ฝืนลิขิตสวรรค์ พลิกตำนานเทพ

    ตอนที่ 38 ให้เจ้ายืมไป ข้าช่างขาดทุนย่อยยับนัก

      “อะไรนะ! ทงเทียน เจ้าจะมากเกินไปแล้ว! ข้าแค่ขอยืมสมบัติวิเศษเพียงชั่วครู่ เจ้าถึงกับกล้าเรียกค่าตอบแทนเชียวรึ! เรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับ...”

     

      ด้วยโทสะที่พลุ่งพล่าน หงจวินเกือบจะหลุดปากพูดออกมาแล้วว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการบรรลุปราชญ์ แต่เขาก็ยั้งปากไว้ได้ทันท่วงที เพราะหากพูดออกไป สวีทงย่อมต้องอ้าปากเรียกราคาเพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัวแน่นอน

     

      เมื่อคิดได้ดังนั้น หงจวินจึงรีบเปลี่ยนคำพูดทันควัน

     

      “เรื่องนี้เป็นเพียงธุระส่วนตัวของข้าผินเต้า ตัวมันเองหาได้มีมูลค่ามหาศาลถึงเพียงนั้นไม่”

     

      เมื่อเห็นท่าทางอัดอั้นตันใจของหงจวิน สวีทงก็ต้องพยายามอย่างยิ่งที่จะกลั้นหัวเราะเอาไว้

     

      โถ... ตาแก่ ยังจะมีหน้ามาบอกว่าเป็นธุระส่วนตัวอีกรึ เช่นนั้นเจ้าก็ไปแก้ปัญหาเอาเองสิ

     

      คราวนี้สวีทงไม่คิดจะยอมอ่อนข้อให้อีกฝ่ายง่าย ๆ เขาแสร้งทำสีหน้าไร้เดียงสาพลางตอบกลับไปว่า

     

      “ท่านมรรคาจารย์ ในเมื่อเป็นธุระส่วนตัวของท่าน เช่นนั้นยิ่งต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยน มิฉะนั้นข้าจะให้ท่านยืมสมบัติวิเศษไปเพื่ออะไร? พวกเราสนิทสนมกันถึงเพียงนั้นเชียวรึ?”

     

      “...!”

     

      คำพูดของสวีทง ผนวกกับสีหน้าท่าทางที่ดูใสซื่อจนน่าหมั่นไส้ ทำให้หงจวินแทบจะสำลักโทสะออกมา

     

      บัดซบเอ๊ย! นับว่าโชคดีที่เจ้าเด็กนี่มิได้ไปปรากฏตัวที่วังจื่อเซียว มิฉะนั้นหากข้าต้องมาเสียกิริยาเพราะถูกมันปั่นประสาทต่อหน้าเหล่ายอดฝีมือทั่วทั้งหงฮวงล่ะก็ ข้าคงเสียหน้าจนมิอาจกู้คืนได้แน่

     

      ก่อนหน้านี้หงจวินยังรู้สึกขุ่นเคืองที่สวีทงไม่ยอมไปฟังการบรรยายเต๋า ทว่ายามนี้เขากลับรู้สึกขอบคุณสวรรค์ที่มันไม่ยอมไป

     

      เมื่อเห็นหงจวินเริ่มจะเสียอาการ สวีทงจึงแย้มยิ้มพลางหยิบดินสวรรค์เก้าชั้นฟ้าออกมา

     

      ก้อนดินวิเศษที่ทอแสงรัศมีเจ็ดสีปรากฏอยู่บนฝ่ามือของสวีทง ดวงตาของหงจวินพลันลุกวาวขึ้นมาทันที

     

      นี่แหละคือสิ่งที่ข้าต้องการ!

     

      ทว่าสวีทงกลับชูมันให้ดูเพียงครู่เดียว ก่อนจะเก็บมันกลับไป

     

      หงจวินถึงกับอึ้งงัน จ้องมองสวีทงด้วยความไม่เข้าใจ

     

      เจ้าเด็กนี่เอาออกมาแล้วจะเก็บกลับไปทำไมกัน?

     

      หมายความว่าอย่างไร?

     

      มิใช่ว่าจะให้ข้ายืมหรอกรึ?

