ลงให้อ่านทุกวัน เวลา 18:00 น. [ส่วน E-BOOK มาวันที่ 09/05/68 ราคาเบา ๆ เพียง 59฿ เก็บเงินรอได้เลยนะคะ]
—————— ༻・ॐ・༺ ——————
บทที่ 3
กลิ่นกาแฟหอมฟุ้งอบอวลคล้ายกล่อมประสาททันทีที่ฉันผลักประตูกระจกเข้ามาในคาเฟ่ประจำของมหา’ ลัย
ร้านนี้ตั้งอยู่ตรงข้ามตึกนิเทศฯ ชั้นล่างตกแต่งด้วยไม้สีอ่อน เสียงเพลงเบา ๆ คลอไปกับบรรยากาศสบาย ๆ ใน่เย็นหลังเลิกคลาส
“ไบร์ท ทางนี้!”
เสียงออมเรียกจากโต๊ะโซฟาตัวใหญ่ด้านในสุด ซึ่งตอนนี้มีเพื่อนกลุ่มเดียวกันนั่งอยู่เกือบครบ
ปีโป้กำลังดูดโกโก้ปั่นแบบจริงจัง คิว [1] นั่งเอนตัวพิงพนัก แววตาขี้เล่นกำลังจ้องมือถือ
ชาน [2] นั่งไขว่ห้าง มือถือแก้วมัคที่มีลายแมวประจำร้าน สีหน้าเรียบนิ่งแต่สายตามีแววอ่านเกมคนรอบตัว
และ...โนวา
เขานั่งหลับตา พิงพนักโซฟา มือกอดอกทับเสื้อฮู้ดสีเข้มที่ใส่มาเป็ประจำ
ท่าทางเหมือนคนไม่พร้อมใช้ชีวิตบนโลกใบนี้อีกต่อไป
“เรามาประชุมงานกันนะ ไม่ใช่มาพักผ่อน” ฉันบ่นพลางทิ้งตัวนั่งลงข้างออม
“อย่าไปว่าไอ้โนวาดิ เธอหลับท่ายืนไม่ได้เหมือนมันนี่หว่า” คิวแซวพร้อมหัวเราะ
“อย่าเผลอเรียกให้มันฟื้นจากภวังค์ละกัน” ปีโป้เสริม “เดี๋ยวมันจะตื่นมาพร้อมคำว่าขออ้อนหน่อยดิอีก”
“เฮ้อ...ก็เพราะมันเป็แบบนี้ไง ฉันเลยต้องเตรียมแผนทุกอย่างไว้ล่วงหน้า”
“พูดแบบนี้ แกแอบทำอะไรอีกแล้วใช่ไหม?” ออมเลิกคิ้ว
“เปล่า...” ฉันยักไหล่ “แค่ลงชื่อโนวาไว้ในลิสต์คนไปทริปแล้วเฉย ๆ”
“เฮ้ย!” ปีโป้กับคิวร้องขึ้นพร้อมกัน
ส่วนชานยิ้มมุมปากนิ่ง ๆ ขณะวางแก้วมัคลงบนโต๊ะ
“ใจถึงดีนะไบร์ท” ชานพูดเสียงเรียบ “รู้ว่ามันจะไม่ยอมไป ก็จัดการก่อนเลย”
“ไม่งั้นโปรเจกต์เราจะล่มนะชาน” ฉันตอบพลางหัวเราะเบา ๆ “พวกนายก็รู้ว่าโนวาเก่งเื่มุมกล้องที่สุด”
เสียงอึกทึกจากกลุ่มเราคงดังพอจะปลุกคนหลับให้ตื่น
โนวาเริ่มขยับตัวเล็กน้อยก่อนลืมตาช้า ๆ ดวงตาคู่นั้นมองตรงมาที่ฉันอย่างระแวง
“พวกเธอพูดอะไรกัน...” เสียงเขายังงัวเงียอยู่
“เราบอกนายว่า ให้เตรียมตัวขึ้นรถตู้พร้อมกล้องนะ” ฉันพูดชัดถ้อยชัดคำ
“ไปทริปต่างจังหวัดเสาร์-อาทิตย์นี้”
โนวานิ่งไป
ก่อนเอียงคอเหมือนแมวเพิ่งได้ยินเสียงประหลาด
“เราไม่ได้ไป”
“ไปสิ เราลงชื่อนายไว้แล้ว”
เสียงในวงเงียบไปพักหนึ่ง
“อะไรนะ?”
