ซีรีส วิลและไอรีน วิ่งกระหืดกระหอบผ่านอุโมงค์หลบกลับเข้ามาในกำแพงโดยไม่มีใครเห็น แต่ถึงกระนั้นทั้งสามก็ยังไม่ไว้วางใจอยู่ดี จึงได้แยกย้ายกันไปคนละทิศละทาง ก่อนจะนัดมาเจอกันอีกครั้งในวันพรุ่งนี้
ซีรีสวิ่งตรงกลับบ้านทันทีเพราะรู้ดีว่า นี่ก็เลยเวลามามากแล้ว เขาไม่เคยกลับบ้านผิดเวลามาก่อนป่านนี้พ่อคงจะกระวนกระวายใจเป็อย่างมากแน่ๆ
ทันทีที่ถึงบ้านเมื่อเปิดประตูเข้าไป เขาต้องพบกับความว่างเปล่า
“พ่อไม่ได้อยู่บ้าน” ซีรีสเอ่ยออกมาด้วยความแปลกใจปกติพ่อไม่เคยออกไปไหนในเวลาแบบนี้ นี่คงเป็เพราะเขาแน่ๆ ที่ทำให้พ่อต้องออกไปตามหา ซีรีสเริ่มเป็ห่วงพ่อขึ้น จึงรีบวิ่งออกไปเพื่อตามหาพ่อแต่เป็จังหวะพอดีกับที่ประตูบ้านได้ถูกเปิดออก
“พ่อ” ซีรีสอุทานออกมา
“ลูกไปไหนมารู้มั้ยว่าพ่อเป็ห่วงแค่ไหน”
“ผมขอโทษครับพ่อผมเล่นกับเพื่อนเพลินไปหน่อย” ซีรีสแก้ตัวน้ำขุ่นๆ
“กลับมาก็ดีแล้วทีหลังอย่าเถลไถลแบบนี้อีก เข้าใจมั้ย”
“ครับพ่อ” ซีรีสรับคำก่อนจะรีบวิ่งขึ้นไปบนห้องนอน
ถึงแม้ซีรีสจะกลับมาแล้วแน่เบนก็ยังคงไม่สบายใจอยู่ เขารู้ดีว่าซีรีสไม่ได้ไปวิ่งเล่นกับเพื่อนแน่ๆ อาจจะมีอะไรบางอย่างที่ลูกยังปิดบังเขาอยู่
สิบกว่าปีมาแล้วั้แ่ที่แม่เขาจากไป ทิ้งให้สองคนพ่อลูกต้องอยู่กันตามลำพัง เขาคิดเสมอว่าชีวิตข้างในนี้จะช่วยสร้างความสุขให้กับลูกได้ ถึงแม้ตัวเขาเองจะไม่มีความสุขก็ตามบ่อยครั้งที่เบนต้องแอบออกไปใช้ชีวิตข้างนอก เพื่อหลีกหนีความเบื่อหน่ายในกำแพงนี้
เดิมที่เขาไม่เคยคิดว่าจะมาติดอยู่ในนี้แต่ด้วยข้อตกลงที่ทำไว้กับทางนิวเวิร์ลที่ให้อิสระกับเค้าเพื่อแลกกับการทำงานบางอย่างให้ มันจึงเป็เื่ที่คุ้มค่าหากเค้าไม่ต้องดิ้นรนให้มากนัก แต่แลกมากับความสุขสบายของลูกชายคนเดียวที่เขามี
เื่ราวของซีรีสจะเรียกว่าความผิดพลาดก็ไม่ใช่ นั่นอาจจะเป็เพราะความเผอเรอ หรือหลงลืมไปชั่วขณะทำให้เขานอกใจคนรัก จนเกิดเป็ซีรีสขึ้นมา เมื่อรู้สึกตัวอีกเขาพยายามย้อนกลับไปหาความรักครั้งเก่า กลับต้องพบว่าผู้หญิงคนนั้นก็มีลูกสาวตัวน้อยๆ แล้วเหมือนกัน เขาจึงจำใจต้องเก็บตัวอยู่กับความข่มขื่นมาตลอด 14 ปี
วันนี้ถ้าไม่ใช่เพราะห่วงลูกมากขนาดนั้นเบนคงไม่กล้าไปเผชิญหน้ากับมิลิน ไม่นึกเลยว่าเธอยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงยังคงเป็ผู้หญิงคนเดียวที่เข้าใจเขามากที่สุดแต่เบนก็ละอายใจตัวเองที่จะกลับไปหาเธอ แม้ใจจริงเขารู้ดีว่าเขารู้สึกกับเธอยังงัย
เบนเอนกายลงพิงโซฟาหลับตาลงด้วยความอ่อนเพลีย แล้วเผลอหลับไปในที่สุด
..................................................
