ตอนที่ 40
หนึ่งแสนเหรียญทอง
หลังจากที่รออยู่พักใหญ่ พนักงานของสมาคมพ่อค้าก็กลับมาอีกครั้ง พร้อมกับเชิญเสวี่ยหมิงไปยังห้องรับรองสำหรับแขกพิเศษที่ชั้น 4 ซึ่งเป็นชั้นที่หรูหรา และมีความเป็นส่วนตัวสูงที่สุด
เสวี่ยหมิงชมดูห้องรับรองด้วยความตื่นตา ก่อนจะเดินไปดูยังช่องแสงทรงกลม ที่เมื่อมองลอดออกไปจะเห็นสวนสวยที่เต็มไปด้วยพันธุ์ไม้จากต่างถิ่น แต่แล้วเสวี่ยหมิงก็ย่นจมูกสูดรับกลิ่นใหม่ที่เพิ่งจะพัดโชยเข้ามาในห้อง กลิ่นหอมหวานที่เขารู้สึกว่าเคยได้กลิ่นมาก่อนโชยมาแตะจมูก
แต่ไม่ทันที่เสวี่ยหมิงจะหันกลับไป เสียงหวานคุ้นหูก็ดังขึ้นเสียก่อน
"เฟยเซียงคารวะ ท่านผู้อาวุโสอี้เฟย" เฟยเซียงเอ่ยพลางแย้มยิ้มราวกับเด็กน้อยซุกซนที่กลั่นแกล้งผู้คนสำเร็จ
เมื่อได้ยินคำกล่าวของเฟยเซียง เสวี่ยหมิงที่เพิ่งจะหันกลับมาล้วนปั้นหน้าไม่ถูก เพราะตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ในสภาพของอี้เฟย แต่ปลอมแปลงเป็นอีกผู้คน แม้วิชาแปลงโฉมของตัวเองจะไม่ได้ดีเลิศเลอ แต่ก็ไม่น่าจะย่ำแย่ขนาดที่ถูกจับได้ง่ายเพียงนี้
"อืม เป็นเจ้า..."เสวี่ยหมิงมิได้เอ่ยปฏิเสธ เพราะจุดประสงค์หลักเพื่อขอความช่วยเหลือในการเจรจาหาซื้อโอสถหยินหยางเทียนฟง คำกล่าวจึงวางท่ารักษาภาพลักษณ์ของนักปรุงยาอี้เฟย พลางคิดคำนึงเพื่อหาว่าเหตุใดนางงามน้อยผู้นี้จึงคาดเดาได้ว่า ตัวเขาคือผู้เดียวกับอี้เฟย
...เรื่องราวต้องเกี่ยวข้องกับเจ้าแหวนวงนี้สินะ
ยิ่งเมื่อค้นพบว่าแหวนมิติที่นางขายให้ตัวเองนั้น ต้องเป็นเครื่องมือที่เฟยเซียงใช้ยืนยันตัวตนของอี้เฟยอย่างแน่นอน เมื่อคิดได้ดังนั้นเสวี่ยหมิงก็อดที่จะนึกหวาดเสียวในใจไม่ได้ ว่าถ้าหากเฟยเซียงค้นพบตัวตนที่แท้จริงของตัวเองแล้วจะเป็นเช่นไร ยิ่งหากรับรู้ว่าเขาเป็นนักปรุงยากำมะลอด้วยแล้วคงไม่ใช่เหตุการณ์ที่น่าชื่นชมนัก
เฟยเซียงรู้อยู่แล้วว่าภาพลักษณ์เดิมของอี้เฟยนั้น เป็นรูปโฉมที่ปลอมแปลงขึ้น แต่มาครานี้นักปรุงยาอาวุโสผู้นี้กลับเปลี่ยนโฉมที่ปลอมแปลงอีกครา แม้รูปลักษณ์ที่ปลอมแปลงนั้จะไม่ได้ผิดปกติ แต่เพราะภาพลักษณ์ทั้งสองนั้นดูขัดแย้งกัน และเมื่อเฟยเซียงนึกถึงภาพลักษณ์เดิมที่ดูเข้มขรึมดุร้าย ใบหน้าหยาบกร้านพร้อมรอยแผลเป็นยาว แต่ครานี้กลับมีใบหน้าอ้วนฉุ เต่งตึง ดวงตาเล็กหยี เปื้อนยิ้มอยู่ตลอดเวลา ทำให้เฟยเซียงอดที่จะขำในใจมิได้
หลังจากเอ่ยทักทายกันตามมารยาท แถมเสวี่ยหมิงเองก็มิได้เอ่ยปฏิเสธว่าตัวเองนั้นมิใช่อี้เฟย เฟยเซียงจึงเชิญให้เสวี่ยหมิงไปเจรจาการค้าต่อที่โต๊ะไม้โบราณกลางห้อง
"เฟยเซียงไม่ทราบว่า ท่านผู้อาวุโสต้องการโอสถหยินหยางเทียนฟงมาก่อน มิเช่นนั้นแล้วทางสมาคมพ่อค้าคงได้จัดเตรียมเอาไว้ล่วงหน้า"
...หากดูจากโอสถที่ผู้อาวุโสต้องการ คาดว่าผู้อาวุโสอี้เฟยคงมีระดับฝึกตนอยู่ช่วงปลายของลมปราณแรกธรรมชาติสินะ น่าทึ่งยิ่งนักสามารถซุกซ่อนพลังฝีมือให้อยู่ในระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 2 เพื่อตบตาผู้คน ไม่ต้องการให้ตัวเองโดดเด่นและเป็นอุปสรรคในการเดินทางท่องเที่ยวสินะ
การวิเคราะห์เรื่องราวของโอสถซึ่งเป็นของตายนั้นถูกต้อง แต่เรื่องกับเรื่องราวของผู้คนนั้นกลับผิดเพี้ยน
"อืม...ไม่เป็นไร แล้วเจ้าสามารถจัดหาให้ข้าได้เร็วที่สุดเมื่อใดกัน"
"ข้าขอเวลาเจ็ดวัน เพียงแต่..."
