เมฆาสีทองที่เคยสง่างามเหนือท้องฟ้า หุบเขาไร้เสียง บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานราวกับถูกย้อมด้วยโลหิต รอยแยกมิติจำนวนมหาศาลปริแตกออกพร้อมกันสิบสามจุด ส่งเสียงหวีดหวิวบาดแก้วหูดุจเสียงโหยหวนของวิญญาณอาฆาต รัศมีพลังกดทับที่รุนแรงจนทำให้ต้นไม้โบราณในหุบเขาหักสะบั้นแผ่ซ่านลงมาเบื้องล่าง นี่คือการมาถึงของ "สิบสามขุนพลเทพ" หน่วยสังหารที่ขึ้นตรงต่อจักรพรรดิเทพหลี่เทียนโดยเฉพาะ
เยี่ยฉินยังคงนั่งนิ่งอยู่บนยอดหน้าผา กระบี่เนตรอเวจีบนตักของเขาสั่นระริก ดวงตาสีแดงบนตัวดาบเบิกกว้างจ้องมองขึ้นไปยังรอยแยกเหล่านั้นด้วยความกระหายเลือดยิ่งกว่าครั้งใด
‘ราชันย์นภา ขั้นที่ 9 ถึงสิบสองคน... และกึ่งจักรพรรดิอีกหนึ่งคน’ เยี่ยฉินแค่นยิ้มมุมปาก ‘หลี่เทียน เจ้าช่างทุ่มสุดตัวจริงๆ ขนยอดฝีมือระดับนี้ลงมายังโลกเบื้องล่าง ร่างจำลองของพวกมันคงต้องจ่ายค่าธรรมเนียมด้วยอายุขัยมหาศาลสินะ’
"เยี่ยฉิน! ออกมารับความตายซะ!" เสียงตะโกนดังกัมปนาทมาจากชายร่างยักษ์ในชุดเกราะหนามสีเงิน เขาคือ "ขุนพลศิลาทลาย" ผู้นำกลุ่มขุนพลเทพในครั้งนี้
เขาสะบัดขวานยักษ์สร้างคลื่นพลังทำลายล้างพุ่งลงมาหมายจะถล่มยอดหน้าผาให้ราบคาบ ทว่าทันทีที่คลื่นพลังเข้าสู่เขตแดนของหุบเขา อักขระสีเลือดของ "ค่ายกลแปดทิศกักวิญญาณ" ก็สว่างวาบขึ้น พลังทำลายล้างเหล่านั้นกลับถูกดูดซับและหายไปในอากาศธาตุราวกับหยดน้ำที่ตกลงในมหาสมุทร
"อะไรกัน!" ขุนพลศิลาทลายเบิกตากว้าง "ค่ายกลระดับนี้... โลกเบื้องล่างไม่ควรจะมีมันอยู่!"
"เจ้าพวกกบในกะลา" เยี่ยฉินลืมตาขึ้นช้าๆ เนตรโลหิตของเขาเปล่งประกายท้าทายแสงสวรรค์ "ในเมื่อมาถึงสุสานของพวกเจ้าแล้ว ก็จงเข้ามาข้างในเถอะ ข้าขี้เกียจแหงนหน้ามองพวกเจ้า"
เยี่ยฉินสะบัดมือ พลิกหมุนกลไกของค่ายกล ทันใดนั้น แรงดึงดูดมหาศาลพุ่งเข้าฉุดกระชากขุนพลเทพทั้งสิบสามลงมาจากท้องฟ้า กระแทกลงสู่ลานหินเบื้องล่างอย่างรุนแรงจนแผ่นดินแยกออกเป็นเสี่ยงๆ
"ฆ่ามัน!" ขุนพลเทพที่เหลืออีกสิบสองคนพุ่งเข้าหาเยี่ยฉินพร้อมอาวุธระดับเทพในมือ
ทว่าก่อนที่พวกมันจะถึงตัวเยี่ยฉิน เงาสีดำทมิฬสายหนึ่งพุ่งออกมาจากถ้ำด้านข้าง พร้อมกับเสียงคำรามที่ทำให้วิญญาณของขุนพลเทพสั่นสะท้อน ร่างของเด็กชายที่เคยดูบอบบาง บัดนี้ถูกปกคลุมด้วยเกล็ดมังกรสีนิลและมีปีกค้างคาวขนาดยักษ์งอกออกมาจากแผ่นหลัง
มู่หย่งพุ่งเข้าใส่ขุนพลเทพคนหนึ่งด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายตา กรงเล็บอสูรที่อาบด้วยปราณมังกรฉีกกระชากเกราะเทพสีขาวจนแตกกระจายประหนึ่งแผ่นกระดาษ
"อ๊ากกกก!" ขุนพลเทพคนนั้นกรีดร้องเมื่อเห็นแขนของตนถูกกระชากหลุดออกมาทั้งยวง มู่หย่งไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น เขาอ้าปากกว้างสูบกลืนวิญญาณที่หลุดลอยออกมาเข้าสู่ร่างกายโดยตรง ตามวิชาที่เยี่ยฉินเพิ่งสอนให้
"ปีศาจ! เด็กนี่มันเป็นปีศาจ!" พวกขุนพลเทพเริ่มเสียขวัญ เมื่อเห็นว่าพลังปราณเทพของตนถูกค่ายกลกดทับจนเหลือเพียงระดับราชันย์นภาขั้นต้นเท่านั้น
