ตอนที่ 6
ชมพูรักกลับมาถึงบ้านก็เกือบสามทุ่มระหว่างทางก็โทรศัพท์ไปเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นั้แ่่เช้าจนถึงเหตุการณ์ล่าสุดเมื่อครู่นิดาแสดงความคิดเห็นบางอย่าง ที่ทำให้ตัวหล่อนเผลอคิดขึ้นมา นั่นก็คือ
‘หรือว่าเขาคิดจะจีบแกยะชมพู มีอย่างที่ไหนพาแกไปนั่งทานข้าวเย็นในร้านอาหารที่สุดแสนจะโรแมนติก’
เื่ห่วงเพื่อนจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนิดาแสดงออกด้วยคำพูดแค่ไม่กี่คำ แต่พอพูดถึงเื่ของกงจักรความคิดเห็นของเพื่อนรักก็ยาวเป็หางว่าว
‘จะมากไปแล้วนิด ผู้ชายที่วันๆเอาแต่ปั้นหน้าั์วาจาเชือดเฉือนอย่างกับมีดปลายแหลมแล่เนื้อเถือหนังแถมยังมีผู้หญิงตอมยังกับแมลงวัน ขืนไปหลงคารมเข้าขี้คร้านจะต้องมานั่งน้ำตาเช็ดหัวเข่า’
นิดาะเิเสียงหัวเราะกับคำเปรียบเปรยโดยเฉพาะท่อนที่หมายความถึงผู้หญิงของเขานั้นเป็ ‘แมลงวัน’
‘แกคิดได้ยังไงว่าผู้หญิงของเขาเป็เหมือนแมลงวันฉันนึกตามแล้วก็สะอิดสะเอียน นั่นมันกองอี้ชัดๆ’ นิดาจงใจพูดให้เพี้ยนคำ
ก่อนวางสายเพื่อนตัวดียังแอบสัพยอกทิ้งท้าย ‘แล้วอย่าเผลอไปหลงรักก้อนอี้เข้าให้ล่ะ’
นี่ถ้านิดาอยู่ใกล้มือสงสัยหล่อนจะต้องหยิกให้เนื้อเขียว โทษฐานที่แสดงความคิดเห็นแบบยัดเยียดแต่คำพูดนั้นกลับวนเวียนอยู่ในความคิดตลอดเวลาแม้กระทั่งหล่อนเปิดประตูรั้วเข้าบ้านตนเองแล้วก็ตาม
“พ่อเป็ไงมั่งคะป้าหวาน วันนี้ชมพูยุ่งมากั้แ่เช้าแล้วก็หาโอกาสโทรมาถามป้าหวานไม่ได้เลย”ชมพูรักเอ่ยทันทีที่ผู้เป็ป้า เดินออกมาหน้าประตูบ้าน
“คุณชัยตื่นหลังจากคุณหนูออกไปไม่นานนักหรอกพออาบน้ำอาบท่าเสร็จก็แต่งตัวออกจากบ้าน หลังจากฝนหยุดตกแค่ครู่เดียว”
“แล้วพ่อได้เล่าให้ฟังบ้างรึเปล่าคะ ว่ามีอะไรเกิดขึ้น”
“ป้าไม่กล้าถามหรอกจ้ะ เห็นสีหน้าคุณชัยเครียดขนาดนั้นราวกับว่าแบกโลกไว้ทั้งโลก”
ชมพูรักเข้าใจความหมายของป้าหวานดีเพราะที่ผ่านมา เวลาคุณชัยชิดมีเื่ทุกข์ยากลำบากใจ เขาเก็บความรู้สึกเก่ง ไม่เคยแพร่งพรายให้คนในบ้านต้องกลุ้มใจยิ่งกับหล่อนด้วยแล้วบิดาของหล่อนมีแต่รอยยิ้มและความสุขเจืออยู่ในหน้าแทบจะทุกวินาที
