บทที่ 23 โฉมงามอันดับหนึ่งแห่งแคว้นเสวียน
“คุนจิ้น คนสามร้อยกว่าคน ล้อมสังหารคนสามสิบกว่าคน”
“แต่กลับมาได้แค่สามสิบเก้าคน”
“แถมงานก็ยังไม่สำเร็จ”
“เ้าลองว่ามาซิ ข้าควรลงโทษเ้าอย่างไรดี?”
เหลียงห้าวเหยียนบีบจอกสุราในมือจนแหลกละเอียด เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เย็นะเื
คุนจิ้นที่คุกเข่าอยู่บนพื้น กุมาแที่แขนแน่น
ตัวสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว
ยิ่งน้ำเสียงของท่านซื่อจื่อราบเรียบเท่าไหร่ บทลงโทษก็ยิ่งรุนแรงเท่านั้น
“ท่านซื่อจื่อ เป็เพราะไอ้เซี่ยงเฉิงหลีนั่นมันเก่งกาจเกินไปขอรับ มันสู้ได้หนึ่งต่อร้อย พวกข้าเจาะแนวป้องกันของมันเข้าไปไม่ได้เลย”
เพล้ง!
กาใส่สุราใบหนึ่งถูกขว้างใส่หัวคุนจิ้นอย่างจัง
“ต่อให้มันเก่งแค่ไหน มันก็ไม่มีอิทธิฤทธิ์เหาะเหินเดินอากาศหรอก” เหลียงห้าวเหยียนหมุนเศษถ้วยเล่นในมือด้วยท่าทีไม่แยแส สีหน้าสงบนิ่งราวกับกาสุราเมื่อครู่ไม่ได้ถูกเขาขว้างออกไป
“ว่ามายังมีอะไรอีก? ที่ข้ายังไม่รู้?”
คุนจิ้นก้มหน้าต่ำ ปล่อยให้เืบนหน้าผากไหลอาบแก้ม ไม่กล้าสบตาเหลียงห้าวเหยียน เอ่ยเสียงสั่นเครือ “การดักซุ่มของพวกเรา ถูกเซี่ยงเฉิงหลีล่วงรู้ก่อนขอรับ”
มุมปากของเหลียงห้าวเหยียนยกขึ้นเป็รอยยิ้มเย้ยหยัน “พวกเ้านี่มันช่าง...สร้างความภาคภูมิใจให้ข้าเสียจริงนะ ลากมันออกไป ขังคุกชั้นเจ็ด”
“ท่านซื่อจื่อ! ได้โปรดให้โอกาสข้าอีกครั้ง ครั้งนี้ข้าไม่ได้กลับมามือเปล่านะขอรับ” คุนจิ้นดิ้นรนสะบัดตัวจากการจับกุม คลานเข่าเข้าไปหา “พวกข้าเก็บ หลักฐาน ที่จวนเว่ยกั๋วกงส่งคนมาลอบสังหารเซี่ยงเฉิงหลีได้ขอรับ”
“แค่นี้?” เหลียงห้าวเหยียนแค่นเสียงเย็น “ทำให้ข้าเสียคนไปสองร้อยกว่าคน เพื่อแลกกับสิ่งนี้?”
“ลากตัวออกไป”
เมื่อเห็นคุนจิ้นถูกลากตัวออกไป ทิ้งรอยเืเป็ทางยาวบนพื้น ิจิ้นก็รู้สึกปวดใจยิ่งนัก “ท่านซื่อจื่อ แผนการลอบสังหารเซี่ยงเฉิงหลี จะให้ดำเนินการต่อหรือไม่ขอรับ?”
เหลียงห้าวเหยียนเงยหน้าขึ้น “เื่โฉมงามอันดับหนึ่งแห่งแคว้นเสวียนเป็อย่างไรบ้าง?”
ิจิ้นชะงักไปเล็กน้อย ไม่เข้าใจว่าเหตุใดเ้านายถึงเปลี่ยนเื่กะทันหัน แต่ก็เม้มปากตอบตามความจริง “ดำเนินการตามที่นายน้อยสั่งเรียบร้อยแล้วขอรับ”
“ให้ฟู่จิ้นนำคนชุดใหม่ไป...ต้องฉวยโอกาสครั้งนี้ ลบชื่อเซี่ยงเฉิงหลีออกไปจากโลกใบนี้ให้จงได้” ในดวงตาดอกท้อของเหลียงห้าวเหยียน เต็มไปด้วยจิตสังหารอันรุนแรง
...
