แอบแซ่บ....แฟนเพื่อน NC++

    บทที่ 61: แปรงสีฝุ่น

    บทที่ 61: แปรงสีฝุ่น


    แสงแดดยามอรุณรุ่งสาดส่องลงมากระทบผิวกายของผมทันทีที่ก้าวพ้นจากประตูโถงตึกคอนโดมิเนียมหรูหราเบื้องหลัง ไออุ่นของแสงตะวันส่องสะท้อนผ่านยอดตึกสูงเสียดฟ้าในเมืองหลวง ทว่าภายในจิตใจของผมกลับยังคงอบอวลไปด้วยรสรักซ่อนเร้นที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ ความละมุนละไมปนความดิบเถื่อนที่ได้ร่วมรักกับเกรซ เมียรักของริวผู้เป็นเพื่อนร่วมงานและเพื่อนสนิทของผม ยังคงตราตรึงอยู่ในทุกประสาทสัมผัส มือข้างหนึ่งของผมล้วงลึกลงไปในกระเป๋ากางเกงสแล็ก ปลายนิ้วเรียวยาวสัมผัสและลูบคลำแผ่นคีย์การ์ดสีเงินของห้องพักและป้ายชื่อโลหะสีทองของแอร์โฮสเตสสาวที่ผมริบมาเป็นของรางวัลแห่งตราบาป


    ความเย็นเยียบของวัตถุโลหะชิ้นเล็กๆ ที่เสียดสีกับต้นขาของผมยามก้าวเดิน มันช่างเป็นเครื่องเตือนใจชั้นยอดถึงชัยชนะทางราคะที่อยู่เหนือศีลธรรมอันดีงาม ยิ่งพวกเพื่อนฝูงในสมาคมไว้เนื้อเชื่อใจผมมากเท่าไหร่ ความสะใจและความกระสันยามที่ผมได้เหยียบย่ำความซื่อสัตย์ของพวกมันก็ยิ่งหอมหวานทวีคูณ ผมยกยิ้มมุมปากบางเบาให้กับเงาสะท้อนของตัวเองบนกระจกหน้าร้านกาแฟหรูหราข้างทาง ชายหนุ่มหน้าตาดี มาดผู้ดี บุคลิกอบอุ่นที่ใครๆ ต่างก็คิดว่าเป็นเพื่อนแท้ผู้แสนดีและพึ่งพาได้ในยามยาก... ทว่าภายใต้หน้ากากอันงดงามนั้นกลับซ่อนพญาเสือโคร่งนักล่าที่พร้อมจะลอบขย้ำกวางสาวของเพื่อนฝูงทันทีที่มีโอกาส


    และในตอนนี้ บัญชีตราบาปในหัวของผมกำลังมองหาเหยื่อรายต่อไป...


    ****************


    คืนวันถัดมา เสียงดนตรีแจ๊สจังหวะเนิบช้าคลอเคล้าไปกับบรรยากาศอันสลัวรางของร้านเหล้าสไตล์แจ๊สบาร์ที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว แสงไฟสีส้มอมแดงสาดส่องกระทบขวดแก้วและแก้วไวน์ทรงสูงที่บรรจุของเหลวสีแดงก่ำคล้ายเลือดนก กลิ่นอายของซิการ์จางๆ และกลิ่นเหล้ารสเข้มลอยอวลอยู่ในอากาศชวนให้ผู้ที่มาเยือนรู้สึกผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าของวัน


    ผมประคองแก้วไวน์ในมือ หมุนวนมันช้าๆ มองดูน้ำไวน์สีเข้มไหลวนเกาะขอบแก้วอย่างเพลิดเพลิน สายตาคอยลอบสังเกตชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม โจ เพื่อนสนิทร่วมรุ่นของผมในกลุ่มมหาวิทยาลัย ชายหนุ่มมาดศิลปินผู้ทำงานเป็นภัณฑารักษ์ชื่อดังของแกลเลอรีศิลปะระดับประเทศ วันนี้โจไม่ได้อยู่ในลุคเนี้ยบกริบเหมือนปกติ เขาสวมเสื้อสูทลำลองสีเข้มพับแขนขึ้นลวกๆ แววตาภายใต้กรอบแว่นหนาทรงกลมเต็มไปด้วยร่องรอยของความตึงเครียดและเหนื่อยล้าอย่างชัดเจน


    “ชนแก้วหน่อยวะไอ้อลัน ช่วงนี้กูแทบเป็นบ้า” โจถอนหายใจยาวพลางยกแก้วไวน์ของตนขึ้นมาชนกับแก้วของผม เสียงแก้วคริสตัลกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊งกังวานใส ก่อนที่มันจะยกดื่มอึกใหญ่ราวกับอยากจะใช้น้ำเมาดับความร้อนรุ่มในอก


