กลยุทธ์ที่ 33 อาวุธสุดแสนจะร้ายกาจ
“ฉันก็แค่คิดว่ามันเปล่าประโยชน์ก็เท่านั้น”ไทรพ์พูด
“อะไรของแก...?”
ไทรพ์สีหน้าเรียบๆ หันมาพูดตอบไมดาส
“ฉันวางเหยื่อล่อเอาไว้ แค่รอเฉยๆอีกไม่นานเดี๋ยวพวกมันก็โผล่มาหาฉันเอง และตอนนั้นนายก็จะได้ทุกอย่างที่นายต้องการ” ว่าจบไทรพ์ก็เดินลับตาไมดาสไป
มายังด้านของจักรพรรดิที่ขณะนี้หลบออกมาจากแนวหุบเขา
จักรพรรดิตัวรีบนั่งคุกเข่าเบื้องหน้าเจ๊หน้ายักษ์ที่จ้องมองเขาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ สีหน้าของเขาบ่งบอกถึงความสำนึกผิด
“นายท่านไม่เห็นจะต้องทำแบบนี้เลยขอรับ เสียเกียรตินักรบหมด” ทวนพูด
“เงียบเถอะน่า คนเราถ้าทำผิดมันก็ต้องยอมรับผิดไม่ว่าจะเป็นนักรบ ราชา หรือพระเจ้าที่ไหนก็ตาม”
“อ๋อเหรอ แสดงว่านายยอมรับจริงๆสินะว่าก่อเรื่องขึ้นเมื่อคืนนี้ที่ฉันอ๊อฟไลท์ออกไป?”เอร่าพูดขึ้นมาในท่ากอดอกแน่น
“ครับ ขอโทษจริงๆ ผมลืมนึกเรื่องของคุณทั้งๆที่ทุกอย่างมันก็น่าจะสมบูรณ์แบบ...ยกเว้นเรื่องของเธอ”จักรพรรดิพูดจบหันไปมองวันด้าที่นั่งกอดเข่านิ่งๆ
“แปลว่าสิ่งที่ฉันพูดนายไม่คิดจะจำมันเลยใช่ไหม ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าไปเหยียบหางเจ้าพวกตัวใหญ่เข้า เป็นไงล่ะ คราวนี้เราก็อยู่ที่นี่กันต่อไม่ได้แล้ว ดีไม่ดีจะถูกตามล่าตลอดเวลาเล่นเกมนี้”
การถูกตามล่าในเกมนี้ไม่ได้อยู่ในหัวของจักรพรรดิแม้แต่น้อย เขาคิดว่าไม่ช้าก็เร็วเขาก็คงมีเรื่องทำนองนี้เกิดขึ้นแน่นอน แต่เวลานี้เรื่องที่เขาเป็นห่วงมากที่สุดเพราะผิดพลาดมีเรื่องเดียว
“ถ้าอย่างนั้นผมจะรับผิดชอบเรื่องของอาจารย์เอง”
เอร่าเงียบไปครู่นึงแล้วว่า
“รับผิดชอบยังไง นายก็น่าจะรู้นิสัยของเจ้าไมดาสแล้วนี่ว่าเป็นคนแบบไหน”
“ครับ ผมยังจำเป็นที่จะต้องอยู่ที่นี่ต่อเพราะเป้าหมายของผมยังไม่บรรลุส่วนอาจารย์ก็ทำเหมือนกับที่เคยทำก็พอแล้ว ช่วยเป็นอาจารย์ให้ผมทีในระหว่างนั้นผมจะปกป้องคุณเอง”
เอร่าตะคอกออกมาสุดเสียง
“อย่ามาพูดน้ำเน่าน่ะ! คิดรึไงว่าฉันจะเชื่อคำพูดของนายอีก!! การทำตัวเป็นสุภาพบุรุษของนายด้วยรอยยิ้มที่ดูยังไงก็ไม่ได้หวังดีนั่นมันไม่ได้ทำให้ฉันอุ่นใจแม้แต่น้อย นายต้องการอะไรจากฉันกันแน่ ธุรกิจของนายกับของฉันมันก็น่าจะจบลงไปแล้วนี่ ถึงขนาดไปปล้นที่นั่นได้ทั้งๆที่ฉันเองก็คิดว่าตัวเองทำไม่ได้ นายก็น่าจะพอใจแล้วไม่ใช่เหรอ!!!”
