จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    ตอนที่ 145 สถานที่ต้องห้าม

                             ในการที่จะเดินทางไปยังดินแดนของพวกมารนั้นใช้ระยะเวลายาวนานเป็นอย่างมากอาจจะหลายเดือนหรือแม้อาจจะเป็นปีก็ได้มีผู้คนจำนวนไม่มากนักที่จะสามารถเดินทางข้ามไปมาระหว่างเขตแดนได้เพราะทุกๆดินแดนนั้นถูกปิดกั้นด้วยประตูมิติในสมัยหลายหมื่นปีก่อนนั้นทุกดินแดนล้วนสามารถข้ามไปมาหาสู่กันได้อย่างอิสระเสรีแต่หลังจากที่เกิดสงครามครั้งใหญ่ขึ้น


    ทางฝ่ายมนุษย์เลือกที่จะปิดกลั้นตนเองจากโลกภายนอกอันเป็นผลมาจากสงครามและกำลังรบที่เหลืออยู่ก็อ่อนแอจนเกินไปไม่สามารถตั้งรับและยอมรับความเสี่ยงได้อีกมีเพียงผู้ที่มีความเข้มแข็งที่เพียงพอเท่านั้นที่จะเดินทางผ่านประตูบานนี้ได้เพราะด้านในประตูนั้นมันกับเต็มไปด้วยพลังแรงกัดดันอันมหาศาลหากใครเข้าไปจะโดนบดขยี้โดยทันทีและจะไม่มีชีวิตรอดกับมาได้อีก


                 มีผู้คนมากมายต่างก็อยากที่จะออกผจญภัยในโลกกว้างอยากที่จะเดินทางแสวงหาดินแดนอื่นแต่ต้องกับนำชีวิตเล็กๆของตนเองนำมาทิ้งอย่างไร้ค่าภายในประตูมิติแต่ระบานล้วนแต่มีแต่เศษซากกระดูกนับล้านชีวิตที่จะต้องการจะมาลองเสี่ยงโชคดูแต่พวกมันกับต้องมาจบชีวิตราวกับคนอนาถา ผู้ที่จะเดินทางผ่านประตูมิติเหล่านี้ไปได้นั้นจะต้องมีพลังเวทอย่างน้อยเทวะขั้นที่1


    เซย์รินยังพอได้ทราบเรื่องราวเหล่านี้มาบ้างในระหว่างทางนั้นเด็กหนุ่มได้มอบทรัพย์พยากรที่ตนเองได้มาจากทวีปมืดมอบให้กับกัส จนมันสามารถพัฒนาตัวเองไปจนถึง ระดับพลังเทวะ ขั้นที่ 1 เพื่อความปลอดภัยของตัวมันเองภายในเขตแดนมนุษย์นั้นมีสถานที่อันตรายอยู่ด้วยกัน 3 ที่ คือ ดันเจี๊ยน,ประตูมิติข้ามเขตแดนและอย่างสุดท้ายก็คือทวีปมืดที่ขึ้นชื่อว่าอันตรายที่สุดในโลกความกว้างใหญ่ของมันนั้นยากที่จะจินตนาการมันกว้างใหญ่กว่าอาณาเขต มนุษย์ มาร อสูร นรกอเวจี เทพสวรรค์ รวมกันเสียอีก


                 ทุกวันนี้ก็ยังมีพวกที่มีระดับพลังเหนือโลกที่สามารถเข้าออกเขตแดนมนุษย์ได้ตามใจชอบเช่นราชาเผ่าอสูรผู้ที่มีระดับพลังที่ไม่ธรรมดาแม้แต่เจ้าเด็กน้อยเอ็มม่าผู้ที่มีสมบัติพิเศษจำเพาะ ที่สามารถช่วยให้มันข้ามมายังเขตแดนนี้ได้ถ้าหากคนระดับชนชั้นผู้นำเช่นราชาเผ่าอสูรบุกมาด้วยตัวคนเดียวนั้น ผู้คนทั้ง 6 อาณาจักรจะต้องอยู่แทบเท้าของมันอย่างไม่ต้องสงสัยแม้แต่ราชาซันซัสเมื่อยืนอยู่ต่อหน้ามันก็ไม่ต่างอะไรกับเด็กน้อยเจอกับผู้ใหญ่แต่ที่มันไม่ทำนั้นมันเป็นเพราะทรัพย์พยากรของพวกมนุษย์มันน้อยนิดเสียจนน่าสงสาร