     

      ในขณะที่หงจวินกำลังมึนงง สวีทงก็ทำลายความหวังของเขาลงในพริบตา

     

      “ท่านมรรคาจารย์ ท่านก็เห็นแล้วว่าดินสวรรค์เก้าชั้นฟ้านี้มีเพียงหยิบมือเดียวเท่านั้น”

     

      “ข้ามิบังอาจปิดบังท่าน ข้าทงเทียนแม้จะเป็นผู้แสวงหามรรคา แต่มิได้ชมชอบการแก่งแย่งชิงดี ข้ามีความฝันประการหนึ่ง นั่นคือการรวบรวมรากวิญญาณทั่วทั้งใต้หล้ามาไว้ในสวนสมุนไพรของข้า”

     

      “ไม่ว่าจะเป็นต้นท้อสวรรค์ ต้นผลโสม ต้นลี้เหลืองอำพัน หรือต้นพุทราเซียน ข้าล้วนอยากจะลองเพาะปลูกดูทั้งสิ้น ซึ่งดินสวรรค์เก้าชั้นฟ้านี้มีปริมาณจำกัดนัก ลำพังใช้ในสวนของข้าก็แทบจะไม่พออยู่แล้ว”

     

      “ดินสวรรค์นี้... ใช้ไปหนึ่งส่วน ก็ลดน้อยลงไปหนึ่งส่วน”

     

      “หากมิใช่เพราะเห็นแก่หน้าของท่านมรรคาจารย์ล่ะก็ แม้เพียงเศษผงข้าก็จะไม่ยอมเอาออกมาให้เห็น”

     

      “อีกอย่าง ข้าไม่รู้ว่าท่านมรรคาจารย์ประสงค์จะหยิบยืมไปมากน้อยเพียงใด? หากต้องใช้มากเกินไป ข้าก็คงมิอาจให้ยืมได้จริง ๆ ”

     

      เมื่อได้ยินคำกล่าวอ้างของสวีทง หงจวินถึงกับอยากจะกระอักเลือดออกมาเป็นสาย

     

      ไปตายเสียเถอะ! เจ้ายังมีหน้ามาพูดเรื่องความฝันในการเพาะปลูกอีกรึ! เจ้าแต่งเรื่องเก่งเพียงใดกันเชียว? ข้ามาอยู่ที่ลานเต๋าของเจ้าตั้งนาน สวนดอกไม้สักกระถางก็ยังไม่เคยเห็น

     

      อย่าว่าแต่จะเพาะปลูกรากวิญญาณฟ้าดินเลย ต่อให้เอามาประเคนให้ถึงที่ ด้วยนิสัยที่เอาแต่ปิดด่านเงียบอยู่ในลานเต๋าวัน ๆ โดยไม่ทำอะไรเช่นนี้ มีหวังต้นไม้ได้แห้งเหี่ยวตายหมดสวนแน่นอน

     

      หงจวินโกรธจนหางตากระตุกอย่างบ้าคลั่ง ทว่าเขากลับทำอะไรสวีทงไม่ได้

     

      เขารู้ดีว่าสวีทงกำลัง ‘โก่งราคา’ เพราะอีกฝ่ายมองออกว่าเขาไม่มีทางละทิ้งดินสวรรค์เก้าชั้นฟ้านี้ไปได้เด็ดขาด

     

      ซ้ำร้าย หงจวินยังมีความรู้สึกสังหรณ์ใจว่า... หรือเจ้าเด็กนี่จะล่วงรู้ความจริงว่าดินสวรรค์นี้ต้องนำไปใช้ทำสิ่งใด?

     

      และเพราะเหตุนี้เอง สวีทงถึงได้หาญกล้ามาต่อรองเงื่อนไขกับเขาอย่างไม่เกรงใจเช่นนี้

     

      เมื่อเห็นสวีทงยังคงร่ายยาวไม่ยอมหยุด ในที่สุดหงจวินก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป

     

      “พอได้แล้ว! สหายเต๋าทงเทียน พวกเรามาตกลงกันให้ชัดเจนดีกว่า ว่าเจ้าต้องการค่าตอบแทนเพียงใดจึงจะยอมให้ข้าหยิบยืมดินสวรรค์เก้าชั้นฟ้านี้ไปได้”

     

