บทที่ 2 ความตาย
“เฮ้ย!! ...”
“อืม... แจ๊บๆ”
“เฮ้ย!! ... ฉันบอกให้ตื่นไง!!”
“ขออีกห้านาทีครับคุณยาย...”
ผลัวะ!! อุ๊ก!!
อาเธอร์: “ใครเป็ยายของแกกันฟร่ะ!!”
ไลโค: “ทำบ้าอะไรของแกฟร่ะ!? นี่มันพึ่งจะตีห้าเองนะเฟ้ย!! หากฉันนอนไม่พอไม่พอแล้วผิวของฉันมันจะเสีย ไม่รู้รึไงฮะ!?”
ผมตวาดด้วยอารมณ์หงุดหงิดใส่เขาไป เฮ้อ... ให้ตายสิ เราเองก็ไม่อยากตวาดเขาหรอกนะ แต่เราเป็พวกคุณชายน้ำตาลในเืต่ำซะด้วยสิ เวลานอนไม่พอก็จะหงุดหงิดทุกทีไป
อาเธอร์: “หึหึ... นอนไม่พองั้นเหรอ!? ผิวเสียงั้นเหรอ!? ฮ่าๆ”
อาเธอร์ที่จู่ ๆ ก็นิ่งไปได้งืมงำอะไรบางอย่างพร้อมกับหัวเราะออกมาดังลั่น ท่าทางของเขาทำให้ผมขนลุกซู่ไปทั้งตัวเลย ฉากต่อไปท่านผู้อ่านคงเดาได้ใช่ไหมครับว่าจะเกิดอะไรขึ้น
อาเธอร์: “งั้นแกก็จงหลับไปตลอดกาลซะเถอะ!!”
ย๊ากกกก!! อาเธอร์ง้างหมัดพร้ะโกนออกมาอย่างสุดเสียง
ไลโค: “หยุด!!”
ผมยกมือขึ้น และะโให้เขาหยุด เขาถึงกับชะงักไปเมื่อได้เห็นท่าทางของผม โอกาสนี้เองผมจึงลุกออกจากเตียง นำตัวเองไปประชันหน้ากับเขาในระยะเผาขน จากนั้นผมก็กางแขนทั้งสองข้างของผมออก แล้วจึงะโออกไปว่า
ไลโค:” าแบนกลางหลังเป็ความอัปยศของชาวไร่!!’
อาเธอร์:” เพ้อเจ้ออะไรของแก!!”
ผลัวะ!!
ต่อมา
ไลโค: “อู้ย... เจ็บ!!”
ขณะเดินผมเอาลูบแก้มซ้ายที่บวมฉึ่งจากการโดนอาเธอร์ชก
ไลโค: “นี่แก!! ไม่เห็นต้องรุนแรงแบบนั้นเลยก็ได้นี้หว่า” ผมพูดกับอาเธอร์ที่เดินนำอยู่ข้างหน้า แถมเพิ่มความเร็วในการเดินขึ้นเรื่อย ๆ อีกต่างหาก
ไลโค: “นี้!! เดินช้า ๆ หน่อยสิ... แฮ่ก ๆ อาเธอร์”
หมับ… ชิ้ง!!
ผมที่วิ่งตามอาเธอร์จนจับไหล่ของเขาทัน กลับถูกมองด้วยหางตา และเขาก็เดินต่อไปแบบไม่สนใจใยดี ผมรู้สึกเหมือนถูกมีดปักที่กลางอก ท่าทางแบบนี้เขาคงยังจะโกรธเื่เมื่อกี้อยู่แหง ๆ แต่มันจำเป็ต้องโกรธเราขนาดนี้เลยเหรอ ช่วยไม่ได้ละนะ ผมคงต้องงัดเอาไม้ตายก้นหีบขึ้นมาใช้เสียแล้ว
ไลโค:” นี้... อาเธอร์”
อาเธอร์: “...”
โฮ่... เกือบลืมไปแล้วสิว่าหมอนี้เล่นตัวเก่งขนาดไหน แต่ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั้น
ไลโค: “อา....เธออออร์”
อาเธอร์: “…”
โห้ยย... คุณท่านอาเธอร์หันมาเถอะขอรับ กระผมจะร้องไห้ออกมาจริง ๆ แล้วนะครับ กระซิก ๆ
ไลโค: “คุณท่า-”
อาเธอร์:” โว้ยยยย!! น่ารำคาญ!! มีอะไรก็ว่ามา… อึก!!”