“ข้าศึกมาแม่ทัพต้าน น้ำป่ามาใช้ดินกั้น” ดวงตาสีนิลของเซี่ยงเฉิงหลีหม่นแสงลง เขาเดินตรงเข้าไปหากลุ่มของ หวางม๋าจื่อ
“บอกมา พวกเ้าเป็คนของจวนเว่ยกั๋วกงใช่หรือไม่?”
รูม่านตาของหวางม๋าจื่อขยายกว้าง
ไอ้มัจจุราชนี่รู้ได้อย่างไร?
เขาเป็คนที่จวนเว่ยกั๋วกงส่งมาจริง ๆ
“ดูท่าจะเป็พวกเดียวกับโจรูเาเมื่อครู่สินะ?” เมื่อเห็นปฏิกิริยาของหวางม๋าจื่อ เซี่ยงเฉิงหลีก็เข้าใจว่าตนเดาถูก
แต่เขาคิดไม่ตก ตระกูลเซี่ยงกับจวนเว่ยกั๋วกง ไม่ได้มีความแค้นฝังลึกต่อกัน
“ทำไมเว่ยเซียวโจวถึงส่งพวกเ้ามาปลอมตัวเป็โจรูเา?”
“...โจรูเาอะไร?” หวางม๋าจื่อยืนงงเป็ไก่ตาแตก พวกเขาแค่ปลอมเป็โจรดักปล้น อ้างว่าจะชิงสินเดิม แต่ความจริงคือ้ามาทำลายโฉมหน้าของจี้หานลั่วต่างหาก
เซี่ยงเฉิงหลีแสยะยิ้มเย็น “ถ้าไม่พูดความจริง ก็ฟันหัวทิ้งให้หมด”
ดาบในมือของเขาเพิ่งจะง้างขึ้น
เสียงติดอ่างก็ดังขึ้นด้วยความหวาดกลัว “ยะ...อย่าฆ่า! พะ...พี่ชายมัจจุราชไว้ชีวิตด้วย พวก...พวกข้าแค่้าจะ ทำลายโฉมหน้า ของเ้าสาวเท่านั้น...”
“โท...โทษไม่ถึงตายนะขอรับ”
“ใครใช้ให้แกปากมาก? ใช่เวลามาอวดรู้กฎหมายไหมวะ?” หวางม๋าจื่อกระแทกไหล่ใส่ลูกน้องติดอ่างจนเซถลา “เปิดโปง ซื่อจื่อเฟย แบบนี้ ยังอยากมีชีวิตรอดอยู่ไหม?”
“...”
จี้หานลั่วที่สวมหมวกคลุมหน้าเรียบร้อยแล้วเดินออกมา
ได้ทันเห็นฉากละครลิงหลอกเ้า ที่คนร้ายสารภาพออกมาเองโดยไม่ต้องลงแรง
“พี่รอง เื่นี้ท่านมีความเห็นว่าอย่างไรเ้าคะ?”
ดวงตาเ็าของจี้หานซวน กลอกกลิ้งไปมา “เ้ารู้หรือไม่ ว่าทำไมท่านพ่อถึงส่งข้านำกองกำลังมาส่งตัวเ้า?”
จี้หานลั่วส่ายหน้า
แต่ในใจลึก ๆ กลับรู้สึกอบอุ่น
จี้หานซวนเงยหน้าขึ้น มองไปที่เซี่ยงเฉิงหลีแล้วเอ่ยว่า “มีคน้าทำลายงานแต่งงานครั้งนี้ และฉวยโอกาสบีบให้ตระกูลจี้กับตระกูลเซี่ยงต้องแตกหักกัน”
ในชาติก่อนก็เป็เช่นนี้
และพวกมันก็ทำสำเร็จเสียด้วย
เมื่อได้โอกาสกลับมาใช้ชีวิตใหม่อีกครั้ง เขาจึงยอมกล้ำกลืนฝืนทนแบกรับความอัปยศไปขอถอนหมั้นที่ตระกูลจี้ ก็เพราะไม่อยากให้ตระกูลจี้ต้องมาเดือดร้อนเพราะเขา
“พี่รอง รู้ตัวคนบงการเื้ัไหมเ้าคะ?”