    “เป็นอะไรขนาดนั้นวะ เรื่องงานนิทรรศการใหญ่ที่เชียงใหม่เหรอ?” ผมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ แสดงความห่วงใยตามประสาเพื่อนสนิทอย่างแนบเนียน ทั้งที่ในหัวเริ่มประมวลผลกลยุทธ์บางอย่างแล้ว


    “เออซีวะ โครงการศิลปะร่วมสมัยระดับชาตินะเว้ย บิ๊กบอสเพิ่งสั่งย้ายสถานที่และปรับรูปแบบการนำเสนอใหม่ทั้งหมด แล้วกูต้องบินด่วนขึ้นไปคุมงานเองตั้งแต่วันพรุ่งนี้ยาวไปเลยหนึ่งเดือนเต็ม... หนึ่งเดือนเต็มๆ เลยนะอลัน ที่กูต้องปักหลักอยู่ที่นั่นโต้รุ่งประสานงานกับพวกสปอนเซอร์และศิลปินท้องถิ่น” โจยกมือขึ้นนวดขมับลากยาวไปตามแนวแก้มด้วยความตึงเครียด


    “แล้วเรื่องห้องพักล่ะ? แล้วยัง... ปายล่ะ?” ผมจงใจเน้นชื่อของแฟนสาวของมัน ปาย จิตรกรสาวสวยสะบึมวัยยี่สิบสี่ปีที่โจรักและทะนุถนอมราวกับไข่ในหิน ปายคือหญิงสาวที่มีรูปโฉมงดงามเย้ายวนชวนฝัน ร่างกายอวบอัดเต็มไปด้วยสัดส่วนโค้งเว้าของสตรีเพศแบบดินระเบิด อกกลมใหญ่โตและสะโพกผายผุดผาด ทว่าเธอกลับมีบุคลิกแปลกแยกและมีโลกส่วนตัวสูง มักจะหมกตัวอยู่แต่ในห้องสตูดิโอวาดเขียนเพื่อสร้างสรรค์ผลงานจนหลงลืมทุกสิ่งรอบตัว


    โจถอนหายใจอีกครั้ง แววตาแฝงความกังวลอย่างหนักเมื่อพูดถึงแฟนสาว “นั่นแหละที่กูเครียดที่สุด ปายเขาเป็นพวกศิลปินช่างฝัน เวลาลงพู่กันจับแปรงสีฝุ่นทีไรคือลืมโลกไปเลย ลืมแม้กระทั่งจะกินข้าวหรือดื่มน้ำ บางทีกูกลับห้องไปเจอนั่งหลับคาเฟรมผ้าใบทั้งวันทั้งคืน แล้วช่วงนี้เขากำลังส่งประกวดภาพสีน้ำมันงานใหญ่ ต้องใช้สมาธิสูงมาก กูไม่อยากให้เขาต้องพะวงเรื่องอื่น”


    โจเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท หยิบพวงกุญแจและแผ่นคีย์การ์ดสีน้ำตาลเทาคู่หนึ่งออกมาวางบนโต๊ะไม้เนื้อดี แสงไฟสลัวจับต้องคีย์การ์ดใบนั้นจนเกิดเป็นเงาพาดทับหน้าโต๊ะ โจเลื่อนแผ่นคีย์การ์ดใบนั้นมาตรงหน้าผมช้าๆ


    “อลัน... กูรู้ว่ากูเกรงใจและรบกวนมึงบ่อย แต่ในกลุ่มพวกเรา มึงคือคนที่กูไว้ใจที่สุดแล้ว มึงไม่มีงานต้องเดินทางไกลเหมือนคนอื่น กูอยากฝากมึงช่วยเป็นหูเป็นตา แวะไปดูปายที่คอนโดหน่อยได้ไหมวะ?” โจสบตาผม แววตาของมันซื่อตรงและเต็มไปด้วยความคาดหวังในตัวเพื่อนรักคนนี้อย่างเต็มเปี่ยม


    “ให้ฉันไปดูแลเหรอ?” ผมแสร้งขมวดคิ้ว ทำท่าทางอึกอักเล็กน้อยเพื่อความสมจริง “มันจะดีเหรอวะโจ ปายเขาเป็นผู้หญิง แล้วเราก็เป็นแค่เพื่อนมึง ถ้าเข้าไปวุ่นวายในสตูเขาบ่อยๆ เขาจะอึดอัดหรือเปล่า”


    “ไม่หรอก ปายเขารู้จักมึงอยู่แล้ว และกูก็บอกเขาไว้แล้วด้วยว่าอาจจะฝากมึงมาช่วยดู... อีกอย่างที่กูห่วงคือระบบควบคุมอุณหภูมิและความชื้นในห้องสตูฯ ตัวเซนเซอร์มันชอบรวน ถ้าเกิดวันดีคืนดีมันปิดตัวเอง ความชื้นพุ่งสูง เฟรมผ้าใบและสีน้ำมันที่ปายวาดค้างไว้เสียหายหมดแน่ๆ งานนั้นมูลค่าทางใจและราคามันสูงมากเลยนะมึง แล้วก็มีพวกเฟรมผ้าใบใหญ่ๆ ที่โจสั่งทำพิเศษ ปายตัวเล็กแค่นั้นยกย้ายเปลี่ยนมุมแสงเองไม่ไหวหรอก มึงช่วยแวะเข้าไปดูให้กูสักสัปดาห์ละครั้งสองครั้งก็ยังดีนะอลัน ถือว่ากูขอร้อง”