ปิ้งๆ
เมื่อสายตาของเราทั้งคู่ผสานเข้าด้วยกัน อาเธอร์ถึงกับผงะถอยหลังไปเมื่อเห็นดวงตาของผม ดวงตากลมโตที่มีน้ำตาคลออยู่หน่อย ๆ เป็ใบหน้าสุดออดอ้อนที่ใครเห็นก็ต้องทนไม่ไหว ใบหน้าที่ผมพรากเพียรฝึกฝนจากท่านผู้นั้นมาอย่างยากลำบาก และผลที่ได้ก็คือ...
อาเธอร์: “อุ๊ฟ… ฟุ... ฟุ... ฮ่าๆ ทำหน้าอะไรของนาย!? ฮ่าๆ” อาเธอร์ถามออกมาทั้ง ๆ ที่หัวเราะจนตัวเกร็ง จนเอามือกุมท้องเอาไว้
อ้าวเฮ้ย!! ไม่เหมือนที่เราคิดไว้นี้นา สิ่งที่จินตนาการไว้ต้องเข้ามาโอ๋เราสิ นี้เราพลาดตรงไหนกัน
ไลโค: “ก็พยายามทำหน้าเลียนแบบเ้าลัคกี้อยู่ไง...”
เ้าลัคกี้ลูกหมาจรจัดในหมู่บ้านที่พวกเราไปให้อาหารอยู่บ่อย ๆ
อาเธอร์: “ฮ่าๆ ... เ้าลัคกี้เหรอ โอ๊ย จะบอกว่าทำเลียนแบบลูกหมาสินะ แต่ฉันว่าเหมือนลูกฮิปโปมากกว่านะ ฮ่า ๆ”
ถึงมันจะไม่ได้ออกมาอย่างที่ผมคาดไว้ แต่การเห็นเขาหัวเราะแบบนี้ได้อีกครั้งมันทำให้ผมมีความสุขจริง ๆ แต่มันนานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่ได้เห็นรอยยิ้มของเขา ไม่เห็นเขาร้องไห้ เหมือนพยายามปิดบังความรู้สึกที่แท้จริงของเขา พยายามทำตัวเป็ผู้ใหญ่ แต่กลับแสดงสีหน้ากังวลอยู่บ่อย ๆ เหมือนกับว่ากำลังแบกรับภาระอันใหญ่หลวงไว้บนบ่า บางครั้งผมคิดว่าเขากำลังทำอะไรที่เกินตัว มันเกินกว่าเด็กปกติเขาทำกันด้วยซ้ำ นั้นทำให้ผมอดเป็ห่วงเขาไม่ได้จริง ๆ
อาเธอร์: “เฮ้ย!! มองฉันแล้วทำหน้าอย่างนั้นหมายความว่าไง!?”
ไลโค: “เปล่า... ไม่มีอะไร ฉันแค่กำลังคิดถึงเด็กคนหนึ่ง ที่เมื่อก่อนคอยเดินตามฉันต้อย ๆ โอ้ ตอนนั้นยังเรียกฉันว่าพี่ชายด้วยสินะ ช่างเป็เด็กที่น่ารักจริง ๆ เลยนะ”
อาเธอร์ :” อึก... นะ...นั้นมัน”
อาเธอร์พูดตะกุกตะกักพร้อมทั้งแสดงท่าทางเขินอายออกมา
ไลโค: “แต่ดูเดี๋ยวนี้สิ เฮ้อ… ทั้งปากร้าย แถมยังชอบใช้ความรุนแรงกับฉันอีก ความเคารพที่มีให้กันมันไม่เหลือแล้วรึยังไงนะ กระซิก ๆ”
ผมแกล้งทำเป็ตีหน้าเศร้าให้เขาเห็น
อาเธอร์: “หนอย... ทำตัวน่าหมั่นไส้จริง ๆ นะแก ขอสั่งสอนสักหมัดสองหมัดหน่อยเป็ไง”
อาเธอร์แสยะยิ้มพร้อมกับทำท่านวดกำปั้น
ไลโค: “โอะ!! ดูสิใช้ความรุนแรงอีกแล้ว แต่แน่จริงก็จับให้ได้สิ ฮ่า ๆ”
ตุบ!!