“ไม่ครับ ผมยังมีสิ่งที่อยากให้คุณสั่งสอนอยู่ ประสบการณ์การเป็นโจรของคุณในเกมนี้ยังไงมันก็มีมากมายกว่าผม”จักรพรรดิยังคงยืนกรานเช่นเดิม
ทว่าเอร่ากลับมีสีหน้าโกรธออกมาให้จักรพรรดิเห็นมากยิ่งขึ้น
“แล้วคิดรึไงว่าฉันอยากทำตัวเป็นโจรแบบนี้ ฉันไม่ได้อยากเป็นโจรแบบนี้สักหน่อย ฉันอยากใช้ชีวิตในเกมนี้สนุกกับเกมนี้เหมือนกับคนทั่วๆ ไป แต่ฉันทำไมได้ ฉันจำเป็นที่จะต้องเลือกแบบนี้ แต่นายกลับบอกเหมือนกับว่าฉันเหมาะสมแล้วที่จะเกิดมาเป็นโจรปล้นชิงคนอื่นจากความเหน็ดเหนื่อย นายคิดรึไงว่าฉันอยากทำมัน นายเห็นฉันเป็นคนอย่างนั้นเหรอ!!!”
จักรพรรดิไม่ได้คิดแบบนั้นแม้แต่น้อย
“...ผมไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น ถึงผมจะไม่รู้จักคุณแต่น้ำตาแห่งความยินดีในวันนั้นที่ผมโอนเงินให้คุณ ทำให้ผมรู้จักตัวคุณแม้จะเพียงน้อยนิด แต่ผมก็เหมือนจะเข้าใจคุณ ช่วงเวลาที่พยายามเพื่อใครคนนึง...”
เอร่าสงบสติอารมณ์ของตัวเองก่อนจะมองไปยังจักรพรรดิอีกครั้ง
“ฉันไม่มีอะไรจะสอนนายแล้วและก็ไม่คิดจะอยู่กับนายอีกแล้วด้วย เราแยกจากกันตรงนี้เหอะ เงินของนายฉันได้มามากเกินพอแล้ว”
ว่าจบเอร่าก็เดินแยกออกไป จักรพรรดิเดินมาฉุดเธอไว้
“เดี๋ยวครับ...ผมขอโทษจริงๆ ผมไม่ได้หวังว่ามันจะเป็นแบบนี้ แต่ผมยินดีที่จะช่วยคุณนึกถึงธุรกิจแล้วสิ่งที่คุณต้องการเอาไว้สิ”
เธอหันกลับมาหาเขาอีกครั้งพร้อมฟาดฝ่ามือสู่ใบหน้าจักรพรรดิจนเกิดเสียงดัง
“นายท่าน!”ทวนพูดขึ้นมาด้วยความเป็นห่วง
จักรพรรดิยกมือขึ้นมาเหมือนกับบอกว่าไม่เป็นอะไรแล้วตอนนั้นเอร่าก็เดินจากไป
“....”เขาพลาดเองที่เผลอไปทำร้ายเธอเข้าให้ สิ่งที่ผู้ชายบนโลกนี้ไม่ควรทำกับผู้หญิงอย่างนึงก็คือเล่นกับจิตใจของพวกเธอ จักรพรรดิเหมือนไม่ได้ตั้งใจก็เหมือนตั้งใจเพราะเขาอ้างเรื่องธุรกิจกับเธอ
ความเงียบบังเกิดขึ้นเป็นเวลาก่อนทวนจะพูดขึ้นมา
“....เราจะอยู่ที่นี่ต่อกันจริงๆเหรอขอรับนายท่าน?”
“ใช่ นายกลัวรึไง?”
