สวรรค์นิรันดร์กาล

    ข้อตกลงของซีรั่วหยานและเสี่ยวจิน

            ตงจวิ้นนึกถึงตำนานในตอนนั้นของซีรั่วหยานซีรั่วหยานเป็นภูติแท้โกลาหลตนแรกที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของระดับพระเจ้ากลายเป็นจ้าวจักรวาลในช่วงวัยเยาว์นางเป็นหญิงงามที่สุดในเผ่า

            แต่ถึงแบบนั้นนางกลับไม่มีคนรักเพราะนางใช้เวลาส่วนใหญ่ในการฝึกฝนจนกระทั้งนางมาถึงระดับจ้าวจักรวาลนางถึงได้ตระหนักว่าตอนนี้ผู้คนต่างเคารพนางเหมือนกับเทพเจ้า

            ในตอนนั้นไม่มีชายใดเลยที่กล้ามีความคิดเรื่องความรักกับนางผู้คนเห็นนางต้องทำความเคารพจนสุดท้ายนางก็โดดเดี่ยว

            นี่คือตำนานที่ถูกบันทึกโดยสหายของนางสหายของนางเองก็ไม่สามารถช่วยเหลือนางได้เพราะนางแข็งแกร่งเกินไป แข็งแกร่งจนไม่มีชายใดกล้าที่จะเข้าหานางหรือแม้แต่คิดก็ไม่กล้า

            “น่าสงสารจริงๆ”ตงจวิ้นอดที่จะถอนหายใจไม่ได้

            บางครั้งแข็งแกร่งเกินไปก็มักจะรู้สึกโดดเดี่ยวแต่เมื่อมองไปที่แววตาขอซีรั่วหยานที่มองฉางเฟิงราวกับพบเจอคนที่คู่ควรแล้วตงจวิ้นอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้

            “ถ้าเป็นเด็กคนนี้อาจจะเหมาะสมกับท่านก็ได้”ตงจวิ้นเปิดปากกว่า

            “ใช่ใหมสายเลือดทรงพลังกว่าข้าแถมดวงจิตยังแข็งแกร่งอย่างมาก พรสวรรค์แบบนี้เรียกได้ว่าหายากมากในรอบแสนปีแถมทั้งเขาและข้าก็มีสายเลือดของภูติแท้โกลาหลนี่คือโชคชะตา” ซีรั่วหยานกล่าว

            “พวกท่านพูดเรื่องอะไรใครเหมาะสมอะไร” ฉางเฟิงกล่าว

            “เรื่องนี้เอาไว้ค่อยๆใช้เวลาอยู่ด้วยกันก็ได้แต่ก่อนอื่นพลังของข้าตอนนี้เสียหายอย่างหนักและไม่สามารถแสดงพลังออกมาได้อย่างดีก็สามารถแข็งแกร่งกว่าระดับจักรพรรดิทั่วๆไปเท่านั้น”ซีรั่วหยานรีบเปลี่ยนเรื่องทันทีที่เห็นฉางเฟิงเริ่มกลัว

            “แล้วต้องทำยังไงท่านถึงจะฟื้นคืนพลัง”ฉางเฟิงกล่าว

            ซีรั่วหยานมองไปยังตงจวิ้นถ้าเป็นภูติแห่งชีวิตย่อมมีสมุนไพรล้ำค่าอายุหลายแสนปีอยู่อย่างแน่นอน

            “สวนสมุนไพรของเผ่าได้ถูกทำลายไปแล้วที่เหลือตอนนี้มีเพียงสมุนไพรอายุหมื่นปีเท่านั้น”ตงจวิ้นแสดงสีหน้ารู้สึกผิด

            “งั้นเหรอถ้างั้นก็คงต้องหวังพึ่งโชคชะตาแล้วสินะ” ซีรั่วหยานกล่าว

            “แม้มันจะไม่เพียงพอให้ท่านบรรพชนฟื้นฟูได้เต็มร้อยแต่การฟื้นฟูขึ้นมาได้สักส่วนก็คงพอทำได้”ตงจวิ้นกล่าว

