กองทัพบูรพายกทัพกลับค่ายหลักท่ามกลางหิมะโปรยปรายราวกับความหนาวเย็นเป็เพียงสายลมอุ่นพัดผ่านร่างกาย
มู่จื่อเซียวกำสายบังเหียนม้าแน่นดวงตาคมมองตรงไปด้านหน้า วันนั้นก็เป็เช่นนี้ หิมะโปรยลงมารอทวีความรุนแรง
"ท่านแม่ทัพขอรับ"เสียงใสแจ๋วดังก้องหู
คนถูกเรียกหันไปตามเสียงเรียกพบดวงหน้าเรียวยืนยิ้มเผล่อยู่ริมถนน
"มีอะไร"เสียงทุ้มถามออกไปเรียบนิ่ง
ร่างบอบบางขยับเดินเข้ามาใกล้ยื่นหญ้าแห้ง ๆ ให้เ้าต้าไป๋ตัวดำ ใบหน้านวลช้อนมองคนบนหลังม้าแล้วยิ้มกว้างออกมา
"ท่านแม่ทัพวันนี้ข้าจะไปขายเกาลัดคั่วล่ะ ถ้าท่าน้าก็อย่าลืมไปซื้อนะขอรับ"
"อืม"
"ข้าไปแล้ว"มือขาวโบกลา วิ่งหายไปในซอกซอยเล็กอันเป็ทางไปอารามเต๋า
มู่จื่อเซียวหลุบตามองหญ้าแห้งในมือที่อีกฝ่ายยัดให้เขาลวกๆ ตอนเข้ามาใกล้เพื่อสนทนา
"กินไป"เขาจึงยัดมันใส่ปากม้าตัวโปรดอีกที
"ฮี่!~"
จากนั้นเขาก็เดินทางไปยังวังหลวงทูลเื่ต่าง ๆ ต่อฝ่าา
ดวงอาทิตย์ขึ้นตรงหัวขณะเดินทางออกจากเขตพระราชฐาน เขาก็นึกถึงถ้อยคำของเด็กหนุ่มหน้าใสขึ้นมาได้จึงไปยังย่านชุมชนที่เคยพบเจออีกฝ่ายบ่อยครั้ง
ที่ร้านขายเกาลัดคั่วร้านเล็ก ๆบนถาดไม้มีเมล็ดเกาลัดเหลือไม่มากแล้ว มู่จื่อเซียวะโลงจากหลังม้า
"เอาทั้งหมดนั่น"เขากล่าวกับอีกฝ่าย
"ท่านแม่ทัพ!"ดวงตากลมเบิกกว้างขึ้น ริมฝีปากแย้มออกเป็รอยยิ้มดีใจ"ข้านึกว่าท่านจะไม่มาแล้ว"ปากกล่าวไปมือก็ระวิงอยู่กับการตักเมล็ดเกาลัดคั่วใส่ห่อ
"ก็เกือบจะไม่มาแล้วนั่นแหละ"
"อ้าว!?"เหวินอวี้หยุดมือมองหน้าคมคร้าม
"เร่งมือเข้าเถิดหิมะเริ่มตกหนักแล้ว"
"อ้า!จริงสิ"เหวินอวี้มองแล้วก็เห็นดังที่แม่ทัพมู่กล่าวจึงรีบห่อเมล็ดเกาลัดยื่นให้อีกฝ่าย
"ทั้งหมดสี่สิบอีแปะขอรับ"
"อืม"
เมื่อได้รับเงินมาแล้วเด็กหนุ่มก็เร่งมือเก็บร้าน
รถเข็นคันเล็กบรรทุกสิ่งของมากมายโดยมีเหวินอวี้ยืนอยู่ด้านหลัง จับมือจับเอาไว้เตรียมพร้อมเดินทางกลับ
"ท่านแม่ทัพขอบคุณที่มาอุดหนุน ข้ากลับก่อนนะขอรับ" ผงกหัวให้หนึ่งครั้งโบกมือลาแล้วเข็นรถเดินออกไป
มู่จื่อเซียวจูงเ้าต้าไป๋ตามไปเงียบๆ
"เอ๊ะ!"ใบหน้านวลหันกลับไปมอง เมื่อได้ยินเสียงเท้าม้าตามมาด้านหลัง
"ท่านแม่ทัพเหตุใดจึงตามข้ามาเล่าขอรับ"
"ทางผ่านกลับค่าย"แม่ทัพหนุ่มกล่าวตอบเสียงเรียบ
"อ้อ!เชิญท่านก่อนเลย" มองอีกฝ่ายที่จูงม้าแทนการขี่ม้าแล้วก็ได้แต่สงสัย
"เดินเป็เพื่อนเ้าไปพลางก็ไม่นับว่าเสียเวลาอะไร"มู่จื่อเซียวกล่าวอย่างสบาย ๆ ไร้ท่าทางผิดเพี้ยนไปจากปกติ
