บรรยากาศก่อนการประมูล
ห้องประมูลของหอการค้าห้าอาณาจักร สาขาเติ่งเซิงตั้งอยู่ในอาคารแยกออกไปด้านหลังเป็นอาคารกลมสามชั้นเส้นผ่านศูนย์กลางกว่าสองร้อยจั้งโถงกลางเว้าเป็นหลุมลงไปเหมือนโรงละคร สถาปัตยกรรมหรูหราอลังการเสาสลักมังกรลอยวนรับหลังคาโค้งทองคำแวววาว แสงเทียนไฟแสงทองระยิบระยับส่องทั่วบริเวณสะท้อนกับผนังหินอ่อนสีขาวราวกับดวงดาว
เมื่อพระอาทิตย์เริ่มลับฟ้า เทียนไฟนับร้อยดวงถูกจุดขึ้นพร้อมกันแสงทองอุ่นอ่อนไหลเวียนไปทั่วทุกซอกมุมสาดส่องผ่านหน้าต่างกระจกสีที่ประดับด้วยลวดลายมังกรคู่เจ้าเมื่อแสงส่องผ่านก็สะท้อนเป็นรัศมีหลายสีเหมือนสายรุ้งอ่อนๆ บนพื้นหินอ่อนสีครีม
กลิ่นหอมของธูปไม้จันทน์และกฤษณาลอยฟุ้งเบาๆผสมผสานกับกลิ่นหอมของชาดอกไม้เก่าแก่และกลิ่นอายของสมุนไพรล้ำค่าที่บางคนพกติดตัวมาบรรยากาศทั้งหมดแปลงเปลี่ยนเป็นอาณาจักรแห่งความฝันที่ทุกคนล้วนหวังจะครอบครองสมบัติที่ฝันถึง
ที่นั่งแบ่งเป็นสองระดับ ชั้นล่างกว้างใหญ่เต็มไปด้วยที่นั่งหลายร้อยเรียงเป็นแถวโค้งหันหน้าเข้าหาเวทีกลาง เหมาะสำหรับแขกทั่วไปแต่ละที่นั่งหุ้มด้วยผ้าไหมสีทองแดงอ่อนมีโต๊ะเล็กด้านข้างสำหรับวางถ้วยชาและขนมหวาน นักการค้าจากเมืองใกล้เคียงนักผจญภัย เจ้าของร้านค้าและผู้คนมากมายที่หวังจะได้ของดีมานั่งรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ
ส่วนชั้นบนเป็นห้องส่วนตัวสิบสองห้อง แต่ละห้องตกแต่งอย่างหรูหรามีม่านไหมสีแดงสกุลดินและม่านเวลเวทสีทองคั่นระหว่างห้องภายในแต่ละห้องมีเก้าอี้หุ้มหนังเสือไฟไฟฟ้าสำหรับนั่งโต๊ะไม้ไผ่เซียนที่แกะสลักด้วยลวดลายมังกรบินฟ้าและระบบเวทสื่อสารเฉพาะเสียงที่สามารถส่งคำสั่งลงไปยังพิธีกรได้โดยไม่ต้องโชว์หน้าเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของแขกสำคัญจากห้าตระกูลใหญ่แห่งเติ่งเซิง
ตระกูลหลี่ได้ห้องหลายเลขหนึ่ง ตระกูลหลี่เป็นตระกูลการค้าที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องค้าขายอาวุธโดยเมืองต่างๆที่อยู่รอบเมืองเติ่งเซิงจะมีสาขาของตระกูลหลี่ตั้งอยู่
ตระกูลซุนได้ห้องหมายเลขสองโดยตระกูลซุนเป็นตระกูลขุนนางเก่าแก่ที่เจ้าตระกุลเกษียณออกมานานแล้วแต่ว่าลูกหลานในตระกูลยังรับราชการภายในอาณาจักรอยู่ทำให้ตระกูลซุนเป็นหนึ่งในห้าตระกูลได้อย่างมั่นคง
