ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ

    ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 74 โอสถเสริมพลังงาน

    ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 74 โอสถเสริมพลังงาน



            [ภารกิจ ขับไล่ผู้บุกรุกประสบความสำเร็จ กำลังประมวลผล...]


            ร่างวิญญาณบรรพบุรุษกำลังยืนมองความวุ่นวายภายในเขตของตระกูลด้วยความแปลกใจ การกระทำเมื่อครู่ของคาลอสนับว่าสร้างความประหลาดใจให้เขาไม่น้อย เพิ่งผ่านไปเพียงห้าวันเท่านั้นนับตั้งแต่เหตุการณ์พังทลายของดันเจี้ยน อีกฝ่ายกลับมาในเวลาที่พอดิบพอดีอย่างน่าเหลือเชื่อ เรียกว่าเป็นอัศวินขี่ม้าขาวในยามที่ตระกูลพีไรซ์กำลังมีภัยเลยทีเดียว


            ตั้งแต่ต้นจนจบ บรรพบุรุษอย่างเขาไม่จำเป็นต้องลงมือแม้แต่น้อย คาลอสหลอกลวงอีกฝ่ายด้วยพลังที่เกิดจากการเผาโลหิต จนอีกฝ่ายถอยทัพกลับไป ในใจก็คิดว่าตระกูลพีไรซ์ของเขาเริ่มมีอนาคตขึ้นมาหน่อยแล้ว


            จินยืนมองคนในตระกูลพากันกลับเข้าไปในอาคาร คาลอสที่เป็นตัวเอกในเหตุการณ์นี้ถูกพาตัวไปที่ห้องพักฟื้น ไม่มีอะไรจะสำคัญไปกว่าความปลอดภัยของสมาชิกตระกูล เรื่องราวต่างๆ ที่คาลอสจำเป็นต้องรายงานต่อตระกูลสามารถเลื่อนออกไปได้


            ร่างวิญญาณมองเหตุการณ์หลายอย่างในรั้วตระกูล สลับกับมองออกไปด้านนอกเขตตระกูลเป็นครั้งคราว


            เขารออยู่ครู่ใหญ่จนรู้แน่ชัดว่าตระกูลหวงหลงได้ออกจากเมืองปากัสไปแล้ว จึงตัดสินใจกลับไปยังศาลบรรพชน


            เมื่อกลับมาถึงที่พำนักของตนเอง ร่างวิญญาณโปร่งใสก็เปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาอีกครั้ง


            [ประมวลผลสำเร็จ]


            [ผู้ใช้ได้รับของรางวัล : ยันต์ค่าประสบการณ์x20, สูตรโอสถเสริมพลังงานx1 และพรสวรรค์ด้านการปรุงยา (ปานกลาง)x1]


            ดวงตาของจินเบิกกว้างขึ้นทันทีที่เหลือบไปเห็นรายการของรางวัลอย่างสุดท้าย 'พรสวรรค์อีกแล้ว!'


            แต่ไม่นานนัก ดวงตาที่เบิกกว้างของเขาก็หดกลับมาเป็นปกติเมื่อเห็นว่ามันคือพรสวรรค์ด้านการปรุงยา หาใช่พรสวรรค์ด้านการฝึกฝนพลังไม่


            'เอาเถอะ อย่างน้อยก็ยังดีกว่าได้ของไร้ประโยชน์อย่างอื่น สิ่งนี้จะช่วยส่งเสริมด้านการค้าได้ในทางอ้อม' ร่างวิญญาณคิดอยู่ภายในใจก่อนจะคว้ายันต์ค่าประสบการณ์ทั้งยี่สิบใบออกมาจากระบบก่อนโดยที่ยังไม่ได้ตรวจสอบรายละเอียดของรางวัลอย่างอื่นๆ


            สำหรับจิน สิ่งที่สำคัญในตอนนี้คือความแข็งแกร่ง หากเขาสามารถแข็งแกร่งขึ้นไปได้อีกระดับ ภัยอันตรายต่างๆ ที่พร้อมจะพุ่งเข้ามาหาตระกูลพีไรซ์ก็ไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น


            “ใช้งาน” ชายหนุ่มในชุดสีขาวกระซิบคำแผ่วเบา


            ยันต์ทั้งหมดยี่สิบใบในมือค่อยๆ กลายเป็นละอองแสงและพุ่งเข้าใส่ร่างวิญญาณโปร่งใสทันที