ประโยคเก่าก่อนเมื่อครั้งที่หล่อนเป็เด็กยังจำฝังใจมาจนถึงทุกวันนี้เมื่อ่ที่มารดาของหล่อนเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ คุณชัยชิดซึมเศร้าจนเห็นได้ชัดแต่ก็ไม่เคยแสดงความอ่อนแอ ภาพตรงหน้าที่อยู่ในความทรงจำก็คือ ความเข้มแข็ง
‘ไม่เป็ไรลูก หนูคือแก้วตาดวงใจของพ่อ หนูคือคนที่พ่อรักที่สุดในชีวิตไม่น้อยไปกว่าแม่ของหนู ฉะนั้นต่อไปนี้ แม้ว่าหนูจะไม่มีแม่แล้ว แต่หนูก็ยังมีพ่อ’
คำพูดปลอบประโลมจากคุณชัยชิดส่งผ่านทางแววตาคู่นั้น ซึ่งหล่อนจำได้ตราตรึง มันคือความห่วงใย ความอบอุ่นและมันคือความรักจากพ่อสู่ลูกโดยแท้
ั้แ่เหตุการณ์ครั้งนั้นพ่อของหล่อนที่ทำงานเป็แค่ผู้ช่วยผู้จัดการโรงแรมเล็กๆแห่งหนึ่งซึ่งหล่อนก็ลืมเลือนมันไป เพราะมันเป็่ที่ตัวหล่อนถูกพ่อส่งไปอยู่ที่โรงเรียนประจำจนจบมัธยมปลาย คุณชัยชิดตั้งหน้าตั้งตาทำงานเก็บหอมรอมริบ จนมีเงินก้อนหนึ่งแม้จะไม่มาก แต่บิดาก็เคยเล่าให้ฟังด้วยท่าทีภูมิใจ
จนหญิงสาวเริ่มเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ใน่ปีที่หนึ่งของการศึกษาหล่อนก็ยุ่งกับกิจกรรมค่อนข้างมาก หน้าที่ของหล่อนที่พ่อคาดหวังก็คือเื่ ‘เรียน’ เพราะคำบิดาเคยสอนไว้ว่า...ความรู้จะอยู่คู่ตัวเราจนวันตายหากรู้มาก ปัญหาก็น้อย แต่หากรู้น้อย ปัญหาย่อมมากตาม
ตนเองจำได้ว่าหล่อนมีหน้าที่เรียนเป็หลัก แล้ว่นั้นในปีแรกของการศึกษา คุณชัยชิดเล่าให้ฟังแค่ว่าได้เปลี่ยนที่ทำงานใหม่แต่เป็การขยายกิจการจากผู้บริหารโรงแรมเดิมพ่อของหล่อนมีโอกาสปรับเลื่อนตำแหน่งที่สูงขึ้น เงินเดือนก็เพิ่มมากขึ้น
แต่ไม่นานหลังจากนั้น่ที่หล่อนใกล้จะจบชั้นปีที่สองพ่อของหล่อนก็บอกข่าวดีสิ่งหนึ่ง ซึ่งเป็เื่ที่เหลือเชื่อคุณชัยชิดเล่าว่าท่านมีโชคจากการซื้อรางวัลของรัฐบาลและโชคนั้นก็มีมูลค่าหลายสิบล้านบาท
ใช่แล้ว...คุณชัยชิดถูกลอตเตอรี่หล่อนเข้าใจและเชื่อเช่นนั้น
แต่ความจริงไม่ใช่ในสิ่งที่คุณชัยชิดพูดแม้แต่น้อยพ่อของหล่อนมีเงินก้อนมากมายมหาศาลในเวลาพริบตาเดียว แม้เงินที่พ่อเก็บไว้มาตลอดทั้งชีวิตก็คงมีไม่ถึงกึ่งหนึ่งของเงินก้อนใหม่ด้วยซ้ำแต่หล่อนก็ไม่ใคร่สนใจถึงที่มาของเงินทองมากนัก
แล้วมันก็เป็ความโชคดีอย่างหนึ่งที่คุณชัยชิดนำเงินก้อนจำนวนนั้นมาลงทุน บิดาเลือกที่จะนำเงินก้อนมาทำธุรกิจโรงแรมแม้ขนาดของกิจการจะไม่ใหญ่โตมากนัก แต่ดูท่าทางเขาก็มีความสุขกับมัน
