ไลท์ไปที่เรือบินและทำการวางค่ายกลฝึกฝนเอาไว้ด้วยเหมือนกัน เพราะเขาจะไม่ปล่อยให้การเดินทางไปยังชายแดนเสียเปล่า เขาต้องการให้เจ้าหน้าที่ทุกๆคนได้รับการฝึกฝนอยู่ตลอดเวลา
ผ่านไปกว่าสิบวัน ในที่สุดไลท์ก็วางค่ายกลเสร็จเรียบร้อย ซึ่งมันก็เหมือนกับค่ายกลที่เจ้าหน้าที่ทุกๆคนฝึกฝนกันบนเรือบิน
หลังจากที่เตรียมตัวเสร็จแล้วไลท์ก็บอกให้เจ้าหน้าที่ทุกๆคนเตรียมตัวให้พร้อมเพราะพวกเขาจะเดินทางในอีกสองวันข้างหน้า
ในช่วงสิบวันมานี้ข้อมูลของเผ่าปีศาจก็ได้มาถึงไลท์เป็นจำนวนมาก
นี้คือข้อมูลที่ไลท์ได้มาจากทุกๆเส้นทาง
ข้อมูลของเผ่าปีศาจที่อยู่ด้านนอกหอคอยแห่งนิรันดร์
ผู้ที่นำทัพมาก็คือหนึ่งในแปดราชาปีศาจที่มีชื่อว่าแฟร์มิเลีย เป็นราชาปีศาจที่เพิ่งขึ้นมาในช่วงไม่กี่พันปีที่ผ่านมาทำให้ไม่มีข้อมูลของราชาปีศาจแฟร์มิเลียมากนัก แต่ก็มีข้อมูลคร่าวๆมาว่าราชาปีศาจแฟร์มิเลียเป็นเผ่าแวมไพร์และยังเป็นมือหอก สามารถใช้เวทย์ที่เกี่ยวข้องกับเลือดได้อีกด้วย เห็นว่ายิ่งดื่มเลือดก็จะยิ่งแข็งแกร่ง
นอกจากนี้ยังมีแม่ทัพปีศาจอีกสี่สิบกว่าตัวที่ติดตามมาด้วย
เพียงแค่ราชาปีศาจและแม่ทัพปีศาจอีกสี่สิบกว่าตัวก็นับว่าเป็นขุมพลังที่แข็งแกร่งอย่างมาก และสามารถกดดันมนุษย์ได้เลย เพราะมนุษย์ที่มีความแข็งแกร่งในระดับSSSนั้นมีน้อยเมื่อเทียบกับเผ่าปีศาจ
ถ้าหากมนุษย์ไม่ได้ห้าตระกูลผู้พิทักษ์ล่ะก็ พวกเขาก็คงไม่สามารถต้านทานเผ่าปีศาจได้เลย แสดงให้เห็นว่าห้าตระกูลผู้พิทักษ์มีความแข็งแกร่งระดับไหนและมีความสำคัญมากแค่ไหน
นอกจากนี้ไลท์ยังได้ข่าวมาว่าครั้งนี้ห้าตระกูลผู้พิทักษ์เองก็เริ่มเคลื่อนไหวด้วยเหมือนกัน โดยที่พวกเขาได้เรียกประชุมกันก่อนที่จะสั่งการให้คนในตระกูลห้าตระกูลจับกลุ่มกันและเดินทางไปยังชายแดนทั้งในและนอกหอคอยแห่งนิรันดร์
ส่วนข้อมูลของเผ่าปีศาจภายในหอคอยแห่งนิรันดร์
พวกมันได้ส่งราชาปีศาจออกมาทั้งหมด โดยที่ราชาปีศาจสองตัวไปยังทวีปมังกร สองตัวไปยังทวีปเอลฟ์ และอีกสองตัวมาที่เผ่ามนุษย์ และอีกหนึ่งตัวไปยังทวีปคนแคระ
ราชาปีศาจแล้วยังมีแม่ทัพปีศาจอีกกว่าสองร้อยตัวที่โผล่มาด้วย และกองทัพปีศาจอีกสองร้อยล้านตัว
นอกจากนี้เมลิซ่าและเฮลเฟลชได้ขอตัวกลับไปยังเผ่าของตัวเองเพื่อทำการรับศึกสงครามที่จะเกิดขึ้น ไลท์ยอมให้พวกเขาเดินทางกลับไปยังทวีปของตัวเอง
ส่วนทางด้านไลก้าและคนอื่นๆ พวกเขารู้แล้วว่าไลท์จะจัดการกับเผ่าปีศาจที่อยู่นอกหอคอยแห่งนิรันดร์ ไลท์ได้สั่งให้พวกเขามุ่งหน้าไปที่ศูนย์บัญชาการใหญ่ของสภาจอมเวทย์และเป็นกำลังสนับสนุนให้กับทางด้านนั้น