            ประสบการณ์การฝึกฝนผุดข้นในใจของจิน ร่างวิญญาณเองก็ตอบสนองไปตามการฝึกฝนเหล่านั้น กระแสพลังหมุนวนด้วยความรวดเร็ว พลังงานไร้ที่มาจู่ๆ ก็เพิ่มเข้ามาในร่างวิญญาณจนเอ่อล้น


            พลังของอเวกระดับแปดค่อยๆ แข็งแกร่งขึ้นทุกขณะ ไอพลังที่ปล่อยออกมาสูงขึ้นเรื่อยๆ จนอยู่ที่จุดสูงสุดของระดับที่แปด


            พลังของยันต์ค่าประสบการณ์ยังคงเหลืออยู่และพยายามจะยกระดับของจินขึ้นไปอีกขั้น แต่ดูเหมือนว่ามันจะยังไม่เพียงพอ


            ในขณะที่กลิ่นอายพลังนั้นใกล้จะทะลุไปถึงอเวกระดับที่เก้า ผลของยันต์ค่าประสบการณ์ทั้งยี่สิบใบก็หมดลง ทำให้บรรพบุรุษตระกูลพีไรซ์หยุดค้างอยู่ที่อเวกระดับแปดขั้นสูงสุด ถึงขาข้างหนึ่งจะก้าวผ่านประตูเขตแดนระหว่างระดับไปได้ครึ่งก้าวแล้ว แต่ก็ยังไม่เพียงพอให้เขาเลื่อนระดับไปสู่อเวกระดับเก้าอยู่ดี


            ร่างวิญญาณขมวดคิ้วมุ่น พยายามสลายพลังอันขมุกขมัววุ่นวายที่อยู่ในร่างออกไป ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้น


            ของรางวัลที่ได้มาทั้งยี่สิบใบยังไม่สามารถพาเขาให้พัฒนาไปถึงอเวกระดับเก้าได้ การฝ่าฟันระดับที่เขาไม่เคยไปถึงช่างยากเย็นเหลือเชื่อ ยิ่งระดับสูงขึ้นเท่าไหร่ ความยากเย็นในการเลื่อนขั้นก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น นี่คือสิ่งที่เผ่าพันธุ์มนุษย์ต้องเผชิญเพื่อทำลายข้อจำกัด


            “อย่างน้อยยันต์ค่าประสบการณ์ทั้งยี่สิบใบก็ไม่สูญเปล่า สามารถทำให้เราเกือบจะก้าวผ่านไปอีกระดับได้ หากฝึกฝนพลังด้วยตนเองต่อไปอีกสักสามถึงสี่วัน อาจจะมีโอกาสทะลวงระดับไปสู่อเวกระดับเก้าได้” จินเปรยขึ้นมาขณะตรวจสอบพลังงานภายในร่างกาย


            เขาพบว่าพลังงานภายในร่างของเขามาถึงขีดสุดของระดับที่แปดแล้ว ทั้งยังได้ข้ามผ่านประตูที่กั้นขวางระหว่างระดับชั้นไปแล้วครึ่งก้าว หากรวบรวมพลังงานเพิ่มเติมอีกสามสี่วัน ไม่แน่ว่าเขาอาจจะทะลวงกำแพงที่ขวางกั้นสู่ระดับต่อไปได้ก็เป็นได้


            ร่างวิญญาณโปร่งใสพยักหน้าด้วยความพอใจ จากนั้นจึงตรวจสอบของรางวัลที่เหลือ เขารู้สึกว่ามันไม่ใช่ของธรรมดาเช่นกัน เพียงแต่ดูจากชื่อแล้วเหมือนเป็นสิ่งของที่ช่วยเหลือทางด้านธุรกิจเสียมากกว่า เขาจึงไม่ได้สนใจเท่าไรนักในตอนแรก


            [สูตรโอสถเสริมพลังงาน] เป็นสูตรโอสถขนานแท้ มีบอกทั้งสมุนไพร วัตถุดิบที่จำเป็นต้องใช้ และวิธีการปรุงในทุกขั้นตอนอย่างละเอียด ต่อให้เป็นคนที่ไม่มีความสามารถด้านการปรุงยามาก่อนก็สามารถทดลองปรุงยาชนิดนี้ได้ โอกาสสำเร็จค่อนข้างสูงทีเดียว และหากอยู่ในมือของผู้เชี่ยวชาญด้านการปรุงยาล่ะก็ รับรองว่าโอกาสสำเร็จในการปรุงโอสถชนิดนี้แทบจะเป็นหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม


            ไม่จะเป็นความละเอียดของสัดส่วนภายในสูตร ความเข้ากันได้ของวัตถุดิบชนิดต่างๆ และการอธิบายขั้นตอนทุกอย่างโดยละเอียด หากสามารถทำตามสูตรนี้ได้ครบแล้วล่ะก็ รับประกันความสำเร็จในการผลิตได้เลย หากได้พบสูตรที่ละเอียดเช่นนี้ นักปรุงยาจำนวนมากคงกรีดร้องด้วยความดีใจ มองว่ามันเป็นสมบัติล้ำค่าเลยทีเดียว


            แต่สิ่งที่ทำให้จินตื่นเต้นไม่ใช่คุณภาพของสูตรโอสถ แต่เป็นผลลัพธ์ของตัวยาที่ได้หลังจากนั้นมากกว่า มันคือโอสถเสริมพลังงาน!


            ต้องทราบก่อนว่าอเวกส่วนใหญ่ใช้วิธีการดึงพลังงานที่มีอยู่ในอากาศเข้ามาเสริมและขัดเกลาร่างกายเพื่อพัฒนาขึ้นไปอีกขั้น บางคนก็ดึงพลังงานมาจากแร่พลังงานเพื่อเพิ่มความเร็วในการฝึกฝน เพราะฉะนั้นพลังงานจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งสำหรับเหล่าอเวก


            ซึ่งโอสถเสริมพลังงานก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง หากปรุงขึ้นมาได้สำเร็จ มันสามารถใช้เพื่อเสริมพลังงานให้กับร่างกายของอเวกได้โดยตรง บริสุทธิ์ยิ่งกว่าดูดซับจากแร่พลังงาน! รวดเร็วยิ่งกว่าดูดซับจากอากาศ! เพียงแค่สองอย่างนี้ก็ทำให้อเวกส่วนใหญ่ตาลุกวาวแล้ว


            โอสถเสริมพลังงานเป็นการกลั่นกรองพลังงานมาจากสมุนไพรที่กักเก็บพลังงานพิเศษในอากาศเอาไว้ ซึ่งมนุษย์ปกติไม่สามารถดูดซับพวกมันได้โดยตรง แต่ด้วยกรรมวิธีพิเศษในสูตรโอสถชนิดนี้สามารถทำให้มันง่ายต่อการดูดซับ และบริสุทธิ์จนไม่ต้องกลั่นกรองเพิ่มเติม!


            อีกทั้งพลังงานที่กักเก็บไว้ในเม็ดยายังมหาศาลมากอีกด้วย ยิ่งเป็นอเวกระดับต่ำ ผลของเม็ดยาก็ยิ่งเด่นชัด หากเป็นอเวกระดับที่หนึ่ง การบริโภคโอสถเสริมพลังงานหนึ่งเม็ด จะเทียบเท่ากับการดูดซับพลังงานจากอากาศเป็นเวลาสามปี เห็นหรือไม่ว่าพลังงานในเม็ดยานั้นมากมายขนาดไหน? ทั้งยังสามารถเพิกเฉยความสามารถอันเล็กจ้อยในการดูดซับพลังงานผ่านอากาศของอเวกระดับที่หนึ่งได้ด้วย เป็นการเสริมพลังงานให้อเวกได้โดยตรง


            แต่หากเป็นอเวกระดับที่สูงขึ้นมา จำนวนพลังงานที่ได้รับอาจจะดูไม่ได้มากขนาดนั้น เพราะแต่เดิมอเวกระดับที่สูงขึ้นก็สามารถดูดซับพลังงานได้มากกว่าอเวกระดับต่ำอยู่แล้ว ถ้าเป็นอเวกระดับหกที่ได้รับโอสถเสริมพลังงานไปหนึ่งเม็ด ก็คงเพิ่มพลังงานเท่ากับฝึกฝนพลังมาหนึ่งเดือนเท่านั้น สำหรับอเวกระดับห้าอาจจะเทียบเท่ากับการฝึกฝนพลังสองเดือน