    มันไม่คุ้มเลยที่จะลงทุนลงแรงเพื่อทรัพย์พยากรอันน้อยนิดและตัวมันเป็นถึงราชาผู้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของเผ่าอสูรไม่เว้นแม้แต่ พวกมาร นรกอเวจี และ เทพสวรรค์ พวกมันต่างก็ไม่คิดจะลดตัวเองมายังสถานที่แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องสงกองทัพมาเป็นแสนเป็นล้านเพียงส่งผู้มีพลังสูงสุดยอดเพียงหนึ่งคนก็เพียงพอแล้วที่ฝ่ายมนุษย์รอดตัวมาได้ถึง1หมื่นปีประตูมิติก็เป็นส่วนหนึ่งแต่ที่สำคัญที่สุดคือทรัพย์พยากรของมนุษย์มันน้อยเสียจนน่าสงสารและนี่จึงเป็นสาเหตุที่มันจึงไม่อยากจะเหยียบย้ำมายังสถานที่แห่งนี้


                   การเดินทางของเซย์ริน นั้นเป็นไปอย่างราบเรียบในระหว่างทางก็เจอเหล่าสัตว์อสูรบ้างเหล่านักผจญภัยที่ชอบทำตัวรีดไถผู้คนเดินทางผ่านไปมาบ้างเด็กหนุ่มสามารถจัดการพวกมันได้อย่างง่ายได้

    “นายท่านดูนั่นที่นี่มีหมู่บ้านด้วยข้าคิดว่าพวกเราควรจะพักสถานที่แห่งนี้เถอะข้าไม่ได้กินอะไรที่อร่อยๆมาหลายวันแล้วและนี่ก็เย็นมากแล้วด้วยพวกเราควรจะหยุดพักกันที่นี่”

    “โชคดีจริงที่แถวนี้มีผู้คนอาศัยอยู่และเสบียงของพวกเราเองก็ใกล้หมดแล้ว งั้นคืนนี้เราจะพักที่นี่กัน”


                  หมู่บ้านแห่งนี้ถูกล้อมรอบไปด้วยหุบเขามีทิวทัศน์ความงดงามสะดุดตา หากใครได้มาเยือนสักครั้งคงยากที่จะรู้สึกลืมเลือนมีภูเขาต้นไม้เขียวชอุ่ม ราวกับสวรรค์สรรค์สร้างปั้นแต่งขึ้นมา ที่ใจกลางหมู่บ้านมีสายทานน้ำใสที่ไหลรินมาจากยอดภูเขาสูงราวกับน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่มาจากสรวงสวรรค์ พร้อมทั้งมีเสียงเจื้อยแจ้วของเด็กน้อยวิ่งเล่นไปมากันอย่างสนุกสนาน

    ภาพตรงหน้ามันช่างงดงามตระการตายิ่งนักราวกับเป็นภาพวาดไม่มีผิดเมื่อเซย์รินเห็นสภาพภายในหมู่บ้านแห่งนี้ตัวมันถึงกับนิ่งค้างไปเป็นเวลานานกับทิวทัศน์ที่สุดแสนจะงดงามตรงหน้าไม่หน้าเชื่อเลยว่าจะมีสถานที่เช่นนี้มีอยู่จริงบนโลกทุกสิ่งทุกอย่างล้วนดูลงตัวไปหมดภูเขาต้นไม่ลำธาร


    “ขอต้อนรับผู้มาเยือนที่นี่คือหมู่บ้านกรีน ตัวข้านั้นเป็นผู้นำหมู่บ้านแห่งนี้ ไม่ทราบว่าพวกท่านมีที่พักแล้วหรือยังข้าสามารถแนะนำสถานที่ต่างๆได้เป็นอย่างดีหากว่าพวกท่านต้องการ”

    ผู้นำของหมู่บ้านนี้นั้นเป็นเพียงแค่ชายวัยกลางคนธรรมดาเขากล่าวด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่นเป็นกันเอง

    “ข้าทั้งสองคนคงจะต้องขอรบกวนท่านผู้นำหมู่บ้านแล้ว ข้าต้องการทั้งที่พักและอาหาร”

    เซย์รินบอกกล่าวกับผู้นำหมู่บ้านด้วยความนอบน้อมเพราะชายตรงหน้าเขาเป็นเพียงแค่คนธรรมดาใครที่แสดงมารยาทกับตนไปในทางที่ดีเราก็ควรจะแสดงมารยาทที่ดีกับไปเช่นกัน