ทวนยิ้มขึ้นมา
“ไม่แม้แต่นิดเดียวขอรับ...แล้วเธอ...คนนี้คือใครขอรับนายท่าน?”ทวนหันไปสนใจผู้หญิงที่จักรพรรดิพามาด้วย
“เธอชื่อวันด้า”จักรพรรดิตอบ
“แค่นี้เหรอขอรับ”
“...เธอเป็นผู้หญิงที่มีความสามารถและยากที่ฉันจะรับมือ แถมยังเป็นบุคคลสำคัญของศัตรูฉันในเวลานี้...ไม่ต้องคิดอะไรมากหรอก การที่เธอมาอยู่ด้วยหมายถึงว่าเรายังมีตัวประกันที่จะต่อรองกับพวกนั้นได้” ในที่สุดจักรพรรดิก็มองไมดาสเป็นศัตรูขอหาทำให้คุณเอร่าไปจากเขา
“แล้วเธอไม่คิดจะหนีไปจากเราเหรอขอรับ”
ในคำถามข้อนี้จักรพรรดิต้องตอบทวนด้วยสีหน้าลำบากใจ
“ฉันสัญญากับเธอว่า จะยินยอมเป็นทาสเธอตลอดชีวิตถ้าเธอยอมทำตามที่ฉันบอกน่ะ..”
“ห๊า!!!”ทวนถึงกับร้องออกมาด้วยความไม่เข้าใจ ถ้าจักรพรรดิเป็นทาสเธอแล้วเขาจะเป็นอะไรล่ะ ขี้ข้าของขี้ข้าอย่างงั้นเหรอ
ตอนนั้นเองจักรพรรดิก็ช่วยไขกระจ่างให้ทวน
“แค่ฉันคนเดียว นายไม่เกี่ยว เอาล่ะรีบไปจากที่นี่ไปยังเป้าหมายต่อไปกันเถอะ ถ้าไม่มีที่ซุกหัวตอนนี้จะลำบาก”
จักรพรรดิยื่นมือเชื้อเชิญวันด้าที่นั่งอยู่ ทวนมองสับกันระหว่างจักรพรรดิกับเธอ
ในสายหมอกที่เริ่มกลับมาหนาตาอีกครั้ง เอร่าได้เดินคิดทบทวนดูอีกครั้งว่าการที่เดินจากจักรพรรดิมาแบบนี้มันถูกต้องรึเปล่า การที่เธอเดินออกมาแบบนี้ไม่ใช่เพราะเธอเกลียดจักรพรรดิแต่เธอกลัวว่าตัวเองอาจจะสร้างภัยให้เขามากกว่า
ทั้งๆที่เธอทำร้ายและมุ่งร้ายกับจักรพรรดิขนาดนั้นจักรพรรดิกลับไม่คิดในแง่ร้ายกับเธอแม้แต่น้อย เธอไม่ยากทำให้ตัวเธอที่มีแต่คนมุ่งร้ายมากมายในเกมนี้อยู่แล้วมุ่งไปยังจักรพรรดิ ตอนนี้เธอถูกเกลียดมากพอแล้วแล้วเธอก็ไม่อยากทำให้คนที่เธอรู้สึกดีด้วยต้องพลอยรับเคราะห์ไปด้วย
ในขณะที่เดินไปคิดไปในตอนนั้นเองเบื้องหน้าของเธอก็ปรากฏตัวไทรพ์ขึ้นมา เอร่าถึงกับรีบกระโดดถอยหลังแล้วมองรอบตัวของตัวเอง แต่ก็ไม่พบใครอีก
“ทำไมนายถึงรู้ว่าฉันอยู่ที่นี่!?”
ไทรพ์หัวเราะแล้วพูด
“หึ หึ หึ อย่าโง่ไปหน่อยเลยเอร่า เส้นทางลับของเธอฉันใช้ให้คนของฉันมาสืบสะกดรอยดูตั้งนานแล้ว ก็นะเธอมันคนดัง...”