“ชื่อนายอยู่ในลิสต์ที่ยื่นให้อาจารย์แล้วจ้ะเพื่อน”
โนวาหันไปมองคิวเหมือน้าความช่วยเหลือ
คิวกลับยักไหล่ ทำหน้าทำตาว่า ‘ช่วยไม่ได้แล้วเพื่อน’
“เธอมัดมือชก?” โนวาหันมามองฉัน
“เปล่า เรามัดแค่ชื่อ”
“…”
“นายจะด่าก็ได้ แต่อย่าขัดขืน เพราะคิวงานเราก็วางไว้หมดแล้วด้วย” ฉันยื่นโน้ตบุ๊กให้ดูภาพกำหนดการ
“วันแรก ถ่ายตลาดชุมชน ตอนเช้า วันสองสัมภาษณ์ชาวบ้าน เราจะมีกล้องหลักกับกล้องรอง นายถือกล้องหลักนะ”
โนวายกมือขึ้นกุมหน้าผาก ถอนหายใจยาว
ขณะที่ปีโป้แอบหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายคลิปเงียบ ๆ
“แค่ฟังก็เหนื่อยแล้วอ่ะ...”
เขาทิ้งตัวเอนหัวลงบนไหล่ฉันอย่างเร็วราวกับซ้อมมาแล้วหลายรอบ
ฉันสะดุ้งเบา ๆ แต่ยังคงท่าทางนิ่งไว้
มือที่วางบนตักเริ่มกำแน่นโดยไม่รู้ตัว
“อย่าอ้อนเราเลย มันไม่เวิร์ก”
“งั้นอ้อนกล้องได้มั้ย...จะได้ไม่ต้องไป” เขาพูดเสียงอู้อี้
“ไม่ได้” ฉันพูดเสียงเรียบ
“ไบร์ท”
เสียงทุ้มเรียกชื่อฉันช้า ๆ ใกล้แก้มด้านซ้าย
“ถ้าเราหายไปในป่า แล้วเธอตามไม่ทัน เธอจะรับผิดชอบยังไง”
“เราจะปล่อยพิกัดให้ GPS มารับนายกลับเอง”
“ใจร้าย...เราว่าเรากำลังถูกทิ้ง”
“นายไม่ได้ถูกทิ้ง นายแค่ต้องไปทำงาน”
“ถ้าเป็งานกับเธอ...เราก็ยังพอไปไหว”
ฉันเงียบ กลั้นหายใจไปครึ่งวินาที
ก่อนจะหลบตาแล้วหันไปกอดอก
“ทำอย่างกับว่า...นายไม่เคยไปไหนกับฉันมาก่อน”
“แต่รอบนี้ต่างออกไปนะไบร์ท”
“ยังไง?”
โนวายกคางขึ้นจากไหล่ฉัน
หันมามองหน้าตรง ๆ ด้วยแววตาที่ไม่ได้ล้อเล่นเลยสักนิด
“เพราะครั้งนี้ เราไม่ได้ไปเพราะโปรเจกต์...”
“แต่ไปเพราะอยากอยู่ใกล้เธอ”
ทั้งโต๊ะเงียบกริบทันที
คิวถึงกับหลุด “เห้ย...” ออกมาสั้น ๆ
ออมตาโต ส่วนปีโป้แทบจะสำลักโกโก้
แต่คนที่พูดกลับยกแก้วชานมขึ้นมาจิบต่อเฉย ๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ทิ้งฉันให้นั่งจ้องมือที่วางบนตักตัวเอง ทั้งที่หัวใจเต้นเหมือนจะะเิ
และนั่นเป็เหตุผลที่ฉันตัดสินใจ
จะไม่ถามอีกเลยว่า เขาอยากไปทริปนี้เพราะอะไร
เพราะไม่ว่าเหตุผลจริง ๆ จะคืออะไรก็ตาม
ฉันแค่...ไม่อยากอยู่ที่ไหนถ้าไม่มีเขาเหมือนกัน
หลังเลิกประชุม
กลุ่มเราพากันเดินออกจากคาเฟ่พร้อมเสียงล้อเล่นจังหวะชวนปวดหัว
ไฟหน้าร้านเริ่มสว่างขึ้นอัตโนมัติเมื่อแสงแดดยามเย็นค่อย ๆ หายไปจากเส้นฟุตบาท
“เฮ้ย ปีโป้ เธอสั่งโกโก้หวานน้อยแต่แดกหมดก่อนใครเนี่ยนะ”
เสียงคิวแซวดังขึ้นทันทีที่เราออกมายืนรวมกันตรงลานหน้าร้าน
“แล้วไงวะ ฉันไม่พูดเยอะเหมือนนายไง” ปีโป้สวนกลับอย่างเร็ว
“แค่ไม่พูดก็ไม่เท่หรอกนะเว้ย ต้องยิ้มแบบเราด้วย ถึงจะกินใจ”
คิวทำหน้าเ้าชู้ก่อนหันไปส่งสายตาทะเล้นใส่ปีโป้ซึ่งเบือนหน้าหนีแทบไม่ทัน
“พอเลยไอ้คิว เดี๋ยวก็โดนปีโป้จัดการเข้าให้”
ชานพูดเสียงเรียบ แต่แววตาขำอยู่ข้างใน
ฉันเดินนิ่ง ๆ ข้างออมที่หัวเราะจนตัวงอ ขณะที่พวกผู้ชายเดินแยกเป็อีกกลุ่ม
แน่นอนว่าโนวาก็ยังคงตามฉันมาติด ๆ ไม่ห่าง
เราค่อย ๆ แยกย้ายกันตรงปากซอยที่แยกไปยังหอพักแต่ละฝั่ง
เสียงเพื่อนเริ่มเงียบลง เหลือเพียงแค่เสียงฝีเท้าเราเบา ๆ กับเสียงลมเย็นปลายวัน
ฉันเดินนำโดยไม่พูดอะไร
แต่รู้ว่าเขายังอยู่ด้านหลัง
โนวาไม่เดินเท่ากับฉัน แต่เดินตามตลอดเหมือนเป็เงา
“เหนื่อยเหรอ?” ฉันถามทั้งที่ยังไม่หันกลับไปมอง
“อือ...”
