แสงสีส้มซีดของโคมไฟหัวเตียงสาดส่องเข้ามาในดวงตาที่หนักอึ้งราวกับถูกทับด้วยก้อนหินนับพันก้อน เปลือกตาเปิดออกได้เพียงครึ่งเดียว แต่ก็มากพอที่จะทำให้ความรู้สึกคลื่นไส้ตีตื้นขึ้นมาอย่างรุนแรง
"...อึก..."
คิรัญพยายามยันกายลุกขึ้นนั่ง แต่แค่ขยับตัวเล็กน้อย อาการวิงเวียนก็ถาโถมเข้าใส่จนโลกหมุนคว้าง ภาพทุกอย่างพร่าเลือนจนแทบจะทนไม่ไหว เขารีบหลับตาลงแน่น พยายามควบคุมลมหายใจที่ถี่กระชั้น
‘เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ไม่ใช่ว่าฉันตายไปแล้วหรือ’
ในความทรงจำสุดท้ายของคิรัญก็คือกลิ่นเืคาวคลุ้งและเสียงคำรามแหบพร่าของพวกซอมบี้ โลกที่ล่มสลายกำลังกลืนกินทุกชีวิตรอบตัวขณะนั้น...ทีมของเขากำลังมุ่งหน้าไปล่าซอมบี้ระดับสี่ สายพันธุ์ที่ดุร้าย ฉลาด และอันตรายที่สุด
ในฐานะผู้นำทีมและผู้ควบคุมสัตว์อสูร คิรัญสั่งการให้หมาป่ากลายพันธุ์คู่ใจของเขาเข้าจู่โจมซอมบี้ระดับสี่ทันที สัตว์อสูรสี่ขาที่ฉลาดเกินมนุษย์เคลื่อนไหวอย่างเงียบงัน แววตาวาวโรจน์ด้วยสัญชาตญาณนักล่า
แต่ในขณะที่เขากำลังโฟกัสอยู่กับสนามรบตรงหน้า คมมีดเล่มหนึ่งกลับพุ่งแทงเข้ามาจากด้านหลัง แทงลึกจนทะลุแผ่นหลังและหัวใจ
เขาผงะถอย เสียงลมหายใจหอบหืดกลายเป็เสียงขาดห้วง แต่สิ่งที่เจ็บยิ่งกว่าร่างกาย...คือใบหน้าของ “เพื่อนร่วมทีม” ที่แสยะยิ้มมองเขาอย่างเหี้ยมเกรียม
“ขอโทษทีนะไอ้รัญ... คริสตัลในสมองนายมันแพงเกินห้ามใจจริง ๆ”
ก่อนที่เขาจะทันตอบโต้ พวกมันก็ช่วยกันกดร่างเขาลงกับพื้น แล้วมีดอีกเล่มก็แทงเข้าที่ท้ายทอยอย่างแม่นยำ
แต่ก่อนที่ความมืดจะโอบกลืนทุกอย่าง...เสียงหนึ่งดังขึ้นชัดเจน
“รัญ” เสียงของภวินท์ เพื่อนสนิทหนึ่งเดียวที่เขาเชื่อใจมากที่สุดดังขึ้น เขาเป็ผู้ที่มีพลังควบคุมโลหะ ที่สามารถควบคุมโลหะต่างๆ มาเป็อาวุธได้ เขาปาโลหะพุ่งเข้าใส่ซอมบี้ระดับก่อนจะวิ่งมาทางเขาทันที
ในวินาทีนั้น เสียงคำรามต่ำๆ ก็ตามมา เสียงที่เขาจำได้แม่นยำยิ่งกว่าใครอื่น
“กรรรรร” เสียงคำรามของ ไนท์ หมาป่ากลายพันธุ์คู่ใจ สี่ขาที่ปกติเคลื่อนไหวเงียบงัน บัดนี้กระโจนออกมาจากเงาเหมือนภูติร้ายแห่งรัตติกาล ดวงตาสีอำพันวาวโรจน์ มันพุ่งเข้าใส่เพื่อนที่ทรยศอย่างไม่ลังเล เขี้ยวขาววาบกัดเข้าเป้าจนเสียงร้องเจ็บแหลมทะลุอากาศ
เมื่อภวินท์วิ่งฝ่าะุ มาจนมาถึงร่างที่ล้มลงอยู่ตรงพื้น..หัวใจของเขาแทบหยุดเต้น
