“การ์ด มันเป็นการ์ดอะไรทำไมไม่เคยเห็น”
“อุปกรณ์เวทย์เหรอ”
เหล่าแขกผู้มาร่วมงานล้วนทำสีหน้าสงสัยกับการ์ดภายในกล่อง พวกเขาไม่เคยเห็นอาวุธเวทย์ในลักษณะการ์ดมาก่อน หากเป็นบทเวทย์ที่เขียนลงไปบนกระดาษเวทย์จะต้องอยู่ในขนาดที่ใหญ่กว่านี้ อย่างไรก็ตามทุกคนกลับลุ้นไปตามๆกันว่าการ์ดใบนี้เป็นการ์ดของอะไร
“การ์ดเหรอ” โรแลนอมยิ้มไม่กล้าแสดงสีหน้าอื่นนอกจากยินดีออกมาทางสีหน้า เมื่อเห็นว่าน้องชายของเขายังคงทำตัวเหมือนเด็กเช่นเดิม เขาอุส่าวิตกกังวลกลัวว่าจะนำของหายากที่มากกว่ามามอบในงานวันเกิด สิ่งที่ได้กลับเป็นเพียงแค่การ์ดใบเดียวเท่านั้น
“นี่คือการ์ดเพิ่มอายุขัย มันสามารถเพิ่มอายุขัยได้ 1 ปีครับ”
แอนเดอร์สันอธิบายเกี่ยวกับการ์ดของตัวเอง ให้ผู้เป็นพ่อได้ฟัง น้องสาวตัวน้อยของเขาทำเพียงเบิกตาโตๆกับการ์ดเพิ่มอายุขัย แม้จะไม่รู้ว่ามันทำอะไรได้บ้างเธอกลับรู้สึกพิเศษกับของขวัญพี่ชาย
อย่างไรก็ตามบนใบหน้าของผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ที่เต็มไปด้วยความยินดีตลอดมา ทุกครั้งที่ลูกชายมอบของขวัญเขาจะยิ้มรับตลอดเวลา ตอนนี้รอยยิ้มกลับหายไป บนใบหน้าของเขามีเพียงความสงสัยและคิ้วที่ย่นเข้าหากัน
“ได้มันมายังไง” คำถามเอ่ยออกมาจากปากของผู้เป็นพ่อ แอนเดอร์สันกลับรับรู้ได้ถึงความเหินห่าง อย่างไรก็ตามเขาไม่สนใจ ขอเพียงแค่วันนี้เขาทำให้ทุกคนเกิดความโลภและกระจายข่าวเรื่องของเขาออกไปได้ เพียงเท่านี้เขาก็พอใจแล้ว
“เมื่อ 2 เดือนก่อนผมเข้าไปในมิสเทอรี่เป็นครั้งแรก บังเอิญว่าผมไปหน้าผาปีกหักเพื่อจะตามหาผลองุ่นลูกบาศก์”
สายตาของทุกคนมองจ้องไปยังไอรีนที่กำลังนำองุ่นรูปทรงสี่เหลี่ยมขึ้นมากัด แม้เธอจะทำสีหน้าเปรี้ยวเป็นอย่างมากแต่เมื่อเวลาผ่านไปเธอกลับทำสีหน้ามีความสุข ทุกคนจึงรู้ได้ว่าองุ่นลูกบาศก์ถูกเก็บมาด้วยฝีมือแอนเดอร์สันจริงๆ ไม่ใช่การแต่งเรื่องขึ้นมา
“ในตอนนั้นมีมอนสเตอร์ 550 ปีปรากฎตัวขึ้นมาเพื่อจะแย่งผลไม้นี้ ผมจึงได้ขโมยแล้วก็หนีในตอนที่พวกมันต่อสู้กัน บังเอิญว่าพวกมันเห็นผลไม้หายไปจากต้นทั้งหมดจึงลงมือไล่โจมตีผมและนักเวทย์ที่นั่นส่งผลให้ผมต้องวิ่งหนีเข้าไปในเขต 3”