    คำขอร้องของเพื่อนรักช่างเปรียบเสมือนปีศาจร้ายที่ยื่นส่งผลไม้ต้องห้ามมาให้ถึงมือ ผมมองแผ่นคีย์การ์ดสีน้ำตาลเทาตรงหน้า หัวใจกระตุกวูบด้วยความยินดีที่ซ่อนเร้น ความรู้สึกละอายใจต่อความไว้ใจของโจถูกกระแสธารความตัณหาไหลบ่าทับถมจนมิดอย่างรวดเร็ว ศีลธรรมในอกของผมพังทะลายลงอีกครั้งโดยไม่มีชิ้นดี


    “...โอเค ถ้ามึงไว้ใจกูขนาดนั้น กูก็จะช่วยดูแลปายให้ดีที่สุด มึงไปทำงานเถอะไม่ต้องห่วงทางนี้” ผมเอ่ยรับปาก น้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น ขณะที่ยื่นมือไปหยิบแผ่นคีย์การ์ดบนโต๊ะเข้ามากำไว้ในฝ่ามือ สัมผัสอุ่นๆ ของแผ่นพลาสติกส่งสัญญาณเร้าอารมณ์ดิบให้โลดแล่นในหัวสมอง


    โจถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก ยิ้มกว้างออกมาได้ในที่สุด “ขอบใจมากนะเพื่อน มึงนี่มันพึ่งพาได้เสมอจริงๆ ถ้าไม่มีมึง กูคงนอนไม่หลับแน่ๆ ที่เชียงใหม่”


    พึ่งพาได้เสมอจริงๆ... ผมทวนคำพูดของโจในใจพร้อมกับรอยยิ้มหยันที่ซ่อนอยู่ใต้เงาแก้วไวน์ โจไม่มีวันรู้เลยว่า คีย์การ์ดใบนี้คือตั๋วผ่านทางใบที่ห้าที่จะพัดพาผมเข้าสู่โลกของจิตรกรสาวสุดสะบึมของเขา และงานศิลปะที่ผมกำลังจะเข้าไปสรรค์สร้างร่วมกับแฟนสาวของเขานั้น จะไม่ใช่การวาดภาพบนผืนผ้าใบอย่างแน่นอน


    ****************


    บ่ายวันถัดมา ท้องฟ้าภายนอกแจ่มใสแต่ลมพัดแรงเป็นระลอก ผมขับรถมาถึงคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรีใจกลางเมือง ซึ่งเป็นที่ตั้งของห้องสตูดิโอส่วนตัวของปายและโจ ตัวอาคารออกแบบตกแต่งในสไตล์ลอฟท์ปูนเปลือยผสมผสานกับความโมเดิร์นดูมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบศิลปิน


    ผมยืนอยู่หน้าประตูห้องพักชั้นบนสุดของตึก หัวใจเต้นแรงขึ้นด้วยความคาดหวัง สัญชาตญาณของการลักลอบกระซิบเตือนความตื่นเต้นท้าทาย ผมยกมือขึ้นกดกริ่งหน้าห้องช้าๆ สองครั้ง เสียงกริ่งกังวานลึกหายเข้าไปในความเงียบสงบภายในห้อง


    ไม่กี่อึดใจต่อมา ผมได้ยินเสียงฝีเท้าแผ่วเบาก้าวเดินตรงมาที่ประตู เสียงปลดล็อคประตูดังแกรกเบาๆ ก่อนที่บานประตูไม้โอ๊คสีเข้มจะเปิดกว้างออกเผยให้เห็นหญิงสาวร่างอวบอัดสะบึมที่ยืนอยู่เบื้องหลัง


    “อ้าว... พี่อลัน” 


    เสียงหวานใสนุ่มทุ้มเอ่ยขึ้นพร้อมกับแววตาที่เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ปายยืนอยู่ตรงหน้าผม ในสภาพที่ทำให้สติสัมปชัญญะของผมแทบเตลิดเปิดเปิงไปในทันที


    ร่างอวบหยัดสล้างวัยยี่สิบสี่ปีของเธอสวมใส่เพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งขนาดใหญ่พิเศษที่น่าจะเป็นของโจ ตัวเสื้อดูยับย่นรุงรัง ชายเสื้อยาวคลุมลงมาปิดกึ่งกลางต้นขาอวบเนียนของเธอพอดี ทว่าสิ่งที่สะกดทุกสายตาของผมไว้คือกระดุมเสื้อเชิ้ตเม็ดบนที่ถูกปลดปล่อยอ้าออกถึงสามเม็ด รอยแยกของสาบเสื้อเปิดกว้างจนเผยให้เห็นเนินอกขาวสล้าง อวบอิ่ม ใหญ่โตทรงดินระเบิดสองเต้ากลมกลึงล้นทะลักออกมาเด่นชัดอย่างน่าอัศจรรย์ และที่สำคัญที่สุด... ร่มผ้าสีขาวบางเบานั้นไม่มีบราเซียหรือชั้นในใดๆ ห่อหุ้มปกปิดไว้เลยแม้แต่ชิ้นเดียว!