ตระกูลจ้าวอยุ่ภายในห้องหมายเลขสาม เช่นเดียวกับตระกูลหลี่ตระกูลจ้าวเชี่ยวชาญในเรื่องการค้าขายโอสถและมีสาขาอยู่ตามเมืองต่างๆเช่นกัน
ในห้องหมายเลขสี่ มีนายน้อยตระกุลเว่ย “เว่ยชิงหยาง”พร้อมทั้งผู้อาวุโสของตระกูลนั่งประจำที่อยู่โดยเว่ยชิงหยางถือได้ว่าเป็นอัจฉริยะประจำเมืองเติ่งเซิง และได้รับคัดเลือกให้เป็นศิษย์สายนอกของสำนักไร้พรมแดน จึงตั้งใจจะมาประมุลหาอาวุธประจำตัวเพื่อนำไปใช้
ตระกูลฉินในห้องหมายเลขห้าข้างกายประมุขตระกูล “ฉินเฮ่าหนาน”เป็นลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของเขาซึ่งเป็นอัจฉริยะอีกคนหนึ่งที่ได้รับเลือกเข้าไปเป็นศิษย์สายนอกของอารามจันทราโดยวันนี้นางตั้งใจจะประมูลของบางชิ้นไปให้กับอาจารย์ของนาง
และที่พิเศษสุดคือห้องชั้นบนสุดของเจ้าเมือง”หลิวหรงซิน”ห้องหรูหราที่สุดในอาคาร ตกแต่งด้วยผ้าไหมสีทองล้วนมีอัญมณีรูปนกฟินิกซ์และมังกรสลับกันไปพื้นปูด้วยพรมขนเสือขาวหิมะจากเขาภูเขาแข็งเซียน ผู้ไม่ค่อยปรากฏตัวแต่วันนี้กลับมาร่วมสังเกตการณ์ด้วยตนเอง
เอี้ยเสวียนเดินทางมาถึงกับบัตรเชิญสีเงินที่ตอกตราประทับของหอการค้าบัตรเชิญนี้เขาได้มาจากการที่ขายสมุนไพรหายากไปให้หอการค้าเมื่อเดือนที่แล้ว
เมื่อเข้ามาในห้องประมูล เขารู้สึกได้ถึงความคึกคักจากเสียงพูดคุยของบรรดาผู้เข้ามาประมูลที่อยู่ในสถานที่แห่งนี้แทบทุกอณูในอากาศปรับเปลี่ยนไปตามกิจกรรมการค้าขายที่ยิ่งใหญ่บรรยากาศเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ความหวังและความกระหายในการได้ครอบครองสมบัติหายาก
เขานั่งอยู่แถวกลางของชั้นล่าง แม้จะมีป้ายเชิญแต่ก็เป็นป้ายเชิญธรรมดาอย่างไรเสียเอี้ยเสวียนก็เพิ่งทำการค้ากับหอการค้าห้าอาณาจักรเป็นไปไม่ได้ที่จะได้ห้องพิเศษชั้นบน เขาจึงต้องนั่งร่วมกับผู้คนมากหน้าหลายตาข้างๆ เขานั่งอยู่นักการค้าอ้วนท้วนคนหนึ่งที่คอยเช็ดเหงื่อตลอดเวลาหน้าเขานั่งสาวสวยสองคนจากเมืองไกลที่กำลังกระซิบอะไรกันเบาๆส่วนด้านหลังมีชายผู้เฒ่าลึกลับที่ห่มผ้าคลุมสีดำมิด ไม่มีใครรู้ว่าเขาคือใคร
บรรยากาศคึกคักเต็มไปด้วยเสียงกระซิบกระซาบและความคาดหวังทุกคนต่างจ้องมองไปยังเวทีกลางที่ยังว่างเปล่า แต่เต็มไปด้วยความลุ้นระทึก