ผมที่พยายามวิ่งหนีอาเธอร์ได้ไปชนกับอะไรบางอย่างที่แข็งมาก ๆ เข้าจนล้มลงก้นจ้ำเบ้า ผมเงยหน้าขึ้นก็พบกับชายสวมชุดเกราะอยู่ตรงหน้า พร้อมกับทหารที่ติดตามเขามาจำนวนหนึ่ง ดูจากอุปกรณ์ที่ค่อนข้างแปลกตาและคุณภาพดีมากเขาน่าจะเป็ทหารจากเมืองหลวง แต่พวกเขามาทำอะไรที่บ้านนอกแบบนี้กันละ
ไลโค:” ขะ..ขอโทษครับ ผมไม่ทันระวังจนไปชนคุณเข้า ต้องขอโทษจริง ๆ ครับ”
ผมรีบยืนขึ้นพร้อมก้มหัวให้พร้อมกล่าวคำขอโทษ
เพียะ!!
ผมถูกตบด้วยหลังมืออย่างไม่ทันตั้งตัวจนล้มลงไปบนพื้น
“ออกไปห่าง ๆ ฉันไอลิงโสโครก เหม็นสาบเป็บ้า”
เขาพูดพร้อมกับเอาผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปิดจมูกตัวเองไว้เหมือนกับว่าเขาไม่อยากใช้อากาศหายใจร่วมกับผม
อาเธอร์: “เดี๋ยวสิ!!”
อาเธอร์ที่เห็นเหตุการณ์พยายามเข้ามาช่วยพยุงผมไว้
“นี้เ้าหนูเป็เ้าของไอ้ลิงเหลืองตัวนี้ใช่ไหม คราวหลังก็หัดล่ามโซ่มันเอาไว้ให้ดี ๆ ทำไมถึงปล่อยให้มันเที่ยวมาวิ่งพ่านแบบนี้ ช่างไร้มารยาทเสียจริง”
ลิงเหลืองเป็คำพูดที่ใช้เหยียดเชื้อชาติคนจากทวีปไอเซีย
อาเธอร์: “ใครกันแน่ที่ไร้มารยาท คุณเป็คนผลักเขาไม่ใช่รึไง!? คุณต่างหากที่ต้องเป็ฝ่ายขอโทษเขา อีกอย่างหนึ่งเขาไม่ใช่ทาส!!”
อาเธอร์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว
“ฮ่า ๆ แล้วมันต่างกันตรงไหนล่ะ ทำไมฉันต้องไปขอโทษไอลิงเหลืองนั้นด้วย มันดันเสร่อมาให้ฉันผลักเองนี่หว่า ถึงแกจะบอกว่ามันไม่ใช่ทาสแล้วยังไง ความจริงที่ว่ามันเป็ลิงชั้นต่ำก็ยังไม่เปลี่ยนไปอยู่ดี และฉันขอแนะนำแกอีกครั้งนะ แกควรล่ามโซ่มันก่อนที่มันจะมาขโมยอาหารของแกหมด ดูสิมันคงขโมยอาหารของแกมาเยอะแล้วแน่ ๆ ตัวมันถึงได้อืดแบบนี้ ฮ่า ๆ”
เมื่อเขาฟังอาเธอร์พูดจบก็ได้ะเิหัวเราะออกมา และตอกกลับอาเธอร์ด้วยเหตุผลสกปรกในหัวของเขาโดยไม่ปิดบังเลยสักนิด อาเธอร์ที่ทนฟังไม่ได้ก็ได้ไปคว้าคอเสื้อด้านในเกราะของเขาไว้ พร้อมกับกำหมัดเอาไว้แน่น
“ฮ่า ๆ น่ากลัวจังเลย... เอาสิรออะไรอยู่ละ? ชกฉันสักหมัดสิ ฮ่า ๆ แต่บอกไว้ก่อนนะ ทันทีที่หมัดของแกััโดนหน้าฉัน สัตว์เลี้ยงของแกหัวหลุดออกจากบ่าแน่” นายทหารคนนั้นแสดงสีหน้าอำมหิตออกมา ขณะที่พูดท้าทายอาเธอร์ให้ชกเขา
อาเธอร์ได้หันมาหาไลโคที่ถูกพวกทหารเอาดาบมาจ่อคอไว้ จึงค่อย ๆ คลายมือที่ขอเสื้อของเขาออก
“พวกบ้านนอกนี้มันป่าเถื่อนจริ๊งจริง ความจริงแล้วฉันอยากจะเชือดพวกแกทั้งคู่ทิ้งตรงนี้เลยล่ะนะ แต่ฉันมีเื่ที่สำคัญกว่าต้องไปทำ เพราะงั้นลาก่อน หวังว่าเราจะได้เจอกันอีก ฮ่า ๆ”
เขาพูดออกมาพร้อมกับจัดคอเสื้อที่ยับของเขา ก่อนที่จะเดินจากไปพร้อมกับพวกทหารผู้ติดตามของเขา
“ไอลิงเหลือง!!!”