“นายคิดว่าเด็กนั่นหลอกเราเหรอ” อเล็กซ์ถามขึ้นเมื่อมีโอกาสได้อยู่ตามลำพังกับโดมินิค
“ถ้าตามที่คนของฉันรายงานมาเป็ไปไม่ได้เลยที่หมอนี่จะไม่รู้จักเด็กๆ สามคนนั่น”
“ในกำแพงออกจะกว้างใหญ่มันจะไปรู้จักกันหมดทุกคนได้ไง”
“กำแพงใหญ่แต่มีโรงเรียนอยู่แห่งเดียวนะ เด็กๆมันก็ต้องรู้จักกันหมดแหละ” โดมินิคยังคาใจอยู่
“นายนี่รู้ข้อมูลเยอะดีนะ”
“พวกนั้นมีสายข้างนอกนี่ฉันก็มีสายของฉันข้างในนั้นเหมือนกัน”
“เด็กพวกนั้นอาจจะเป็เด็กในเมืองนี้ก็ได้” อเล็กซ์เสนอความคิด
“แต่ข้างนอกนี่ไม่มีใครมีเหรียญพวกนั้นหรอก” โดมินิคแย้งขึ้นมา
“แล้วนาย้าอะไร”
“ฉันหวังเพียงว่าถ้าเด็กพวกนั้นออกมาได้ มันก็คงจะไม่ใช่เื่ยากที่พวกเราจะเข้าไปข้างในนั้นบ้าง” โดมินิคกล่าวแบบมีความหวังขึ้นมา
แต่อีกเพียงอึดใจเดียว ฝันของโดมินิคก็แทบจะสลายเมื่อลูกน้องกลับมารายงานว่า ตามหาตัวเด็กสามคนนั่นไม่พบ
“มันจะหายไปได้ยังไงว่ะ” โดมินิคสบถออกมา
“เราหาจนทั่วแล้วแต่ก็ยังไม่พบตัวมีเพียงที่เดียวที่ยังไม่ได้ไป” ลูกน้องคนดังกล่าวบอกออกมา
“ก็ฉันบอกแล้วว่าให้ค้นหาให้ทั่วแล้วจะมีที่ไหนอีกที่ยังไม่ได้ไปหะ” โดมินิคเริ่มโมโหขึ้นมา
“ในเขตป่าครับ” อีกฝ่ายตอบกลับมา
“ก็เข้าไปสิ จะกลัวอะไรละ” โดมินิคออกคำสั่งทันที
“แต่นั่นเป็พื้นที่ต้องห้ามตามข้อตกลงของเรากับทางนิวเวิร์ลนะครับถ้าเราเข้าไป ผมเกรงว่า...” ก่อนที่จะกล่าวต่อไป โดมินิคก็พูดแทรกขึ้นมา
“จะไปกลัวอะไรเล่าพวกนั้นไม่ได้ส่งคนมาเฝ้าตลอดเวลาซะหน่อย เราแค่ส่งคนออกไปตามหาแบบลับๆพวกนั้นไม่มีทางรู้หรอก” โดมินิคย้ำคำเดิม
“อย่าเสี่ยงดีกว่า” อเล็กซ์พูดแทรกขึ้นมา “ถ้าพวกเด็กนั่นยังอยู่เราก็แค่สั่งคนของเราเฝ้าไม่ให้มีคนเข้าออก พวกเด็กนั่นก็หนีไปไหนไม่ได้แล้วแต่ถ้าพวกเด็กนั่นหนีไปแล้ว ต่อให้เราตามไปแค่ไหน มันก็หาไม่พบอยู่ดีมันไม่คุ้มหรอก ที่พวกนายจะไปฝ่าฝืนข้อตกลงที่ทำกันไว้กับนิวเวิร์ล”