เอร่ารู้ในทันทีว่าทำไมไทรพ์มาอยู่ที่นี่
“ฉันแยกตัวออกมาจากเจ้านั่นแล้ว ฉันไม่รู้ว่ามันอยู่ไหนและคิดจะทำอะไร”
ไทรพ์ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
“ถ้าอย่างนั้นก็แย่นะสิ ฉันรึอุตส่าห์จะช่วยเธอด้วยการไปขอร้องไมดาสให้”
ว่าจบไทรพ์ก็ค่อยๆเดินตรงมาหาเอร่าพร้อมพูดขึ้นมาเรื่อยๆ
“ส่วนตัวฉันเองก็กำลังคิดว่าจะช่วยทำเป็นๆลืมเงินที่แฟนเก่าของเธอเบี้ยวฉันไปด้วยถ้าเป็นแบบนี้เห็นทีเธอคงลำบากอีกแล้วนะคุณแม่”
“....”โชคชะตาช่างโหดร้ายทั้งๆ ที่คิดว่าที่นี่เป็นโลกของเธอแต่เธอก็ยังมาพบปะกับคนที่เธอไม่อยากพบในเกมนี้อีก มันเป็นสิ่งที่เธอปฏิเสธไม่ได้จริงๆ
“เธอคิดจะเป็นศัตรูกับคนทั้งเกมนี้เลยรึไงเอร่า คิดรึไงว่าตัวเธอจะรอดไปได้ตลอด และคิดรึไงว่าจะมีปาฏิหาริย์หรือความหวังมาหาเธอ ลองคิดดูดีๆ ว่าอะไรสำคัญสำหรับเธอจริงๆ”
คำพูดของไทรพ์ก้องในหัวของเอร่าจนเอร่าหลับตาปี๋มันก็แน่นอนอยู่แล้วสิ่งๆเดียวที่สำคัญกับเธอจริงๆ มีแค่อย่างเดียวเท่านั้น
“.....”
ในตัวแฮปปี้ชาโดว์นั้นยังมีที่ที่หลบซ่อนจากสายตาผู้ที่มาครั้งแรกอีกมากมายและนี่ก็คือ 1 ในนั้น ที่ที่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลข่าวสารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเกมที่นึง ไฟล์ฟาย
ไฟล์ฟาย นั้นคืออาคารสไตล์ยุโรปขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ภายในโพรงถ้ำแห่งนึงในแฮปปี้ชาร์โด้ ซึ่งกว้างโอ่โถงมีบ่อน้ำสีเขียวสดใสราวกับน้ำทิพย์เอ่ออยู่รอบๆอาคารที่มีทางเดินเชื่อมโยงระหว่างตัวอาคารกับชายฝั่งที่เดินเข้ามา รอบผนังถ้ำมีโพรงอีกมากมาย ส่วนในน้ำยังพอมีมอนเตอร์จำพวกปลาระดับต่ำให้ล่าเล่น
มีทั้งทางหนีมากมายมีทั้งที่พักผ่อนหย่อนใจและซ่อนตัว และสถานที่นี้ยังเป็นสถานที่ที่ไมดาสไม่กล้าเข้ามายุ่งเกี่ยวเนื่องจากเธอเป็นพวกเกลียดความวุ่นวาย เธอที่มีผลประโยชน์ร่วมกับเขา
เวลานี้เริ่มกลับมามืดอีกครั้งหมอกที่หนาอยู่แล้วเริ่มหนายิ่งขึ้น ในอาคารของไฟล์ฟายเสียงหญิงสาวคนนึงได้พูดขึ้นมา
“นายหญิงลูเซียเราเตรียมน้ำให้ท่านอาบแล้วค่ะ”
“อ๊า...ขอบใจนะ”ลูเซียที่เพิ่งกลับมาจากด้านนอกตอบรับด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความเหนื่อยล้าของตน
ในห้องที่มีอ่างน้ำกว้างใหญ่มีกลีบกุหลาบโรยอยู่บนผิวน้ำ ไม่นานร่างที่เปลือยเปล่าเปล่งปลั่งด้วยผิวพรรณที่บ่งบอกถึงวัยสาวของลูเซียก็ค่อยๆลงไปแช่ด้วยความผ่อนคลาย มีเพียงแค่กำไลที่ข้อมือขวาของเธอเท่านั้นที่เธอยังสวมใส่เอาไว้อยู่
เวลาผ่านไปนาที 2 นาที 3 นาที ที่สุดลูเซียก็พูดขึ้นมา
“มีงานอะไรเข้ามาเพิ่มไหม?”