    เมื่อเธอขยับตัว ยอดอกอวบหยุ่นสองเต้าใหญ่โตปานแตงโมผลย่อมๆ ก็แกว่งไกวสั่นระริกอยู่ใต้เนื้อผ้าเชิ้ตที่บางเบาจนเกือบโปร่งแสง แสงแดดยามบ่ายที่สาดส่องเข้ามาจากหน้าต่างระเบียงทางเดินด้านหลังทอดแสงทะลุผ่านเสื้อเชิ้ตจนเห็นเป็นเงาสะพรั่งชวนฝันของปทุมถันสีชมพูเข้มขนาดใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่ภายในอย่างลางเลือน 


    ไม่ใช่เพียงแค่นั้น ผิวกายขาวนวลสล้างบริเวณเนินอก ลำคอ และแนวกระดูกไหปลาร้าของเธอมีรอยเปื้อนสีน้ำมันดิบๆ สีฟ้าครามและสีเหลืองมัสตาร์ดเลอะเปื้อนประปราย ผสมผสานไปกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ของแป้งเด็กและกลิ่นสาบสาวเฉพาะตัวที่ลอยมาปะทะจมูกคู่กับกลิ่นสีน้ำมันและกลิ่นน้ำมันสนฉุนกึกจากภายในห้อง


    “พี่อลันเข้ามาซิคะ โจโทรมาบอกปายแล้วล่ะค่ะว่าพี่จะเข้ามาช่วยดูห้องให้” ปายยิ้มบางเบา ดวงตากลมโตคู่สวยดูฉ่ำปรือและลึกลับตามแบบฉบับจิตรกรขี้เหงา เธอเบี่ยงตัวหลบให้ผมเดินผ่านเข้าไปในห้อง


    “รบกวนด้วยนะปาย” ผมเอ่ยทักทายพร้อมก้าวเท้าเข้ามาในสวรรค์ส่วนตัวของเธอ ทันทีที่ประตูไม้บานใหญ่ปิดตัวลงล็อคโดยอัตโนมัติ กลิ่นอายความอ้างว้างและตัณหาเงียบๆ ก็ดูเหมือนจะเริ่มก่อตัวขึ้นช้าๆ


    ห้องของปายถูกเปลี่ยนสภาพให้กลายเป็นสตูดิโอศิลปะอย่างเต็มรูปแบบ ผนังด้านหนึ่งเป็นกระจกใสบานใหญ่ยักษ์เปิดรับแสงธรรมชาติทว่าถูกบังไว้ด้วยผ้าม่านสีขาวบางกรองแสง มีขาตั้งวาดภาพไม้บีชขนาดใหญ่ตั้งเด่นอยู่กลางห้อง บนขาตั้งมีเฟรมผ้าใบแคนวาสขนาดใหญ่ที่วาดภาพหญิงสาวเปลือยกายครึ่งตัวหันหลังพิงผืนน้ำสีฟ้าเข้มทิ้งค้างไว้ รอบๆ ห้องเต็มไปด้วยชั้นวางหลอดสีน้ำมัน จานสีไม้เปื้อนคราบสีหนาเตอะ พู่กันหลากหลายขนาดเสียบอยู่ในกระป๋องเหล็ก และเฟรมผ้าใบเปล่าขนาดใหญ่หลายเฟรมวางพิงกำแพงเกะกะไปทั่วบริเวณ


    “ขอโทษทีนะค พี่อลัน ห้องจะรกๆ กลิ่นสีเหม็นหน่อยนะคะ พอดีปายกำลังรีบปั่นงานส่งประกวดน่ะค่ะ วาดค้างไว้หลายวันแล้วแทบไม่ได้ลุกไปไหนเลย” ปายเอ่ยพลางยกมือขึ้นเสยผมสีดำขลับที่ยาวรุ่ยร่ายไปด้านหลังอย่างลวกๆ การขยับแขนยกขึ้นส่งผลให้เสื้อเชิ้ตตัวโคร่งรั้งขึ้นสูง ชายเสื้อรั้งขึ้นอวดโชว์โคนขาอ่อนขาวผ่องขนาดอวบหยุ่นเต่งตึงน่าขย้ำ และที่แย่กว่านั้นคือกระดุมเม็ดที่สามที่ปลดออกทำให้เต้าทรวงด้านซ้ายเบียดทะลักล้นพ้นขอบสาบเสื้อออกมาเกือบครึ่งเต้า อวดผิวขาวจัดตัดกับสีน้ำมันเลอะเปื้อนสะกดอารมณ์เพศในตัวผมให้ลุกฮือขึ้นทีละน้อย