"อื้อ ๆแล้วแต่ท่านเลยขอรับ" เหวินอวี้ออกเดินต่ออีกครั้งใช้แรงที่มีผลักดันรถเข็นไปด้านหน้า
มือหนาแตะลงบนมือจับไม้"ข้าเข็นเอง ชักช้า"
เหวินอวี้ตาโตริมฝีปากเผยอออกคล้ายจะกล่าวสิ่งใด ใครใช้ให้ท่านตามข้ามาเล่า แต่..."ขอบคุณขอรับ!" ยิ้มหวานประจบ
"จูงม้า"มือหนายื่นเชือกม้าให้คนตัวบาง
เหวินอวี้รับมา ม้าสีดำมองหน้าเขามันร้องฮี่ยิงฟัน แล้วเดินตามไปอย่างว่าง่าย ไร้อาการพยศกับคนแปลกหน้า
หิมะตกลงมาหนักขึ้นในตอนที่เดินมาถึงตรอกทางเข้าอารามเต๋า บนไหล่ทั้งสองข้างของคนสองคนเต็มไปด้วยหิมะขาว
"ท่านแม่ทัพไปพักที่วัดก่อนดีหรือไม่ขอรับ ไว้หิมะบางตาลงแล้วค่อยกลับค่าย"เหวินอวี้กล่าวด้วยอาการปากสั่น มือสั่น
"อืม"มู่จื่อเซียวตอบรับในลำคอ เข็นรถเข็นไปจนถึงหน้าอารามเต๋ามองจากด้านนอกอารามแห่งนี้ช่างเงียบสงัดหากไม่ได้ยินเสียงของเหล่าเด็กน้อยด้านในคงคิดว่ามันร้างไปเสียแล้ว
"เชิญท่านแม่ทัพขอรับ"เหวินอวี้เปิดประตูเข้าไป เด็ก ๆ ด้านในะโเหยง ๆด้วยวิ่งออกไปรับเช่นทุกทีไม่ได้ ไม่เช่นนั้นหลวงพี่จะดุ
มู่จื่อเซียวเข็นรถตามไป เมื่อเด็ก ๆเห็นคนแปลกหน้าก็หยุดท่าทางลิงโลดลง ขยับตัวอย่างแเีไปหาที่กำบัง
เหวินอวี้ยิ้มบาง "เด็ก ๆนี่ท่านแม่ทัพมู่ ไปเอาน้ำมาสิ"
"ขอรับ"เ้าคนโตหกหนาวรับคำ แล้วเดินเร็ว ๆ ไปหาน้ำมาให้แขก
อารามแห่งนี้ไร้คนเข้ามาแสวงบุญเนิ่นนานแล้วเด็ก ๆ เลยทำตัวไม่ถูก
"ท่านแม่ทัพนั่งก่อนข้าจะไปนำผ้าเช็ดตัวกับผ้าห่มมาให้"
พวกเขาต่างเดินฝ่าห่าหิมะมาร่างกายหนาวเย็น
"หนานเอ๋อร์จินจิน พวกเ้านั่งเล่นเป็เพื่อนท่านแม่ทัพไปก่อนนะ" เขากำชับเด็กน้อยสองคน
"ขอรับพี่รอง..."สองเสียงนั้นช่างแ่เบา ร่างน้อย ๆ ทั้งสองเขยิบตัวปีนขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้อย่างกล้า ๆ กลัว ๆนั่งแล้วก็เหลือบมองหน้าแขกแล้วรีบหลุบตาหนี
...ช่างน่ารักน่าชังเสียจริงเหวินอวี้คิด
เหวินอวี้จากไปด้านหลังมู่จื่อเซียวมองสำรวจรอบ ๆ ที่นี่สะอาดสะอ้านดี เตาฟืนถูกจุดไว้ให้ความอบอุ่นเสียงสวดมนต์ดังเบา ๆ มาจากทิศตะวันออก คงเป็นักบวชที่เหลืออยู่
หันกลับมาอีกทีก็เจอหัวผักกาดสองหัวกำลังนั่งดูดนิ้วชี้ตัวเองมองเขาตาแป๋ว
ท่านแม่ทัพหนุ่มยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย"สวัสดี"
"ฮึก!"น้ำตาเม็ดเป้งร่วงเผาะจากดวงตากลมโตของเด็กชายวัยสี่หนาวส่วนอีกคนก็แบนปากออกเป็เส้นตรง
"เอ่อ..."มู่จื่อเซียวปั้นหน้าไม่ถูก เขาควรนั่งอยู่เฉย ๆ สินะ