“เออๆๆ เอาตามนั้นละกัน บอกคนของเราให้เฝ้าจับตาดูให้ดีอย่าให้มีใครเข้าออกใน่นี้ ถ้าพบเด็กนั่น ก็รีบรายงานฉันทันที เข้าใจมั้ย” โดมินิคเอาด้วยกับอเล็กซ์
“ครับท่าน” ลูกน้องคนดังกล่าวรับคำ แล้วเดินออกไป
“มันหายไปไหนของมันหรือจะหนีเข้าป่าไปแล้ว” โดมินิคถามกับตัวเองเบาๆ
“ไม่ต้องห่วงเื่แนวป่านั่น พวกเค้าห้ามพวกนาย แต่ไม่ได้ห้ามฉันพรุ่งนี้ฉันจะไปค้นหาในป่าเอง” อเล็กซ์รับปากกับโดมินิค
แพทริคแอบมานั่งอยู่เงียบๆคนเดียว เขาหวังว่า 3 คนนั้นคงจะปลอดภัย ทีแรกเขาใมากที่เห็นสามคนนั่นถูกวิ่งไล่ออกมาจากในร้าน เค้าจึงตัดสินใจวิ่งตามมา จนมาพบกันในซอยโชคดีเหลือเกินที่สามคนนั่นจำเขาได้ เพราะเขาเองก็อยากกลับไปอยู่ในกำแพงนั่นอีกครั้งแม้จะรู้ว่ามันเสี่ยงแค่ไหนก็ตาม
...............................................
วันต่อมา ซีรีสตื่นแต่เช้า แม้จะพยายามทำตัวให้สดใสร่าเริงแต่ก็ไม่สามารถปกปิดร่องรอยของความอ่อนล้าและความเครียดที่มาจากเหตุการณ์ของเมื่อวานได้เลยและนั่นก็เป็สิ่งที่เบนสังเกตเห็นได้ชัดในตอนนั่งทานมื้อเช้าด้วยกัน
ซีรีสรีบทานอาหารให้เสร็จก่อนจะไปหยิบกระเป๋านักเรียน แล้วจากออกจากบ้านไปโดยไม่ได้บอกลาพ่อเหมือนวันอื่นๆ
เมื่อมาถึงโรงเรียนก็พบว่าวิลและไอรีนยืนรอเขาอยู่แล้วที่หน้าห้องเรียน
“นายคิดดีแล้วเหรอที่จะเอาเื่นี้ไปบอกกับศาสตราจารย์” ไอรีนถามทันทีที่เจอกัน
“ในตอนนี้ถ้าจะมีใครที่ฉันพอจะไว้ใจได้ก็มีแต่เค้านี่แหละ ฉันได้แต่หวังว่าเขาจะให้ความกระจ่างในเื่นี้ได้” ซีรีสตอบ
“ฉันได้ข่าวว่าเมื่อวานมีการประท้วงครั้งใหญ่ที่หน้าสำนักงานของนิวเวิร์ลและศาสตราจารย์ก็อยู่ที่นั่น ดูเหมือนว่าจะได้รับาเ็ด้วย ไม่แน่ท่านอาจจะไม่พร้อมที่จะพบกับพวกเรา” วิลเอ่ยออกมา
“ไม่มีอะไรสำคัญกับท่านมากไปกว่าข้อมูลที่พวกเรามีเชื่อสิ เค้าต้องต้อนรับพวกเราอย่างดีแน่” ซีรีสยืนยัน
“งั้นหลังเลิกเรียนเราไปเจอกันที่หน้าโรงเรียนนะเราจะไปพร้อมกัน” ไอรีนเสนอ
“อือ ตกลง” ซีรีสรับปาก
..........................................