คุณชัยชิดลาออกจากที่ทำงานเดิมโดยอ้างว่าผู้บริหารคนนั้นก็ยังสนับสนุนให้ความอนุเคราะห์พ่อของหล่อนประหนึ่งว่าโรงแรมที่เขาเพิ่งดำเนินกิจการ เป็โรงแรมในเครือผู้เป็บิดารับตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของโรงแรม ‘pinklovehotel’
คุณชัยชิดนำชื่อลูกสาวมาตั้งเป็ชื่อโรงแรมและตั้งความหวังว่าสักวันหนึ่ง ตัวหล่อนจะเป็ผู้มาสานกิจการนี้ต่อ
แต่ความเป็จริงก็เกิดขึ้นครั้งหนึ่งอย่างฉับพลันถึงที่มาของเงินก้อนใหญ่ซึ่งทำให้คุณชัยชิดสามารถดำเนินธุรกิจโรงแรมขนาดเล็กแห่งนี้ได้ นั่นก็คือตัวของคุณชัยชิดหวนกลับไปหาแหล่งที่มาของเงิน
่นั้นคุณชัยชิดคิดเพียงว่าการเข้าไปบ่อนพนันเป็สิ่งผ่อนคลายเท่านั้น แต่อย่างที่รู้ ขึ้นชื่อว่าการพนันมีได้ย่อมมีเสียเป็วัฏจักร การได้เงินก้อนใหญ่ขนาดนั้นเมื่อปีก่อนก็ถือว่าเป็เื่ที่เหลือเชื่อ
คุณชัยชิดหลงระเริงว่าตนคือ‘คนเหนือดวง’ มีโชคมีลาภทางอบายมุขในครั้งนั้นอาจเป็ได้ที่ว่าเขาดวงดี และรู้จักยับยั้งชั่งใจจึงสามารถขนเงินก้อนออกมาได้ แต่ครั้งนั้นเ้าของบ่อนก็ยังนึกผูกใจเจ็บว่าลูกค้ารายนี้ได้เงินแล้วชิ่ง
เขาถูกลูกน้องชักจูงให้เข้าบ่อนอยู่หลายครั้งแต่ก็น่าแปลกที่พ่อของหล่อน นับจำนวนครั้งของการเสียเงินได้ไม่มาก
จนครั้งที่เกิดเหตุทำให้หล่อนรู้ก็คือตัวเลขห้าล้านบาท คุณชัยชิดเล่นเสีย และมันก็เป็ก้อนแรกที่เขาดึงเอาเงินจากธุรกิจไปใช้หนี้ไม่รู้ว่าเป็ความโชคดีหรือโชคร้ายที่ทำให้หล่อนได้ยินการสนทนาทางโทรศัพท์ต่อรองการจ่ายเงินของบิดากับเ้าของบ่อน
ถึงอย่างไรชมพูรักก็เป็เพียงแค่ลูกหล่อนรับรู้เหตุครั้งนั้นโดยบังเอิญ จึงไม่กล้าถามและคิดว่าพ่อของหล่อนคงจะจัดการได้ เพราะท่าทีที่คุณชัยชิดแสดงออกให้เห็นนั้นเหมือนไม่มีสิ่งผิดปกติใดเกิดขึ้น
แต่ระหว่าง่ไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้คุณชัยชิดเริ่มกลับบ้านมืดค่ำ หรือบางครั้งก็กลับเอายันรุ่งแจ้งกลับมาก็เอาแต่เก็บตัว ครั้นเจอหน้าหล่อนก็เงียบขรึมลง แต่ท่าทางที่เปลี่ยนไปนั้นเมื่อหล่อนถามขึ้น คุณชัยชิดก็ตอบเพียงว่าเป็เื่ธรรมดาที่มีปัญหาในการทำงานบ้าง