เสียงกลองขนาดใหญ่ดังขึ้นสามครั้ง "บึ่ง! บึ่ง! บึ่ง!"เป็นสัญญาณเริ่มการประมูล เสียงกลองมีพลังแผ่ซ่านไปทั่วทั้งห้องสั่นสะเทือนถึงก้นอกของแต่ละคน ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วห้องอย่างกะทันหันแม้แต่เสียงหายใจก็กลายเป็นเบาลงไป
ชายชราในชุดคลุมสีม่วงเงินเดินออกมาจากฉากหลังก้าวเดินขึ้นบันไดหินอ่อนสีขาวเพื่อยืนอยู่กลางเวทีใบหน้าเขาแก่ชราแต่ยังคงมีรูปร่างที่ผึ่งผายผมขาวราวแก้วใสเกล้าขึ้นไปเป็นมวยบนศีรษะ เครางาบยาวพาดอยู่บนหน้าอกดวงตาแต่ละข้างเปล่งประกายราวเพชรพลอย
เขาคือ "ผู้อาวุโสเจี่ยง" ผู้เป็นตำนานของวงการค้าอายุเก้าสิบปีแล้วแต่ยังแข็งแรงเป็นคนเดียวที่สามารถประเมินราคาของโบราณวัตถุและสมบัติหายากได้อย่างแม่นยำที่สุดในภูมิภาคนี้ชื่อเสียงของเขาขจรขจายไปทั่วห้าอาณาจักร มีคนมากมายที่อยากได้เขามาประเมินสมบัติของตน
เสียงของเขาทรงพลังโดยไม่ต้องใช้เครื่องขยายเสียง แม้ไม่ได้ตะโกนแต่เสียงก็แผ่ไปทั่วทุกมุมของห้องอย่างชัดเจน
"ทุก ท่าน ผู้มี เกียรติ!"เขาเอ่ยขึ้นแล้วหยุดพักสักครู่ ให้ทุกคนหันมาจับจ้องที่เขา
"วันนี้งานประมูลของเรามีของล้ำค่าหายากมากมาย ที่รวบรวมมาจากทุกแห่งหนตั้งแต่เทือกเขาหิมะเซียนทางตอนเหนือ ไปจนถึงป่าอสูรใต้ใต้ไม่ว่าจะเป็นสมุนไพรหายาก อาวุธวิเศษ คัมภีร์เทพหรือแม้แต่สิ่งลึกลับที่ไม่อาจเรียกชื่อได้!"
เขาหยุดพูดเพื่อให้ความตื่นเต้นเติบโตขึ้น "ขอให้การประมูลครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเป็นธรรม!และขอให้ผู้โชคดีได้สมบัติที่ใจปรารถนา!"
มือของเขาโบกไปทางด้านหลัง บ่าวหนุ่มสาวประมาณสิบคนเดินออกมาแต่ละคนถือเสื้อผ้าคลุมสีทองและรถเข็นเล็กๆ เพื่อเป็นการแสดงสินค้าในการประมูล
รายการประมูลเริ่มต้นด้วยสินค้าคุณภาพดีแต่ไม่ถึงกับหายากมากเป็นการปูทางให้แขกทำใจร้อนและเข้าสู่จังหวะการประมูลแบบค่อยเป็นค่อยไป
"รายการแรก!ส่วนประกอบสำหรับผสมยาชิงใส ประกอบด้วย "รากหญ้าวิญญาณวารี, เกล็ดพญานาคินทร์, ละอองเกสรบุปผาจันทราแปดแฉก"!"ผู้อาวุโสเจี่ยงยกกล่องไม้ขนาดกลางขึ้นแสดงให้เห็นว่าภายในมีสมุนไพรหายากหลายอย่างเก็บใส่หลอดแก้วใส
"ราคาเริ่มต้น สิบเหรียญทอง!"