    “พวกท่านอาจจะเป็นเพียงผู้ที่เดินทางผ่านมาตัวข้านั้นจะขอเล่าเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้เพียงสักเล็กน้อยให้ฟัง

    เมืองกรีน แห่งนี้นั้นมีประชากรทั้งสิ้น 3000 คนสถานที่แห่งนี้นั้นมีทั้งกิลนักผจญภัย ร้านค้าอาหารและสถานที่พักสำหรับผู้ที่เดินทางผ่านไปมาผู้คนของที่นี่นั้นเคารพนับถือในเทพเจ้าแห่งไฟและเป็นเทพพระเจ้าสูงสุดที่อยู่ภายในใจของพวกเรา”


    ผู้นำหมู่บ้านสาธยายเรื่องราวต่างๆตั้งมากมายให้กับเซย์รินและกัสฟังจนกระทั่งเดินทางมาถึงที่กิลนักผจญภัย

    “ข้าคิดว่าพวกท่านควรที่จะพักอยู่ที่กิลนักผจญภัยเพราะที่นี่นั้นมีเพียบพร้อมทุกอย่างมีทั้งอาหารเครื่องเดิมและที่พักที่สำคัญที่นี่นั้นราคาไม่แพงเมื่อนำมาเทียบกับสถานที่อื่นๆเอาล่ะข้าคงต้องขอตัวก่อน เพราะข้ามีงานอีกมากมายที่จะต้องทำ และค่อยพบกันใหม่”

    “ขอบคุณมากท่านผู้นำหมู่บ้านแล้วพวกเราค่อยพบกันใหม่”เด็กหนุ่มนั้นเกิดความรู้สึกประทับใจผู้นำหมู่บ้านคนนี้เป็นอย่างมากตัวมันนั้นเป็นถึงผู้นำสูงสุดแต่กับออกมาต้อนรับผู้ที่เดินทางผ่านไปมาด้วยตนเอง เซย์รินและกัสนั่งกินอาหารกันอย่างอารมณ์ดีพร้อมทั้งมองผู้คนเดินทางผ่านไปมาอยู่ภายในกิลนักผจญภัยที่นี่นั้นเป็นเพียงแค่กิลเล็กๆใบภารกิจมีไม่มากนักส่วนมาก แทบจะทั้งหมดนั้นล้วนเป็นภารกิจระดับต่ำนั่นก็หมายความว่าเมืองแห่งนี้แทบจะเรียกได้ว่าเป็นเมืองที่ปลอดภัยและสงบสุขอย่างแท้จริง


    “ช่วยด้วยช่วยข้าด้วย ท่านนักผจญภัยได้โปรดช่วยข้าด้วย”

    ทันใดนั้นได้มีหญิงสาววัยกลางคนตะโกนขอร้องความช่วยเหลือแก่บันดาเหล่านักผจญภัย

    “ไม่ต้องห่วงใจเย็นๆค่อยๆพูดเจ้าเดือดร้อนอะไรข้ายินดีจะช่วยเหลือเจ้า”

    ทันใดนั้นได้มีหนึ่งในนักผจญภัยที่จะอาสาช่วยเหลือผู้หญิงรายนี้อย่างรวดเร็วโดยไม่ปล่อยให้นางรอนาน


    “ได้โปรดช่วยบุตรชายของข้าด้วยบุตรชายของข้าในยามนี้นั้นอยู่ภายในหุบเขาต้องห้าม”

    “หะอะไร นะ บุตรชายของเจ้าอยู่ภายในหุบเขาต้องห้าม ข้าคงจะช่วยเจ้าไม่ได้หรอกข้าเสียใจด้วย”

                        หุบเขาต้องห้ามมันคือสถานที่ ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยภยันตรายมันคือสถานที่ สิงสถิตดวงจิตเทพเจ้าแห่งไฟที่ผู้คนเคารพนับถือมันเป็นเทพเจ้าก็เพราะความหวาดกลัว


    “หุบเขาต้องห้ามอยู่สถานที่ใดข้าจะรับงานนี้เอง”

    เซย์รินอาสาที่จะรับงานชิ้นนี้โดยเป้าหมายหลักของมันนั้นต้องการที่จะรู้ตัวตนที่แท้จริงของเทพเจ้าแห่งไฟว่ามันจะมีตัวตนเช่นใดกันแน่

     

     

     

     

     

     

     

    คล้ายกับเรื่องจงเรียกข้าว่าจอมราชัน ที่คุณอ่าน