“ที่แท้ก็เป็นเขาที่ทำให้คนมากมายต้องตาย”
หนึ่งในแขกผู้มาร่วมงานพูดสิ่งที่ตกใจดังมากเกินไป ทำให้ทุกคนที่เงียบฟังเสียงของแอนเดอร์สันได้ยินคำพูดของเขาหมด แอนเดอร์สันจึงหันไปยิ้มให้กับทุกๆคนในงานเลี้ยงก่อนจะพูดหนึ่งประโยคที่นั่งคิดภายในศาลา
“ใช่ เป็นฉันเองที่ตั้งใจทำให้คนมากมายต้องตาย ถ้าพวกมันไม่ล่าฉันเพื่อไปขึ้นค่าหัวและไม่โลภในสิ่งที่ฉันได้ พวกมันคงจะหายใจในตอนนี้”
“เงียบ เล่าต่อว่าแกได้มันมายังไง” แอนเดอร์สันหันมองผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ เขาจึงส่งยิ้มให้ผู้นำตระกูลแล้วเล่าต่อ
“ในช่วงที่หนีเข้าไปในเขต 3 จำไม่ได้ว่าหนีไปกี่วันกี่คืน จำได้เพียงแค่ว่าไปเจอสถานที่แปลกประหลาดที่หนึ่ง มันมีพลังงานสีฟ้าล้อมรอบ พอเข้าไปด้านในก็เป็นห้องโถงขนาดใหญ่มีรูปปั้นมากมาย”
แอนเดอร์สันนำเอาจินตนาการจากโลกเดิมมาเล่า หนังเกี่ยวกับการล่าขุมทรัพย์มีมากมายเขาจึงยกมาสักเรื่องเพื่อเล่าให้ทุกคนฟัง
“รูปปั้นเหล่านี้เป็นรูปปั้นกลไก มันจะทำงานเมื่อมีคนเหยียบเข้าไปในพื้นที่ของมัน เพียงแต่ว่ารูปปั้นพวกนี้กลับถูกทำลายฐานจนไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อีก ผมก็แค่เดินไปตามทางที่ถูกทำลาย ผ่านกับดักมากมายที่ถูกปลดไปจนถึงห้องแห่งหนึ่ง ด้านในนั้นเต็มไปด้วยอุปกรณ์เวทย์มากมาย แต่พวกมันก็ผุพังใช้การไม่ได้ ยกเว้นการ์ดใบนี้ที่วางอยู่บนแท่นหินใจกลางห้อง มันถูกคลุมเอาไว้ด้วยเวทย์พิเศษ ใครก็ตามที่เข้ามาถึงห้องนี้จะสามารถนำของที่อยู่บนแท่นหินออกไปได้เพียงแค่ 1 อย่างเท่านั้น ผมจึงเลือกสิ่งนี้มา”
ทุกคนเริ่มตื่นเต้นกับคำพูดของแอนเดอร์สัน หากเป็นอย่างที่เขาพูดจริงหมายความว่าพื้นที่ที่แอนเดอร์สันเข้าไปนั้นจะต้องมีอุปกรณ์เวทย์อีกมากมายเหลือทิ้งไว้ในม่านพลังคลุมแท่นหินที่ว่า
อย่างไรก็ตามทุกคนกลับเลิกคิดถึงเกทปริศนาที่แอนเดอร์สันไปเจอก่อน เพราะตอนนี้ทุกคนกำลังสงสัยว่าการ์ดที่แอนเดอร์สันได้มามีกี่ใบ
“แล้วมันต้องใช้งานยังไง”
“แค่ส่งพลังเวทย์เข้าไปมันก็ทำงานแล้ว”
ผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์มอบการ์ดให้ลูกสาวคนเล็กที่กำลังนั่งอยู่บนตัก แอนเดอร์สันคาดการณ์ไม่ผิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้น เดิมทีเขาคิดว่าจะมอบการ์ดที่ทำให้ศึกษาและทำความเข้าใจทฤษฎีเวทย์เป็นเวลา 1 ปีได้ใน 1 วันให้กับผู้นำตระกูล แต่เมื่อเขานึกขึ้นได้ว่าน้องสาวไอรีนตัวน้อยถูกคำสาปมาตั้งแต่เด็ก ต่อให้เธอจะกลายเป็นผู้แข็งแกร่งอายุขัยของเธอก็มีได้สูงสุดเพียง 20 ปีเท่านั้น จำเป็นต้องถอนคำสาปที่ติดตัวของเธอให้ได้ไม่อย่างนั้นเธอจะตายตอนอายุ 20 ปี ด้วยคำสาปที่ติดตัวของเธอนี้ ผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์จึงตามหาอุปกรณ์เวทมนตร์ที่สามารถเพิ่มอายุขัยให้ลูกสาว ด้วยความต้องการนี้เองจึงเปิดโอกาสให้แอนเดอร์สันมอบการ์ดเพิ่มอายุขัย แม้จะเป็นเวลาเพียง 1 ปีมันกลับมีค่า
“ไอรีน ลูกลองใส่พลังเวทย์เข้าไปในการ์ดใบนี้หน่อย”
เด็กน้อยส่ายหัว เธอรู้ว่าพี่ชายมอบของขวัญให้กับพ่อ จึงไม่ต้องการได้มัน เธออยากให้พ่อมีความสุขกับของขวัญจึงควักบะหมี่ของแอนเดอร์สันออกมากินต่อหน้าทุกๆคนไม่สนใจการ์ด
“ไอรีน พี่ก็เตรียมให้หนูด้วยนะ”
“วูว” ดวงตาน้อยๆเปล่งประกายหลังจากรู้ว่าพี่ชายแอนเตรียมของขวัญให้เธอเช่นเดียวกัน เธอจึงรับมันด้วยท่าทางมีความสุข
“คุณพ่อ หนูได้การ์ดเหมือนคุณพ่อด้วยล่ะ”
“ดีๆ งั้นเรามาทดลองใช้มันไหม”
“ค่า” หญิงสาวตัวน้อยกระตุ้นพลังเวทย์เข้าไปในการ์ดพร้อมกันกับพ่อของเธอ ก่อนที่เธอจะได้ยินเสียงแจ้งเตือนในหัวจนต้องหันมองรอบตัวด้วยความสงสัย
“พ่อคะ หนูได้ยินเสียงแปลกๆด้วยมันบอกว่าพลังชีวิตของหนูเพิ่มขึ้น”
คิ้วที่ย่นเข้าหากันตั้งแต่แรกคลายตัวเมื่อรู้ว่าการ์ดเพิ่มอายุขัยสามารถเพิ่มพลังชีวิตให้กับไอรีนได้ แอนเดอร์สันที่เห็นน้องสาวกำลังแสดงท่าทางดีใจเขาก็เห็นพ่อนำการ์ดที่ตัวเองได้ เก็บเอาไว้ ปกปิดมันไม่ให้ไอรีนรู้ว่าเขาไม่ได้เปิดใช้งาน ในความคิดของแอนเดอร์สันมันคงจะเป็นการ์ดที่เก็บเอาไว้ให้ไอรีนอีกใบ
“เขามีมันเท่าไหร่กัน”
