บุรุษในอาภรณ์น้ำเงินเดินออกจากโรงน้ำชาดั่งร่างไร้วิญญาณก่อนจะเดินตรงกลับจวนของตน ทันทีที่ถึงหน้าประตูจวนภาพทับซ้อนได้ปรากฏขึ้น สตรีใบหน้าอิดโรยได้ออกมาต้อนรับเขาด้วยรอยยิ้มก่อนจะพาเขาเข้าจวน
“ท่านพี่หิวหรือไม่ ข้าเตรียมโจ๊กไว้ให้ท่านรองท้องก่อน”
โจ๊กหอม ๆ รสชาติดีได้ถูกนำมาวางตรงหน้าทันทีที่เขานั่งลง
“วันนี้ข้าไปร้านผ้ามาเห็นฮูหยินของเหล่าขุนนางกำลังเลือกซื้อผ้า ข้าจึงได้ให้คนส่งผ้าไปให้พวกเขาเพื่อให้พวกเขานำไปตัดชุดให้สามีด้วย”
“ทำไมต้องให้…เจ้ารู้หรือไม่ว่านั่นเป็นเงินเท่าใด”
“ท่านพี่ไม่รู้อะไร หากพวกเขาพอใจผ้าของเราพวกเขาก็จะกลับมาซื้ออีกและหากสามีของพวกนางชอบผ้าของท่านพี่ ครั้งห้าท่านพี่นำผ้าใหม่ ๆ ของร้านไปฝากฮูหยินของใต้เท้าเหล่านั้นเพียงเท่านี้ใต้เท้าเหล่านั้นก็จะถูกภรรยาชื่นชมและทำให้ท่านได้พบปะพูดคุยกับพวกเขาได้ง่ายอย่างไรล่ะเจ้าคะ”
คำพูดนี้ของหญิงสาวได้ทำให้ชายหนุ่มคลายอารมณ์ขุ่นมัวลง
“จริงสิ มีเทียบเชิญวันเกิดมาถึงท่าน...ข้าได้เตรียมของขวัญไว้ให้แล้ว”
“อื่ม”
ทุกสิ่งทุกอย่างถูกเตรียมไว้ให้พรั่งพร้อมสมบูรณ์ หน้าที่ที่ต้องทำแค่ทำตามเท่านั้นและทุกอย่างที่เขาทำก็ราบรื่นไม่มีปัญหาอันใด
“หรือทุกอย่างจะเป็นเพราะนางจัดเตรียมไว้ให้ข้าจริงๆ”
ฝูเหวินห้าวเอ่ยกับตนเองเบา ๆ ขณะที่เท้ากำลังก้าวเข้ามาในจวนภาพต่าง ๆ ในอดีตได้ปรากฏอย่างชัดเจน รอยยิ้มจากสตรีที่เขาหมางเมินได้ปรากฏทุกมุม
“ท่านพี่ต้นไม้ต้นนี้แผ่กิ่งก้านดียิ่งนัก ข้าจะให้คนนำชุดโต๊ะมาวางไว้ให้ท่านใช้นั่งพักผ่อน”
“ท่านพี่ข้าทำแปลงดอกไม้ไว้ให้ท่าน ท่านจะได้ใช้ผ่อนคลายอารมณ์”
“ท่านพี่ชุดของท่านเก่าไปแล้ว…ท่านมาลองชุดใหม่ที่ข้าทำสิเจ้าคะ”
“ท่านพี่”
“ท่านพี่”
เสียงเรียกซ้ำ ๆ ได้ทำให้ชายหนุ่มหลุดออกมาจากภาพซ้อนที่เขาคิดก่อนจะเห็นสตรีเบื้องหน้าที่ตอนนี้ที่เขาได้เลือกมาเป็นภรรยา
“อวี่เออร์”
“ข้าเห็นท่านพี่ยืนเหม่อจึงได้เข้ามาเรียก ท่านพี่คิดอะไรอยู่หรือเจ้าคะ”
“อ่อ…ไม่มีอะไร”
ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นก่อนจะมองสตรีเบื้องหน้าของตน ชาติก่อนเขาไม่เคยเข้าหอกับสตรีที่ตบแต่งอย่างถูกต้องแต่นางกลับทำทุกอย่างเพื่อเขาจนวาระสุดท้าย แต่เขากลับแอบไปเสพสุขกับสตรีอีกคนที่เขารักอยู่ด้านนอกจนมีลูกด้วยกัน แม้ว่านางจะเคยแต่งงานมาแล้วเขากลับมิรังเกียจแม้สักนิด แต่ครั้งนี้เขากลับมิได้รู้สึกเหมือนเช่นชาติก่อน
“อวี่เออร์ ข้าได้ยินมาว่าอีกไม่กี่วันข้างหน้าจะมีงานเลี้ยงส่วนพระองค์ที่ตำหนักองค์รัชทายาท”