สองวันต่อมา
เจ้าหน้าที่ทุกคนก็มารวมตัวกันที่นอกเมืองเพื่อทำการส่งท่านไลท์และเจ้าหน้าที่ตำรวจ
หลังจากที่อำลากันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไลท์ก็เดินขึ้นเรือบิน ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เดินขึ้นเรือบินตาม
ก่อนไปไลท์ได้บอกให้เบเรียลดูแลไข่สัตว์เวทย์ด้วย ซึ่งเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเจ้าไข่นี้จะฟักขึ้นมาตอนไหน เพราะนี้ก็ผ่านไปเป็นปีแล้วตั้งแต่ได้ไข่สัตว์เวทย์นี้มา
ไม่นานเรือบินก็ลอยขึ้นบนท้องฟ้า
ความเร็วของเรือบินนั้นไม่มากเพียงแค่สองร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมง
บนเรือบินไลท์ได้เรียกตัวครูฝึกสามคน หัวหน้าหน่วยตำรวจและเวอร์โก้มารวมตัวกัน
หัวหน้าหน่วยมีทั้งหมดสิบคน ซึ่งแต่ละคนจะต้องดูแลลูกหน่วยหนึ่งร้อยคน ส่วนทางด้านหน่วยลับเทพยุทธ์ก็มีหัวหน้าคือเวอร์โก้ ส่วนรองหัวหน้ามีอีกหนึ่งคนที่ชื่อว่าซันเฟียร์
ไลท์เรียกทุกๆคนมารวมตัวกันเพื่อที่จะวางแผนงานต่างๆเมื่อพวกเขาไปถึง
หลังจากที่วางแผนกันเสร็จเรียบร้อยแล้วไลท์ก็บอกให้ทุกๆคนกลับไปพักผ่อนตามเดิม
ไลท์นั่งอยู่ในห้องส่วนตัวของเขาและมองไปยังท้องฟ้าสีครามด้านนอก
“ พวกปีศาจทำอย่างไงถึงได้ปลุกเทพปีศาจออกมาได้แถมยังมีด้วยกันสามตัว? ” ไลท์พึมพำออกมาเขาคิดว่ามันอาจจะมีทางเป็นไปได้ที่พวกมันน่าจะปลุกเทพปีศาจขึ้นมามากกว่าสามตัว
นอกจากนี้ตามที่คุณคูเลย์ซินบอกพวกมันต้องใช้เวลาหลายปีในการฟื้นฟูความแข็งแกร่งของตัวเองให้กลับคืนมา แต่นี้ไม่กี่ปีเองทำไมพวกมันถึงได้กล้าที่จะบุกเผ่าอื่นๆ? มันต้องมีความลับอะไรสักอย่างที่พวกปีศาจเก็บซ่อนเอาไว้แน่ๆ
“ ช่างเถอะแค่เอาชนะพวกมันให้ได้ก็พอ ” ไลท์พึมพำออกมาแต่เขารู้สึกว่ามันจะไม่ได้ง่ายดายอย่างที่เขาคิดเลยนี้สิ ราวกับว่ามีอะไรบางอย่างมารบกวนจิตใจของไลท์อยู่ตลอดเวลา
พริบตาเดียวก็ผ่านไปครึ่งเดือน
เวลานี้เรือบินได้เข้าสู่ทวีปพาราไดซ์แล้ว
เนื่องจากเป็นเรือบินที่บินอยู่เหนือก้อนเมฆบนท้องฟ้าทำให้ไม่มีใครสังเกตเห็นสักเท่าไหร่
ไลท์มองไปที่แผนที่และก็หยิบหมากสีดำสามหมากมาวางเอาไว้ข้างๆชายแดนมนุษย์ ภายในพื้นที่ชายแดนมนุษย์ก็มีหมากสีขาวจำนวนมากวางเอาไว้อย่างเป็นระเบียบ
หมากสีดำหมายถึงเผ่าปีศาจ ส่วนหมากสีขาวหมายถึงเผ่ามนุษย์
ไลท์ได้ข่าวมาว่ากองทัพปีศาจได้ยกพลมามากกว่าสิบล้านตัวโดยที่พวกมันแบ่งออกเป็นสามทัพ สองทัพมีกองกำลังทหารสามล้านตัวและกองทัพสุดท้ายมีกำลังทหารสี่ล้านตัว