เช้านี้ที่ตึกบัญชาการของนิวเวิร์ลเหตุการณ์ต่างๆ ได้กลับไปสู่สภาวะปกติแล้ว ร่องรอยการปะทะกันด้านหน้า ถูกเ้าหน้าที่เก็บกวาดทำความสะอาดจนไม่เหลือรองรอยใดเหลืออยู่เลย
ที่เพิ่มเข้ามาก็คงจะเป็เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ที่ถูกสั่งให้ประจำการกันมากขึ้นผู้คนและรถราที่จะเข้าออกก็มีการตรวจตรากันอย่างเข้มงวด ไม่ปล่อยให้สิ่งผิดปกติใดๆเล็ดลอดเข้าไปได้
มาดามแคทเธอรีนยังคงมาทำงานตามปกติไม่มีทีท่าเป็กังวลใดๆ จนเมื่อผู้พันวาซีลีโผล่เข้ามา สีหน้าของอีกฝ่ายแสดงถึงความกังวลอย่างเห็นได้ชัด จนเธอสังเกตได้
“มีอะไรเหรอผู้พันดูสีหน้าไม่ค่อยดีเลย” มาดามถามขึ้นก่อนที่อีกฝ่ายจะทันตั้งตัว
“ไม่แน่ใจว่าผมจะรายงานท่านดีหรือเปล่าแต่เมื่อวานมีบางอย่างแปลกๆ เกิดครับ” ผู้พันกล่าวแบบลังเล
“ไหนลองว่ามาสิ แปลกยังงัย”
“คนของเรารายงานมาว่าเมื่อวานมีความวุ่นวายเล็กน้อยเกิดขึ้นข้างนอกนั่น”
“วุ่นวายแบบไหน” มาดามถามต่อ
“เห็นว่ามีการวิ่งไล่จับกันกลางเมืองแต่อยู่ๆ คนพวกนั้นก็หายไป หาตัวไม่พบครับ”
“ไม่เห็นจะแปลกตรงไหนเลยนิก็แค่คนไล่จับกัน”
“แต่พวกที่ไล่เป็คนของโดมินิคครับ และดูเหมือนว่า โดมินิคจะสั่งการให้ค้นหาพวกนั้นให้พบเมื่อคืนจึงมีการปิดกั้นเมืองและออกตระเวนหากันทั้งคืน แต่ก็ยังไม่พบ”
“คุณคิดว่ามันยังไงไหนลองบอกมาสิ”
“ผมยังไม่กล้าฟันธงแต่ก็สั่งให้คนของเราเฝ้าจับตาดูอยู่ครับ”
“อือ ดีแล้วถ้ามีอะไรผิดสังเกตุก็รีบมารายงานเลยนะ”
“ได้ครับ” ผู้พันรับคำแต่ก็ยังมีท่าทีเหมือนมีบางอย่างจะพูดออกมา แต่ก็ไม่ยอมพูด ได้แต่ก้มหน้านิ่งจนมาดามต้องถามซ้ำ
“เื่ที่ว่ามีแค่นี้เหรอ”
“ครับ เอ่อ แต่ว่า....”
“มีอะไรก็ว่ามา”
“คือว่า....”
