ตอนที่ 27
จบการทดสอบ
ราตรีภายในผืนป่าขนาดใหญ่ในดินแดนมายาที่ถูกสร้างขึ้นโดยพลังของท่านมหาปราชญ์แห่งยุค บัดนี้ตามจุดต่างๆเกิดการต่อสู้ของเหล่าศิษย์มากมายด้วยผลจากกลิ่นของต้นไม้ลวงหลอก
ราตรีที่แสนยากเย็นศิษย์บางผู้ก็โดนสัตว์อสูรเล่นงานจนปางตายหรือบางผู้ก็โดนคมกระบี่ของสหายจนาเ็สาหัส แต่สุดท้ายแล้วเมื่อราตรีนั้นผ่านพ้นไปดวงตะวันภายในดินแดนมายาปรากฏขึ้นสู่ฟากฟ้าอีกครั้งการทดสอบประจำสำนักอักษร์ก็ได้จบลง
ร่างของศิษย์ผู้ที่เหลือรอดอยู่ถูกเคลื่อนย้ายกลับมาบริเวณลานกว้างขนาดใหญ่ด้านหน้าของสำนักอักษร์
ครั้งนี้ผู้ที่มายืนรอต้อนรับผู้ที่จะได้อยู่ภายในสำนักต่อไม่ได้มีเพียงแค่ผู้าุโ 3 และศิษย์ผู้ช่วยเท่านั้น แต่ยังมีศิษย์ระดับสูงที่เป็ศิษย์ขั้นที่ 1 ของสำนักอักษร์มายืนเพื่อรอชมผู้ที่สามารถรอดพ้นกลับมาจากการทดสอบครั้งนี้
ศิษย์ภายในสำนักไม่ได้มีการแบ่งแยกเพียงแค่ศิษย์ขั้นที่หนึ่ง และศิษย์ขั้นที่สองเท่านั้น แต่ภายในศิษย์ขั้นที่หนึ่งนั้นจะถูกแบ่งแยกเป็ระดับตามฝีมืออีก โดยจะไล่เป็สีเหมือนกับพลังบ่มเพาะ
- สีขาว(มากกว่า200คนในสำนัก)
- สีเขียว(150คนในสำนัด)
- สีคราม(100คนในสำนัก)
- สีแดง(50คนในสำนัก)
- สีทอง(10คนในสำนัก)
แน่นอนว่าระดับของศิษย์ทั้ง 5 ระดับที่ถูกแบ่งขึ้นมามันถูกจัดขึ้นมาโดยความเห็นชอบของผู้าุโทั้ง 5 เพื่อจะเป็สิ่งที่ยืนยันและแบ่งแยกศิษย์ได้อย่างชัดเจน แต่ศิษย์ระดับที่สองที่ขึ้นตรงกับท่านมหาปราชญ์ไม่ได้ถูกจัดอยู่ในสีทั้ง 5 ของเหล่าศิษย์
แน่นอนว่าผู้ที่เข้าร่วมการทดสอบครั้งนี้มันล้วนแล้วมีแต่เหล่าศิษย์ขั้นที่ 1 ที่อยู่ในระดับสีขาวทั้งนั้น
แต่ครั้งนี้ก็มีศิษย์ขั้นที่ 1 ที่อยู่ในระดับสีต่างๆมารอเห็นใบหน้าของผู้ที่สามารถผ่านการทดสอบครั้งนี้มาได้ การที่การทดสอบครั้งนี้ใช้ดินแดนมายาเป็การทดสอบมันเป็เื่ที่ถือว่ายากระดับหนึ่งภายในสำนัก ผู้ที่สามารถรอดพ้นจากดินแดนมายามาได้ย่อมแปลว่าเขามีคุณสมบัติที่จะก้าวหน้าในการบ่มเพาะ
ภายในสำนักอักษร์ศิษย์ขั้นที่หนึ่งเองก็มีการแข่งขันอย่างดุเดือดเช่นกัน ผู้ที่มีระดับสีสูงกว่าย่อมได้รับความสำคัญและมีสิทธิพิเศษภายในสำนักมากกว่า เพราะฉะนั้นผู้ที่มาชมใบหน้าของคนที่ผ่านการทดสอบเพื่อจะระวังตัวเอาไว้
ราตรีที่ผ่านพ้นมาของดินแดนมายามีศิษย์ผู้ที่ผ่านการทดสอบเพียงแค่ 20 คนเท่านั้น พวกเขาถูกเคลื่อนย้ายกลับมาโดยมีผู้าุโสามและศิษย์ผู้ช่วยยืนรอต้อนรับอยู่ด้านหน้า
