ซือเจิ้นเฉียงพยักหน้าอย่างแรงแล้วพูดว่า “ใช่มันเป็นไปไม่ได้”
หลิวชิงหยู่พูดด้วยน้ำเสี่ยงเย็นชาทันที “ทำไมหรอครับ”
เมื่อเห็นน้ำเสี่ยงของหลิวชิงหยู่เริ่มเย็นชา ซือเจิ้นเฉียงก็พูดด้วยรอยยิ้ม “นายกหลิวอย่าพึ่งเข้าใจผิดไป ผมไม่ได้ห้ามให้คุณทำ แต่ผมอยากบอกว่าแม้ทิวทัศน์บนภูเขาชุ่ยผิงจะสวยงาม แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะพัฒนามัน เพราะเทศมณฑลเคยคิดจะทำแล้ว รวมถึงตำบลกวนซานด้วยผมเคยลงทุนประชาสัมพันธ์หานักลงทุนเข้ามาสำรวจ แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครกล้าลงทุนที่เป็นแบบนั้นไม่ใช่เพราะทัศนียภาพแต่เป็นเพราะปัญหาการคมนาคม กวนซานตั้งอยู่ไกลจากตัวเมืองมาก และสองด้านก็ล้อมไปด้วยภูเขามีทางเดียวที่สามารถสัญจรได้ แม้ว่ากวนซานจะมีทิวทัศน์สวยงามและมีสถานที่อย่างอ่างเก็บน้ำ แต่การคมนาคมของกวนซานเราก็มีเพียงถนนเล็กๆ ที่เป็นถนนลูกรังไม่ได้ซ่อมแซมมา 20 ปีแล้ว แน่นอนว่ามันย่อมมีหลุมมีบ่อ เมื่อขับรถผ่านมาบางทีอาจทำให้รถเสียหาย ซึ่งในการซ่อมถนนนี้ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณของเทศมณฑลหรือตำบลก็ไม่สามารถจ่ายไหว เพราะมันต้องใช้งบจำนวนมหาศาล นอกจากนี้ในเทศมณฑลจิงหลินเรายังมีภูเขาพานหยุน ซึ่งห่างจากเทศมณฑลจิงหลินเราไม่ถึงร้อยกิโลเมตร ทิวทัศน์ที่นั่นคล้ายคลึงกับเรา ทำให้นักลงทุนหันไปสำรวจและเลือกที่นั่นกันหมด นายกหลิวไม่ใช่แค่คุณหรอกนะที่ต้องการจะพัฒนาเมืองกวนซาน ผมและคณะทำงานคนอื่นๆ เองก็ต้องการ แต่หากไม่มีสิ่งเอื้ออำนวยและสถานที่ที่เหมาะสม เราจะพัฒนาได้อย่างไร”
หลังจากที่พูดจบ ชือเจิ้นเฉียงก็แสดงสีหน้าขมขื่นออกมา แม้เขาจะมีข้อบกพร่อง แต่ในฐานะคนตำบลกวนซานเขาก็หวังจะทำให้บ้านเกิดของเขาพัฒนา แต่ไม่ว่าจะวิ่งไปทางไหนเขาก็เจอแต่กำแพงทางตัน สุดท้ายก็ทำได้เพียงตัดใจยอมแพ้เท่านั้น
เมื่อได้ยินแบบนั้นความโกรธของหลิวชิงหยู่ก็ค่อยๆ จางหายไป แต่สายตาของเขาก็ยังคงแน่วแน่และมุ่งมั่น “เลขาธิการซือ หลังจากสำรวจมาเดือนกว่า ผมคิดว่าในกวนซานของเรา มีแค่พัฒนาด้านการท่องเที่ยวจึงจะสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจทำให้ผู้คนลืมตาอ้าปากได้ ผมไม่ยอมแพ้แน่นอน ผมจะทำมันให้ได้”
ใบหน้าของซือเจิ้นเฉียงเริ่มหมองลงหลังจากได้ยิน จากนั้นเขาก็พูดออกไปด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า “นายกหลิว มีสิ่งหนึ่งที่คุณต้องคิดด้วยนะ มันถือสถานการณ์ทางการเงินของตำบลกวนซานเรา ตอนนี้เราไม่สามารถใช้เงินงบเพื่อประชาสัมพันธ์ได้ หากไม่มีการประชาสัมพันธ์นักลงทุนจะรับรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร”
หลิวชิงหยู่ยิ้มและตอบกลับไปทันทีว่า “เรื่องนี้เลขาธิการซือไม่ต้องกังวลไป การโปรโมท ภูเขาชุ่ยผิง ผมจะไม่ใช่เงินสักหยวนเดียว เพียงแค่โพสต์ข้อมูลลงบนกระทู้ต่างๆ เช่นเว่ยป๋อ เทียปา ก็ถือเป็นการโปรโมทที่ประหยัดค่าใช้จ่ายแล้ว”