“ถ้าง่วงก็กลับไปนอนซะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยเตรียมกล้อง”
เงียบไปพักหนึ่ง
ฉันคิดว่าเขาคงจะเงียบไปจริง ๆ แล้ว
แต่จู่ ๆ เสียงทุ้มต่ำก็ดังขึ้นข้างหลังแบบไม่ทันตั้งตัว
“อย่าทิ้งเราไปไกลนะ”
ฉันชะงักฝีเท้า
หันกลับไปมองเขาทันที
เขายังคงเดินหน้าเรียบเฉย ไม่ได้มองฉัน
แต่แค่ประโยคเดียวเมื่อกี้...มันดังพอจะทำให้ใจฉันสะดุดแรง
“หมายความว่าไง?”
“ก็ถ้าไปถึงที่นั่นแล้ว...เธอหายไปไกล ๆ เราจะหาเธอยังไงล่ะ?”
“ฉันจะไปไหนได้ ก็อยู่กับกลุ่มนั่นแหละ”
“ก็ไม่แน่...กลุ่มเยอะ คนหล่อก็เยอะ”
เขาพูดเสียงเบา แต่แววตาที่หันมาช้อนมองเหมือนกำลังงอนแบบเด็ก ๆ
“แล้ว?”
“ก็แค่...ถ้าเราเผลอหลงทาง เธอจะตามเรามั้ย?”
ฉันไม่ตอบ
เพราะในวินาทีนั้น สมองฉันช้ากว่าหัวใจไปหลายจังหวะ
โนวาเงียบอีกครั้ง
ก่อนเดินเข้ามาใกล้ พร้อมก้มหน้าเล็กน้อย
“หรือเธอจะเป็คนหลง แล้วให้เราไปตามก็ได้นะ...”
“นายกำลังพูดอะไรเนี่ย”
“ก็พูดว่า...เราจะไม่ยอมให้เธอหลงจากเราไง”
“โนวา...”
เขายิ้มมุมปากเบา ๆ
ก่อนเดินนำไปข้างหน้า ทิ้งฉันไว้ที่เดิม
เหมือนทุกครั้ง
แต่ครั้งนี้ต่างออกไป
ฉันไม่ได้รู้สึกว่าเขาทิ้งฉันไว้
กลับกัน…
ฉันรู้สึกว่าฉันต่างหากที่ถูกดึงเข้าไปใกล้เขามากขึ้นทุกที
คืนนั้น
ฉันกลับมาถึงห้องด้วยหัวใจที่ยังเต้นไม่เป็จังหวะ
พลิกตัวไปมาบนเตียง แต่ความคิดก็ยังวนเวียนอยู่กับแค่คำเดียวในหัว
“อย่าทิ้งเราไปไกลนะ”
ทำไมคำธรรมดา ๆ ของโนวา...
ถึงทำให้ฉันรู้สึกเหมือนมันไม่ใช่เื่เล่น ๆ ขนาดนี้วะ -///-
[1] พระเอกจากเื่ “แค่เพื่อนจะยั่วได้ไง” (เปิดเื่เร็ว ๆ นี้ สามารถไปติดตามข้อมูลได้ที่เพจ : Sunisayok – นักเขียนนิยาย ค่ะ)
[2] พระเอกจากเื่ “แค่เพื่อนจะรักได้ไง” (จบแล้ว มีอีบุ๊ก)