    “ไม่เป็นไรหรอกปาย พี่ชินแล้วล่ะ... ว่าแต่เห็นโจบอกว่าเฟรมภาพใหญ่ๆ มึงยกไม่ไหว แล้วก็เรื่องเครื่องทำความชื้นด้วยใช่ไหม?” ผมแสร้งถามพลางละสายตาจากเต้านมกลมบิ๊กคู่นั้นอย่างยากเย็น เดินตรงไปที่เครื่องปรับอากาศและเครื่องควบคุมความชื้นที่มุมห้อง


    “ใช่ค่ะ... เครื่องนี้ตัวปรับเซนเซอร์มันชอบตัดเองบ่อยๆ ปายก็ปรับไม่ค่อยเป็น บางทีสีน้ำมันที่ทาไว้ยังไม่แห้งดีเจอน้ำระเหยเข้ามาเกาะเป็นคราบเสียหายหมด แล้วก็มีเฟรมผ้าใบใหญ่สองอันนั้นค่ะ” ปายชี้ไปที่เฟรมผ้าใบขนาดใหญ่สองอันที่วางซ้อนพิงผนังปูนเปลือย “ปายอยากจะย้ายมันมาไว้ฝั่งตรงข้ามเพื่อรับแสงสเก็ตช์ภาพร่าง แต่ละอันหนักมากเลยค่ะ ปายยกคนเดียวเกือบทำล้มพังไปรอบหนึ่งแล้ว”


    “งั้นให้พี่ช่วยดีกว่า ปายมาประคองตรงมุมนะ เดี๋ยวพี่จะยกยกย้ายให้เอง” ผมถอดเสื้อคลุมแจ็คเก็ตตัวนอกออกวางไว้บนเก้าอี้ เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีเทาพอดีตัวที่เผยแผงอกแกร่งและไหล่กว้างชัดเจน ลอบสังเกตเห็นปายที่มองประเมินสรีระของผมด้วยสายตาแวววับวูบหนึ่ง ก่อนที่เธอจะรีบหลบตาลงยิ้มเขินๆ


    ****************


    กระบวนการขนย้ายเฟรมผ้าใบขนาดใหญ่ท่ามกลางสตูดิโอศิลปะแคบๆ เริ่มต้นขึ้น ผมก้าวเข้าไปโอบจับขอบไม้ด้านบนและด้านข้างของเฟรมผ้าใบแคนวาสขนาดสูงเกือบเท่าตัวคน ขณะที่ปายก้าวเข้ามาประชิดช่วยประคองโครงไม้ด้านล่างและด้านข้างอีกฝั่ง


    เนื่องจากพื้นที่ระหว่างขาตั้งภาพหลักและชั้นวางสีค่อนข้างแคบ ทำให้ยามที่เราขยับเขยื้อนขนย้ายเฟรมผ้าใบ ร่างกายของปายต้องเบียดเสียดชิดใกล้กับผมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กลิ่นสีน้ำมัน กลิ่นน้ำมันสนดิบๆ ลอยเคว้งอยู่ในอากาศ แต่สิ่งที่ชัดเจนที่สุดในโสตประสาทของผมกลับเป็นกลิ่นกายสาวที่ร้อนผ่าวและหอมละมุนของปาย


    “ระวังตรงนี้หน่อยนะปาย เดี๋ยวชนขอบโต๊ะ” ผมเอ่ยเตือนพลางเบี่ยงสะโพกหลบ


    “ค่ะพี่อลัน...” ปายตอบรับ น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อยเนื่องจากต้องใช้แรงยก ทันใดนั้น จังหวะที่พวกเราต้องหมุนตัวเพื่อเบี่ยงหลบเฟรมไม้ ปายก้าวล้ำเข้ามาประชิดตัวผมมากเกินไป ร่างกายอวบอัดหยุ่นนุ่มของเธอเบียดกระแทกเข้าหาแขนซ้ายของผมอย่างจัง


    *ปึด... นุ่ม...*


    เนื้อสัมผัสของเต้าทรวงขนาดใหญ่โตที่ไม่มีสิ่งใดขวางกั้นนอกจากเนื้อผ้าเชิ้ตบางเบา บดเบียดเข้ากับต้นแขนของผมอย่างเต็มรัก มันนุ่มหยุ่น หยุ่นละมุนปานปุยฝ้ายแต่กลับแน่นเปี่ยมไปด้วยเนื้อเนียนร้อนรุ่ม ความใหญ่โตขนาดยักษ์ของเต้านมข้างขวาของเธอเบียดบี้แบนราบไปกับผิวท่อนแขนเสื้อเชิ้ตของผม สัมผัสความร้อนจากร่างกายสาวแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าตรงเข้าสู่ระบบประสาทของผมทันทีจนผมเผลอเกร็งลมหายใจ