หารู้ไม่ว่านั่นคือชนวนแรก ของการนำมาซึ่งหายนะของธุรกิจ...หญิงสาวไม่อาจรู้ได้เลยว่าการกลับบ้านไม่ตรงเวลาของคุณชัยชิดนั่นคือการหมกมุ่นอยู่กับบ่อนการพนันซึ่งเป็แหล่งที่มาของเงินก้อนในการทำธุรกิจนี้
แล้วตอนนี้สิ่งที่หล่อนอยากรู้มากที่สุดก็ต้องรอถามเอาความจริงจากผู้เป็บิดาซึ่งหญิงสาวนั่งรอั้แ่หัวค่ำจนเวลาล่วงเลยถึงตีสอง ก็ยังไม่เห็นแม้เงาของเขา
ชมพูรักกดโทรศัพท์หาคุณชัยชิดนับครั้งไม่ถ้วนแต่ผลที่ได้คือปิดเครื่อง หล่อนร้อนใจไม่น้อยไปกว่าป้าหวาน ซึ่งนั่งหลับคาพนักโซฟาหน้าจอโทรทัศน์
“ป้าหวาน ตื่นเถอะ ป่านนี้พ่อยังไม่มา หนูว่าป้าเข้าไปนอนก่อนนะเดี๋ยวหนูรอพ่อเอง”
“คุณหนูก็ไปนอนพร้อมกันนั่นล่ะ ไม่ต้องเป็ห่วงคุณพ่อไปหรอกเดี๋ยวท่านก็กลับมาเอง บางทีอาจจะไม่มีอะไรร้ายแรงอย่างที่คิดก็ได้นะป้าว่าคุณหนูพักผ่อนเอาแรงดีกว่า เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ต้องตื่นเช้าเพื่อไปฝึกงานอีกป้าเป็ห่วงสุขภาพ”
คนพูดทำตาเอ็นดูและบีบมือสาวรุ่นลูกอย่างเอาใจ “มัวแต่คุยกันเื่ของคุณพ่อป้าลืมถามไปเลยว่าทำไมคุณหนูถึงไม่ฝึกงานที่โรงแรมของเราเองล่ะทำไมต้องไปฝึกงานที่อื่นกัน ลำบากเปล่าๆ”
“ประสบการณ์จ้ะป้า อยู่ที่โรงแรมของเรา หนูก็ไม่ได้เรียนรู้งานจริงๆสิคะพอดีคนนั้นคนนี้ก็เอาใจ เดี๋ยวหนูก็เหลิงกันพอดีแล้วอีกอย่างมันก็เป็เื่บังเอิญพอดีมั้งคะ ที่ยายดาวดันเข้าโรงพยาบาลพอดีหนูก็เลยเหมือนไปแทนเพื่อน”
“อ้อ...ป้าว่าจะถามอีกอย่าง แล้วทำไมวันนี้คุณหนูถึงมาแท็กซี่ล่ะคะรถยนต์ไปจอดไว้ซะที่ไหน รึว่าไปเสียอยู่กลางทางแบบครั้งก่อน”
ชมพูรักหัวเราะแห้งๆหน้าฝืดเฝื่อน แล้วก็ตอบเลี่ยงๆ โดยไม่กล่าวถึงว่าเกิดอุบัติเหตุอย่างไรเพราะตั้งใจจะปิดป้าหวานก่อนหน้านี้แล้ว เกรงว่าเดี๋ยวคนถามนั้นจะเป็ห่วง
“เครื่องมันรวนจ้ะป้า หนูก็เลยให้ช่างเขาไปดู คงหลายวันหน่อยกว่าจะซ่อมเสร็จ่นี้ก็อาศัยรถแท็กซี่ไปก่อน ไม่ลำบากอะไรมากนัก จะไปพร้อมกับนิดาก็เกรงใจเพราะบ้านอยู่คนละทางกัน”
หญิงสาวเล่าไปเรื่อยๆกลัวว่าป้าหวานจะจับพิรุธในเื่ที่เล่าได้ จึงรีบตัดบท ทำทีเป็ง่วงนอนแล้วก็เอ่ยคำราตรีสวัสดิ์ทันที
..........................................