"สิบเหรียญ!"นักการค้าอ้วนที่นั่งข้างเอี้ยเสวียนยกป้ายขึ้นทันที เหงื่อเซาะไหลเต็มใบหน้า
"สิบห้า!"สาวสวยที่นั่งหน้าตะโกนขึ้น หันหลังมามองด้วยแววตาท้าทาย
"ยี่สิบเหรียญทอง!"เสียงจากห้องชั้นบนดังขึ้น ทำให้นักการค้าชั้นล่างหลายคนหันเงียบไป
เอี้ยเสวียนนั่งดูอย่างสงบ ไม่ได้สนใจสมุนไพรระดับนี้มากนักเขาเก็บแรงและเงินไว้สำหรับสิ่งที่สำคัญกว่า
รายการถัด ๆ ไปก็เป็นไปในทำนองเดียวกัน
ส่วนประกอบผสมยาเพิ่มกำลัง ขายได้ในราคาห้าพันเหรียญทอง
อาวุธระดับ 4 ขายได้ในราคาแปดพันเหรียญทอง
ขั้นตอนเหล่านี้ใช้เวลาไปประมาณหนึ่งชั่วโมง บรรยากาศค่อยๆ ร้อนขึ้นเมื่อแขกทุกคนได้ปรับอารมณ์และทำใจให้พร้อมสำหรับการสู้ ราคา อย่างจริงจัง
จนกระทั่งในที่สุด เอี้ยเสวียนก็เริ่มเข้าร่วมประมูลเล็กๆ หลายรายการ
หยกปรับลมปราณ - หยกสีเขียวมรกตขนาดก้อนมือที่สามารถช่วยปรับความสมดุลของพลังปราณในร่างกายเขาประมูลได้ในราคาสี่หมื่นเหรียญทอง
ยันต์ผ่อนธาตุห้า - เครื่องราคบวิเศษที่สร้างขึ้นจากโลหะหายากสามารถช่วยปกป้องร่างกายจากการโจมตีของเวทธาตุต่างๆเขาซื้อไปในราคาสามหมื่นห้าพันเหรียญทอง
ตะกรุดโลหิตมังกร - วัตถุมงคลขนาดเล็กที่ทำจากเกล็ดมังกรแท้สามารถเพิ่มพลังพลิกแพลงของร่างกายให้แข็งแกร่งขึ้นเขาได้มาในราคาห้าหมื่นเหรียญทอง
ใช้เงินไปมากกว่าแสนเหรียญทองแล้วเพื่อซื้อของล้ำค่าเหล่านี้ไปมอบให้บิดาและผู้อาวุโสในตระกูลอี้ย่าเขารู้ว่าสิ่งเหล่านี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ตระกูลได้ไม่น้อย
ผู้อาวุโสเจี่ยงก้าวเดินไปหยิบกล่องคริสตัลใสจากโต๊ะด้านหลังกล่องนี้แตกต่างจากที่ใช้ใส่สินค้าอื่นๆ อย่างสิ้นเชิงทำจากแก้วผลึกใสล้วนที่ไม่มีตราหรือการประดับใดๆ ดูเรียบง่ายแต่ทรงพลังและมีความลึกลับอยู่ในตัว
เมื่อเขาปิดฝากล่องขึ้น แสงภายในกล่องเริ่มแผ่ออกมา ภายในบรรจุไปด้วยผลึกแปลกที่แผ่พลังเย็นและร้อนในคราวเดียวกันอุณหภูมิในห้องเปลี่ยนแปลงอย่างประหลาดส่วนหนึ่งของห้องเริ่มร้อนอบอ้าวเหมือนวันกลางแสงฤดูร้อนอีกส่วนหนึ่งกลับเย็นยะเยือกราวฤดูหนาว
ผู้คนหลายคนเริ่มสูดหายใจไม่สะดวก บางคนถอดเสื้อคลุมเพราะร้อนบางคนรัดเสื้อผ้าแน่นเพราะหนาว บรรยากาศแปลกประหลาดแผ่ไปทั่วห้อง
"สิ่งนี้..."ผู้อาวุโสเจี่ยงหยุดพูดสักครู่ดวงตาของเขาจ้องไปที่ผลึกด้วยความรื่นรมย์ผสมกับความไม่แน่ใจ"แม้แต่ผู้ประเมินที่เชี่ยวชาญที่สุดของเราก็ไม่ทราบที่มาและวิธีใช้เราพบมันมาจากซากโบราณวัตถุในป่าทมิฬ ใต้ดิน ลึกกว่าสามร้อยจั้ง"
เขาเงยหน้าขึ้นมอง"ทว่าพลังที่แฝงอยู่ในตัวมันนั้นมิใช่ของธรรมดาอย่างแน่นอน!ไม่ว่าจะนำไปศึกษาหรือนำไปใช้ในการปฏิบัติธรรมเชื่อได้ว่าจะสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ไม่อาจคาดเดาได้จึงนำออกประมูลในวันนี้!"