“รัญ” เขาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ ร่างที่นอนแน่นิ่ง ดวงตาพร่าเลือน มือเปื้อนเืข้างหนึ่งยกขึ้นสั่นๆ ราวกับจะคว้าอะไรไว้
“นายห้ามตายนะ... นายจะทิ้งฉันไปอย่างนี้ไม่ได้”
ภวินท์ประคองเขาขึ้นในอ้อมแขน เสื้อเกราะของตัวเองเปรอะไปด้วยเืที่ไม่รู้ว่าเป็ของใคร เขาไม่สนใจอะไรอีกแล้วนอกจากเพื่อนสนิทตรงหน้า คนที่ช่วยเหลือเขาั้แ่ที่เขายังไม่มีพลัง คนที่ปกป้องเขามาโดยตลอด แต่บัดนี้กลับกำลังจะจากเขาไป
เสียงลมหายใจของคิรัญขาดเป็ห้วง แ่ ริบหรี่ เหมือนเปลวเทียนที่กำลังถูกลมกรรโชก
และในขณะเดียวกัน “อ๊าววววววว์”
เสียงโหยหวนจากเ้า ไนท์ ก็ดังสะท้อนก้องไปทั่วทุ่งสังหาร มันคือเสียงร้องไห้ของสัตว์ที่กำลังจะเสียเ้านายของมันไป
เสียงที่แหลม แหบพร่า รุนแรงจนแผ่นดินะเืในใจของทุกคนที่ได้ยิน
เ้าไนท์พุ่งเข้ามาใกล้ ลำตัวาเ็ ฉีกขาด แต่มันฝืนตัวเองเข้ามา ฟุบหัวลงข้างไหล่ของคิรัญ ปลายจมูกของมันดุนมือที่สั่นเทาเบาๆ เหมือนจะปลุกให้ลุกขึ้น
ภวินท์ก้มลงแนบหน้าผากกับหน้าผากของเพื่อนสนิท
“ตื่นสิ...” เสียงของเขาสั่น แตกพร่า เหมือนจะแตกไปพร้อมหัวใจ “นายห้ามหลับ... ห้ามเป็อะไรเด็ดขาด...”
“ถ้านายไม่อยู่... ฉันก็ไม่รู้จะอยู่ไปทำไม...” ถ้อยคำนั้นไม่ได้เอ่ยออกมาเพื่อความเศร้า แต่มันเต็มไปด้วยแรงยึดเหนี่ยว
แต่คิรัญ... ไม่มีแรงแม้แต่จะขยับริมฝีปาก ไม่มีแรงจะบอกว่า “ไม่เป็ไร... ฉันโอเค ไม่มีแรงจะเอื้อมไปลูบหัวไนท์”
และในห้วงลมหายใจสุดท้าย เสียงของเพื่อน เสียงของหมาป่า เสียงของทุกสิ่งที่ผูกพันมันไม่ได้เลือนหายไป แต่มันสลักอยู่ในใจเขาก่อนที่ทุกอย่างจะวูบดับไป
‘แล้วนี่ฉันมาอยู่ที่ไหนกันแน่นี่’
คิรัญมองสำรวจรอบตัวอีกครั้งอย่างละเอียด ใบหน้าขมวดคิ้วด้วยความสับสน ห้องแห่งนี้ช่างแตกต่างจากความทรงจำสุดท้ายของเขาโดยสิ้นเชิง มันสงบเกินไป สะอาดเกินไป...และปลอดภัยเกินไป
โต๊ะไม้สักที่ขัดเงาจนสะท้อนแสง ราวกับไม่เคยต้องเผชิญฝุ่นละอองแห่งา แจกันดอกไม้สดสีม่วงเข้มที่ดูยังไม่โรยราแม้แต่น้อย บ่งบอกว่ามีคนคอยดูแลอยู่สม่ำเสมอ กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้ลอยปะปนมากับอากาศเย็น ๆ ที่แทรกผ่านผ้าม่านบางเบา ทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังฝัน
หัวใจของคิรัญเต้นแรงด้วยความระส่ำระสาย
‘หรือว่าที่นี่...มันไม่ใช่โลกเดิมที่ล่มสลายไป...’