หลายคนเกิดความสงสัย แอนเดอร์สันนำการ์ดออกมาอย่างกับว่าเขายังเหลือเก็บเอาไว้อีก อย่างไรก็ตามทุกคนในที่แห่งนี้กลับไม่มีใครเก็บความตกใจกับการ์ดที่แอนเดอร์สันครอบครองได้ เนื่องจากว่ามันเป็นการ์ดที่สามารถเพิ่มอายุขัยได้ 1 ปีโดยไม่สนใจเลยว่าผู้ใช้งานจะมีคำสาปหรือว่าป่วย การที่การ์ดของแอนเดอร์สันทำงานได้ปกติต่างจากอุปกรณ์เวทย์รวมไปถึงสมุนไพรและยามากมายที่ผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ตามหามาใช้รักษาลูกสาว นับว่ามันเป็นสิ่งแรกที่ได้ผล
แอนเดอร์สันที่ได้มอบของขวัญไม่ต่างจากลูกคนอื่นๆ เขาจึงเดินไปนั่งยังเก้าอี้ว่างที่เหมือนจะถูกเตรียมเอาไว้ให้เขาเมื่อครู่ในช่วงที่ทุกคนกำลังเกิดความสงสัย เดิมทีภายในห้องแห่งนี้ไม่มีเก้าอี้ของเขาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว มันถูกใครบางคนยกออกไปก่อนหน้าเพื่อให้เขาไม่มีที่นั่ง
“มันจะเกี่ยวกับฉายาผู้ที่โชคเข้าข้างไหมนะ”
แอนเดอร์สันนึกถึงสถานการณ์ในวันนี้ หากน้องสาวเขาไม่ได้กลิ่นบะหมี่เขาจะเข้ามาในห้องโถงแห่งนี้ได้ไหม ซึ่งการที่กลิ่นบะหมี่ของเขาลอยไปตามลมจนดึงดูดให้น้องสาวตัวน้อยไปพบเขาได้ แอนเดอร์สันอยากรู้ว่ามันเป็นเพราะฉายาผู้ที่โชคเข้าข้างหรือเปล่า
“สวัสดีพี่ 10 กลิ่นภายในงานเลี้ยงหอมหวานเหมือนกันนะ”
แอนเดอร์สันนั่งลงไปบนเก้าอี้ตัวเองพลางปล่อยให้เพลงบรรเลงต่อไป เหล่าผู้คนมากมายที่มาร่วมงานต่างแสดงท่าทางดีใจและพยายามอวรพรให้ผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ ระหว่างที่งานเลี้ยงดำเนินมาถึงโค้งสุดท้ายนี้เอง แอนเดอร์สันก็ได้ฉีกยิ้มเมื่อการทักทายของเขากำลังทำให้พี่ 10 โกรธมากกว่าเดิม แม้จะเก็บสีหน้าเอาไว้เขากลับรู้ได้เพราะเวทย์ตรวจสอบไม่ใช่เวทย์ที่จะปกปิดหน้าต่างสถานะได้ หากเขาต้องการตรวจสอบ
“เท่านี้ก็สำเร็จแล้วสินะ”
แอนเดอร์สันค่อยๆลบสิ่งที่เขาต้องทำออกจากหัว หลังจากเขาทำมันสำเร็จแล้ว โดยสิ่งที่แอนเดอร์สันต้องการทำในงานวันเกิดครั้งนี้คือการให้ตัวแทนตระกูลมากมายกระจายเรื่องของเขาออกไป
เรื่องแรกที่จะถูกพูดถึงจะต้องเป็นเรื่องหน้าผาปีกหักอย่างแน่นอน เรื่องที่สองจะต้องเป็นเรื่องการ์ดเพิ่มอายุขัย แม้เรื่องของเขาในวันนี้จะกระจายออกไปจนส่งผลให้เขาเกิดอันตรายถึงชีวิต แอนเดอร์สันกลับคิดว่ามันคุ้มค่ามากกับการเปิดตัวให้ทุกคนได้รู้ว่าตัวของเขามีตัวตนไม่ต่างจากพี่คนอื่นๆ
“ชิ ฉันกลายเป็นตัวตลกในวันนี้สินะ”