แบร่!!
เมื่อพวกทหารเดินออกไปสักพัก นายทหารคนนั้นหันกลับมาะโเรียกผม พร้อมกับใช้มือทั้งสองข้างยกหางตาขึ้น และแลบลิ้นออกมา
เหตุการณ์เมื่อครู่เป็การเหยียดที่รุนแรงที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอ แต่ที่น่าเจ็บใจที่สุดคือตัวผมอยู่เฉย ๆ ปล่อยให้เขาเหยียบย้ำ ปล่อยให้อาเธอร์ที่เด็กกว่าออกมาปกป้อง ทำไมเรามันน่าสมเพชแบบนี้
อาเธอร์:” นี้...ไลโค นายจะปล่อยให้มันเป็แบบนี้ไปจนถึงเมื่อไหร่?”
อาเธอร์ที่นิ่งไปก็เอ่ยถามขึ้นมา
ไลโค: “แล้วฉันจะไปทำอะไรได้ล่ะ!! ที่คนพวกนั้นดูถูกเหยียดหยามคนต่างถิ่น มันเป็ความผิดของฉันรึไงกันเล่า!? เหตุผลที่คนต่างถิ่นถูกเหยียดหยาม ถูกมองว่าไร้ค่า บ้างก็มองว่าเป็ตัวก่อปัญหา เป็เพราะแค่พวกเขาแตกต่างงั้นเหรอ!? ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าความคิดพวกนี้มันเริ่มมาจากไหน”
ผมะเิอารมณ์ที่เก็บเอาไว้ตลอดออกมา
อาเธอร์:” แล้วเมื่อไหร่กันเล่า!? ที่นายจะลุกขึ้นมาปกป้องตัวเอง คอยเอาแต่หลบอยู่ข้างหลังคนอื่นอยู่ตลอดเวลา ก็จริงอยู่ที่นายอาจจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงทัศนคติเ่าั้ได้ แต่นายก็เปลี่ยนความคิดที่มีต่อตัวเองได้ไม่ใช่รึไง แล้วความฝันของนายที่อยากจะเป็นักผจญภัยผู้มีชื่อเสียงจนทั้งโลกต้องจดจำชื่อล่ะ นายล้มเลิกมันไปแล้วเหรอ!? เมื่อก่อนนายเป็คนที่กล้าหาญ แต่ตอนนี้นายกลับมีนิสัยขี้ขลาด เอาแต่ทำตัวเรื่อยเปื่อยไปวัน ๆ มาทำงานก็สายเป็ประจำ ทั้งี้เี ทั้งไม่มีความรับผิดชอบ อีกทั้งยังไม่มีความพยายามอะไรเลย พอเจอปัญหาเข้าหน่อยก็เอาแต่บอกว่าไม่ไหว แล้วถ้าวันหนึ่งพวกฉันไม่อยู่ตรงนี้แล้วนายจะทำยังไง!?”