      ยามนี้หงจวินเข้าใจถ่องแท้แล้วว่า หากวันนี้เขาไม่ยอม ‘เสียเลือดเสียเนื้อ’ ล่ะก็ เขาไม่มีทางได้ของสิ่งนี้ไปครอบครองแน่นอน

     

      เมื่อเห็นหงจวินยอมเข้าเรื่อง สวีทงจึงหยุดวาจาที่พล่ามมานานลง

     

      ตาแก่เอ๋ย... ในที่สุดเจ้าก็ทนรำคาญข้าไม่ไหวแล้วสินะ

     

      สวีทงลอบยิ้มในใจ

     

      จากนั้นเขาก็เลิกแสดงละคร และยื่นข้อเสนอของตนออกมาตรง ๆ

     

      “ท่านมรรคาจารย์ ความล้ำค่าของสิ่งนี้ข้าคงมิอาจพรรณนาได้หมด หากท่านประสงค์จะหยิบยืมไป เห็นแก่หน้าของท่าน... ขอเพียงท่านยอมตกลงรับปากข้าในธุระบางประการ และมอบสมบัติวิญญาณปฐมกำเนิดระดับสูงให้ข้าอีกสักไม่กี่ชิ้น ข้าก็จะขอยอม ‘กล้ำกลืนความเจ็บปวด’ ให้ท่านหยิบยืมดินสวรรค์เก้าชั้นฟ้านี้ไปได้”

     

      สวีทงแสดงสีหน้าปวดใจราวกับกำลังจะสูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตไป

     

      หงจวินได้ยินข้อเสนอแล้ว ความอดทนของเขาก็พังทลายลงอีกรอบ

     

      ฟังดูสิ! นี่มันคำพูดของคนดี ๆ ที่ไหนกัน!

     

      แค่ขอยืมสมบัติวิเศษระดับสูงไม่กี่วัน เจ้ากลับบังอาจขอให้ข้ารับปากทำธุระให้หลายเรื่อง แถมยังจะมาขูดรีดเอาสมบัติวิญญาณปฐมกำเนิดระดับสูงไปเป็น ‘ค่ายืม’ อีก แล้วยังมีหน้ามาบอกว่าตนเองต้องกล้ำกลืนความเจ็บปวดสละให้รึ!

     

      ดินสวรรค์เก้าชั้นฟ้าของเจ้านี่มันจะมีค่าสูงเทียมฟ้าเกินไปแล้ว!

     

      “ทงเทียน! เจ้าจงเข้าใจเสียใหม่ ดินสวรรค์เก้าชั้นฟ้าก็เป็นเพียงสมบัติวิเศษระดับสูงชิ้นหนึ่งเท่านั้น!”

     

      มิอาจตำหนิที่หงจวินจะอารมณ์พลุ่งพล่านถึงเพียงนี้ หากมิใช่เพราะอวตารของสวีทงมีบุญบารมีเบิกฟ้าคุ้มครองกายอยู่ล่ะก็ หงจวินคงสะบัดฝ่ามือตบมันให้ดิ้นสิ้นซากไปนานแล้ว

     

      นับตั้งแต่บรรลุมรรคามานานนับกัลป์ เขาไม่เคยต้องมาทนรับความอัปยศเช่นนี้มาก่อน

     

      แต่เมื่อมองดูสีหน้าของสวีทงที่แสดงออกชัดเจนว่า ‘หากท่านไม่ยอมตกลง ก็มีสิ่งใดต้องคุยกันอีก’ หงจวินก็ได้แต่ข่มใจระงับโทสะไว้

     

      ไฉนเมื่อก่อนข้าถึงไม่เคยสังเกตเลยนะ ว่าเจ้าเด็กนี่มันจะรับมือยากถึงเพียงนี้

     

      หงจวินก่นด่าในใจ เขามองดูเงาของดินสวรรค์เก้าชั้นฟ้าที่วูบวาบอยู่ตรงหน้า สุดท้ายก็จำต้องยอมศิโรราบ

     

      “ตกลง... ข้าจะยอมรับปากเจ้าเพียงเรื่องเดียว และจะมอบสมบัติวิญญาณปฐมกำเนิดให้เพียงชิ้นเดียวเป็นการชดเชย หากข้อเสนอนี้ยังไม่เป็นที่พอใจ เช่นนั้นเรื่องนี้ก็ไม่มีสิ่งใดต้องเจรจากันอีก!”