ทันทีที่เอี้ยเสวียนเห็นผลึกนั้น เหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้น
โลหิตในกายเขาพลันเดือดพล่าน!ปราณหยินหยางสีฟ้า-แดงในร่างเขาเริ่มหมุนคว้างอย่างบ้าคลั่งราวกับแม่เหล็กสองขั้วที่พบกัน หัวใจเขาเต้นแรงจนแทบออกจากอกหลอดเลือดทั่วร่างกายสั่นระรวย
ความรู้สึกนี้... มันไม่ใช่แค่ความต้องการ มันคือความโหยหา!
ร่างกายของเขากรีดร้องเรียกหา มันไม่ใช่แค่ของล้ำค่า แต่มันคือ...ส่วนหนึ่งของเขา!
เขาหลับตาลงเบาๆ ใช้ "นัยน์ตาหยินหยาง" และ"สูญตา" สองเทคนิคพิเศษของเขาเพ่งมองทะลุเข้าไปในผลึกนั้น
ทันใดนั้นภาพที่เห็นก็ทำให้หัวใจเขาแทบหยุดเต้น...
ภายในผลึกไม่ได้มีแค่เปลวไฟหลากสี แต่เป็น แก่นกำเนิดแห่งธาตุคู่! เปลวเพลิงสีแดงชาดและไอเย็นสีฟ้าขาวเล็กจิ๋วสองสายกำลังไล่ล่าพันเกี่ยวกันราวกับหยินหยางที่มีชีวิตเคลื่อนไหวเป็นวงกลมไม่มีที่สิ้นสุด
"ราคาเริ่มต้นหนึ่งหมื่นเหรียญทอง!"
เสียงของผู้อาวุโสเจี่ยงตัดผ่านความคิดของเอี้ยเสวียน
"หนึ่งแสน"เสียงตระกูลหลี่ยังคงไม่แยแส เหมือนการพูดคุยเรื่องธรรมดาทั่วไป
เอี้ยเสวียนรู้สึกเหมือนถูกฟาดหน้าด้วยน้ำแข็งความแตกต่างของฐานะทางการเงินชัดเจนเกินกว่าจะปฏิเสธได้
"ตระกูลซุนให้ หนึ่งแสนห้าหมื่น!"เสียงจากห้องอื่นเข้าร่วมการต่อสู้
"ตระกูลเว่ย สองแสน!"เสียงหวานของผู้นำตระกูลเว่ยดังขึ้น
"ตระกูลจ้าว สองแสนห้าหมื่น!"เสียงแข็งแกร่งของช่างตีเหล็กผู้เชี่ยวชาญ
"ตระกูลฉิน สามแสน!"เสียงลึกลับของนักทำนาย
ราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เอี้ยเสวียนหน้าเจื่อน“พวกเจ้าผลิตเงินเองหรือหา? พ่อแม่ไม่เคยสอนให้ใช้เงินเป็นหรือไง?” เอี้ยเสวียนตื่นตะลึงไปกับการขึ้นราคาให้กับสินค้าที่พวกนั้นไม่รู้ว่าจะเอาไปทำอะไรหรือมีประโยชน์อย่างไรก่อนที่กำลังคิดว่าจะเอาของในตัวไปขายหรือแลกเปลี่ยนเป็นเงิน ทันใดนั้นเอง
ในใจของเขาเริ่มคิดอย่างบ้าคลั่ง 'หรือข้าควรจะเอาผลึกอสูรราชันย์ออกมาให้หอการค้าประเมินเพื่อเอาเงินมาสู้ต่อ? ไม่สิ... นั่นจะเป็นการเปิดเผยตัวเองมากเกินไปและเสี่ยงอันตราย!ผลึกอสูรราชันย์นั้นมีค่ามากกว่าสิ่งใดที่เคยมีมา หากคนอื่นรู้ตัวเขาเองก็จะกลายเป็นเป้าหมายการสังหาร!'