            “นั่นสินะแต่ถึงอย่างไรข้าก็ไม่สามารถใช้พลังได้มากอยู่ดีไม่งั้นศัตรูอาจจะสัมผัสได้และอาจจะทำให้พวกมันเริ่มออกตามหาพวกเรา”ซีรั่วหยานคิด

            “เอ่อมือของข้า” ฉางเฟิงกล่าวขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นซีรั่วหยานเริ่มทำท่าขบคิด

            “อ้อข้าลืมตัว” ซีรั่วหยานยกยิ้มอย่างเย้ายวนออกมา

            หน้าของฉางเฟิงแดงขึ้นมาก่อนจะถอยออกมาแต่ในมือกลับมีกล่องไม้สองใบติดมาด้วยซีรั่วหยานไม่ได้สนใจกล่องไม้เลย

            “ผู้อาวุโสข้าขอคุยส่วนตัวกับท่านได้หรือไม่” เสี่ยวจินที่เงียบมานานส่งกระแสจิตหาซีรั่วหยานด้วยสีหน้าจริงจัง

            “โอ้เจ้าเป็นเผ่าใหน เผ่าอสูร แต่ทำไมข้ารู้สึกว่ามันพิเศษกว่านั้น” ซีรั่วหยานแปลกใจเมื่อมองไปยังเสี่ยวจิน

            “เผ่าของข้าถูกเรียกว่าอสูรมายาข้ามีเรื่องสำคัญที่จะคุยกับท่านแต่เรื่องนี้นายน้อยของข้ายังไม่พร้อมที่จะรับรู้”เสี่ยวจินกล่าว

            “อย่างที่ข้าคิดดูท่าเบื้องหลังของเขาจะลึกลับเสียจริงได้ข้าจะคุยกับเจ้า” ซีรั่วหยานก้าวออกมาพร้อมกับร่างหายไปกับเสี่ยวจิน

            ฉางเฟิงแปลกใจว่าทำไมทั้งสองถึงหายไปเมื่อมองไปยังตงจวิ้นอีกฝ่ายก็ส่ายหน้าเห็นได้ชัดว่าทั้งสองก็ไม่รู้เช่นกันฉางเฟิงจึงไม่สนใจอีกและสำรวจกล่องไม้ทั้งสองอย่างสนใจ

            ทางด้านเสี่ยวจินและซีรั่วหยานหลังจากออกมาก็ได้เริ่มคุยกัน

            “ก่อนอื่นข้าอยากจะถามท่านให้แน่ใจว่าท่านคือตัวตนระดับจ้าวจักรวาลใช่หรือไม่”เสี่ยวจินกล่าว

            “ไม่ผิด”

            “ถ้าเช่นนั้นท่านคิดอย่างไรกับนายน้อยของข้า”เสี่ยวจินกล่าว

            “คำถามนี้ออกจะตอบยากถ้ามองในเรื่องคุณสมบัติเขาคู้ควรจะเป็นผู้ชายของข้าจริงๆแต่ถึงอย่างงั้นเรื่องความรู้สึกมันต้องใช้เวลาค่อยๆฟูมฟัก” ซีรั่วหยานยกยิ้ม

            “และในความคิดของท่านจักรวาลที่ไม่มีจ้าวจักรวาลปกครองเป็นอย่างไรถ้าท่านพบกับจักรวาลรกร้างแบบนั้นท่านจะทำยังไงกับคนที่นั่น” เสี่ยวจินกล่าว

            “แน่นอนว่าเข้าไปปกครองแต่การปกครองของข้าก็ไม่ต่างจากการปกป้องพวกเขาหรอกนะ ขอแค่พวกข้ายอมส่งมอบทรัพยากร1 ใน 10 ส่วนมาให้ข้าในทุกๆปี ข้าก็จะไม่เข้าไปยุ่งวุ่นวายเรื่องภายในจักรวาลของพวกเขาตลอดมาข้าก็ปกคลองแบบนั้นเสมอมา” ซีรั่วหยานกล่าว