     

      หงจวินยื่นคำขาดครั้งสุดท้าย ทว่าในใจของเขากลับรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าว จนแทบกระอักเลือดออกมาจริง ๆ

     

      บัดซบ! นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย!

     

      สวีทงเมื่อได้ยินคำตอบของหงจวิน เขาก็รู้ดีว่านี่คือขีดสุดที่อีกฝ่ายจะยอมได้แล้ว หากบีบคั้นมากกว่านี้ เกรงว่าแผนการจะพังพินาศ

     

      การได้คำมั่นสัญญาหนึ่งข้อ ผนวกกับสมบัติวิญญาณปฐมกำเนิดหนึ่งชิ้น และยังมีบุญบารมีมหาศาลที่จะได้รับตามมาในภายหลัง... ผลลัพธ์เท่านี้ก็นับว่าคุ้มค่าเกินพอแล้ว

     

      เมื่อคิดได้ดังนั้น สวีทงจึงพยักหน้าตกลง

     

      “ก็ได้... ในเมื่อท่านมรรคาจารย์ออกปากถึงเพียงนี้ ข้าจะยอมเป็นฝ่าย ‘ขาดทุน’ สักครั้งเพื่อเห็นแก่ท่าน”

     

      หงจวินโกรธจนหางตากระตุกยิก ๆ ในใจพร่ำบอกตนเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า

     

      ห้ามโกรธ... ห้ามโกรธเด็ดขาด... หากโกรธข้าจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ทันที

     

      ในยามที่ของสำคัญกำลังจะหลุดเข้ามือ หากมาพังทลายลงในเสี้ยวลมหายใจสุดท้ายเพราะอารมณ์ชั่ววูบ โทสะที่เขาทนแบกรับมาทั้งหมดก็จะสูญเปล่า

     

      ในฐานะผู้มองภาพรวม หงจวินย่อมไม่ยอมให้เรื่องเล็กน้อยมาทำลายแผนการใหญ่

     

      ทว่าเจ้าเด็กนี่มันช่างกวนประสาทได้โล่จริง ๆ !

     

      เจ้าแค่ให้ยืมสมบัติชิ้นเดียวแท้ ๆ แต่ข้าต้องเสียทั้งคำมั่นสัญญา ทั้งยังต้องเสียสมบัติวิเศษไปอีกหนึ่งชิ้น เจ้ายังมีหน้ามาบอกว่าตัวเองเป็นฝ่ายขาดทุนอีกรึ!

     

      แม้หงจวินจะล่วงรู้เต็มอกว่าสวีทงกำลังทำทีเป็นผู้ถูกกระทำทั้งที่ได้กำไรไปเต็ม ๆ แต่ยามนี้เขาไม่มีกะจิตกะใจจะไปต่อล้อต่อเถียงด้วยแล้ว

     

      เขากลัวจริง ๆ ว่าหากหลุดปากพูดจาผิดหูไปแม้แต่น้อย เจ้าทงเทียนนี่อาจจะเปลี่ยนใจขึ้นมาอีก ถึงเวลานั้น เกรงว่าแค่ข้อเดียวคงมิอาจจบคดีได้

     

      เพื่อที่จะรีบจบเรื่องและไปให้พ้นจากที่นี่ หงจวินจึงเร่งเร้าให้สวีทงยื่นเงื่อนไขออกมา

     

      “ทงเทียน... จงบอกเงื่อนไขของเจ้ามา หากมันสมเหตุสมผล ข้าจะยอมรับปากเจ้า”

     

      เมื่อเห็นว่าหงจวินเข้าสู่สภาวะพร้อมรับการขูดรีด สวีทงก็ลอบยิ้มอย่างพึงพอใจ

     

      วันนี้แหละ ข้าจะรีดเลือดจากตาแก่อย่างเจ้าให้เนื้อเต้นไปเลย!

    คล้ายกับเรื่องฝืนลิขิตสวรรค์ พลิกตำนานเทพ ที่คุณอ่าน

    [จบ] บันทึกตำนานราชันอหังการ

    [จบ] บันทึกตำนานราชันอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.22M 3696
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280
    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    781K 869
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.57M 5024
    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    นิยาย แฟนตาซี
    787K 1107