ในตอนนั้นเองหญิงสาวที่อยู่หลังม่านกำมะหยี่สีแดงก็พูดตอบ
“มีอยู่ 2 งานค่ะ งานนึงของโจอี้ที่ขอต่อลองราคาข่าว กับอีกงานที่อยากจะซื้อเรื่องข่าวของโลกปีศาจกับท่าน”
ลูเซียถอนหายใจด้วยความหน่ายเหนื่อย
“บอกกับโจอี้ไปว่าไม่มีลดมีแต่จะขึ้นถ้าไม่ยอมซื้อ ส่วนอีกงานฉันขอเวลารวบรวมข้อมูลอีกหน่อย”
“ค่ะ เข้าใจแล้ว” ว่าจบเธอก็ออกจากห้องไป
พอแช่น้ำเสร็จลูเซียก็กลับมาที่ห้องของตัวเองด้วยชุดคลุมสีขาว สายตามองหาไวน์ที่น่าจะถูกเตรียมไว้เหมือนกับทุกๆครั้งก่อนเธอจะนอน
“ขอโทษที่ถือวิสาสะเข้ามาโดยพลการนะครับ”
จักรพรรดิที่สวมหน้ากากจักรพรรดิเหยี่ยวขาวนั่งไขว้ขาบนเก้าอี้ข้างหัวเตียงของเธอพูดขึ้น ในมือกำลังรินไวน์ลงแก้วอย่างบรรจง
“แหม มาจริงๆ ด้วยสินะ ฉันนึกว่านายแหย่ฉันเล่นซะอีกตั้งแต่เห็นข้อความใต้หน้ากากที่นายส่งคืนให้ฉัน”
“กับผู้หญิงผมไม่เคยล้อเล่น”จักรพรรดิเดินมายื่นแก้วไวน์ให้เธอ
เธอรับมันไว้อย่างเต็มใจก่อนจักรพรรดิจะรินไวน์ลงแก้วใหม่ให้กับตนเองแล้ววางขวดลง
“รู้รึเปล่าว่าตอนนี้นายถูกไมดาสตามล่าอยู่เอ็มเพอร์เร่อ ขืนถ้านายอยู่ที่นี่ฉันต้องพลอยซวยไปกับนายด้วยแน่ๆเจ้านั่นเกลียดพวกที่ชอบหักหลังตัวเองมากที่สุด”
“เรื่องข่าวสารเป็นงานถนัดของคุณไม่ใช่เหรอครับ ก็อย่าทำให้มันรั่วไหลซะก็สิ้นเรื่อง แล้วเรื่องการโดนหักหลังผมนึกว่าตอนเล่นไพ่คนของคุณช่วยผมไว้ซะอีก”ว่าจบจักรพรรดิก็จิบไวน์ในแก้วจิบนึง
ลูเซียยิ้มบางๆออกมา
“...นายก็แค่โชคดีเองเท่านั้น งั้นเข้าเรื่องกันเลยดีกว่านายต้องการอะไร?”