เยี่ยฉินลุกขึ้นยืนช้าๆ กระบี่เนตรอเวจีในมือแผ่ซ่านไอสังหารที่เย็นเฉียบ เขาเดินก้าวผ่านความโกลาหลอย่างสง่างาม ขุนพลเทพสามคนพุ่งเข้ามาขวางทางหมายจะกู้สถานการณ์ แต่เยี่ยฉินเพียงแค่ตวัดดาบเบาๆ เป็นรูปวงกลม
"เพลงกระบี่เนตรอเวจี: ทะเลทุกข์ไร้ขอบเขต"
ภาพมายาแห่งความตายพุ่งเข้าจู่โจมสมองของขุนพลทั้งสาม พวกเขาเห็นภาพตนเองถูกทรมานในขุมนรกนับหมื่นปีในชั่วพริบตา ขณะที่สติหลุดลอย เยี่ยฉินก็สะบัดดาบตัดหัวพวกเขาทั้งสามไปพร้อมกัน เลือดสีทองสาดกระเซ็นอาบก้อนหินในหุบเขา
"ขุนพลศิลาทลาย... เหลือเพียงเจ้าแล้วสินะที่เป็น 'กึ่งจักรพรรดิ'" เยี่ยฉินจ้องมองชายร่างยักษ์ที่บัดนี้ตามตัวเต็มไปด้วยบาดแผลจากฝีมือของมู่หย่งและเสี่ยวรู่ที่แอบโจมตีจากเงามืด
"เยี่ยฉิน... เจ้ามันตัวอันตรายเกินไป... จักรพรรดิเทพจะไม่มีวันปล่อยเจ้าไว้!" ขุนพลศิลาทลายตัดสินใจระเบิดแก่นวิญญาณของตนเพื่อสร้างการโจมตีสุดท้าย "จงพินาศไปพร้อมกับข้าซะ! ระเบิดเทพทำลายปฐพี!"
แสงสว่างจ้าปะทุออกมาจากร่างของเขา ทรงพลังพอจะทำลายล้างทั้งหุบเขาให้กลายเป็นผุยผง
เยี่ยฉินมองการระเบิดนั้นด้วยสายตาว่างเปล่า เขาไม่ได้หลบหนี แต่กลับยื่นมือซ้ายออกไปข้างหน้า
"ภูตแกนกลางกาลเวลา: สลายสภาวะนิรันดร์!"
เวลาโดยรอบการระเบิดหยุดชะงักลง แสงสว่างที่กำลังขยายตัวกลับถูกบีบอัดให้เล็กลงเรื่อยๆ จนกลายเป็นเพียงลูกแก้วพลังงานขนาดจิ๋วในฝ่ามือของเยี่ยฉิน เขาบีบลูกแก้วนั้นจนแตกละเอียด พลังงานมหาศาลที่ควรจะทำลายล้างโลกกลับกลายเป็นเพียงลมพัดเบาๆ ที่ทำให้เส้นผมของเขาปลิวไสวเท่านั้น
"จบสิ้นแล้ว..." เยี่ยฉินพึมพำ
หุบเขาไร้เสียงบัดนี้เต็มไปด้วยซากศพของสิบสามขุนพลเทพ มู่หย่งและเสี่ยวรู่ยืนอยู่ท่ามกลางกองซากปรักหักพัง พลังของพวกเขาพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากการดูดซับปราณเทพ
เยี่ยฉินเดินไปหาหลี่เยี่ยนที่ดูเหมือนจะช็อกจนสติแตกไปแล้ว นางมองดูขุนพลเทพที่นางเคยคิดว่าไร้เทียมทานถูกสังหารราวกับหมูในเล้า
"หลี่เยี่ยน... เจ้าเห็นหรือยัง? นี่คือพลังที่พ่อของเจ้าส่งมาปกป้องเจ้า" เยี่ยฉินแค่นยิ้มพลางโยนหัวของขุนพลศิลาทลายลงแทบเท้านาง "ไปบอกหลี่เทียนในจิตสำนึกของเจ้าซะ... ว่าคนต่อไปที่จะถูกข้าสับเป็นชิ้นๆ คือตัวมันเองบนบัลลังก์นั่น!"
เยี่ยฉินเงยหน้ามองท้องฟ้า รอยแยกมิติกำลังจะปิดลงอย่างถาวร แต่เขารู้ดีว่านี่คือการเปิดฉากสงครามที่ยิ่งใหญ่ที่สุด สงครามที่เขาจะเป็นฝ่ายรุกคืบขึ้นสู่ดินแดนเบื้องบนด้วยตนเอง
------------------------------—
เมื่อเจ้าสังหารทูตสวรรค์ เจ้าจะกลายเป็นจอมมารในสายตาโลก แต่หากเจ้าสังหารสวรรค์ทั้งมวล เจ้าจะกลายเป็นกฎเกณฑ์ใหม่เพียงหนึ่งเดียว จอมมารได้ชำระล้างขวากหนามชุดแรกไปเรียบร้อยแล้ว และบัดนี้ เขากำลังเตรียมพร้อมที่จะ "ปีนเขา" สู่สรวงสวรรค์เพื่อทวงคืนทุกสิ่งที่เคยเป็นของเขา
ก้าวต่อไป:
เยี่ยฉินจะเปิดทางมิติขึ้นสู่ดินแดนเบื้องบนได้อย่างไร? และความลับของ "วิญญาณมังกรนิรันดร์" ที่ตื่นขึ้นในตัวมู่หย่งจะส่งผลอย่างไรต่อแผนการขั้นสุดท้าย? การล้างแค้นระดับจักรพรรดิกำลังจะเริ่มขึ้น!