บทที่ 10 รับผิดชอบ
หลังจากการปฏิวัติทุกอย่างเริ่มดีขึ้นกว่าเมื่อก่อน ไม่ว่าจะเป็การใช้ชีวิตหรือการคมนาคม ชาวต่างชาติได้เข้ามาทำการค้าได้อย่างเสรี เครื่องจักรต่าง ๆ ถูกนำเข้ามาจากต่างประเทศ โรงงานมากมายถึงเปิดทำการเป็ของนายทุนแถมยังเปิดรับสมัครคนงานเป็จำนวนมากผู้คนที่นี่จึงไม่ได้อดอยากเหมือนแต่ก่อน
โรงเรียนที่เหม่ยหลิงพาเวยอันมาฝากเข้าเรียนมีการสอนภาษาด้วยแต่ทว่าไม่ใช่โรงเรียนที่สอนฟรี เหม่ยหลิงแม้จะมีทางเลือกที่จะให้เวยอันไปเข้าเรียนโรงเรียนธรรมดากลับคิดว่าเพื่อคุณภาพชีวิตของน้องชายไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรนัก เพราะภาษาคือใบเลิกทางให้เวยอันเติบโตมีความรู้ความสามารถที่ดีและได้เปรียบทางด้านภาษาจึงตกลงที่จะให้เวยอันเข้าเรียนที่นี่
หลังจากที่จัดการเื่การเรียนซื้อชุดรองเท้าพร้อมกระเป๋าที่ตลาดทั้งสองจึงพากันกลับบ้านแต่ระหว่างได้พบเข้ากับคนละแวกบ้านของแม่สามีเก่า พวกเขาเห็นเธอใช้จ่ายมือเติบจึงได้เข้ามาถามไถ่
"นี่ใช่เหม่ยหลิงสะใภ้ตระกูลเหวินมั้ย! " เหม่ยหลิงเห็นคนาุโกว่าเข้ามาทักทายเธอเลือกที่จะทักทายกลับอย่างมีมารยาท
"ใช่ค่ะฉันเหม่ยหลิงแต่ไม่ใช่สะใภ้บ้านนั้นแล้ว "
"โฮ๊ะ ๆ จริงด้วยฉันเคยตัวเลยถามออกไปแบบนั้น ตอนนี้เธอกับน้องชายไปอยู่ที่ไหนกัน อีกอย่าง่นี้ดูเหมือนพวกเธอสองพี่น้องจะมีน้ำมีนวลผิวพรรณผ่องใส ดูสิซื้อของใช้จนเต็มมือเสื้อผ้าก็ดูสะอาดสะอ้านจนแปลกตาไปเลยตอนแรกคิดว่าจะทักคนผิดเสียอีก " เหม่ยหลิงพอมองออกว่าผู้หญิงวัยกลางคนผู้นี้ไม่ได้เข้ามาถามด้วยความเป็ห่วงหรืออย่างไรแต่เพราะความอยากรู้อยากเห็นเื่ชาวบ้านเสียมากกว่า เมื่อรู้แล้วก็คงเอาไปพูดปากต่อปากไม่ว่ายุคสมัยใดก็เป็เหมือนกันหมด
"ตอนนี้เราสองพี่น้องอยู่ดีกินดีไม่ถูกโขกสับหรือถูกเอาเปรียบเหมือนเมื่อก่อนตอนนี้ฉันได้ทำกิจการและกำลังไปได้ดี หลังจากที่หย่ากับเหวินเทียนชีวิตของฉันดีขึ้นมากโขอย่างที่ป้าเห็นของมากมายพวกนี้เพราะน้องชายของฉันเวยอันกำลังจะเข้าเรียนที่โรงเรียนตงเซาอัน หากหมดธุระแล้วฉันกับน้องขอตัวก่อน" เหม่ยหลิงเหนื่อยที่ต้องพูดจากับคนเช่นนี้จึงคิดจะเดินหนี และสิ่งที่เธอบอกเขาไปนั่นเพราะรู้ดีการที่ได้พบกันวันนี้คงถึงหูแม่สามีเก่าแน่นอน
"ชีวิตเปลี่ยนไปก็ดีแล้ว นับว่าเป็โชควาสนาที่ตายแล้วฟื้นกลับร้ายกลายเป็ดี เหวินเทียนก็เช่นกันตอนนี้เขาได้ดีกำลังจะแต่งงานกับลูกสาวเ้าของโรงงาน เฮ้อ! คนอะไรวาสนาดีจริง ๆ เหมือนหนูตกถังข้าวสาร " เหม่ยหลิงได้ยินถึงกับหยุดชะงักแต่ไม่ใช่ว่าเธอเสียใจหรอกนะ! เธอดีใจมาก ๆ ต่างหาก ในเมื่อสามีเก่าจะแต่งงานใหม่เธอจะไม่ไปร่วมยินดีได้ยังไง เหม่ยหลิงเลือกที่จะหันกลับมาถามเธออีกครั้ง
"นับว่าเป็โชคดีต่อตระกูลเหวินแต่เป็ความโชคร้ายของผู้หญิงคนนั้นมากกว่า อย่างไรฉันเองก็ผูกพันกับครอบครัวสามีเก่า อยากจะไปร่วมยินดีทั้งสองจะแต่งกันเมื่อไหร่หรือ? "