ลานกว้างขวางของสำนักอักษร์ผู้ผ่านการทดสอบจำนวน 20 คนปรากฏร่างกายออกมาจากค่ายกลขนาดใหญ่ของผู้าุโสาม
แน่นอนว่าหนึ่งในผู้ที่ผ่านการทดสอบนั่นก็คือลู่หาน เขากลับมาด้วยท่าทางที่งัวเงียนิ้วมือทั้งสองข้างยกขยี้ดวงตาพร้อมกับหาวออกมาให้ผู้ที่ยืนอยู่รอบกายของเขาเห็น
หลังจากผ่านพ้นการต่อสู้กับศิษย์ขั้นที่หนึ่งสามคนนั้นลู่หานก็ได้แต่ขึ้นไปนอนหลับบนต้นไม้จนถึงเช้าแล้วเขาก็ถูกเคลื่อนย้ายกลับมาอย่างไม่ทันตั้งตัวในขณะที่กำลังหลับอยู่
ดวงตามากมายจับจ้องบุรุษที่มีหน้าตาหล่อเหลาสวมใส่ชุดที่แตกต่างด้วยความฉงน
“ ผู้ใดกันน่ะ”
“ สวมใส่ชุดเช่นนั้นมันเป็ชุดของศิษย์ขั้นที่สองไม่ใช่รึ”
“ งั้นผู้นี้คือเ้าขยะลู่หานที่ผู้คนนั้นกล่าวถึงงั้นรึ ”
“ มันผ่านการทดสอบด้วยนี่มันเื่อันใดกัน ”
“ ผู้ที่มีพลังบ่มเพาะรากฐานแค่กำเนิดพลังเนี่ยนะ ”
“ พวกเ้าดูนั่นดูดีๆพลังบ่มเพาะรากฐานของเ้าลู่หานอยู่ในระดับเส้นทางแห่งการบ่มเพาะสีคราม ”
เหล่าศิษย์ผู้ที่ไม่ได้เข้าร่วมการทดสอบต่างนินทาถึงเื่ของลู่หานอย่างออกรส พวกมันทั้งตื่นตระหนกทั้งสับสนภายในใจเองก็เต็มไปด้วยคำถาม เหตุใดผู้ที่กล่าวได้ว่าเป็ขยะที่สุดภายในสำนักถึงสามารถผ่านบททดสอบที่ยากเย็นกว่าทุกครั้งได้
ลู่หานที่กำลังงัวเงียขี้ตาอยู่นั้นเมื่อตั้งสติได้ก็เริ่มกวาดตามองรอบกายของตนเอง เขาไม่ประหลาดใจเลยสักนิดที่มีผู้คนมากมายมารอชมผู้ที่ผ่านการทดสอบได้ ลู่หานทำเพียงการแสดงท่าทางเรียบเฉยแล้วมองกลับไปที่ผู้าุโสาม
“ พวกเ้าคือผู้ที่จะได้อยู่ต่อในสำนักอักษร์แห่งนี้ ” ผู้าุโสามเอ่ยด้วยน้ำเสียงและใบหน้าที่เคร่งขรึม
ผู้ที่ผ่านบททดสอบอันยากเย็นมาได้ใบหน้าของพวกเขามันแตกต่างจากผู้อื่นจริงๆไม่มีผู้ใดที่แสดงใบหน้าแห่งความดีใจออกมาเลยสักนิด พวกเขาเป็เพียงแค่ผู้อ่อนแอภายในสำนักไม่มีผู้ใดดีใจกับชัยชนะเล็กๆแค่นี้หรอก
“ ครั้งนี้ผู้ที่ได้อันดับที่ 1 ในการทดสอบ ลู่หาน!!! ”
เมื่อผู้าุโขานรายชื่อผู้ที่ได้คะแนนการทดสอบมากที่สุดในครั้งนี้เหล่าศิษย์ขั้นที่หนึ่งก็ต่างพากันตื่นตระหนก เ้าขยะของสำนักไม่เพียงแค่สามารถผ่านการทดสอบอันยากเย็นมาได้แต่ว่ายังได้ที่หนึ่งในการทดสอบครั้งนี้อีกจะไม่ให้พวกเขาใได้เช่นไร
ลู่หานเองก็อึ้งไปเล็กน้อยก่อนที่ใบหน้าของเขาจะกลับมาเรียบเฉยเช่นเดิม
‘ อะไรละนั่นฉันนอนอย่างเดียวเลยนะ ’ ลู่หานคิดในใจ ไปในการทดสอบครั้งนี้เขานอนไปมากกว่า 9 ใน 10 ส่วนเสียอีก