ในขณะที่คิรัญกำลังครุ่นคิด เสียงในหัวกลับแว่วดังขึ้นมาราวกับใครบางคนกำลังกระซิบ ความทรงจำที่ไม่ใช่ของเขา… แต่กลับไหลบ่าเข้ามาราวกับคลื่นพายุซัดสาดไม่หยุดหย่อน
ทันใดนั้น ภาพความทรงจำมากมายประดังประเดเข้ามาในหัวของคิรัญอย่างไม่ทันตั้งตัว ราวกับฟิล์มภาพยนตร์ที่ถูกกรอซ้ำอย่างรวดเร็ว โลกนี้ไม่ใช่โลกเดียวกับที่เขาจากมา และร่างนี้...ก็ไม่ใช่ร่างของเขา โลกใบนี้…คือโลกที่ ผู้ชายสามารถแต่งงานกันได้ มีลูกได้ โลกที่คำว่า “ครอบครัว” ไม่ได้จำกัดแค่ชายหญิง และความรักก็ที่ไม่ต้องถูกตีกรอบ
เ้าของร่างนี้มีชื่อว่า "อัณณ์... ธารากรณ์..."เป็นักแสดงหนุ่มหน้าหวานที่เคยเป็กระแสอยู่พักหนึ่ง คนที่โลกออนไลน์เคยพูดถึงในแง่ลบ
ในเื่เล่นแข็งเป็ท่อนไม้ มีดีเพียงหน้าตา ดวงตาเรียวยาว จมูกโด่ง ริมฝีปากสีอ่อนที่พอแต่งหน้าแล้วเหมือนหลุดออกมาจากหน้าปกนิตยสาร อัณณ์ ธารากรณ์… คนที่ใคร ๆ ก็ว่าเขาเป็ "เด็กเส้น"
ใช่... เด็กเส้นของแท้ ที่ยอมแลกความสัมพันธ์ชั่วคราวกับเ้าของค่ายใหญ่ เพื่อผลักดันคนรักของตัวเองอย่าง ภูวเดช ศิรวิทยากุล ให้ขึ้นไปยืนบนจุดสูงสุดของวงการบันเทิง เขายอมถูกมองว่าไร้ความสามารถ ยอมให้คนด่าทอว่าทำลายวงการ เพื่อแลกกับอนาคตของคนที่เขารัก
"โง่ฉิบหาย" คิรัญสบถออกมา รู้สึกเจ็บแปลบไปถึงใจแทนเ้าของร่างนี้
และภายในระยะเวลาสอง ปี แฟนของเ้าของร่างนี้ก็ถูกค่ายดันให้จนกลายมาเป็ซุปเปอร์สตาร์ พลิกบทบาทจากนักแสดงโนเนมสู่ดาวค้างฟ้า
แล้ววันที่ความฝันของใครบางคนเป็จริงก็มาถึง… วันที่ภูวเดชได้รับรางวัลนักแสดงนำชาย... รางวัลที่อัณณ์ทุ่มเททุกอย่างเพื่อให้เขาได้มา...
ภูวเดชยืนอยู่บนเวทีในชุดสูทหรูหรา แสงไฟสปอตไลท์สาดส่องลงมาขับเน้นให้เขาดูเจิดจรัสกว่าใคร รอยยิ้มจาง ๆ ประดับอยู่บนใบหน้าท่ามกลางเสียงปรบมือเกรียวกราว เสียงกล้องแฟลชดังระรัว อัณณ์ยืนมองจากด้านหน้าเวทีด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุข... ความสุขที่เกิดจากความสำเร็จของคนรัก...