"อีกสองวันข้างหน้านะ" ป้าผู้ที่เข้ามาเยือนถึงกับหน้าซีดเพราะรู้ดีถึงการกระทำของฟางเซียนที่เคยกระทำกับเหม่ยหลิง ไม่มีใครละแวกนั้นไม่รู้ว่าเธอเป็คนยังไง
เมื่อเหม่ยหลิงรู้แล้วก็หันกลับพยักหน้าเพื่อส่งสัญญาณให้เวยอันเดินกลับบ้าน
สองวันต่อมา
เวยอันไปเรียนที่โรงเรียนส่วนเหม่ยหลิงกำลังเก็บของเข้าบ้านวันนี้เธอทำซาลาเปาน้อยกว่าทุกวันเพราะวันนี้เธอมีที่ที่จะไปคืองานมงคลของสามีเก่า อยากเห็นเหมือนกันว่าผู้หญิงที่โชคร้ายคนนั้นหน้าตาจะเป็ยังไง คงสมใจแม่สามีเก่ามากสินะที่ได้เธอเป็ลูกสะใภ้ ป่านนี้คงยืนรับแขกหน้าบาน
ฝั่งด้านของเหวินเทียนหลังจากคืนนั้นที่เขาร่วมหลับนอนกับซิงเยียนเพราะเข้าใจผิดคิดว่าเหม่ยหลิงกลับมาหาตน ตื่นเช้าขึ้นมาพบร่างบางนอนเคียงข้างร้องห่มร้องไห้สะอึกสะอื้น ผู้เป็แม่เปิดประตูเข้ามาด้วยใบหน้าแตกตื่นทำราวกับไม่รู้เื่รู้ราวรีบหยิบผ้าให้ซิงเยียนสวมใส่ ก่อนจะขับไล่ให้ลูกชายตัวเองแต่งกายออกมาคุยกันด้านนอก
เธอแสร้งต่อว่าลูกชายที่ทำผิดต่อซิงเยียนจึงให้เหวินเทียนรับผิดชอบโดยการแต่งงานกับเธอ ซิงเยียนที่นั่งสะอื้นไห้เมื่อได้ยินคำพูดของฟางเซียนเธอก็พลอยเบาใจที่แม่สามีเอ็นดูและรับผิดชอบเื่ที่เกิดขึ้น แต่ทว่าเหวินเทียนกลับลำบากใจเพราะเขาไม่ได้รักซิงเยียนแม้แต่น้อยและที่ทำไปเพราะคิดว่าเป็ภรรยาตัวเอง แต่เขาทำผิดไปและล่วงเกินซิงเยียนจริง ๆ หากไม่รับผิดชอบมีหวังทั้งตระกูลของเขาคงอยู่ที่นี่ไม่ได้แน่ ๆ เขาจึงตกลงที่จะแต่งงานกับซิงเยียน ฟางเซียนแสยะยิ้มอย่างดีใจยามนี้แผนของเธอสำเร็จแล้ว
ในตอนแรกครอบครัวของซิงเยียนไม่ยอมรับแม้ฐานะของบ้านตระกูลเหวินจะดีแต่ก็ไม่ได้ขึ้นขั้นร่ำรวยมากนักยังอยู่ในฐานะปานกลางจึงไม่อนุญาตให้ลูกสาวแต่งกับเหวินเทียนและบอกให้ลูกสาวลืมเื่ที่เกิดขึ้น พ่อของเธอจะจับเธอใส่ตะกร้าล้างน้ำเพื่อส่งมอบเธอให้ลูกชายเพื่อนสนิทที่มีหน้าที่การงานที่ดีกว่าเหวินเทียน ซิงเยียนไม่ยอมขู่จะฆ่าตัวตายหากคุณพ่อไม่เห็นด้วยกับเื่นี้ ให้เธอแต่งกับคนที่ไม่รักสู้ตายไปเสียดีกว่า แม่ของเธอใจอ่อนรีบอ้อนวอนลูกสาวให้ล้มเลิกความคิดโง่ ๆ และเข้าไปพูดคุยกับสามีให้ใจอ่อนลง จะให้แต่งกับลูกชายของเพื่อนหากลูกสาวไม่รักเท่ากับว่าส่งเธอลงนรกทั้งเป็อย่างไรครอบครัวของเขาก็ร่ำรวยอยู่แล้วใช้ทั้งชาติก็ไม่หมด ยอมตามใจลูกดีกว่าจะเสียลูกไปตลอดกาล เมื่อผู้เป็พ่อได้คิดตามจึงยอมผ่อนปรนให้ซิงเยียนแต่งกับเหวินเทียนตามที่เธอ้าแต่ทว่าเขาจะไม่ยอมให้เหวินเทียนมาอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน เขาไม่รู้ว่าลูกเขยคนนี้ตั้งใจจะจับลูกสาวของเขาเพื่อหวังสมบัติและธุรกิจของเขาหรือว่ารักลูกเขาจริง ๆ จึงให้เธอไปอยู่ที่บ้านสามี หากวันเวลาผ่านไปเหวินเทียนพิสูจน์ตัวและมีปัญญาดีเขาจะไตร่ตรองอีกครั้งเื่ที่จะให้ย้ายเข้ามาอยู่ที่ครอบครัวของเขา