    ผมก้มลงมองต่ำทันที จากมุมมองด้านบนที่ชิดติดกันขนาดนี้ คอเสื้อเชิ้ตปลดกระดุมของปายเปิดอ้าออกกว้างจนเห็นไปถึงไหนต่อไหน เต้าทรงขาวผ่องทรงหยดน้ำขนาดเขื่องเบียดชิดกันจนเกิดรอยแยกเนื้อสีขาวนวลลึกเป็นร่องยาว มีคราบสีน้ำมันเลอะเปื้อนเป็นปื้นเล็กๆ ใกล้กับฐานอก ยามที่เธอหายใจหอบถี่ระรัวจากการออกแรง เนินเนื้อขนาดใหญ่ทั้งสองข้างขยับกระเพื่อมขึ้นลงเสียดสีเบียดชนกับท่อนแขนของผมซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างเป็นจังหวะเร้าอารมณ์


    ปายไม่ได้ถอยห่างออกไปทันที ดวงตากลมโตชวนฝันของเธอเงยขึ้นมองประสานสายตากับผมในระยะประชิด ริมฝีปากบางสวยเผยอออกเล็กน้อยจนเห็นไรฟันขาวและปลายลิ้นชุ่มฉ่ำ ลมหายใจอุ่นๆ ของเธอเป่ารดต้นคอของผมจนขนลุกชัน ความเงียบสงบในห้องมีเพียงเสียงแอร์ทำงานแผ่วเบา ยิ่งตอกย้ำให้ตราบาปและความกระสันซ่านพล่านปะทุขึ้นในใจ


    “อุ๊ย... ขอโทษค่ะพี่อลัน เบียดพี่หรือเปล่าคะ” ปายเอ่ยเสียงอ้อมแอ้ม ใบหน้าหวานซับสีระเรื่อสีชมพูจางๆ ทว่าดวงตาของเธอกลับไม่ได้แสดงความขัดเขินจนต้องรีบผละหนี ร่างกายของเธอยังคงแช่นิ่งเบียดเต้าเต่งตึงเข้าหาแขนของผมครู่หนึ่งคล้ายหยั่งเชิง


    “ไม่เป็นไร... พี่ไหว ปายช่วยจับตรงมุมนั้นแน่นๆ นะ” ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าเล็กน้อย พยายามควบคุมสติสัมปชัญญะที่กำลังพังทลาย ศีลธรรมในหัวของผมเริ่มกรีดร้องทักท้วงถึงใบหน้าของโจ เพื่อนรักที่กอดคอชนแก้วและเชื่อใจฝากฝังเมียรักไว้กับผม... ทว่าร่างกายและสัญชาตญาณสัตว์ป่ากลับตอบสนองความเย้ายวนตรงหน้าอย่างไม่ละลด ลำเอ็นในกางเกงสแล็กเริ่มตึงขยายใหญ่ขึ้นจนคับแน่นอึดอัดรวดร้าวไปหมด


    เราช่วยกันประคองยกเฟรมไม้จัดตั้งเข้ามุมเรียบร้อย ผมยืนหอบหายใจเบาๆ พลางเช็ดเหงื่อที่ผุดพรายบนหน้าผาก สายตายังจับจ้องไปที่ร่างอวบสะบึมของปายที่กำลังยืนบิดกายไล่ความเมื่อยล้า เสื้อเชิ้ตตัวบางย้วยพับตามรอยโค้งเว้าของเอวกิ่วและสะโพกดินระเบิดที่ผายออกกว้างอย่างน่าฟัด ทรวงอกกลมใหญ่ของเธอแกว่งคล้อยตามแรงบิดตัวช่างล่อตาล่อใจคนบาปเหลือเกิน


    “ขอบคุณมากเลยนะคะพี่อลัน ถ้าไม่มีพี่ ปายคงทำเฟรมผ้าใบขาดแน่ๆ เลย” ปายหันมายิ้มหวาน แววตาของเธอดูมีความเปลี่ยวเหงาซ่อนเร้นอย่างเด่นชัด “อยู่คนเดียวในสตูดิโอนี่เหงาจะตายไปค่ะ โจเขาก็บ้าแต่งาน วันๆ ก็คุมแต่ห้องนิทรรศการ คุยแต่เรื่องผลงานศิลปะชิ้นใหญ่ๆ ไม่เคยมีเวลามาช่วยยกเฟรมหรือนั่งคุยกับปายแบบนี้เลย”


    คำระบายความเหงาของปายเปรียบเหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟราคะที่สุมรุมในอกของผม ผมสืบเท้าก้าวเข้าไปใกล้เธออีกก้าวหนึ่ง ระยะห่างลดลงจนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากตัวเธอ


    “ถ้าปายเหงา... ต่อไปนี้พี่จะแวะมาช่วยดูแลบ่อยๆ ดีไหมครับ? โจฝากพี่ไว้แล้ว พี่ไม่อยากให้ปายต้องเหงาอยู่คนเดียว” ผมส่งสายตาคมปลาบเปี่ยมด้วยเล่ห์เหลี่ยมสบตากับเธอ


    ปายหลบสายตาวูบหนึ่ง ใบหน้าเนียนหวานร้อนผ่าวจนแก้มขึ้นสีแดงก่ำ เธอพยักหน้ารับคำเบาๆ “...ดีค่ะ ปายจะรอพี่อลันแวะมาหาบ่อยๆ นะคะ”


    ความลับและความสัมพันธ์ซ่อนเร้นกำลังเริ่มหยั่งรากลึกลงไปในความเงียบงันของห้องสตูศิลปะแห่งนี้ ศีลธรรมของผมพังยับเยินไปเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงการรอคอยเวลาและจังหวะที่จะปิดบัญชีสวาทจิตรกรสาวคนนี้ลงอย่างสมบูรณ์แบบ


    ****************


    “เดี๋ยวปายขอจัดแสงไฟสปอตไลท์ตรงมุมนี้อีกนิดนึงนะคะ จะได้เริ่มลงสีพื้นหลังภาพใหม่” ปายเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นพลางเดินตรงไปที่ชุดไฟสปอตไลท์สตูดิโอขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนขาตั้งเหล็กสามขาข้างโซฟาหนังสีแดงเก่าๆ ตัวหนา


    ผมมองตามร่างอวบที่เดินนวยนาดไปขยับขาตั้งเหล็ก ร่างกายท่อนบนของเธอโน้มเอียงไปข้างหน้าเพื่อปรับตำแหน่งหัวโคมไฟเหล็กสีดำ แสงสว่างสีเหลืองนวลพุ่งวาบออกมาจากตัวโคมไฟ สาดส่องกระทบผิวกายขาวนวลสะท้อนเงาของเธอพาดทับลงบนเฟรมผ้าใบแคนวาสและผนังปูนเปลือยเบื้องหลัง เกิดเป็นภาพเงารูปร่างสตรีเพศที่มีโค้งเว้าอวบอัดสะบึมอย่างงดงามปานรูปแกะสลักเทพธิดากรีกโบราณ


    ปายพยายามเขย่งเรียวขาขาวเนียนเพื่อเอื้อมมือไปหมุนคลายเกลียวล็อคหัวสปอตไลท์ด้านบนที่ค่อนข้างสูง เสื้อเชิ้ตยับๆ รั้งสูงขึ้นจนเผยให้เห็นบั้นท้ายกลมกลึงงอนงามขนาดมหึมาและสะโพกดินระเบิดที่ขยับไหวโชว์แก้มก้นขาวผ่องรำไรล่อสายตา ผมจับจ้องมองภาพนั้นอย่างไม่วางตา ความกระสันอยากก้าวเข้าไปสวมกอดจากทางด้านหลังและรั้งสะโพกอวบอัดนั้นเข้ามากระแทกกระทั้นความแข็งแกร่งเข้าใส่ร่องรักของเธอให้รู้แล้วรู้รอดพุ่งสูงจนถึงขีดสุด


    ทว่าในจังหวะที่ปายเบี่ยงตัวและพยายามยืดตัวเขย่งเท้ากดน้ำหนักมือปรับโคมไฟเหล็กอยู่นั้น...


    *แกรก... ครืด!*


    ปลายเท้าเปลือยเปล่าของเธอที่เหยียบอยู่บนพื้นปูนเคลือบเงาลื่นๆ ดันก้าวพลาดไปสะดุดเข้ากับขาตั้งกล้องเหล็กสามขาและโครงเหล็กจับมุมห้องที่วางระเกะระกะอยู่ใต้ฐานสปอตไลท์อย่างจัง!


    “ว๊ายยยย!”


    ปายร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ ร่างอวบสะบึมของเธอเสียหลักเอียงวูบ สูญเสียการควบคุมการทรงตัวล้มถลาลงมาด้านข้างอย่างรวดเร็ว โดยจุดที่เธอจะล้มลงไปคือโซฟาหนังสีแดงตัวเก่าที่วางชิดติดกับกำแพงสตูฯ


    ปฏิกิริยาของผมว่องไวปานเสือร้ายที่เฝ้ารอจังหวะขย้ำเหยื่ออยู่แล้ว ผมสืบเท้าก้าวพรวดเข้าไปหาเธอในพริบตา กวาดท่อนแขนแกร่งทั้งสองข้างออกไปโอบอุ้มรอบเอวกิ่วคอดและสะโพกกลมกลึงอันอวบหนาแน่นตึงมือของเธอเอาไว้แน่นเพื่อหวังจะประคองไม่ให้เธอล้มลงกระแทกพื้นแข็ง


    ทว่าน้ำหนักตัวของจิตรกรสาวร่างเจ้าเนื้อสะบึมหุ่นดินระเบิดบวกกับแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางทำให้ผมนับจังหวะพลาด ร่างของพวกเราสองคนเสียหลักล้มคว่ำลากพากันคลุกคลีเกลือกกลิ้งทับคร่อมเกยกันลงไปบนโซฟาหนังสีแดงตัวเก่านั้นพร้อมๆ กันอย่างแรง!


