เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    ตอนที่ 29 งานเลี้ยงแสนวุ่นวาย

         จางเฉินทำที่ย่างเนื้อแบบง่าย เอาสมุนไพรต่างๆ ยัดไส้ในหมู และไก่แล้วให้เพื่อนๆ ของจางหลิงทั้ง 50 คนช่วยกลับด้านให้สุกอย่างทั่วถึงเขาให้ทุกคนเอาไวน์ลิงราดเป็นระยะเพื่อเพิ่มรถชาติ


        “ต่อไปก็น้ำจิ้ม”


        จางเฉินทำครกจากไม้ไว้แล้วเขาทำน้ำจิ้มอย่างง่ายๆ ครบรสทั้ง เปรี้ยว เผ็ด หวาน เค็มด้วยการจดบันทึกและการศึกษาสมุนไพรและพืช จางเฉินได้สูตรสำหรับทำอาหารจำนวนหนึ่งโดยดัดแปลงเอากับสิ่งที่มีอยู่ในโลกใบเล็กของเขา


        กลิ่นหอมกระจายไปทั่วทั้งหมู่บ้าน ไม่นานชาวบ้านก็เริ่มทยอยกันมางานเลี้ยง


        “แม่ข้าวสุกหรือยังครับ”จางเฉินถามเข้าไปในบ้าน ซึ่งแม่เขากำลังหุงข้าวจำนวนหลายเตา


        “ได้ที่แล้ว”


        “จางหลิงบอกเพื่อนๆ แบ่งคนมาลงทะเบียนตามที่คุยกันไว้หน่อยขอครึ่งหนึ่งก่อน”


        มีการเริ่มลงทะเบียนจางเฉินพบว่าหลังจากแนะนำการฝึกลมปราณไปแล้วชาวบ้านต่างเรียกคนในตระกูลที่กระจายตามเมืองต่างๆ กลับมารวมตัวกันคนในหมู่บ้านสกุลจางมีมากถึง 1200 คน 


       เสียงจอแจไม่ขาดสายคนเริ่มมาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จางเฉินกับพ่อ รออยู่ที่ลานสำหรับคำอวยพรต่างๆ ทั้งคำชมแล้วก็มีของเล็กๆ น้อยๆ ไม่ว่าจะเป็นแร่ธาตุต่างๆ สมุนไพร อาวุธ เสื้อผ้า


        แป๊ง แป๊ง แป๊ง


       จางหลงเคาะกระดานเหล็กเพื่อเริ่มการชุมนุม


       “ขอบคุณครอบครัวหมู่บ้านสกุลจางทุกท่านที่มารวมตัวกันวันนี้อย่างที่ทุกคนเห็น ลูกชายผมจางเฉินได้ถึงลมปราณก่อเกิดแล้วและเกิดนิมิตหมายอันดีเกิดขึ้นในหมู่บ้าน เราจึงจัดงานฉลองขึ้นหมู่บ้านเรากำลังจะเจริญรุ่งเรือง... ”


       ชาวบ้านต่างเฮฮาพูดคุยรับกับจางหลงอย่างสนุกสนาน จางเฉินจึงขึ้นกล่าวต่อจากพ่อเขา


        “ขอบคุณทุกคนครับตอนนี้ผมมีโครงการสำหรับพัฒนาหมู่บ้าน ในวันพรุ่งนี้และวันต่อๆ ไป ผมจะให้น้องๆผมทั้ง 50 คนที่โต๊ะลงทะเบียน เรียกท่านมาพูดคุยเกี่ยวกับอนาคตนะครับ ผมมีอีก 3วิชาสำหรับทุกคน เป็นศิลปะการต่อสู้ที่ดีมาก จะมี หมัดอัคคีพิโรธ เพลงกระพี่วายุกระชิบ ท่าเท้าท่องเมฆา  ครับ”


        เพียงแค่ชื่อของศิลปะการต่อสู้ก็ทำให้ชาวบ้านส่งเสียงฮือฮาดังลั่น


        “ผมอยากให้ทุกคนสาบานว่าวิชาที่เรียนหมู่บ้านนี้ จะเฉพาะสกุลจางเท่านั้น ไม่สอนให้คนนอก”


       ชาวบ้านต่างพร้อมเพรียงสาบานต่อ สวรรค์และโลก เสียงดังกึกก้อง


      “และสุดท้ายเริ่มงานฉลองกันครับ” จางเฉินยกแก้วขึ้นมา ทุกคนจะได้ไวน์ 4 ฤดูคนละหนึ่งแก้วก่อนแล้วค่อยกินข้าวกัน