กองทัพปีศาจที่มีทหารสามล้านตัวแยกซ้ายขวาออกมาจากกองทัพหลัก ส่วนกองทัพปีศาจที่มีกำลังพลสี่ล้านมุ่งหน้าเข้ามาตรงกลาง
ทางฝั่งมนุษย์เองก็ได้นำกำลังทหารที่มากกว่าแปดล้านคนมาเฝ้าระวังที่ชายแดนแล้ว โดยที่กำลังทหารแปดล้านคนนี้มาจากอาณาจักรต่างๆที่อยู่รอบๆอาณาจักรเวลโรล
ส่วนผู้บัญชาการสูงสุดก็คือผู้พิทักษ์จอมเวทย์ที่ชื่อว่ามายา
อาณาจักรเวลโรลเป็นอาณาจักรขนาดใหญ่ที่ติดอยู่กับทวีปปีศาจ เนื่องจากเป็นด่านหน้าทำให้อาณาจักรเวลโรลมีจอมเวทย์หรือนักสู้ที่แข็งแกร่ง ที่ชายแดนเกิดการต่อสู้กันระหว่างมนุษย์และปีศาจกันมาอย่างช้านานทำให้ผู้คนที่อยู่ในอาณาจักรเวลโรลต้องฝึกฝนตัวเองอยู่ตลอดเวลา
ตลอดการเดินทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยลับเทพยุทธ์ได้ทำการฝึกฝนตัวเองอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นการตั้งใจบ่มเพาะพลังยุทธ์หรือแม้แต่เข้าไปในค่ายกลเพื่อที่จะฝึกฝนการต่อสู้และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ แม้แต่ครูฝึกก็ยังพบว่าการฝึกฝนภายในค่ายกลนั้นทำให้ประสบการณ์ในการต่อสู้ของพวกเขาสูงขึ้นมาก
เนื่องจากศัตรูที่อยู่ภายในค่ายกลนั้นมีทั้งสัตว์เวทย์ เผ่าปีศาจที่ไลท์เคยเห็นและสัมผัสรวมไปถึงมนุษย์ที่มีความฉลาดและเก่งกาจในด้านการวางแผน
เนื่องจากสงครามที่จะเกิดขึ้นคือสงครามระหว่างปีศาจและมนุษย์ เพราะฉะนั้นภายในค่ายกลแห่งนี้จึงมีแต่ศัตรูที่เป็นเผ่าปีศาจและมนุษย์
พริบตาเดียวก็ผ่านไปอีกครึ่งเดือน
ในขณะที่ไลท์กำลังนอนเล่นอยู่ที่ระเบียงที่ห้องของเขา เขาก็ได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้น
เมื่อเขาบอกให้เข้ามาก็พบว่าเป็นครูฝึกแฮก
ครูฝึกแฮกเดินมาหาไลท์ที่ระเบียงพร้อมกับโค้งคำนับให้เล็กน้อย
ครูฝึกแฮกคือหัวหน้าครูฝึกเนื่องจากเขาเป็นคนฉลาดและวางแผนเก่งรวมไปถึงความแข็งแกร่งของเขาก็มากที่สุดในการเดินทางครั้งนี้ด้วย ซึ่งความแข็งแกร่งของเขาใกล้เคียงกับระดับSมากที่สุด
แม้ว่าจะใกล้เคียงกับระดับSแต่จริงๆแล้วครูฝึกแฮกสามารถต่อสู้กับระดับSได้อย่างสูสี เพียงแค่เขายังบินไม่ได้เท่านั้น และยิ่งเขาได้รับทักษะบ่มเพาะจากไลท์ทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมมาก ด้วยเหตุนี้ครูฝึกแฮกจึงรู้สึกเคารพและชื่นชมท่านไลท์มาก นอกจากนี้เขายังตัดสินใจถูกที่ออกจากสภาจอมเวทย์แล้วเข้าร่วมกับเมืองรุ่งอรุณ