"สี่แสน!" ตระกูลซุน
"สี่แสนห้าหมื่น!" ตระกูลเว่ย
"หกแสน!" ตระกูลจ้าว
"เจ็ดแสน!" ตระกูลฉิน
"แปดแสน!"ตระกูลหลี่กลับเข้ามาอีกครั้ง
ความเงียบปกคลุมห้องเป็นครู่หนึ่ง แล้วเสียงเดียวก็ดังขึ้น
"หนึ่งล้าน!"เสียงจากตระกูลหลี่ประกาศกร้าว เปี่ยมด้วยความมั่นใจตัดเส้นทางของคู่แข่งรายอื่นจนหมดสิ้น
เงียบ... เงียบราวกับป่าช้าในเวลากลางคืน
หนึ่งล้านเหรียญทอง นี่เป็นจำนวนที่ตระกูลเล็กๆอย่างตระกูลของเอี้ยเสวียนไม่อาจหาได้แม้ใช้เวลาสิบปี
เอี้ยเสวียนทรุดตัวลงบนเก้าอี้ ปล่อยป้ายในมือร่วงลงมาบนตัก ก่อนที่จะเอามือตบศีรษะตัวเองอย่างแรงพลางคิดในใจ “เอี้ยเสวียนเจ้าโง่บัดซบ ทำไมไม่เอายันต์ที่มีอยู่ไปขายหรือแลกหา?ไอ้ฟายย..ยันต์ระดับสูงยังไงก็ต้องมีราคาแพงอยู่แล้วเสียดายอะไรหา?”เอี้ยเสวียนทำหน้าบิดเบี้ยวจนคนข้างๆสะดุ้งตกใจกับปฎิกริยาของเขา
หลังจากความวุ่นวายจากการประมูลผลึกหยินหยางเงียบลงผู้อาวุโสเจี่ยงยกมือขึ้นเพื่อให้ความสงบกลับมาสู่ห้อง
"ต่อไปนี้คือช่วงประมูลสุดท้ายของวันนี้"เสียงของเขาดังกึ่งกึ่งไปทั่วห้อง "สมบัติทั้งสามชิ้นที่จะนำเสนอต่อไปนี้ล้วนแล้วแต่เป็นของหายากที่หาไม่ได้ในที่อื่นอาจเปลี่ยนชะตาของตระกูลหนึ่งได้!"
บรรยากาศที่เพิ่งสงบลงก็กลับมาตึงเครียดอีกครั้งทุกคนต่างก็รู้ว่าสิ่งที่จะออกมาต่อไปนี้คือสมบัติที่แท้จริง
ชิ้นแรก: ดาบสวรรค์สุริยัน (ระดับสวรรค์ 9)
ผู้อาวุโสเจี่ยงส่งสัญญาณให้ผู้ช่วยสี่คนเข้ามา พวกเขาแบกโต๊ะไม้หนักๆขึ้นมาวางบนเวที บนโต๊ะมีผ้าไหมสีแดงคลุมอยู่ รูปร่างใต้ผ้าดูยาวเหมือนดาบ
"ชิ้นแรก..."เขาดึงผ้าคลุมออกอย่างช้าๆ "ดาบสวรรค์สุริยัน!" ประกายแสงบนดาบดูอ่อนแรงและมีรอยร้าวอยู่บนตัวตั้งแต่ด้ามดาบไปจนถึงปลายดาบปรากฏขึ้นแม้จะเสียหายแต่พลังยังคงแผ่รังสีร้อนระอุ ใบดาบที่เคยเป็นสีทองสดใสในอดีตตอนนี้มีรอยแตกยาวไปตามตัว แต่ก็ยังคงแวววาวระยิบระยับเมื่อแสงเทียนส่องผ่าน
"ดาบเทพสุริยันนี้เป็นสมบัติที่ได้มาจากซากโบราณสถานที่เป็นที่อาศัยของนักดาบในตำนานขั้นปรมาจารย์ระดับสวรรค์ ที่ล่วงลับไปกว่าสองร้อยปี"ผู้อาวุโสเจี่ยงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เคารพเกรงกลัว
"แม้จะเสียหายไปบ้างแต่คาดว่าสามารถที่จะซ่อมแซมได้เมื่อนั้นดาบเล่มนี้จะกลายเป็นอาวุธที่ทรงพลังยิ่ง! ผู้ใดที่ใช้มันนอกจากจะทำให้อาวุธของคู่ต่อสู้ที่ระดับต่ำกว่าดาบสวรรค์ระดับ9 เสียหายแล้ว ผู้ใช้ดาบยังสามารถปล่อยพลังออกมาได้เพิ่มขึ้นอีกสามส่วนจากเวลาปกติ!"