“เจ้าค่ะ จวนกั๋วกงก็ได้รับเชิญด้วยนะเจ้าคะ”
เฉินเจียวอวี่ตอบด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า ด้วยว่าจวนกั๋วกงนั้นแม้จะเป็นพระญาติห่าง ๆ แต่ย่อมต้องได้รับเชิญและแน่นอนว่านางเองก็จะสามารถไปปรากฏตัวที่งานนี้ได้
“เจ้าให้คนไปเตรียมของขวัญด้วยนะ”
ฝูเหวินห้าวพูดเพียงเท่านั้นก่อนจะเดินจากไปนั่นทำให้เฉินเจียวอวี่ถึงกับทำหน้าไม่ถูก ด้วยว่านางนั้นไม่แน่ใจว่าจะต้องเตรียมอะไรหญิงสาวจึงได้วิ่งตามสามีไปในทันที
“ท่านพี่ ข้าจะต้องเตรียมอะไรไปหรือเจ้าคะ”
“หากเจ้าต้องการจะไปกับข้า ก็จงเตรียมของขวัญไปซะหากไม่ก็จงอยู่แต่ในจวน”
“แต่ข้า…”
“หากเจ้าไม่รู้ว่าจะต้องเตรียมอะไร ก็ไปถามท่านแม่เอาก็แล้วกัน”
พูดจบชายหนุ่มขณะเดินอย่างอย่างหัวเสียจากไป
“หากเป็นนาง….ข้าก็คงไม่ต้องเป็นเช่นทุกวันนี้”
ชายหนุ่มเอ่ยกับตนเองเบา ๆ แม้ตอนนี้เขาจะรู้สึกเสียดายและต้องการนางเท่าใด…แต่ก็ไม่สามารถทำอันใดได้อีกต่อไปแล้ว….
“เถียนเถียนเหตุใดเจ้าถึงต้องไปพบกับมัน”
บุรุษหนุ่มร่างใหญ่นั่งกอดอกในรถม้า ใบหน้าที่บูดบึ้งนั้นทำให้เฉินฟางซินอดที่จะอดยิ้มไม่ได้
“หากวันนี้ข้าไม่พบเขาตรง ๆ เขาคงจะตามตอแยข้าไม่เลิก”
“พวกเจ้า…..”
แม้ชิวจิ้นอันจะไม่อยากคิดว่าภรรยาของเขากับพี่เขยจะมีอะไรกัน แต่การกระทำของฝูเหวินห้าวนั้นได้ทำให้เขาอดที่จะสงสัยไม่ได้
“ท่านจำเรื่องความฝันของข้าได้หรือไม่”
ชิวจิ้นอันพยักหน้ารับช้า ๆ
“เจ้าบอกข้าว่าเจ้าเคยฝันว่าได้แต่งกับฝูเหวินห้าวและทำเพื่อเขาทุกอย่าง แต่เขากลับเลี้ยงอนุไว้นอกจวน”
“เจ้าค่ะ…เพื่อนางแล้วฝูเหวินห้าวมิเคยแตะต้องข้าตั้งแต่เข้าจวนแต่เขากลับมีลูกกับสตรีผู้นั้น…ซึ่งก็คือพี่สาวของข้า”
แม้จะรู้สึกไม่พอใจอยู่บ้างแต่ชายหนุ่มกลับรู้สึกยินดีที่ได้ยินว่านางนั้นยังบริสุทธิ์ไม่ว่าในฝันหรือความเป็นจริงก่อนที่จะเจอกับเขา
“แล้วเกี่ยวอันใดกับชายผู้นั้น”
“ดูเหมือนว่า..เขาจะฝันเหมือนข้า”
“ฝันเหมือนเจ้างั้นหรือ”
“เจ้าค่ะ ข้าจึงได้บอกเขาไปว่านั่นเป็นเพียงแค่ความฝัน แต่ความเป็นจริงข้ามีสามีแล้วและข้าไม่คิดจะยึดติดกับฝันบ้า ๆ เช่นนั้น”
“ดีมาก”
มือใหญ่ที่เคยกอดอกตอนนี้ได้ดึงสตรีร่างน้อยเข้ามาสวมกอดอย่างรักใคร
“ข้าไม่มีทางให้เจ้าเป็นของผู้ใด ไม่ว่าความจริงหรือความฝันและหากเขายังทำเช่นนี้อีก ข้าจะฟ้องฝ่าบาทและพาเจ้ากลับแดนเหนือทันที”
“อาอิง…เจ้าช่างทำตัวเหมือนเด็กขึ้ฟ้องเสียจริง”
“แน่นอนสิ…เพราะเจ้าคือทุกอย่างของข้า”