ผมถึงกับอึ้งไปเมื่อเห็นเขาแสดงออกมาแบบนี้ โดยเฉพาะกับประโยคสุดท้ายที่เขาทำหน้าตาหม่นหมองเมื่อพูดออกมา
ไลโค: “เื่นั้นมัน... ฉันไม่เคยคิดเลย”
อาเธอร์: “นายก็เป็ซะแบบนี้” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ก่อนที่จะเดินต่อไปโดยที่ไม่พูดอะไรอีกเลย
ใช้เวลาไม่นานเราก็เดินมาถึงูเาฮาเวเซีย (Havesia Mountains) สถานที่ที่เรามาเก็บฟืนและเห็ด ูเาแห่งนี้ถูกตั้งชื่อตามเทพธิดาแห่งความอุดมสมบูรณ์ ฮาเวเซีย (Havesia) เพื่อเป็เกียรติแก่ท่านที่อวยพรให้พืชผลต่าง ๆ ในเมืองนี้เจริญงอกงาม
อาเธอร์: “เราจะแยกกันตรงนี้ แยกกันทำให้งานเราเสร็จไวขึ้น ฉันจะไปทางตะวันออก ส่วนนายไปทางทิศตะวันตกของูเา แล้วก็ระวังพวกมอนสเตอร์เอาไว้ด้วยล่ะ”
พอพูดจบเขาก็เดินแยกตัวออกไปเลย แต่ฟังจากน้ำเสียงของเขาแล้ว เขาคงยังโกรธผมอยู่ ระหว่างทางที่มาที่นี้ผมกับอาเธอร์ก็ไม่ได้คุยกันเลยแม้แต่คำเดียว ผมเองก็รู้สึกละอายใจเกินกว่าที่จะพูดขอโทษออกไป เพราะคำพูดของเขาทำให้ผมคิดถึงเื่ที่ผ่านมาทั้งหมด มันตอกย้ำความน่าสมเพชของผมเข้าไปอีก
ขณะที่ผมเดินเก็บฟืนไปพลางมองหาเห็นใต้โนต้นไม้ไปพลาง ส่วนมากเห็ดชนิดนี้มักจะขึ้นตามโคนต้นไม้ใหญ่ และ่นี้เป็ฤดูใบไม้ร่าง ซึ่งบนูเาจะเต็มไปด้วยต้นไม้ที่ใบไม้เปลี่ยนสี ซึ่งต่างพากันผลัดผลัดใบเพื่อต้นรับฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง ทำให้พื้นป่าถูกปกคลุมไปด้วยกองใบ้ไม้แห้ง ๆ เป็เื่ยากที่จะหาเห็ดใต้กองใบไม้แบบนี้ อีกทั้งยังต้องคอยระวังมอนสเตอร์ที่อาศัยอยู่บริเวณนี้ อีกอย่างอาเธอร์คงจัดการพวกมันได้สบาย ๆ เลย แต่กับผมคงต้องเผ่นอย่างเดียวละนะ
-หลายชั่วโมงต่อมา
ตอนนี้เวลาล่วงเลยไปได้นานพอสมควรแล้วหลังจากแยกกับอาเธอร์ ฟืนก็ใกล้จะเต็มตะกร้าที่สะพายไว้ด้านหลัง และอีกไม่นานพระอาทิตย์ก็จะตกดินแล้วด้วยสิ
ไลโค: “เฮ้อ... โชคไม่ดีเลยแฮะ ว่าจะหาเห็ดลักซ์ชรูมไปง้อหมอนั้นสักหน่อย... คงต้องหาวิธีอื่นแล้วล่ะ”
ขณะที่ผมกำลังตัดใจจากเห็ด ก็มีแสงประกายวิบวับจากใต้โคนต้นไม้ที่ลึกเข้าไปในป่า ด้วยความสงสัยผมจึงเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ เมื่อเอามือเขี่ยกองใบไม้แห้งดู ก็ปรากฏเป็จี้ห้อยคอที่ทำมาจากอัญมณีสีฟ้าน้ำทะเล ตัวสายทำจากแร่อย่างดี เป็งานฝีมือที่ประณีตมาก ดูแล้วเป็ของมีค่ามาก มีใครมาทำตกเอาไว้บนูเารึเปล่า ผมได้แต่สงสัยอย่างนั้น
กรี๊ดดดดดด!!!
ขณะที่ผมกำลังจ้องมองจี้ห้อยคออยู่นั้น ก็มีเสียงกรีดร้องดังลั่นไปทั่วป่า เสียงร้องนี้มันเสียงผู้หญิง!? ดูเหมือนว่าอยู่ไม่ไกลจากตรงที่ผมอยู่มากด้วย ผมจึงรีบวิ่งไปตามเสียงนั้นอย่างรวดเร็ว เมื่อไปถึงต้นตอของเสียง ภาพที่ผมเห็นก็คือ ซิสเตอร์แคลร์ ที่กำลังตัวสั่นเทาไปด้วยความกลัวอยู่บนพื้น และมีสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายคลึงกับมนุษย์แต่ใหญ่กว่านั้นสองเท่า ตัวสีเขียวคล้ำ หูแหลม มีฟันเขี้ยวงอกออกจากปาก นั้นมัน “ออร์ค” ไม่ใช่เหรอ!?