เมื่อประกาศจบแล้วลู่หานก็หันหลังเดินออกไปทันที ดวงตามากมายของเหล่าศิษย์จับจ้องแผ่นหลังของเ้าขยะของสำนักที่ทำตัวเย่อหยิ่งผิดหูผิดตา
ลู่หานััได้ถึงดวงตาอันทิ่มแทงที่กำลังจ้องมองแผ่นหลังของเขาอยู่แต่เขาก็ทำตัวชินชาแล้วเฉยชากับดวงตาเ่าั้
“ เอาเถอะแบบนี้คงรักษาหน้าของท่านอาจารย์เอาไว้ได้มากพอสมควรแล้ว ” ลู่หานพูดกับตนเองอย่างแ่เบาขณะที่กำลังหันหลังเดินจากไป
“ อะไรละนั่นทำตัวหยิ่งยโสขึ้นเยอะเลยนี่ ”
“ เป็แค่เ้าขยะแท้ๆ เพียงแค่ได้ที่ 1 ครั้งเดียวก็ทำเป็วัวลืมตีน ”
คำพูดที่แสนจะชิงชังในตัวตนของลู่หานเ่าั้ยังคงดังแว่วเข้ามาภายในหูของเขาไม่หยุด แต่ลู่หานก็ไม่ได้หันไปโต้ตอบหรืออันใดเขาทำตัวเฉยชาและทำหูทวนลมจนกระทั่งเขาเดินจากไปไกลจนไม่ได้ยินเสียงเ่าั้แล้ว
ลู่หานกลับมาที่ยอดเขาหวนหลงของตนเองที่ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของสํานักอักษร์ เมื่อกลับมาถึงดินแดนอันเขียวขจีของตนเองอีกครั้งก็มีสายลมเย็นๆพัดผ่านราวกับกำลังต้อนรับเขากลับสู่บ้าน
บุรุษที่สวมใส่อาภรณ์สีขาวที่มีเพียง 8 ชุดภายในสำนักก็หยุดเท้าทั้งสองข้างแล้วสูดหายใจนำเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าไปเต็มปอด
“ เป็วันที่สดใสจริงๆ ” ลู่หานปล่อยคำที่แสนชิงชังที่กำลังทิ่มแทงจิตใจของเขาอยู่เมื่อสักครู่ให้ลอยไปตามสายลม
การทดสอบเมื่อคืนเขานั้นนอนเอาแรงจนตอนนี้ร่างกายพร้อมจะทำงานหนักอีกครั้งแล้ว เขามุ่งตรงกับไปที่เรือนไม้เล็กๆของตนเองที่ตั้งอยู่ใจกลางยอดเขาหวนหลงเพื่อไปเปลี่ยนอาภรณ์ของตนเองให้กลับเป็เหมือนเดิม
ลู่หานสับเปลี่ยนชุดที่ตนเองสวมใส่ให้กลับกลายเป็อาภรณ์สีน้ำเงินเข้มที่แฝงความงดงามเอาไว้ ชุดนี้เขานั้นเคลื่อนไหวและทำอย่างอื่นสะดวกมากกว่าแต่เพราะไปเข้าร่วมบททดสอบที่เป็พิธีของสำนักจะให้ใส่ชุดนี้ไปก็กลัวว่าจะเป็แกะดำในหมู่แกะขาว
เมื่อสับเปลี่ยนอาภรณ์ของตนเองเสร็จลู่หานไม่รีรอที่จะมุ่งตรงไปที่บริเวณแปลงสมุนไพรหยางไท่ที่ไม่ได้มาดูแลนาน
แต่เมื่อมาถึงก็พบอย่างหนึ่งที่สร้างความประหลาดใจให้กับเขาเป็อย่างมาก สองเท้าที่กำลังเดินอยู่ถึงกับหยุดชะงักดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างด้วยความตระหนกราวกับไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่ตนเองนั้นกำลังเห็นอยู่
เบื้องหน้าของเขามันคือแปลงสมุนไพรหยางไท่ประมาณ 15 แปลง ด้วยจำนวนขนาดนี้มันกินพื้นที่ส่วนนี้ไปมากพอสมควร แปลงสมุนไพรหยางไท่ทั้งสิบห้าแปลงตอนนี้พวกมันเติบโตเต็มวัยพร้อมรอเก็บเกี่ยว