นายน้อย 10 เก็บความโกรธเอาไว้ในใจ จากเดิมคิดว่าแอนเดอร์สันจะเป็นตัวตลกที่ไม่สามารถเข้างานได้ หากเข้าร่วมก็ไม่สามารถมอบอะไรดีๆได้ กลับกลายเป็นว่ามันคือคนที่ดูตลกที่สุดภายในงานแห่งนี้เพราะสิ่งที่มันนำมาให้พ่อมีอายุ 700 ปีเพียงเท่านั้น สำหรับการ์ดของแอนเดอร์สันแม้จะไม่มีใครรู้ว่ามันเป็นอุปกรณ์เวทย์ระดับใด แต่สิ่งที่มันทำได้นับว่าดีกว่าคนอื่นๆเพราะผู้เป็นพ่อชอบใจกับของขวัญแอนเดอร์สันมากที่สุด เนื่องจากมันทำให้น้องสาวของพวกเขาเพิ่มอายุขัยได้
แอนเดอร์สันที่นั่งนิ่งๆอยู่บนเก้าอี้เขาก็ได้กวาดตามองไปรอบๆงานพลางมองจ้องพี่ชายแต่ละคน ที่ตอนนี้กำลังหันมองเขาด้วยสายตาที่หลากหลาย บางคนแสดงเพียงแค่ความดีใจ บางคนแสดงความอิจฉาที่ไม่สามารถซ่อนได้ หรือจะเป็นความโกรธที่แสดงออกมาผ่านสายตา แอนเดอร์สันกลับทำเพียงฉีกยิ้มให้พี่ของเขาแต่ละคนเท่านั้น
“ว่าแต่พี่ 10 ไหนบอกว่าพี่ไม่เกี่ยวข้องกับตระกูลเฟียร์ไง ทำไมพี่ถึงมีหัวใจลีลีวี่ล่ะ”
แอนเดอร์สันพูดถึงหัวใจลีลีวี่ 700 ปี เขาเชื่อว่ามันจะต้องเป็นหัวใจปลาลีลีวี่ตัวที่ลุงของเขาพยายามล่าอย่างแน่นอน ในตอนนั้นเขาได้ยินว่ามีตระกูลโทรฟ่าเข้าร่วมด้วย แต่ตอนนี้หัวใจลีลีวี่กลับตกมาอยู่ในมือของพี่ชาย 10 ที่บอกเขาว่าไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ทำให้ตระกูลเฟียร์เกิดปัญหา
“ฉันบอกไม่เกี่ยวก็คือไม่เกี่ยว ส่วนหัวใจฉันจะได้มายังไงมันก็เรื่องของฉัน”
“อ๋อเหรอ ไม่เกี่ยวสินะ งั้นผมจะบอกพี่สักหน่อยก็แล้วกัน ไอพวกที่ตระกลูซิกฟรีทส่งมาดูผมน่ะ ผมฆ่ามันไปแล้วนะ ส่วนคนอื่นๆที่คิดจะจับตาดูผมหรือคิดจะฆ่าผมน่ะ ผมจะส่งมันตามๆกันไปในอีกไม่ช้านี้หรอก”
แอนเดอร์สันพูดกับพี่ 10 เพียงแต่ว่าเสียงของเขากลับดังเกินไปทำให้พี่ทุกคนได้ยินคำพูดของเขา แม้มันจะเป็นคำพูดที่ดูจองหองไปบ้าง แต่มันกลับทำให้เขาได้ประโยชต์จากความโกรธของอีกฝ่ายมากกว่า
“เอาล่ะ ในเมื่อเวลางานเลี้ยงใกล้จะเลิกแล้ว ฉันขอขอบคุณแขกทุกท่านที่มาร่วมงาน เรื่องต่อไปนี้ที่จะพูดไม่ได้เกี่ยวกับทุกคน แต่ฉันก็อยากให้ทุกคนได้รับรู้เอาไว้เช่นกัน เรื่องนั้นคือฉันต้องการรับลูกๆทุกคนกลับเข้าตระกูลสกอร์เปี้ยนส์”