเขา
“อย่าเสียใจไป...ก่อนหน้านี้เจ้าอาจจะมืดบอดและสับสน อย่างไรก็ตามในปัจจุบัน พระเจ้าส่งข้ามาเพื่อชี้ทางให้กับสาวกอย่างเจ้าได้มองเห็นเส้นทางข้างหน้าแล้ว... ต่อจากนี้เจ้าจะต้องตั้งใจฝึกฝนให้ดี..”
“ขอรับ”
“งั้นก็..มาเริ่มกันตอนนี้เลย ไปขโมยของกัน!!.”
“เอ่อ..ขะ..ขอรับ!!”