แล้วคำพูดที่เปลี่ยนชีวิตของเขาทั้งหมดก็ดังขึ้น… จากปากของ “แฟน” ที่เขาเคยเชื่อมั่นสุดหัวใจ
ภูวเดชที่ยืนอยู่บนเวที ภายใต้แสงไฟเจิดจ้า ดวงตาของเขามองตรงลงมายัง อัณณ์...โดยไม่มีสิ่งใดกั้นกลาง
ชั่วขณะหนึ่ง...อัณณ์เผลอคิดว่า บางทีวันนี้อาจเป็วันที่เขาจะได้รับคำขอบคุณ หรือแม้แต่การยอมรับอย่างเป็ทางการว่า เขาคือคนสำคัญของภูวเดช
ท่ามกลางเสียงปรบมือ และสายตาของผู้คนที่จับจ้อง เสียงของภูวเดชก็ดังขึ้น “ผมอยากขอบคุณกำลังใจสำคัญ...คนที่อยู่เคียงข้างผมมาตลอด อดทน เสียสละ และทำทุกอย่างเพื่อผม...”
หัวใจของอัณณ์เต้นแรง เผลอยิ้มทั้งน้ำตา
‘ใช่… เขาหมายถึงเราแน่ ๆ’
ทุกความเหนื่อยล้า ทุกหยาดน้ำตา ทุกครั้งที่อดทนและยอมเจ็บอย่างเงียบ ๆ ...มันจะได้รับการยืนยันในวันนี้ สักที แต่แล้วคำพูดต่อมาของภูวเดชก็ทำให้อัณณ์ได้ตกอยู่ในนรกตายทั้งเป็ “เขาคนนั้นก็คือ...ชยางกูรครับ”
เสียงประโยคนั้นดังขึ้น…เหมือนฟ้าผ่ากลางใจ โลกทั้งใบของอัณณ์ชะงักงันทันที ร่างของเขาเย็นเฉียบในพริบตา
แววตาเปล่งประกายของภูวเดช ไม่ได้มองมาที่เขาอีกต่อไป หากแต่มองตรงไปยังคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ อย่างชยางกูร วัฒนากานต์ หรือที่อัณณ์เคยเรียกอย่างคุ้นเคยว่า "กูร์"
เพื่อนสนิทที่เ้าของร่างนี้ไว้ใจที่สุดในชีวิต คนที่เคยแบ่งปันความฝัน ความลับ และความเ็ป แต่ตอนนี้...กลายเป็ คนรักของแฟนตนเอง
โลกของอัณณ์ทรุดลงในพริบตารอยยิ้มที่เขาประดับไว้บนใบหน้าเหมือนหน้ากากหลุดออกในเสี้ยววินาที ใบหน้าเ็า สายตาว่างเปล่า หัวใจราวกับถูกบีบจนแทบขาด
คิรัญ ที่ตอนนี้อาศัยอยู่ในร่างของอัณณ์ ััได้ถึงความเ็ปที่บาดลึกยิ่งกว่าคมมีด ความเงียบภายนอก ตัดกับ เสียงในใจ ที่กำลังแตกสลายอย่างช้า ๆ
‘เ้าของร่างนี้...โดนไอ้เหี้ยสองคนนี้หลอกใช้ไหม?’ เขาสบถด่าในใจ
ไม่มีใครรู้ว่าเื้ัรอยยิ้มหวานที่ปรากฏในทุกสื่อ คือหัวใจที่ถูกบีบจนแหลกละเอียด มันไม่ใช่แค่ความเ็ปจากการถูกนอกใจ... แต่มันคือการถูกหักหลังอย่างสาหัสที่สุดจากคนที่เขารักและเพื่อนที่ไว้ใจ
และในค่ำคืนนั้น... อัณณ์กลับมายังห้องที่คอนโด ความเงียบเข้าครอบงำ... มีเพียงความว่างเปล่าที่กัดกินทุกส่วนของหัวใจ
เขามองตัวเองในกระจกเงาใบหน้าที่ครั้งหนึ่งเคยได้รับคำชม…บัดนี้สะท้อนเพียงดวงตาที่แดงก่ำ และน้ำตาที่แห้งกรัง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยความเคียดแค้น