“ ท่านไลท์ครับห่างออกไปทางทิศตะวันตกมีเรือบินลำหนึ่งกำลังบินมาหาพวกเราครับ ” ครูฝึกแฮกพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ รู้ไหมว่าพวกมันเป็นใคร? ” ไลท์ถามขึ้น
“ ไม่ทราบเหมือนกันครับแต่จากที่ดูน่าจะเป็นกำลังเสริมที่มุ่งหน้าไปยังชายแดนเหมือนกับพวกเราครับ เนื่องจากมินเลย์เห็นว่าบนเรือบินลำนั้นมีแต่ทหารที่สวมชุดเกาะยืนอยู่เต็มไปหมด ” ครูฝึกแฮกตอบ
มินเลย์คือหนึ่งในครูฝึกที่เข้าร่วมกับเมืองรุ่งอรุณนอกจากนี้เธอยังเป็นผู้หญิงอีกด้วย
“ จำนวนของพวกมันมีเท่าไหร่? ” ไลท์ถาม
“ จากที่มินเลย์บอกมาน่าจะไม่ต่ำกว่าห้าหมื่นคนครับ ส่วนความแข็งแกร่งผมเองก็ไม่สามารถสัมผัสได้เหมือนกันเพราะมันอยู่ไกลเกินไป ” ครูฝึกแฮกตอบ
“ แสดงว่าเรือบินของพวกมันมีขนาดใหญ่มากเลยสินะ ” ไลท์หัวเราะออกมา
เรือบินที่สามารถจุคนได้มากกว่าห้าหมื่นคนนั้นจะเป็นเรือบินที่โหญ่โตเอามากๆ เพราะเรือบินของไลท์ยังจุคนได้เพียงแค่หนึ่งหมื่นกว่าคนเท่านั้น แต่การที่ไลท์นำคนมาเพียงแค่หนึ่งพันคนนั้นทำให้พื้นที่ในเรือบินเหลือเยอะมากทำให้ทุกๆคนบนเรือบินไม่อึดอัด
ครูฝึกแฮกพยักหน้าและพูดขึ้นว่า “ ใช่ครับขนาดเรือบินของพวกเขามีขนาดใหญ่กว่าเรือบินของเราประมาณสามเท่าเห็นจะได้ครับ ”
ใหญ่กว่าแล้วยังไง คนเยอะกว่าแล้วยังไง คิดหรอว่าพวกเขาจะกลัว เนื่องจากนี้คือเรือบินของท่านไลท์ แล้วจะมีใครกล้าที่จะมีปัญหากับท่านไลท์บ้างล่ะ?
อีกอย่างเขาก็เคยเป็นผู้ตรวจการของสภาจอมเวทย์มาก่อนแถมยังทำงานที่ศูนย์บัญชาการใหญ่อีกด้วยทำให้เขารู้จักคนเยอะแยะ แถมจอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์บางคนเขาก็เคยนั่งดื่มเหล้าด้วยกันมาแล้ว กับอีแค่คนของอาณาจักรอื่นๆไม่ได้ทำให้เขาหวาดกลัวแม้แต่น้อย
ไลท์ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ
ไม่นานเรือบินลำนั้นก็มาอยู่ด้านข้างของเรือบินของไลท์
จากนั้นก็มีชายวัยกลางคนในชุดธรรมดาสองคนเดินมาหยุดอยู่ใกล้ๆกับเรือบินของไลท์
นอกจากนี้ออร่าของทั้งสองก็ยังอยู่ในระดับSอีกด้วย
“ สหายกำลังจะไปที่ชายแดนเหมือนกันหรอ? ” ชายวัยกลางคนคนหนึ่งถามขึ้นด้วยรอยยิ้ม
ส่วนคนที่ไปคุยก็คือครูฝึกแฮกและครูฝึกอีกสองคน ซึ่งก็คือครูฝึกมินเลย์และครูฝึกจอร์แดน
ในฐานะที่แฮกเป็นหัวหน้าครูฝึกเขาจึงออกหน้ารับแทน
“ ใช่แล้วล่ะพวกเราเองก็จะไปที่ชายแดนเหมือนกัน ” แฮกพยักหน้ารับ
“ ฉันชื่อแคนซิลล์ เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดแห่งอาณาจักรบีสสโตล์ ส่วนนี้คือรองผู้บัญชาการทหารที่ชื่อว่าบอร์น แล้วไม่ทราบว่าสหายมาจากที่ไหนงั้นหรอ? ” แคนซิลล์ถามด้วยรอยยิ้ม