“การประมูลเริ่มต้นที่หนึ่งล้านเหรียญทอง”
ทันทีที่ผู้อาวุโสเจี่ยงกล่าวจบ บรรยากาศดุเดือดราวกับสงครามก็เกิดขึ้นทันที
"หนึ่งล้าน!"เสียงแรกดังจากชั้นล่าง
"สองล้าน!" ตระกูลซุนเข้ามาทันที”
"สามล้าน!" ตระกูลเว่ย
"ห้าล้าน!ตระกูลฉินเราขาดของตกแต่งห้องรับแขกพอดี" เสียงเย็นชาดังขึ้นเพื่อหยั่งเชิงเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยการเยาะเย้ย
เสียงหัวเราะเบาๆ จากห้องตระกูลหลี่ตอบกลับ "เจ็ดล้าน!ของวิเศษระดับนี้ตระกูลฉินคิดจะเอาไปปัดฝุ่นเล่นรึ? น่าเสียดายนัก!"
"สิบล้าน!"ตระกูลฉินตอบโต้ด้วยราคาที่สูงขึ้นอย่างกะทันหัน
"สิบสองล้าน!" ตระกูลซุน
"สิบสามล้าน!" ตระกูลเว่ย
"สิบห้าล้าน!"เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจจากตระกูลจ้าวดังขึ้น ทำให้ทั้งห้องเงียบกริบ
คนในห้องต่างรู้ว่าตระกูลจ้าวคือตระกุลที่ขายโอสถที่ใหญ่ที่สุดดังนั้นเรื่องเงินจึงไม่เป็นปัญหา
"ตระกูลจ้าวช่างใจกว้างนัก ดาบที่พร้อมจะกลายเป็นเศษเหล็กแบบนี้!"ตระกูลฉินแค่นเสียงอย่างไม่พอใจ "นอกจากนักจารึกอักขระระดับสูงแล้วใครจะสามารถซ่อมหรือแก้ไขมันได้?"
"สำหรับตระกูลจ้าวอะไรที่สามารถแก้ไขได้ด้วยเงินไม่ถือว่าเป็นปัญหาถ้ายังไม่สามารถแก้ไขได้ก็เพิ่มเงินเข้าไปอีก'"ตระกูลจ้าวตอบกลับอย่างสง่างาม "ราคาสิบหกล้าน!"
ความเงียบปกคลุมสักครู่ แล้วเสียงสุดท้ายก็ดังขึ้น
"สิบแปดล้านเหรียญทอง!"
เสียงแน่วแน่จาก ตระกูลหลี่ ทำให้การการประมูลจบไปเพราะตระกูลจ้าวเองก็ไม่อยากเสียเงินไปกับอาวุธที่ตนเองอาจจะไม่ได้ใช้แต่ตระกูลหลี่นั้นผิดกันเนื่องจากว่าตระกูลหลี่ผูกขาดการค้าขายอาวุธทำให้มีเส้นสายมากมายอาจจะสามารถซ่อมดาบสวรรค์เล่มนี้ได้จริงๆ
เมื่อไม่มีเสียงอื่นดังตาม ผู้อาวุโสเจี่ยงก็ตีค้อนยืนยันการขาย
ทันใดนั้นเอง! ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางใจของเอี้ยเสวียน ความผิดหวังบนใบหน้าเขาจางหายไปในพริบตาถูกแทนที่ด้วยแววตาที่เปล่งประกายอย่างน่าประหลาดและรอยยิ้มมุมปากที่ยากจะหยั่งถึง
เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีสบายๆพลางจ้องไปยังทิศทางของห้องตระกูลหลี่ เหมือนกับนายพรานที่มองเหยื่อไม่กระพริบการเปลี่ยนแปลงของเอี้ยเสวียนที่ผิดธรรมชาติทำให้ผู้คนที่นั่งรอบข้างเริ่มมองเอี้ยเสวียนอย่างไม่ไว้ใจ