“ก็ว่ามาสิ”
เมื่อถูกคะยั้นคะยอมากเข้าผู้พันก็รวบรวมความกล้าที่มีอยู่ก่อนจะเอ่ยออกไป
“มีคนเห็นดอกเตอร์เบนจามินไปหาคุณนายมิลินที่ร้านครับ”
ได้ยินดังนั้นสีหน้าของมาดามก็เปลี่ยนไปทันทีเธอกำหมัดแน่นตาจ้องเขม็งไปผนังห้องด้วยสายที่เคียดแค้น ก่อนจะถามขึ้น
“คุณว่าอะไรนะ”
“ครับมีคนเห็นสองคนนั่นอยู่ด้วยกันในร้าน แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นเค้าสองคนคุยกันสักพัก ก่อนที่ดอกเตอร์เบนจามินจะออกมา”
“แน่ใจนะว่าแค่นั้น”
“ครับ แค่นั้นจริงๆแต่ดูเหมือนว่าคุณนายมิลินจะเศร้าหนักมากครับ เมื่อเค้ากลับไป เธอก็หลบไปหลังร้านปล่อยให้ลูกน้องดูแลลูกค้า และเธอก็ไม่ยอมออกมาอีกเลย”
“คงมีแค่นี้สินะ ที่คุณจะบอกงั้นคุณก็ออกไปได้แล้ว มีอะไรคืบหน้าก็รีบมารายงาน แล้วร้านนั่นต้องจับตาดูเป็พิเศษหน่อยนะ ดูเหมือนว่า ชักจะมีอะไรไม่ชอบมาพากลขึ้นแล้ว”
“ครับ งั้นผมขอตัวก่อน” ผู้พันวาซิลีพูดจบก็รีบเดินออกจากห้อง
มาดามพยายามระงับอารมณ์เอาไว้ไม่ให้ลูกน้องผิดสังเกต เพราะเธอรู้ดีว่า คนที่มีพลังพอที่จะสร้างความสั่นคลอนให้กับนิวเวิร์ลได้มีเพียงสามคนเท่านั้น สำหรับศาสตราจารย์อัลเฟรดเธอไม่เป็ห่วงมากนัก คนบ้ามุทะลุ แบบนั้นเธอพอจะอ่านเกมได้
แต่กับอีกสองคนที่ดูนิ่งๆไร้พิษสง มันมีความน่ากลัวยิ่งกว่า
เป็ที่รู้กันดีว่าเบนจามินและมิลินทั้งสองออกเดทด้วยกันมานานั้แ่สมัยเรียนมัธยม ก่อนที่กำแพงนี้จะถูกสร้างขึ้นมาแต่อยู่ดีดีสองคนนี้ก็ต้องแยกกัน แต่มาดามรู้ดีถึงความรู้สึกของทั้งสองคน เดิมทีเธอจะแยกทั้งคู่ออกจากกัน โดยมีกำแพงกั้น แต่แล้วด้วยความจำเป็ นิวเวิร์ลจำใจต้องให้ทั้งคู่เข้ามาอยู่ในกำแพงนี้ ไม่นึกเลย ว่า 14 ปีผ่านไปสองคนนี้จะกลับมาคบหากันอีกครั้ง
มาดามแคทเธอรีนเอนกายลงบนเก้าอี้นานมาแล้วที่เธอไม่ได้มีความเครียดมากมายขนาดนี้ สิ่งที่เธอห่วงมากที่สุดคืออนาคตของนิวเวิร์ลเพราะมันหมายถึงอนาคตของเธอด้วย แม้ตอนนี้เป้าหมายจะเปลี่ยนไป แต่เธอก็ยังเชื่อว่า สักวันหนึ่งนิวเวิร์ลจะต้องหาที่อยู่ใหม่ในดาวดวงใดดวงหนึ่งให้พบให้จงได้แต่การจะไปถึงตรงนั้นได้ จำเป็จะต้องใช้เงินมหาศาลทองคำจากดาวลึกลับจึงจำเป็สำหรับภารกิจนี้ แต่ในเมื่อเธอเองก็ไม่รู้ว่าดาวนั่นมันอยู่ที่ไหน ดอกเตอร์เบนจามินคือคำตอบที่เธอปกปิดมานาน แต่การมาของมิลินอาจจะทำให้ทุกอย่างพังทลายลงไปก็เป็ เธอได้แต่ถอนหายใจเสียงดัง ก่อนจะพยายามโทรศัพท์เพื่อติดต่อใครบางคน
..................................................