            อาจเห็นว่าปริมาณเท่านี้มันเล็กน้อย แต่ความจริงไม่ได้เล็กน้อยเลย การเพิ่มพลังงานในชั่วพริบตาให้เท่ากับฝึกฝนมาหนึ่งหรือสองเดือนนั้นเป็นความรวดเร็วที่ไม่อาจดูแคลน หากมีโอสถเสริมพลังงานจำนวนมากพอ การสร้างอเวกระดับสูงขึ้นมาไม่ใช่เรื่องยากเลย


            อีกอย่างหากไม่ได้บริโภคโอสถชนิดนี้เกินวันละหนึ่งเม็ดก็แทบไม่มีผลเสียต่อร่างกาย นั่นเท่ากับว่าสามารถเสริมพลังงานให้กับเหล่าอเวกได้ทุกวันหากมีทรัพยากรมากเพียงพอ


            จินจ้องมองข้อมูลตรงหน้าด้วยความตกตะลึง ยิ่งเขาอ่านข้อมูลภายในสูตรโอสถเสริมพลังงานมากเท่าไหร่ เขายิ่งตื่นตะลึงเท่านั้น


            จุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของโอสถชนิดนี้มีเพียงการจำกัดการใช้งานวันละหนึ่งเม็ด และความหายากของทรัพยากรที่ต้องใช้เท่านั้น ทว่าสรรพคุณของมันกลับยอดเยี่ยมเหนือจินตนาการ กับตระกูลพีไรซ์ที่ครอบครองธุรกิจสมุนไพร บางทีอาจจะไม่ได้หาวัตถุดิบเหล่านี้ยากนักก็เป็นได้


            'นี่มัน......' ยิ่งคิดจินก็ยิ่งรู้สึกลิงโลดภายในใจ หากโอสถเหล่านี้สามารถผลิตได้ในจำนวนที่มากเพียงพอ มันสามารถยกมาตรฐานให้กับตระกูลพีไรซ์ได้ใหม่ ถึงมันจะส่งผลน้อยสำหรับอเวกระดับสูง แต่อย่างน้อยทุกคนในตระกูลพีไรซ์สามารถอยู่ในขอบเขตของอเวกระดับกลางได้ทุกคน!


            เมื่อจินเข้าใจสูตรโอสถเสริมพลังงานอย่างถ่องแท้ เขาก็หันไปมองพรสวรรค์ด้านการปรุงยาที่เด่นหราอยู่ในช่องรายการของรางวัล นี่เหมือนสิ่งของที่เกิดมาคู่กัน! และตอนนี้เขารู้แล้วว่าจะมอบสิ่งนี้ให้กับใคร


            …


            ตกดึก


            วังวนสีขาวดำปรากฏขึ้นภายในศาลบรรพชน ร่างวิญญาณของจินถูกดึงเข้าไปด้านใน เป้าหมายคือความฝันของคาลอสที่เพิ่งกลับมา


            ร่างวิญญาณบรรพบุรุษเลือกใช้ยันต์เข้าฝันหนึ่งใบทันทีแม้คาลอสจะยังพักรักษาตัวอยู่ เนื่องจากหลายวันต่อจากนี้จินคาดว่าจะปิดตัวอยู่ในศาลบรรพชนเพื่อฝึกฝนพลังให้ก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้น จึงต้องสะสางหลายๆ เรื่องให้จบไป รวมถึงทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นภายในเมือง B-24 ด้วย


            ร่างของชายหนุ่มในชุดขาวโผล่ขึ้นมาอยู่ในป่าโปร่งแห่งหนึ่ง การจัดเรียงของต้นไม้ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยดี บรรยากาศรอบตัวโปร่งใส ไม่มีฝุ่นควันใดๆ ลอยขึ้นบดบังทัศนวิสัยเลยแม้แต่น้อย แตกต่างจากครั้งที่แล้วที่ยังหลงเหลือหมอกควันอยู่บ้างประปราย


            สิ่งนี้ทำให้ชายหนุ่มชุดขาวพยักหน้าด้วยความพอใจ ฝันนั้นสะท้อนความเป็นไปในจิตใจของผู้ฝัน หากมองคร่าวๆ สภาพจิตใจในตอนนี้ของคาลอสนั้นเป็นระเบียบและปลอดโปร่งมากกว่าครั้งแรกที่เขาเข้ามาอยู่มากทีเดียว