ซือเจิ้นเฉียงกับหลิวชิงหยู่อายุต่างกันมาก ซือเจิ้นเฉียงอายุราวๆ 50 แล้วส่วนหลิวชิงหยู่แค่ 22 ปีเท่านั้น แม้ซือเจิ้นเฉียงจะได้ยินเรื่อง เว่ยป๋อ เทียปา มาบ้าง แต่เขาก็ไม่ได้ให้ความสนใจ และเมื่อฟังหลิวชิงหยู่บอกว่าไม่ต้องใช้เงินทุนของตำบลเขาก็พยักหน้ากล่าวว่า “อืม คุณหาวิธีแบบนี้ได้ก็ดี แต่ผมมีข้อกำหนดอย่างหนึ่งคือต้องไม่ให้เกิดปัญหากับงานในตำบลและต้องไม่ส่งผลให้งานล่าช้า มิฉะนั้นคุณอาจจะโดนผู้ว่าการตำหนิ ซึ่งคุณจะต้องเป็นคนรับผิดชอบ”
หลิวชิงหยู่พยักหน้า “ไม่มีปัญหา เพื่อประโยชน์ของตำบลเรา เพื่อประโยชน์ของประชาชนผมยินดีที่จะทำสิ่งนี้”
ในอีกไม่กี่วันถัดมา หลิวชิงหยู่ก็ตรงไปยังภูเขาชุ่ยผิงหลังจากเสร็จงานในเมืองเขาก็มองหาสถานที่ท่องเที่ยวที่งดงามที่สุดแล้วถ่ายรูปด้วยกล้องจากนั้นก็นำมันมาโพสต์ในเว่ยป๋อ กระทู้และโพสต์ของเขาได้เผยแพร่ภาพถ่ายทิวทัศน์ที่สวยงามของกวนซานออกไป และยังมีวัฒนธรรมท้องถิ่นใส่เข้าไปในโพสต์ด้วย ทำให้โพสต์ที่ดูไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจขึ้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลิวชิงหยู่บอกว่ามันยังมีน้ำพุร้อน บนภูเขาทางทิศตะวันออกของหมู่บ้านแห่งหนึ่งด้วย น้ำพุร้อนแห่งนี้ราวกับมีมนต์ขลังคนที่ทำงานมาเหน็ดเหนื่อยเมื่อได้แช่น้ำร้อนก็จะรู้สึกผ่อนคลายและสลัดความเหนื่อยล้าออกไป หากมีไข้หรืออาการปวดเองก็สามารถหายได้เร็วยิ่งขึ้น ในหมู่บ้านชี่หลี่แห่งนี้ มีชาวบ้านนับร้อยคน พวกเขามีความคล่องแคล่วและสามารถทำงานได้อย่างไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย ว่ากันว่าเป็นเพราะน้ำพุร้อนแห่งนี้ซึ่งหลิวชิงหยู่ก็ได้ถ่ายรูปคนแก่หลายคนที่ทำงานหามแบกอย่างกระฉับกระเฉงเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือของโพสต์
ข้อมูลของหลิวชิงหยู่ไม่ใช่เรื่องแต่ง เขายืนยันอย่างแน่วแน่หลังการสำรวจ ยิ่งไปกว่านั้นหลิวชิงหยู่ยังติดต่อสถาบันวิจัยธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมประจำจังหวัดและเชิญพวกเขามาทดสอบดูว่าทำไมน้ำพุร้อนแห่งนี้ถึงคล้ายกับมีมนต์วิเศษเช่นนี้ แต่ก็ยังไม่มีการตอบกลับใดๆ
ในแต่ละวัน โพสต์โฆษณาของหลิวชิงหยู่ก็ไม่ได้มีการตอบสนองใดๆ หลิวชิงหยู่ยังคงทนรอและใช้เวลาที่มีขึ้นภูเขาชุ่ยผิงและถ่ายภาพต่างๆ เอามาโพสต์เพิ่มเติม
และแล้วเวลาก็ได้ผ่านไปจนมาถึงช่วงต้นเดือนตุลาคม ซึ่งนับว่าหลิวชิงหยู่ได้ทำงานในตำบลกวนซานสามเดือนเต็มแล้ว ในสามเดือนนี้ภายใต้การนำของหลิวชิงหยู่การบรรเทาทุกข์ในตำบลกวนซานเป็นไปอย่างราบรื่น ด้วยความช่วยเหลือจากทางจังหวัดและเทศบาลเมืองทำให้ผู้คนมีบ้านอยู่อาศัยกันเป็นหลักแหล่ง เขาเชื่อว่าในช่วงปลายเดือนพฤศจิกาที่อากาศหนาวผู้คนจะสามารถอาศัยอยู่ในบ้านหลังใหม่ได้ ในเวลานี้การเผชิญหน้าระหว่างหลิวชิงหยู่และซือเจิ้นเฉียงก็สงบลงชั่วคราว ซือเจิ้นเฉียงไม่ตามจิกตามกัดเขาเหมือนเวลาที่เขาพึ่งมาถึง แต่ถึงอย่างนั้นเอกสารที่หวางตงหยางเอามาให้ทุกๆ สองถึงสามวันก็ยังมากมายเหมือนเดิม ซึ่งเขาก็เริ่มปรับตัวได้อย่างช้าๆ แล้ว