จี้หานซวนไม่ได้ตอบคำถามตรง ๆ สายตาของเขาหันไปมองจี้หานลั่ว แววตาซับซ้อนยากจะคาดเดา “หานลั่วตอนที่เ้าออกเรือน มีคนจงใจยิงผ้าคลุมหน้าเ้า เพื่อให้เ้าต้องเผยโฉมหน้าที่แท้จริงต่อธารกำนัล”
“เ้าออกจากเมืองได้ไม่ทันไร ทั่วทั้งเมืองหลวงก็ลือกันให้แซ่ดว่า เ้าคือโฉมงามอันดับหนึ่งแห่งแคว้นเสวียน”
จี้หานลั่ว: “...”
ใครกัน?
นางอยากจะขอบคุณโคตรเหง้าศักราชของมันจริง ๆ
ใครจะรู้ จี้หานซวนยังเอ่ยเสริมขึ้นมาลอย ๆ อีกประโยค “ภายใต้การปั่นกระแสของผู้ไม่หวังดี เ้าสวยงามชนิดที่งดงามดั่งไม่เคยมีมาก่อนในอดีต และจะไม่มีใครเทียมทานได้ในอนาคตเชียวล่ะ”
มุมปากของจี้หานลั่วกระตุกยิก
ในใจรู้สึกคลื่นไส้ยิ่งกว่ากินแมลงวันเข้าไปเสียอีก
“นี่มันฆ่าคนให้ตายทั้งเป็ชัด ๆ คนที่ปล่อยข่าวลือช่างเหี้ยมโหดนัก ยัดเยียดฉายาที่สูงส่งเกินตัวให้ข้าแบบนี้ ก็เพื่อจะใช้ข้าเป็ข้ออ้างในการก่อเื่ น่าแค้นใจนัก”
ดวงตาสีนิลของเซี่ยงเฉิงหลีไหววูบ
ฮูหยินตัวน้อยของเขา...งดงามมากจริง ๆ นั่นแหละ
แต่ไม่ควรถูกคนพวกนั้นใช้เป็เครื่องมือมาเล่นงานเขา
“ฮูหยินไม่ต้องกลัว ใครที่บังอาจคิดร้ายกับเ้า ข้าจะทำให้พวกมัน ได้มาแต่ไม่ได้กลับ” เซี่ยงเฉิงหลีมองกลุ่มของหวางม๋าจื่อที่กองอยู่บนพื้นด้วยสายตาเปี่ยมจิตสังหาร “พี่รอง คนพวกนี้เชือดทิ้งเลยดีหรือไม่?”
“ไว้ชีวิตด้วย! ไว้ชีวิตด้วย! พวกข้ายังไม่ได้ทำอะไรเลยนะขอรับ” หวางม๋าจื่อครั้งนี้ขวัญหนีดีฝ่อของจริง ร้องห่มร้องไห้น้ำมูกน้ำตาไหลพราก
ด้วยความลนลาน สมองจึงสั่งการให้โพลงออกมาว่า “เห็นแก่หน้าจวนจี้กั๋วกงกับจวนเซิ่งกั๋วกงที่เป็ดองกัน ช่วยละเว้นข้าสักครั้งเถิดขอรับ”
เซี่ยงเฉิงหลีหรี่ตาลง หากจะบอกว่าเว่ยเซียวโจวและเหลียงห้าวเหยียนไม่พอใจเขา เพราะเคยเสียท่าให้เขาในวัยเด็ก ก็พอจะฟังขึ้น
แต่กับจวนเซิ่งกั๋วกง เขาไม่เคยไปล่วงเกินมาก่อน
อีกทั้งตอนเด็ก ๆ เขายังเคยช่วยชีวิตคุณหนูจวนเซิ่งกั๋วกงที่ตกน้ำในวังหลวงด้วยซ้ำ
“พวกเ้าเป็คนของจวนเซิ่งกั๋วกงรึ?”