จักรพรรดิรู้สึกชื่นชมในความหลักแหลมของเธอ ก่อนจะพูดขึ้นพร้อมชูนิ้วขึ้นมา 3 นิ้ว
“สิ่งที่ผมต้องการจากคุณมีอยู่ 3 อย่าง อย่างแรกผมต้องการที่พักอาศัยชั่วคราวที่ที่ปลอดภัยขณะที่อยู่ที่นี่ อย่างที่ 2 ผมต้องการซื้อข่าวจากคุณและน่าจะเยอะจนต้องเซ็นต์สัญญาเป็นหุ่นส่วนกัน สุดท้ายอย่างที่ 3 ”
จักรพรรดิพิมพ์บางอย่างในหน้าต่างระบบ ไม่นานมันก็เด้งมาที่หน้าต่างระบบของลูเซีย
“...รับผมเป็นเพื่อนในหน้าต่างระบบของคุณหน่อย”จักรพรรดิยิ้มหน้าบานขึ้นมา ซึ่งลูเซียเหมือนจะรู้ความในใจของผู้ชายคนนี้ไม่มากก็น้อยกระนั้นเธอก็รู้ว่าผู้ชายคนนี้ร้ายกาจ
ชื่อของเธอนั้นไม่ได้เด้งไปที่หน้าต่างระบบของใครง่ายๆหรือมีชื่อใครพร่ำเพรื่อ เนื่องจากทำงานที่ยุ่งเกี่ยวกับความลับมากมายเธอจึงพยายามปิดกั้นข้อมูลที่สุ่มเสี่ยงทำให้เธอเสียผลประโยชน์มากที่สุดไป ขนาดไมดาสกับอีวานยังต้องติดต่อคนของเธอถึงจะพูดคุยกับเธอได้เลย การที่ผู้ชายคนนี้ขอเป็นเพื่อนกับเธอตรงๆ แปลว่ารู้ซึ่งถึงตัวตนของเธอในเกมนี้ได้อย่างดี
ตัวตนของข่าวสารที่ร้ายกาจที่ทั้งช่วยเหลือหรือทำร้ายใครก็ตามได้อย่างอิสระ ไม่ว่ากิลด์น้อยใหญ่ยันผู้เล่นทั่วไป หากมีข้อมูลที่ล้ำค่าในมือมันนั้นถือเป็นอาวุธสุดแสนจะร้ายกาจและสิ่งนั้นก็อยู่ในกำมือเธอมากมาย
“ฉันไม่เห็นจะได้อะไรจากนายเลย ดังนั้นฉันขอปฏิเสธและดีไม่ดีจะจับนายไปให้ไมดาสเอาเงินตอนนี้เลยด้วย 5 แสนเหรียญทองเป็นเงินที่ไม่น้อยเลยนะ”
“แต่ก่อนหน้านั้นผมก็ให้คุณไปเยอะนะครับ”จักรพรรดิทวงบุญคุณ
“นั่นสินะ...”ลูเซียจิบไวน์ จักรพรรดิเลื่อนมือเปิดหน้ากากจักรพรรดิเหยี่ยวขาวที่ปิดบังใบหน้าของตนเองออกมา ในตอนนั้นดวงตาของเธอก็เบิกกว้างขึ้น
“ถ้าไม่มีข้อต่อรองอะไรเลยผมก็คงไม่มาที่นี่หรอก”
ลูเซียยิ้มพูดขึ้นมาเมื่อเห็นทั้งใบหน้าและชื่อที่เด้งขึ้นมาของตัวจักรพรรดิบนหัว
“ฉันเข้าใจแล้ว...คุณจักรพรรดิ”
ลูเซียวางแก้วไวน์ไว้ที่โต๊ะก่อนจะเดินมาแนบชิดร่างของจักรพรรดิ มือทั้ง 2 โอบคอของเขาเอาไว้
“ก็ได้ฉันจะตอบรับคำขอของคุณ เพราะฉันรู้สึกคุ้มค่าที่ได้ร่วมธุรกิจกับคุณ...”เธอกดยอมรับเขาเป็นเพื่อนทันทีอย่างที่กล่าว
“ขอบคุณที่ยินยอม”จักรพรรดิยิ้มตอบ
เงิน 16 ล้านเหรียญทองและปริศนาต่างๆ มากมายที่จักรพรรดิไม่เคยเปิดเผยกับใครถือว่าเป็นสิ่งล่อตาล่อใจลูเซียที่เป็นนักหาข่าวได้เป็นอย่างดี การที่เธอตอบรับเขาแทบจะทันทีแม้จะเสี่ยงเป็นศัตรูกับเพื่อนของเธอเธอก็ยินยอม เพราะเธอมองเห็นซึ่งผลประโยชน์ที่มีมากกว่าจากตัวจักรพรรดิ ด้วยนิสัยนักข่าวแล้วสิ่งที่รู้อยู่แล้วไม่สำคัญเท่ากับปริศนาที่น่าค้นหา
ไม่นานร่างของจักรพรรดิก็ถูกผลักให้ลงไปนอนที่บนเตียง ลูเซียที่เหมือนเสือสาวเวลานี้ได้ขึ้นคร่อมร่างของจักรพรรดิช้าๆ ก่อนเธอจะสังเกตเห็นรอยแดงบนใบหน้าของเขาจนเผลอลูบไล้มันเบาๆ
“อุ๊ยตาย โดนอะไรมาเนี่ย?”