ลู่หานที่ได้แต่ยืนนิ่งมองดูสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าอย่างอึ้งๆ เขาใช้เวลาไปหลายวินาทีในการประมวลผลสมองของตนเองให้ตามสิ่งที่เกิดขึ้นทัน
เหตุใดแปลงสมุนไพรหยางไท่ของเขาถึงมีจำนวนมากมายเช่นนี้หลังจากที่เขานั้นจากเมื่อพวกมันไปเพียงแค่ 1 เดือนเท่านั้น
หลังจากนั้นไม่นานลู่หานก็ตระหนักได้ว่าผู้ที่กระทำเช่นนี้ได้มีเพียงผู้เดียวเท่านั้นผู้ที่เป็อาจารย์ของเขามหาปราชญ์แห่งยุค
ก่อนหน้านี้ลู่หานจำได้ว่าผู้เป็อาจารย์บอกเขาเอาไว้ว่าสมุนไพรหยางไท่ทั้งหมดถูกย้ายไปเก็บอยู่ที่ถ้ำเล็กๆทางทิศใต้ เขาไม่รีรอที่จะพาตนเองเดินตรงไปที่ถ้ำแห่งนี้
มันเป็เพียงถ้ำเล็กๆที่ลึกเข้าไปด้านในไม่มากนักเหมาะจะเอามาทำเป็สถานที่เก็บของบางอย่างเอาไว้ เมื่อเดินมาถึงปากถ้ำลู่หานก็พากายของตนเองเข้าไปด้านในด้วยความสงสัยบางอย่าง
เท้าทั้งสองข้างผงะอีกครั้งด้วยความใหีบไม้ขนาดใหญ่มากมายหลายสิบหีบถูกเรียงเอาไว้อยู่ด้านในอย่างเป็ระเบียบ
“ อย่าบอกนะว่าทั้งหมดนี่มัน... ” ลู่หานรีบเข้าไปเปิดหีบพวกนั้นเพื่อดูของที่อยู่ด้านใน ดวงตาทั้งสองเบิกกว้างอีกครั้งมันเป็อย่างที่เขานั้นคิดไม่มีผิด
ภายในหีบมีสมุนไพรหยางไท่เป็จำนวนมากถูกเก็บเอาไว้อย่างเป็ระเบียบเรียบร้อยไม่มีส่วนเสียหายเลยสักนิด เมื่อเห็นของที่อยู่ในหีบแรกลู่หานก็เริ่มเปิดดูสิ่งที่อยู่ในอีกหลายหีบมันเป็เหมือนกันทั้งหมด ของพวกนี้คือสมุนไพรหยางไท่จำนวนมาก มากขณะที่เขานั้นไม่คาดคิดทั้งหมดนี่มันคงจะเป็ฝีมือของผู้เป็อาจารย์ของเขา
หลังจากที่ผ่านพ้นการทดสอบมาเมื่อได้พบเจอกับของพวกนี้ก็ราวกับของรางวัลชิ้นโตที่ทำให้ลู่หานนั้นยิ้มออก เขาพยักหน้าขึ้นลงอย่างพึงพอใจแล้วกล่าวขอบคุณผู้เป็อาจารย์ดังกึกก้องอยู่ภายในจิตใจ
การที่เขานั้นสามารถขยายแปลงสมุนไพรหยางไท่และมีสมุนไพรเตรียมการเอาไว้มากมายขนาดนี้ได้มันต้องเป็ประโยชน์อย่างแน่นอน แสงแห่งความหวังในการหาเงินหนึ่งล้านตำลึงมันเริ่มสว่างไสวมากขึ้นแล้วในตอนนี้
แต่ในขณะที่ลู่หานกำลังปลื้มปริ่มกับของรางวัลชิ้นใหญ่ที่ตนเองได้รับมาจากผู้เป็อาจารย์ เขาก็นึกถึงบางอย่างขึ้นมาได้ใบหน้านั้นตื่นตระหนกพร้อมกับร่างกายที่สะดุ้งเฮือก
“ เดี๋ยวก่อนนะเ้านั้นมันยัง!!!! ”
บุรุษที่สวมใส่อาภรณ์สีน้ำเงินอันสง่างามได้รีบวิ่งตรงกับไปที่เรือนไม้ของตนเองด้วยท่าทางร้อนรนอย่างรวดเร็ว
จบตอน