"ไม่ต้องเกรงใจเอ่ยมาได้เลย"
...ข้าคงกังวลไปเอง ผู้อาวุโสอี้เป็นถึงนักปรุงยาระดับสูงเรื่องเงินทองคงมิใช่ปัญหา
"เรื่องของเงินมัดจำที่ปกติเราจำเป็นต้องเก็บก่อนสองในสิบส่วนของราคาสินค้า"
"สองในสิบ อืม...ได้เจ้าว่ามา" เสวี่ยหมิงเอ่ยขึ้นอย่างมั่นใจ
"ไม่เป็นไร สำหรับกับผู้อาวุโสอี้เฟย ทางเรายินดีจะไม่เก็บค่ามัดจำ แถมยังจะขายโอสถหยินหยางเทียนฟงให้ท่านในราคาพิเศษอีกด้วย"
"อืม...ราคาพิเศษดี ๆ เป็นอันว่าตกลงตามนั้นอีกเจ็ดวันข้าจะมารับโอสถหยินหยางเทียนฟง"
"ว่าแต่ผู้อาวุโสอี้เฟย จะจ่ายเป็นเงินเหรียญทองหรือว่าโอสถวิเศษ" เฟยเซียงเอ่ยถามเพราะคิดว่าคราก่อนที่เสวี่ยหมิงนำโอสถอัคคีมรกตมาขาย คงเพราะต้องการเงินเหรียญไปใช้ นั่นก็แสดงว่าในตัวของผู้อาวุโสท่านนี้ย่อมมีเงินติดตัวไม่มากนัก และสำหรับนักปรุงยาชั้นสูงแล้วละก็ สิ่งที่พกติดตัวเอาไว้แทนเงินก็คงไม่พ้นโอสถวิเศษเป็นแน่ ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่เฟยเซียงคาดหวัง เพราะเธอต้องการที่จะชมดูโอสถวิเศษแปลกตา และแน่นอนว่าเมื่อผู้อาวุโสอี้เฟยเอ่ยเรื่องโอสถขึ้น เธอก็จะชิงถามไถ่ความรู้เกี่ยวกับศาสตร์แห่งการปรุงยาตามที่ตัวเองต้องการ
"แน่นอน...เงินเหรียญทองเจ้าบอกราคามาได้เลย"
...เงินเหรียญทอง
เฟยเซียงอึ้งไปครู่หนึ่ง เพราะเธอไม่คิดว่าผู้อาวุโสอี้เฟยจะจ่ายค่าโอสถเป็นเงินเหรียญทองมาก่อน แต่ก็เพียงแค่ครู่เดียว เพราะหลังจากนั้นเพียงแค่อึดใจ เฟยเซียงก็เอ่ยราคาของยาเม็ดหยินหยางเทียนฟงขึ้นในทันที
"สำหรับท่านผู้อาวุโส ข้ายินดีขายโอสถหยินหยางเทียนฟงให้ ในราคาหนึ่งแสนเหรียญทองคะ"
เสวี่ยหมิงรีบรับคำตกลง ก่อนจะเร่งเดินจากไปอย่างรวดเร็ว เร็วจนไม่ได้ฟังแม้แต่เสียงเรียกขานไล่หลังของเฟยเซียง เมื่อจากมาไกลพอควรแล้ว เสวี่ยหมิงก็หามุมอับปลดเปลี้ยงอุปกรณ์แปลงโฉมออก พร้อมเก็บแหวนมิติซุกซ่อนเอาไว้
...เวรแล้วไหมละหนึ่งแสนเหรียญทอง อีกแค่เจ็ดวันเท่านั้น แล้วเราจะไปหาเงินมากขนาดนั้นได้ที่ไหนวะเนี่ย
.
.
.
"ไอ้บ้าเอ๊ย!!!" หลี่เปียวที่เพิ่งออกมาจากการฝึกตนดูดซับโอสถลับของตระกูลจนครบสามครั้งแล้ว แต่ยังไม่อาจทะลวงผ่านสู่ระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 5 เศร้าโศกเสียใจอาละวาดเป็นการใหญ่ จนผู้เป็นหลี่มี่อิงบิดาอดสงสารมิได้
"ลูกเปียว เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง แม้จะยากเย็นเท่าใด แต่พ่อจะหาโอสถทะลวงร่างมาให้เจ้าเอง"
หลี่เปียวได้ยินดังนั้น น้ำตาก็หยุดไหลโผเข้าไปคุกเข่าตรงหน้าหลี่มี่อิง ก่อนจะเอ่ยคำขอบคุณบิดาตนเองอยู่มิขาดปาก