ชายวัยกลางคนที่อ้วนท้วนดูเหมือนเศรษฐีคนนึงที่นั่งอยู่ข้างๆเอี้ยเสวียนกล่าวปลอบใจขึ้นมาว่า“ หนุ่มน้อยแค่ประมุลของไม่ได้เพียงชิ้นเดียวทำเอาเจ้าเสียอาการขนาดนี้? อั้ยยะไม่ได้นะมันไม่ดีต่อร่างกายและจิตใจเจ้าต้องทำใจสบายๆ” “หายใจเข้า ออกเสียงฮูวาแล้วหายใจออกยาวๆออกเสียง ฮูหว่า”
เอี้ยเสวียนหันไปมองผู้พูดแล้วหล่าวขอบคุณเนื่องจากผู้ที่พูดตักเตือนเหมือนการสอนลูกหลานพลางคิดในใจ“ทำไมต้องออกเสียงประหลาดแบบนั้นด้วย”
ชิ้นที่สอง: คัมภีร์กระบี่เก้าสวรรค์
"ชิ้นต่อไป..."ผู้อาวุโสเจี่ยงยกหีบไม้ขนาดกลางขึ้น "คัมภีร์กระบี่เก้าสวรรค์ วิชาที่สูญหายไปนานกว่าห้าร้อยปี!"
เมื่อเขาเปิดหีบ แสงสีเงินวาบวับแผ่ออกมาภายในมีหนังสือเล่มหนึ่งที่ดูเก่าแก่มากปกหนังสือทำจากหนังสัตว์ประหลาดที่ไม่ทราบชนิดมีตัวอักษรโบราณเขียนอยู่ด้วยหมึกสีทอง
"ในคัมภีร์นี้ประกอบด้วยท่วงท่ากระบี่เก้าแบบแต่ละแบบมีพลังมากเพียงพอที่จะเปลี่ยนสถานการณ์การต่อสู้ได้โดยสิ้นเชิง"ผู้อาวุโสเจี่ยงกล่าวด้วยความตื่นเต้น "ราคาเริ่มต้น ห้าล้านเหรียญทอง!"
"ห้าล้าน!" ตระกูลซุนเข้ามาทันที
"เจ็ดล้าน!" ตระกูลฉิน
"สิบล้าน!" ตระกูลจ้าว
"สิบสองล้าน!" ตระกูลเว่ย
"สิบห้าล้าน!" ประมุขตระกูลซุนกล่าวเสริมขึ้นมา“ข้าจะเอาไปให้บรรดาลูกหลานในตระกุลได้เรียนเพื่อเอาไปใช้รับใช้อาณาจักร”
การประมูลดำเนินต่อไปอย่างดุเดือดในที่สุดคัมภีร์ก็ไปอยู่ในมือของตระกูลซุนในราคา 20 ล้านเหรียญทอง
ชิ้นที่สาม: โอสถคืนชีพระดับ 9
"ชิ้นสุดท้าย..."ผู้อาวุโสเจี่ยงถือขวดแก้วใสขนาดเล็กขึ้น ภายในมีของเหลวสีทองแดงระยิบระยับ"โอสถคืนชีพระดับ 9!"
ผู้คนในห้องต่างสูดหายใจเข้าแรงๆ ยาระดับ 9 เป็นสิ่งที่หายากมากสามารถช่วยคนที่ใกล้ตายกลับมามีชีวิตได้
"ราคาเริ่มต้น สิบล้านเหรียญทอง!"
"สิบล้าน!" ตระกูลจ้าว
"สิบห้าล้าน!" ตระกูลซุน
"ยี่สิบล้าน!" ตระกูลเว่ย
"ยี่สิบห้าล้าน!" ตระกูลฉิน
"สามสิบล้าน!"เสียงทุ้มของตระกูลจ้าวดังขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย
ห้องเงียบราวกับสุสาน... ไม่มีใครเสียงอื่นแข่งขันต่อสามสิบล้านเหรียญทองเป็นจำนวนที่ใหญ่มากแม้แต่ตระกูลใหญ่
เสียงระฆังดังสนั่นสามครั้ง ประกาศสิ้นสุดการประมูลอันยิ่งใหญ่