    *โครม! ฟุ่บ!*


    เสียงตัวเครื่องสปอตไลท์เบี่ยงทิศทางตกกระทบพื้นไม้ข้างๆ จนแสงไฟสีเหลืองนวลปัดสาดเฉียงขึ้นมาทอดเงาบนสวรรค์ขนาดเล็กเหนือโซฟาหนังสีแดง ร่างของผมนอนคร่อมทับอยู่เหนือร่างของปายโดยสมบูรณ์แบบบนเบาะโซฟาหนังนุ่มหยุ่นปนกลิ่นอายความเย็นเยียบของหนังแท้


    เนื้อตัวของพวกเราแนบชิดบดเบียดสนิทแน่นจนไม่มีแม้อากาศจะไหลผ่านได้ แผงอกแกร่งและกว้างของผมทับทาบลงบนเต้าทรวงขนาดใหญ่โตล้นหลามสองข้างของปายอย่างเต็มแรง ความนุ่มนิ่ม ยืดหยุ่น อวบอัดแน่นตึงของปทุมถันยักษ์ไร้บราเซียใต้เสื้อเชิ้ตบางเบาบดบี้กระจายตัวแบนไปตามแผ่นอกของผม สัมผัสความอวบใหญ่โตที่อัดแน่นปานดินระเบิดมันช่างร้อนผ่าวและนวดเฟ้นแผงอกของผมจนสติแทบดับสูญ ลมหายใจของปายหอบกระชั้นถี่ระรัว หน้าอกของเธอสะท้อนกระเพื่อมขึ้นลงบดเบียดเสียดสีแผงอกของผมทุกๆ วินาทีอย่างเร่งเร้า


    ปลายจมูกของผมและปายอยู่ในระยะห่างเพียงไม่ถึงคืบ สบประสาทตากันตรงๆ ใต้แสงสปอตไลท์สีเหลืองนวลอันสลัวและอบอุ่นที่ทอดเงาร่างของชู้รักสองคนบนผนังห้องสตูดิโอราวกับศิลปะชิ้นเอกของซาตาน ดวงตาชวนฝันของปายเบิกกว้างด้วยความตกใจปนหัวใจเต้นระรัวสะท้านลึก ริมฝีปากบางสวยแง้มเผยอหอบหายใจถี่ กลิ่นกายสาวหอมสลัวและกลิ่นสีน้ำมันฟุ้งโชยเข้ามากระตุ้นตัณหาความชั่วช้าในตัวผมจนกู่ไม่กลับ


    เสื้อเชิ้ตขาวของเธอรั้งถลกขึ้นมาสูงจนเผยให้เห็นต้นขาขาวอวบน่าฟัดและเนื้อผิวเนียนเรียบที่เบียดเกยสอดประสาทอยู่กับหว่างขาของผม แก่นกายร้อนผ่าวที่แข็งตัวจนขยายใหญ่เต็มขนาดภายใต้กางเกงสแล็กบดเบียดเข้ากับร่องรักและเนินเนื้อสามเหลี่ยมของเธอผ่านเนื้อผ้าบางเบาอย่างจะแจ้ง ปายสะดุ้งตัวโยนน้อยๆ เมื่อสัมผัสได้ถึงตัวตนอันเขื่องร้อนระอุของเพื่อนแฟนหนุ่มที่ดุนดันอยู่ตรงกึ่งกลางกายสาว ทว่าเธอกลับไม่ได้ขยับหนี ซ้ำยังเผยอริมฝีปากจ้องมองตาของผมอย่างสะท้านใจคนบาปที่ล้ำเส้นศีลธรรมมาแล้วครึ่งก้าว


    ในห้วงนาทีที่แสงสปอตไลท์สีส้มทองทอดเงาโอบล้อมกายเราสองคน โลกทั้งใบดูเหมือนจะหยุดนิ่งเหลือเพียงเสียงเต้นของหัวใจสองดวงที่สะท้อนความใคร่และความเหงาปั่นป่วนเข้าหากัน... ริมฝีปากของผมเลื่อนเข้าไปใกล้อย่างช้าๆ สบตากับดวงตาสั่นระริกชวนฝันของปายที่จะก้าวข้ามผ่านเส้นเขตแดนศีลธรรมในค่ำคืนนี้ไปพร้อมกันอย่างไม่มีวันหวนกลับ...


    คล้ายกับเรื่องแอบแซ่บ....แฟนเพื่อน NC++ ที่คุณอ่าน

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    นิยาย อีโรติก
    2.40M 1665
    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 5206
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.38M 1499
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    นิยาย แฟนตาซี
    571K 2468
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.54M 3732