“ พวกเรามาจากเมืองรุ่งอรุณ ” แฮกตอบ
“ เมืองรุ่งอรุณ? ” แคนซิลล์และบอร์นมองหน้ากันก่อนที่จะครุ่นคิดว่าพวกเขาเคยได้ยินชื่อเมืองรุ่งอรุณมาจากที่ไหนสักแห่ง
ไม่นานบอร์นก็จำได้ว่าเมืองรุ่งอรุณคือเมืองของกลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้ จากนั้นเขาก็จำได้ว่าข่าวของสำนักข่าวเวิล์ดไวด์ได้บอกว่าท่านไลท์จะมาประจำการที่ชายแดนของสงครามภายนอกหอคอยแห่งนิรันดร์
“ นายจำได้แล้วงั้นหรอบอร์น? ” แคนซิลล์ถามถามด้วยความสงสัย
“ ใช่ฉันจำได้แล้ว ” บอร์นพยักหน้ารับก่อนที่จะพูดต่อว่า “ เมืองรุ่งอรุณเป็นเมืองใหม่ที่เพิ่งจะถูกสร้างขึ้นได้ไม่นาน นอกจากนี้ภายในเมืองยังมีสิ่งที่น่าสนใจที่เรียกว่าหอคอยสวรรค์ นอกจากนี้เจ้าเมืองของเมืองรุ่งอรุณก็คือ ”
แต่ยังไม่ทันที่บอร์นจะพูดจบ แคนซิลล์ก็ตะโกนขึ้นมาว่า “ กลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้!! ”
แคนซิลล์จำได้ตั้งแต่ที่บอร์นบอกว่าเป็นเมืองที่เพิ่งถูกสร้างขึ้นมาใหม่และยังมีสิ่งที่น่าสนใจที่เรียกว่าหอคอยสวรรค์
“ นึกไม่ถึงเลยว่าพวกคุณคือคนของท่านไลท์ ” แคนซิลล์รีบทำความเคารพทันที ซึ่งบอร์นเองก็ทำความเคารพด้วยเหมือนกัน
แม้ว่าเขาจะแข็งแกร่งกว่าพวกแฮกแต่พวกเขาไม่กล้าเสียมารยาทต่อพวกแฮก ใครใช้ให้เบื้องหลังของพวกเขาคือท่านไลท์กันล่ะ การจะทำร้ายใครก็ต้องดูด้วยว่าเบื้องหลังของพวกเขานั้นเป็นใคร
พวกแฮกเองก็ยิ้มให้อย่างสบายๆ เพราะพวกเขาเคยเป็นของคนสภาจอมเวทย์มาก่อน แม้ว่าพวกเขาจะเป็นเพียงผู้ตรวจการแต่พวกเขาก็เคยถูกตัวตนระดับSโค้งคำนับให้หลายครั้งแล้วเพราะฉะนั้นพวกเขาจึงไม่รู้สึกเก้อเขินแต่อย่างใด
“ แล้วไม่ทราบว่าท่านไลท์อยู่ไหมพวกเราจะไปทำความเคารพ ” แคนซิลล์ถามออกมาด้วยความตื่นเต้น เขาเคยแต่ได้ยินชื่อเสียงของท่านไลท์แต่ไม่เคยเห็นท่านไลท์ตัวจริงทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก
บอร์นเองก็รู้สึกตื่นเต้นเหมือนกันที่จะได้เจอกับท่านไลท์ เพราะท่านไลท์เปรียบเสมือนกับวีรบุรุษ ชื่อเสียงของท่านไลท์โด่งดังมากๆไม่ว่าจะเป็นในช่วงสงครามเอลฟ์และปีศาจ รวมไปถึงการกวาดล้างห้าองค์กรมรณะก็ต้องมีชื่อของท่านไลท์อยู่ในนั้นด้วย
“ ตอนนี้ท่านไลท์กำลังพักผ่อนอยู่เดี๋ยวฉันจะไปถามให้ ” มินเลย์พูดจบเธอก็หายตัวไปทันที
‘ เร็วมาก!! ’ แคนซิลล์และบอร์นประหลาดใจก่อนที่ทั้งสองจะมองหน้ากัน
ไม่นานมินเลย์ก็กลับพร้อมกับบอกว่าให้ทั้งสองคนมาด้วยกัน
แคนซิลล์และบอร์นรีบบินไปยังเรือบินของไลท์ทันที