เนื่องจากซือเจิ้นเฉียงเป็นคนเจ้าเล่ห์ ที่เขายอมสงบศึกกับหลิวชิงหยู่เพื่อให้หลิวชิงหยู่ตายใจ ซึ่งตอนนั้นเขาก็จะจุดระเบิดลูกใหญ่ขึ้น
ในช่วงวันหยุดยาว 11 วัน เมื่อคณะกรรมาธิกการ คนอื่นๆ ออกไปเที่ยวกันหมด หลิวชิงหยู่ก็ไม่ได้พักผ่อนเขายังคงไปยังภูเขาชุ่ยผิงและถ่ายรูปเอามาโพสต์เรื่อยๆ โพสต์ของหลิวชิงหยู่เพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ จากการเผยแพร่อย่างต่อเนื่องทำให้หลิวชิงหยู่มีผู้ติดตามรอคอยภาพของเขา
เวลาผ่านไป เมื่อสิ้นสุดวันหยุดยาว กวนซานก็ได้กลับสู่ความสงบอีกครั้ง และเจ้าหน้าที่ทุกคนก็กลับมายุ่งอีกครั้ง
หลิวชิงหยู่ไปที่สำนักงานตามปกติ เมื่อเขาเห็นว่าหวางตงหยางไม่ได้ส่งเอกสารมา เขาก็ทักทายหงซานจินแล้วออกไปยังภูเขาชุ่ยผิง
ไม่นานหลังจากหลิวชิงหยู่ไป หงซานจินก็ได้รับโทรศัพท์จากหวางตงหยางให้เขาไปส่งเอกสารที่เทศมณฑล แม้ว่าหงซานจินจะทำงานของตำบลเป็นหลักแต่บางครั้งเขาก็ต้องเอกสารไปที่เทศมณฑล ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ดังนั้นเขาจึงต้องขับรถเอาเอกสารไปยังเทศมณฑล หลังจากหงซานจินออกไป หวางตงหยางก็พาคนสองคนไปที่สำนักงานของหลิวชิงหยู่พร้อมเอกสารกองโต เอกสารเหล่านี้ถูกหวางตงหยางเก็บไว้ ซึ่งบางอย่างถูกส่งมาตั้งแต่เดือนที่แล้ว แต่เขาไม่ได้ส่งให้หลิวชิงหยู่ทุกครั้งเขาจึงส่งเอกสารเพียงแค่ 90% และ 10% ที่เหลือถูกเก็บไว้ทั้งหมด คราวนี้เมื่อหลิวชิงหยู่ไม่ได้อยู่ที่สำนักงานเขาจึงเอาเอกสารทั้งหมดวางบนโต๊ะหลิวชิงหยู่จนแทบไม่มีที่วางแขน
เมื่อมองไปที่กองเอกสารหวางตงหยางก็ยิ้มแล้วพูดขึ้นว่า “รีบเอาป้ายไปวางต้อนรับเหล่าผู้นำของเทศมณฑลที ให้ผู้คนในสำนักงานทำความสะอาดสำนักงานของตนด้วย เวลาประมาณ สิบโมง ผู้ว่าการเสวี่ยกับแหล่าผู้นำคงจะมาตรวจสอบความเรียบร้อยของเขา เราจะเสียหน้าไม่ได้”
ต่อจากนั้นหวางตงหยางก็มาที่ห้องสำนักงานของซือเจิ้นเฉียง และรายงานให้ซือเจิ้นเฉียงฟัง “เลขาธิการซือ หลิวชิงหยู่ไปที่ภูเขาชุ่ยผิงแล้ว ส่วนหงซานจินผมก็ส่งเขาไปที่เทศมณฑลเรียบร้อย ผมเอาเอกสารที่ดองมานานหนึ่งเดือนวางไว้ในห้องทำงานของเขา ตอนนี้ผมกำลังรอให้ผู้ว่าการเสวี่ยมา คุณมีอะไรจะให้ผมทำอีกไหม”
หลังจากซือเจิ้นเฉียงได้ยินก็พยักหน้าด้วยความพอใจแล้วพูดว่า “อืม ตงหยางทำงานได้ดีมาก คราวนี้ผู้ว่าการเสวี่ยเมื่อเห็นเอกสารบนโต๊ะหลิวชิงหยู่คงโกรธและส่งปลดหลิวชิงหยู่ทันที ตอนนี้หลิวชิงหยู่คงตกอยู่ในหายนะแล้ว แม้เซี่ยเจิ้งเต๋อจะมากับเขาด้วยแต่ก็คงทำอะไรไม่ได้”