      “เอาทุกคนพูดตามผมครับ ไซโย ไซโยไซโย ดื่ม” จางเฉินนำเอาวิธีการแปลกๆ จากโลกเดิมมาสร้างความหรรษาเพื่อปลุกกำลังใจ


       หลังจากนั้นทุกคนก็กินดื่มกันอย่างสนุกสนานจางเฉินเอาไวน์ 4ฤดู กับไวน์ผลไม้ออกมาอย่างละ 50 ถังไว้หลังบ้านเขาให้ทุกคนเอามากินกัน หลังจากดื่มกินกันไป 1 ชั่วยาม ชาวบ้านก็เมากันถ้วนหน้าจางเฉินหน้าถอดสีทันทีเพราะสภาพงานเลี้ยงเริ่มกลายเป็นวุ่นวายหลายคนเริ่มต่อยตีกันอย่างคึกคัก โต๊ะเกาอี้กระจายไปทั่ว บ้านที่อยู่รอบๆ งานเลี้ยงต่างได้รับผลกระทบกำแพงบ้านเป็นรูบ้าง พังทั้งหลังบ้าง


       “นี่ กินกันเยอะไป”จางหลงหันมามองจางเฉินที่ทำหน้าเสียอยู่


      ชาวบ้านบางส่วนกลับบ้านไปกับคู่ตัวเองเพื่อมีอะไรกันแต่มันเสียงดังสนั่นมากจำนวนหลายคู่ เสียงโอ้ อ้า อื้อ โอ้ย ดังไม่ขาดสายจางเฉินหันไปมองจางหลินและเพื่อนๆ ที่ยังไม่กิน เพราะสรุปรายชื่อต่างหน้าแดง


       บางคนกลับไปนั่งสมาธิบางคนก็เมาแล้วนอนอยู่แถวถนนหมู่บ้าน


       “มีบางคนถึงปราณก่อเกิดแล้ว”เสียงโสมแดงจากในมิติบอกจางเฉิน


       “จริงดิข้าเพิ่งลมปราณก่อเกิด ฝึกตั้งนาน” จางเฉินเกาหัว


       “รู้สึกว่าจะเป็นกลุ่มที่จับคู่หยินหยาง ส่วนพวกที่ต่อยตีกัน หรือนอนกลางถนนต่างก็ถึงกลั่นร่างกายขั่น 9เจ้าเป็นบ้าอะไร กินกันยังกะน้ำ นี่มันของระดับสูงเอามาเล่นซะเสียหาย” โสมแดงตำหนิ


       “ว่าแต่เขา เจ้าก็ชอบกินเยอะ”


       “ลมปราณไร้ลักษณ์สมชื่อจริงๆ มันมีวิธีฝึกเผื่อทะลุระดับแบบนี้ด้วยทั้งที่คนส่วนมากจะต้องติดกับระดับนี้หลายปี หรือไม่สามารถทะลุได้ตลอดชีวิต”


       “เจ้าหมายถึงเพราะลมปราณไร้ลักษณ์เหรอที่แค่ผสานหยินหยางก็ทะลุได้” จางเฉินเริ่มสนใจมากขึ้น


       “มันเป็นวิธีลมปราณแบบโบราณข้ากับอาจารย์ได้มาจากสุสานจักรพรรดิ มันสามารถพัฒนารูปแบบการไหลเวียนและการดูดซับพลังธาตุ ตามแต่ผู้ฝึก ทั้งยังมีการพัฒนาไปกับผู้ฝึก วิชาต่างๆแบ่งเป็นระดับ ต่ำ กลาง สูง ลมปราณไร้ลักษณ์นั้นไม่มีกำหนดขั้นไว้ และไม่สามารถกำหนดได้เจ้าต้องบอกชาวบ้านให้ระวังเรื่องการสอนคนรุ่นต่อไป จะต้องใช้ต้นฉบับถ้าอ้างอิงจากตัวพวกเขาเอง การไหลเวียนต่างๆ มันจะเปลี่ยนแปลงไปแล้ว จะมีแต่ผลเสียกับคนฝึกใหม่”


       “ขอบคุณข้าคงต้องระวังและเตือนกันไว้” จางเฉินมองภาพที่ปรากฏวันนี้ หนึ่งก็ยินดีอีกใจนึกก็รู้สึกแย่ที่ปล่อยให้กินกันจนวุ่นวาย 

    คล้ายกับเรื่องเส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God) ที่คุณอ่าน