            จินเดินลึกเข้าไปจนเจอกระท่อมไม้ไผ่เล็กๆ แห่งหนึ่ง เขาพิจารณาลักษณะของกระท่อมอยู่ชั่วครู่ ที่พักอาศัยของผู้คนในความฝันนั้นมักจะสะท้อนให้เห็นถึงความสบายใจของผู้ฝัน กระท่อมไม้ไผ่เล็กๆ เช่นนี้แสดงให้เห็นว่าลึกๆ ในใจของคาลอสนั้นไม่ได้มองว่าตนเองยิ่งใหญ่คับฟ้าแม้บัดนี้จะกลายมาเป็นอเวกระดับเจ็ด ยังคงมองว่าตนเองเป็นเพียงเยาวชนคนหนึ่งที่ยังไม่ได้เติบโตเต็มที่นัก


            แม้จะดูแล้วมีความอ่อนน้อมถ่อมตนอย่างมาก แต่ในอีกแง่หนึ่งก็แสดงให้เห็นว่าอีกฝ่ายยังไม่มีความมั่นใจในตนเองมากนัก ซึ่งเรื่องนี้บรรพบุรุษอย่างจินคิดว่ามันสามารถพัฒนากันได้ ยิ่งประสบความสำเร็จในชีวิตมากเท่าไหร่ ความมั่นใจในตนเองก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ส่วนเรื่องความอ่อนน้อมถ่อมตนนั้นดีอยู่แล้ว ไม่ต้องแก้ไขอะไร


            บรรพบุรุษหนุ่มถือวิสาสะเปิดประตูเข้าไปในห้องทันที พบร่างชายหนุ่มนอนพักผ่อนอยู่ภายใน เมื่ออีกฝ่ายเห็นจินเดินเข้ามาก็รีบลุกขึ้นทำความเคารพทันที


            “เอาล่ะๆ พักผ่อนตามอัธยาศัย ไม่ต้องมากพิธี” ชายในชุดขาวโบกมือให้อีกฝ่ายนอนพักผ่อนไป แต่มีหรือที่คาลอสจะกล้า อย่างมากเขาก็ทำได้แค่นั่งอยู่บนเตียงเท่านั้น จะให้นอนคุยกับบรรพบุรุษคงจะเป็นการหมิ่นเกียรติกันเกินไป


            “เห็นว่าเจ้ายังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ มาพูดคุยให้จบในคราวเดียวเลยดีกว่า” จินที่เห็นว่าชายหนุ่มนั่งตัวเกร็ง ไม่กล้าล้มตัวลงนอนก็ไม่ได้ว่าอะไร ยังคงพูดต่อไป


            “ข้าบังเอิญได้สูตรโอสถน่าสนใจมาแผ่นหนึ่ง หากตระกูลเราสามารถผลิตมันออกมาได้ในปริมาณมาก ความแข็งแกร่งโดยรวมของพวกเราจะยกระดับขึ้นอีกในช่วงเวลาสั้นๆ” จินกล่าวถึงรางวัลที่เขาเพิ่งได้รับหลังการโจมตีของตระกูลหวงหลง


            “ข้าจะวางมันทิ้งไว้ให้เจ้าในเช้าวันพรุ่งนี้ เมื่อตื่นขึ้นจงนำไปให้ซายาโกะ แล้วบอกนางว่าสูตรนี้สำคัญกับตระกูลมาก ข้าได้มอบพรสวรรค์ด้านการปรุงยาให้นางไปแล้ว หวังว่ามันจะทำให้นางเชี่ยวชาญสูตรและผลิตมันสำเร็จโดยเร็วที่สุด” จินกล่าวออกด้วยสีหน้าจริงจัง


            เป็นดั่งที่จินพูด โอสถเสริมพลังงานนั้นสำคัญต่อตระกูลพีไรซ์ในช่วงนี้อย่างมาก มีอันตรายรายล้อมเข้ามามากจนเกินไป ความแข็งแกร่งของตระกูลจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุง


            ต่อจากนี้ไปสมาชิกในตระกูลน่าจะรับมือกับอันตรายเล็กๆ น้อยๆ ได้อย่างไม่มีปัญหา


            สำหรับเรื่องของตระกูลหวงหลง จินคิดว่าหลังจากที่ตนออกจากการฝึกฝนและก้าวเข้าสู่อเวกระดับเก้าได้สำเร็จ หากเป็นเรื่องของการตั้งรับ จินไม่คิดว่าคิดว่าตระกูลหวงหลงจะสร้างปัญหาให้กับเขาได้อีกต่อไป



    คล้ายกับเรื่องระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ ที่คุณอ่าน