เฮ้ย ๆ นี่มันไม่ตลกแล้วนะ ออร์คไม่น่าจะมาอยู่ที่นี่ได้เลย ปกติถิ่นของพวกมันน่าจะอยู่ในหุบเขาลึก แถมเมื่อไม่นานมานี้พวกมันโดนนักผจญภัยกวาดล้างไป ทำให้พวกออร์คต่างหนีกระจัดกายย้ายถิ่นไปที่อื่นบ้าง บ้างก็หนีเข้าในหุบเขาที่ลึกเข้าไปอีก แต่ทำไมมันถึงมาโผล่ที่เชิงเขาแบบนี้ได้ละ
โฮกกกกกกกก!!!
ออร์คก็คำรามลั่น มันเงื้อมือข้างที่ถือท่อนไม้ขนาดใหญ่พร้อมที่จะฟาดลงบนตัวของซิสเตอร์ จากภาพที่เห็นมันทำให้หัวใจของผมแทบจะะเิออกมาจากอก ความกลัวที่แล่นผ่านทุกส่วนของร่างกายทำให้ผมไม่กล้าขยับตัวออกจากตรงนี้เลย
ขณะที่ผมกำลังสั่นกลัวอยู่นั้นผมก็ได้นึกถึงคำพูดของอาเธอร์ขึ้นมา ใช่แล้วเราจะไม่อยากทำตัวน่าสมเพชอีกต่อไปแล้ว ผมหยิบหินก้อนใหญ่ตรงหน้าผมขึ้นมา แล้วก็ปาออกไปโดยเล็งไปที่ส่วนหัวของออร์ค เมื่อก้อนหินกระแทกเข้าที่เบ้าตา มันก็ดิ้นทุรนทุรายด้วยความเ็ป ผมขึงใช้โอกาสนี้เข้าไปช่วยซิสเตอร์ ซึ่งทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก
ไลโค: “ไม่เป็อะไรนะครับ!? เรารีบหนีกันเถอะ”
แคลร์: “ค...ค่ะ!!”
ซิสเตอร์ตอบตกลงด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ผมช่วยพยุงเธอขึ้นมา และออกวิ่งโดยที่จับมือของเธอเอาไว้แน่น พวกเราต้องวิ่งให้ไวเพื่อออกจากป่าให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ทว่ามีเสียงบางอย่างตามหลงมาอย่างรวดเร็ว
โฮกกกกกกกก!!! ฟิ้วววววว!!! ตู้มมม
ไลโค:” ซิสเตอร์!!! หลบ!!!”
ผมกระโจนใส่แคลร์เพื่อผลักเธอออกจากระยะของก้อนหินขนาดใหญ่ที่พุ่งมาจากทางด้านหลังของพวกเรา หินที่ตกลงกระทบพื้นอย่างรุนแรงทำให้เกิดควันฟุ้งขึ้นทั่วบริเวณ เมื่อควันเริ่มจางหายไป สิ่งที่ปรากฏขึ้นจากทิศทางที่หินนั้นลอยมา ก็คือออร์คตัวนั้น และมันกำลังวิ่งมาหาพวกเรา ดูเหมือนที่ผมปาหินใส่มัน จะทำให้มันโกรธ โธ่เว้ยย!! มันฟื้นตัวไวกว่าที่ผมคาดการณ์เอาไว้ ขืนเป็แบบนี้ล่ะก็หนีไม่พ้นแน่ เพราะร่างกายของเราที่ชักช้า กับชุดของซิสเตอร์ที่ไม่เหมาะสำหรับการวิ่งเร็ว และผมก็เกิดความคิดว่าถ้าผมถ่วงเวลาเอาไว้ ซิสเตอร์ต้องมีโอกาสรอดแน่นอน จากนั้นผมก็ปล่อยมือซิสเตอร์ออก
ไลโค: “ซิสเตอร์… ได้โปรดหนีไปคนเดียวเถอะครับ ผมจะถ่วงเวลาเอาไว้ให้เอง ถ้าเรายังไปด้วยกันแบบนี้พวกเราทั้งคู่ไม่รอดแน่ครับ อย่างน้อยให้คุณปลอดภัยก็ยังดี”
แคลร์:” ถ้าเป็เช่นนั้น... ฉันไม่้าค่ะ!! ไม่ว่ายังไงก็ตามฉันไม่มีวันทิ้งคุณเอาไว้ที่นี่และหนีไปคนเดียวเป็อันขาด การกระทำเห็นแก่ตัวแบบนั้นฉันยอมรับไม่ได้ค่ะ”
ซิสเตอร์พูดออกมาด้วยน้ำเสียงและแววตาที่หนักแน่น จากนั้นเธอก็จับมือผมและออกวิ่งอีกครั้ง แต่ทว่าพวกเราช้าเกินไป เ้าออร์คตัวนั้นมาถึงตัวพวกเราเป็ที่เรียบร้อยแล้ว มันฟาดแขนลงมาที่ตัวผม และผมก็หลบมันไม่ได้ ตอนนี้ในหัวของผมขาวโพลนไปหมด ผมโดนแขนของมันฟาดเข้าชายโครงด้านซ้าย จนร่างของผมกระเด็นไปกระแทกเข้ากับต้นไม้ที่อยู่ไกลออกไปอย่างรุนแรง
เอื้อออ!!!