“คุณเอร่าหักอกผมนะครับ ฮะ ฮะ”
“งั้น...ก็แปลว่าเธอทำมันจริงใช่ไหม?การปล้นตู้เซฟของไมดาสน่ะ...”
“....” จักรพรรดิเพียงยิ้มรับคำถามนั้นของเธอด้วยรอยยิ้ม
“...น่าสนใจจริงๆทั้งๆที่อยู่แค่ขั้นทหารแต่กลับสร้างเรื่องมากมายและทำให้ฉันประทับใจได้มากขนาดนี้ เห็นทีฉันคงต้องตอบแทนเธอด้วยความรู้สึกที่ระเบิดออกมาตอนนี้หน่อยแล้ว”
“ผมยินดีรับมันไว้ด้วยความเต็มใจ..”
เมื่อลูเซียได้ยินแบบนั้นก็ค่อยๆก้มหน้าลงมาที่ใบหน้าจักรพรรดิอย่างช้าๆ ทว่าไม่ทันที่ได้ทำอะไรประตูห้องของเธอกลับถูกเปิดออกด้วยความรุนแรง
“แย่แล้วค่ะนายหญิงลูเซีย!! พวกมอนเตอร์เอาอีกแล้ว จู่ๆ มันก็บุกมายังแฮปปี้ชาโดว์แถมระดับของพวกมันก็ต่างจากครั้งแรกด้วย”
ทั้ง 2 หันหน้ามามองผู้ที่เข้ามาจนเธอต้องรีบขอโทษและคิดจะออกจากห้อง
“ขออภัยค่ะ! ไม่นึกว่าท่านจะมีแขกอยู่!!”
“ไม่เป็นไรว่าต่อทีสิ!”ลูเซียลุกขึ้นมาจากเตียง ปล่อยให้จักรพรรดิที่นอนอยู่กลับมาสู่โลกแห่งความจริงอีกครั้ง
ฝูงมอนเตอร์ ฝูงมอนเตอร์เข้ามาบุกที่นี่อีกแล้ว ซึ่งครั้งนี้ ไม่ใช่มีแค่นกหรือหมา พวกกิ้งก่าแมกม่าจากใต้ดันเจี้ยนหลายร้อยและไฮยีน่าหินมาแจมอีกด้วย
ไฮยีน่าหิน มันเป็นหมาไฮยีน่าที่ทั้งตัวเป็นหินอยู่ขั้นทหารระดับ 82 ขึ้น
“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ?”ลูเซียในชุดคลุมต้องละออกจากการพักผ่อนมาหาข้อมูลที่เกิดขึ้นอย่างผิดปกตินี้เสียแล้ว
ในหัวของเธอต้องปะตัดปะต่อถึงความเป็นไปได้และนำข้อมูลในเกมนี้ที่เคยเกิดเหตุการณ์ที่คล้ายๆกันนี้มาเชื่อมโยงกัน โดยมีจักรพรรดิที่ถอดหน้ากากเผยตัวจริงเดินตามมาอย่างเซ็งๆ
พอมาถึงห้องของลูเซียเขาก็เห็นคอมพิวเตอร์มากมายหลายเครื่องตั้งอยู่รายล้อมโต๊ะเพียงตัวเดียว โดยโดยรอบก็ยังมีผู้คนของเธอช่วยเธอหาข้อมูลและวิ่งวุ่นในห้องเช่นกัน ในห้องนี้นั้นมันดูแตกต่างจากเกมยุคอัศวินอย่างสิ้นเชิง จนจักรพรรดิอยากรู้ว่าพวกผู้สร้างทำให้มันนั้นดูลงตัวแบบนี้ได้อย่างไรกัน