            “ถ้านายน้อยของข้ามาจากจักรวาลที่ว่าละ”

            “โอ้นั่นยิ่งน่าสนใจ จักรวาลที่ไม่มีจ้าวจักรวาลแต่กลับให้กำเนิดตัวตนที่แปลกประหลาดออกมาได้แสดงว่าอีกไม่นานจักรวาลของพวกเจ้าก็จะมีจ้าวจักรวาลขึ้นมาแล้ว”ซีรั่วหยานแปลกใจ

            “ถ้าเช่นนั้นก็ดีถ้าตัวท่านมีแนวคิดแบบนี้ข้าก็เบาใจให้ท่านอยู่ข้างกายนายน้อยได้ เพราะถ้าท่านมีความคิดเหมือนกับบรรพชนดผ่ากลืนกินข้าก็คงไม่สนสิ่งได้เพื่อสังหารท่านที่นี่”เสี่ยวจินกล่าว

            “ฮ่าฮ่า จักรพรรดิเทพตัวน้อยคิดจะสังหารข้างั้นเหรอแต่เอาเถอะเห็นว่าเจ้าเป็นคนของเขาข้าจะไม่เอาความแต่เจ้าบอกว่าบรรพชนเผ่ากลืนกินสินะ อย่าบอกนะว่าจักรวาลของเจ้าถูกเผ่ากลืนกินทำลายไปแล้ว”สีหน้าของซีรั่วหยานเปลี่ยนไป

            “ไม่มันยังไม่ถูกทำลาย นายท่านของข้าหรือบิดาของนายน้อยได้รวมพลังกับพระเจ้าสูงสุดอีก4 คนสร้างผนึกที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมาผนึกบรรพชนเผ่ากลืนกินเอาไว้และปิดผนึกทางเข้าไปพร้อมๆกันทำให้ตอนนี้เผ่ากลืนกินไม่สามารถบุกเข้าไปได้อีก”เสี่ยวจินกล่าว

            “อะไรนะพวกเจ้าถึงขนาดผนึกเจ้าสารเลวนั่นได้เลยงั้นเหรอ” ซีรั่วหยานตกตะลึง

            “ตามจริงของแค่มีเวลาเพียงพอนายท่านก็สามารถไปถึงจ้าวจักรวาลได้แน่แต่เพราะเผ่ากลืนกินบุกเร็วเกินไปพวกเราทำได้แค่ต้องใช้วิธีนี้เท่านั้นคราวนี้ท่านน่าจะรู้แล้วสินะว่าภาระที่นายน้อยแบกรับอยู่ยิ่งใหญ่แค่ใหน” เสี่ยวจินกล่าว

            “ไม่มีปัญหาเรื่องแค่นี้ข้าสามารถช่วยพวกเจ้าได้อยู่แล้ว ขอแค่ในอนาคตข้าและเขาแต่งงานกันมีข้าอยู่เบื้องหลังใครจะกล้าเข้าโจมตีจักรวาลของพวกเจ้า”ซีรั่วหยานกล่าวด้วยสีหน้ายโส

            “ดีถ้าท่านสาบานต่อเต๋าสวรรค์ว่าจะไม่หักหลังนายน้อยของข้า ข้าจะช่วยท่านให้สมหวังกับนายน้อยอย่างแน่นอน”เสี่ยวจินกล่าว

            “แน่นอนว่าเขาจะต้องไม่ทรยศข้าเหมือนกัน”ซีรั่วหยานกล่าว

            ทั้งสองคนได้สาบานต่อเต๋าสวรรค์ว่าจะไม่ทรยศต่อกันทันทีแน่นอนว่าซีรั่วหยานเป็นตัวตนระดับใหนนางสามารถบอกได้เลยว่าฉางเฟิงนั้นเป็นคนที่ไว้ใจได้เพราะในดวงตาของเขาไม่มีความชั่วร้ายเลยแม้แต่น้อยเมื่อมองมาที่นาง

    คล้ายกับเรื่องสวรรค์นิรันดร์กาล ที่คุณอ่าน