"...ถ้าชาติหน้ามีจริง...ฉันจะกลับมา...เพื่อแก้แค้นสารเลวทั้งสองคนนั้น" เสียงเขาสั่น แต่เต็มไปด้วยความชิงชัง
"แล้วฉันจะทำความฝันให้สำเร็จ…เป็นักแสดง…ที่ได้รางวัลยอดเยี่ยม…และจะไม่มีวันต้องร้องไห้เพราะใครอีก... "
อัณณ์มองเม็ดยาสีขาวในกระปุก เหมือนกำลังมองคำตอบสุดท้ายของทุกอย่างเขาเทมันลงในฝ่ามือ เม็ดแล้วเม็ดเล่า เหมือนเทความฝัน เทศรัทธา เท้าความไว้ใจที่เขาเคยมี…ลงไปในมือนั้นจนกระทั่ง ทุกอย่างในกระปุกว่างเปล่า
ห้องยังคงเงียบสนิท ไม่มีเสียงอะไรเลย ยกเว้นเสียงลมหายใจของเขา…ที่เริ่มสั่นไหว และหนักขึ้นเรื่อย ๆ เขาหลับตาลง…อย่างเงียบเชียบ
ไม่มีข้อความลาตาย ไม่มีโพสต์เศร้า และจากลาไปอย่างเงียบงัน... อัณณ์ ธารากรณ์ หวังให้โลกนี้ลืมเขาไปตลอดกาล...
ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวถาโถมเข้าใส่ราวพายุพัดกระหน่ำ คิรัญชาวาบ ั้แ่สันหลังขึ้นมาถึงท้ายทอย
‘ไอ้เหี้ยเอ๊ย’ คิรัญสบถในใจ ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธแค้น ความรู้สึกจุกอกไปหมด มันไม่ใช่ความรู้สึกคลื่นไส้จากยา แต่มันคือความรู้สึกขยะแขยงต่อการทรยศ
ภาพของภูวเดชที่แสร้งทำหน้าซื่อ ภาพของชยางกูรที่ยิ้มเยาะอยู่ข้างเขา มันเผาไหม้ในหัวเหมือนเปลวไฟที่ลุกโชนไม่มีวันมอดไหม้
‘พวกมึงทั้งสองคน…’
‘คอยดูแล้วกัน… กูจะแก้แค้นให้เ้าของร่างนี้ให้ถึงที่สุด’
เสียงคำรามในใจดังรุนแรงดั่งสายฟ้าฟาดกลางอก
‘กูจะทำให้มึงรู้ว่า… คนที่มึงเคยเหยียบย่ำ จะกลายเป็ฝันร้ายในวันที่มึงหายใจไม่ออก’
ดวงตาของ คิรัญ ที่เคยเต็มไปด้วยความสับสน บัดนี้…กลับส่องประกายแข็งกร้าวดุจเหล็กกล้า มันไม่ใช่แววตาของเหยื่ออีกต่อไป แต่มันคือแววตาของผู้ล่า

เปิดมาก็ว่าเดือดแล้วนะคะคุณ... แต่กลายเป็ว่าชีวิตคิรัญคือ
จากสนามซอมบี้มาเข้าวงการบันเทิงอย่างไม่มีวอร์ม ตายไปยังไม่ทันได้ RIP ดี ๆ
ก็ถูกจับยัดใส่ร่าง "น้องอัณณ์ ดราม่าแพ็คคู่" ที่โดนแฟนกับเพื่อนสนิทแทงกลางใจแบบไม่แคร์สื่อ
ตอนแรกคิดว่าฟื้นมาได้ร่างใหม่ = เริ่มต้นชีวิตใหม่
เปล่าจ้า... ยัยน้องได้รับหนี้แค้น + อดีตที่เละเทะเป็ของแถม
เอาล่ะค่ะ ใครอยากเห็นคิรัญล้างแค้นแบบเกรี้ยวกราด
พร้อมปั้นหน้าหวานฟาดทั้งวงการ... จับตาไว้ให้ดีค่ะ เพราะคราวนี้
"น้องไม่ได้มาเล่น ๆ แต่มาเหยียบคนทรยศให้ตายไปด้วยค่ะ