“โทษทีนะ ดูเหมือนว่าทางนี้จะยุ่งอยู่ไว้คุยกันทีหลัง แล้วไม่ต้องห่วงเรื่องของตัวนายแล้ว คนของฉันรู้กันหมดแล้วว่าเราทำธุรกิจกันอยู่”
ในเมื่อยอมเชื่อใจแล้วเพราะผลประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่แล้วจักรพรรดิไม่คิดจะสงสัยเธอตอนนี้ และแล้วในตอนนั้นก็มีคนเข้ามาพูดกับลูเซียอีกครั้ง
“นายหญิงครับ แย่แล้ว ตอนนี้ที่หน้าโพรงถ้ำพวกกิ้งก่าแมกม่านับร้อยตัวมาออกันแล้วครับ”
“ส่งคนไปจัดการพวกมัน 50 คน” ลูเซียออกคำสั่งแรก
กลุ่มของลูเซียนั้นมีคนอยู่แค่ 197 คนถือว่าน้อยที่สุดหากเทียบกับกลุ่มของไมดาสและอีวาน แถมหลายคนยังไปหาข้อมูลข้างนอกตัวเกมที่มีแผ่นดินที่ยิ่งใหญ่ กระนั้นทุกคนก็เหมือนกับเป็นบุคลากรมีฝีมือที่เธอเลือกสรรมาอย่างดี ต่างจากพวกกุ๊ยลูกน้องของไมดาสที่จักรพรรดิเคยเห็น
“อ๊ะ นายหญิงคราวนี้คุณไมดาสและคุณอีวานเมลมาถามว่าคุณรู้อะไรไหม?”
“บอกไปว่าตอนนี้ฉันยังไม่รู้อะไร”ลูเซียที่เร่งหาข้อมูลพูดขึ้นด้วยความรวดเร็ว
จักรพรรดิมองดูความวุ่นวายที่เกิดขึ้น อย่างน้อยๆ เขาก็รู้สึกดีที่ไม่ใช่สิ่งที่เขาสร้างขึ้นเหมือนครั้งก่อน กระนั้นจะอยู่นิ่งๆ ดูลูเซียโชว์ความสามารถอย่างเดียวก็ใช่ที่
“อยากได้คนช่วยหน่อยไหมครับ”
ลูเซียหันเก้าอี้หมุนมาพูดกับจักรพรรดิ
“ฉันไม่สงสัยในตัวนายหรอกว่าจะทำอะไรได้บ้างไม่ได้บ้างในตอนนี้ แต่สงสัยว่านายไม่กลัวตัวเองถูกพบเจอรึไง”
“ไม่ต้องห่วง ผมจะจัดการทุกอย่างทั้งๆ ที่อยู่ในห้องนี้นี่ล่ะครับ”จักรพรรดิยิ้มตอบก่อนจะเดินไปมองจอภาพจอนึงที่ฉายภาพการต่อสู้ของพวกลูเซียอยู่
และแล้วคำสั่งแรกก็ถูกถ่ายทอดออกไป ลูกน้องของเธอที่เป็นจอมเวทสายธาตุได้เข้าที่เล่นงานพวกกิ้งก่าแมกม่าด้วยพลังธาตุน้ำอยู่แล้ว ไม่แค่ยิงเล่นงานมันอย่างเดียวแล้ว ได้ตั้งขบวนยิงเวทน้ำทำให้มันตกน้ำโดยรอบ และเปิดทางให้ผู้เล่น สายนักรบพุ่งตรงไปด้านหน้า รับการโจมตีจากพวกไฮยีน่าหินเปิดจังหวะให้พวกธนู มือปืนยิงสนับสนุนสร้างดาเมจ