หวางม๋าจื่อผงกหัวรัวเร็วยิ่งกว่าไก่จิกข้าวสาร
จี้หานซวนขมวดคิ้ว “จวนเซิ่งกั๋วกงมีความสัมพันธ์อันดีกับตระกูลจี้มาโดยตลอด เหตุใดจึงลงมือกับหานลั่ว? ถ้าไม่พูดความจริง ข้าจะส่งตัวเ้าไปให้จวนเซิ่งกั๋วกงสอบสวนเดี๋ยวนี้”
หวางม๋าจื่อรีบส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่ใช่ ไม่ใช่จวนเซิ่งกั๋วกงโดยตรง......แต่เป็ ซื่อจื่อเฟยแห่งจวนเว่ยกั๋วกง ต่างหาก”
คราวนี้ทำเอาเซี่ยงเฉิงหลีงุนงงไปทั้งตัว “ซื่อจื่อเฟยแห่งจวนเว่ยกั๋วกงคือใคร? แล้วมีความแค้นอันใดกับฮูหยินของข้า?”
“...”
“เ้าไม่รู้จักเซิ่งหน่วนเหยาหรือ?”
จี้หานลั่วนึกเื่บางอย่างขึ้นมาได้ “ปีที่นางอายุ 8 หนาว นางพลัดตกลงไปในสระบัวในวังหลวง แล้วมีคุณชายตระกูลเซี่ยงช่วยชีวิตไว้ หรือจะเป็ท่าน?”
ปีนั้นนางกับจี้หานหย่าอายุ 5 หนาวเท่ากัน ฮูหยินเอกมักจะยกเื่ที่เซิ่งหน่วนเหยาตกสระบัวจนจับไข้สูงถึง 3 วัน มาขู่พวกนางเสมอ
เซี่ยงเฉิงหลี: “...”
“เป็ข้าเอง”
“ดังนั้นนี่คือแรงจูงใจที่สองคนนั้นลงมือกับเรา?”
“ตอนข้าช่วยนาง ข้าเพิ่ง 6 หนาว ไม่น่าจะถือว่าทำลายชื่อเสียงของนางกระมัง”
จี้หานลั่วชะงักกึก
ฮองเฮาองค์ปัจจุบันเซิ่งเสาหยวน เป็อาหญิงแท้ ๆ ของเซิ่งหน่วนเหยา หลังเกิดเื่ไม่นาน พระนางก็สั่งปิดข่าว มีไม่กี่คนที่รู้เื่เซิ่งหน่วนเหยาตกน้ำ
เซิ่งหน่วนเหยาไม่น่าจะถึงขั้นฆ่าปิดปากพวกเขาด้วยเื่แค่นี้
และถ้าจะฆ่า ก็ควรฆ่าไปนานแล้ว
จี้หานลั่วดึงสติกลับมาทันควัน
นางเกือบจะถูกความคิดแบบผู้ชายทื่อมะลื่อของเซี่ยงเฉิงหลีพาออกทะเลไปไกล “นาง้าทำลายโฉมหน้าข้า นางคงเห็นข้าเป็ศัตรูหัวใจกระมัง หรือนางจะแค้นข้าเื่ที่เว่ยเซียวโจวมาแย่งชิงเ้าสาว?”
เซี่ยงเฉิงหลีขมวดคิ้ว
แล้วสรุปผลออกมาประโยคเดียว “ความคิดช่างผิดเพี้ยนนัก ฆ่าพวกมันทิ้งซะ แล้วส่งไปเป็ของขวัญชิ้นใหญ่ให้เว่ยเซียวโจวดีหรือไม่?”
สายตาของจี้หานซวนจับจ้องไปที่กลุ่มของหวางม๋าจื่อ “ไม่สิ คนร้ายสองกลุ่มนี้ ไม่น่าจะมีเ้านายคนเดียวกัน”
“คนพวกนี้เซิ่งหน่วนเหยาเป็คนส่งมา อันนี้พอฟังขึ้น”
“นางเป็คนขี้อิจฉามาแต่เด็ก”
“แต่โจรูเาสามร้อยกว่าคนนั่น พูดยากว่าเป็ฝีมือใคร”
จี้หานลั่วพยักหน้าเห็นด้วย “พี่รองพูดมีเหตุผลเ้าค่ะ ในเมื่ออีกฝ่ายส่งคนมาตั้งมากมายเพื่อฆ่าปิดปาก ก็ไม่มีความจำเป็ต้องส่งคนกระจอกพวกนี้มาให้เสียเวลา!”