ผมกระอักเืออกมา สติของผมก็เริ่มเลือนรางเต็มที ภาพมันมัวไปหมดชักจะเริ่มมองไม่เห็นแล้วด้วยสิ หายใจลำบากจัง ผมรู้สึกหนาวมากเหลือเกิน ขณะที่สติของผมกำลังหลุดลอยไป ออาร์คมันก็ย่างกายเข้าไปหาซิสเตอร์อย่างช้า ๆ โดยที่ตัวเธอไม่ได้สนใจออร์คที่กำลังจะเข้ามาคร่าชีวิตของเธอเลย เธอไม่ขยับแม้แต่นิดเดียว เธอเอาแต่จ้องมองมาที่ร่างโทรม ๆ ของผมที่อยู่ใต้โคนต้นไม้นั้นด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเสียใจและรู้สึกผิด น้ำตาของเธอก็เริ่มไหลรินออกมา ให้ตายสิ!! ผมไม่ชอบเลยจริง ๆ เวลาเห็นใครทำหน้าแบบนั้น
ไลโค: “ฮะ...เฮ้ย!! แก แค่กๆ ฉันยังไม่จบเื่กับแกนะเว้ยยยย!!!”
ย้ากกกกกก!!!
ผมใช้แรงเฮือกสุดท้ายที่มียืนหยัดขึ้นพร้อมร้องะโออกไปอย่างสุดเสียง เมื่อออร์คเห็นผมมันก็หยุดเคลื่อนไหว มันแสดงสีหน้าใเล็กน้อย จากนั้นมันเริ่มแสยะยิ้มออกมาราวกับว่ามันเห็นอาหารเรียกน้ำย่อยก่อนจะได้ลิ้มรสอาหารจานหลักที่อยู่ตรงหน้า มันวิ่งเข้ามาปะทะกับผม มันเริ่มฟาดแขนมาจากทางด้านซ้าย ผมกลิ้งตัวหลบไปทิศทางตรงกันข้ามทันที มันยั้วะมากที่ผมหลับการโจมตีมันได้ มันเริ่มเหวี่ยงแขนทั้งสองข้างอย่างสะเปะสะปะ ผมพยายามที่จะหลบมันให้ได้ทั้งหมด แต่ด้วยร่างกายที่เชื่องช้าของผมผนวกกับอาการาเ็ก่อนหน้านี้ทำให้ผมพลาดท่าเสียหลัก และมันก็ไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไป มันเหวี่ยงหมัดเข้ามาหาผม
ภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในอดีตก็ปรากฏขึ้น ความคิดมากมายประเดประดังเข้ามาให้หัวของผมเต็มหมด ภาพที่เห็นเหมือนเวลาเดินช้าลงไปชั่วขณะหนึ่ง
“ความตาย” มันรู้สึกแบบนี้สินะ ทั้งกลัว ทั้งสับสน และอ้างว้าง แต่ว่าตอนนี้ผมรู้สึกเหนื่อยเหลือเกินขอผมพักสักหน่อยแล้วกัน
ตู้มมมมมมมม!!!