ซีส วิล และไอรีนใช้เวลาไม่นานหลังจากเลิกเรียนก็เดินมาถึงบ้านศาสตราจารย์ ถึงแม้ประตูบ้านจะปิดอยู่แต่ก็มีเสียงจากข้างในเล็ดลอดออกมา เป็สัญญาณว่า ข้างในบ้าน มีคนอยู่
ซีรีสหันมาตกลงกับเพื่อนก่อนที่จะเปิดประตูเข้าไป
“เราจะบอกศาสตราจารย์ทุกเื่ยกเว้นเื่อุโมงค์นั่น เข้าใจมั้ย” ซีรีสกำชับออกมา
“ได้” อีกสองคนรับปาก
ไอรีนเคาะประตูเรียกอยู่สักพักก็ได้ยินเสียงปลดล็อคประตูดังขึ้น ก่อนที่ศาสตราจารย์จะโผล่หน้าออกมา
“พวกเธอนั่นเองเข้ามาก่อนสิ” ศาสตราจารย์ทักทายด้วยความเป็กันเองทั้งสามคนเดินตามเ้าของบ้านเข้าข้างใน
“พวกเธอมานี่มีธุระอะไรอีกละ”
“พวกผมได้ยินข่าวว่าศาสตราจารย์ได้รับาเ็จากการประท้วงเมื่อวานจึงมาเยี่ยมหน่ะครับ” ซีรีสชิงตอบก่อน
“พวกเธอนี่ดีกับฉันจริงๆฉันไม่ได้เป็อะไรมากหรอก” ศาสตราจารย์พูดพลางแสดงท่าทางให้เห็นว่าทุกอย่างยังปกติ
“เสียดายจังเลยที่เมื่อวานหนูไม่ได้ไปร่วมกับท่าน มันคงจะสนุกน่าดูเลยใช่มั้ยค่ะ” ไอรีนพูดแทกรขึ้นมา
“สนุกสิ สนุกมากด้วย ครั้งหน้าพวกเธอต้องมาให้ได้นะ ว่าแต่เมื่อวานพวกเธอไปไหนกันละ” ศาสตราจารย์เอ่ยถามขึ้น
“พวกเราไปข้างนอกกำแพงมาครับ” วิลชิงตอบด้วยความภาคภูมิใจทำเอาศาสตราจารย์หน้าเหวอ ใจนเห็นได้ชัด
“พวกเธอว่าไงนะไปข้างนอกกำแพงเหรอ ไปยังงัย”
“พวกเราแอบหนีไปกับรถขนขยะครับ”ซีรีสตอบ
“มันยังไงกันไหนลองเล่ามาสิ”
ศาสตราจารย์นั่งฟังทั้งสามคนเล่าอย่างใจจดใจจ่อั้แ่การแอบขึ้นรถขนขยะ ที่ซีรีสแต่งขึ้นมา ไปจนถึงสภาพบ้านเรือนข้างนอกนั่น ที่วิลบรรยายเสียเลิศหรูเกินจริงรวมไปถึงไอรีนที่บอกถึงการถูกไลล่าจากคนแปลกในใจกลางเมือง
“แล้วพวกเราก็เจอแพทริคด้วยครับ” วิลโพล่งขึ้นมา
“แพทริคไหน” ศาสตราจารย์ถามด้วยความสงสัย
“แพทริคหนุ่มผมแดงที่ไปกับยานเฮลีออส เมื่อวันก่อนไงครับ พวกนั้นบอกว่ายานหายสาบสูญลูกเรือตายเกลี้ยง แต่แพทริคยังอยู่ ผมเจอกับจังจังเลยเค้ายังจำพวกเราได้ด้วย” วิลเล่าด้วยความตื่นเต้น
“เธอบอกว่าพวกเธอไปพบกับแพทริคที่ไปกับยานเฮลีออสเหรอมันจะเป็ไปได้ยังไง ก็ยานนั่นมันะเิไปแล้ว เค้าจะรอดมาได้ยังไง” ศาสตราจารย์ครุ่นคิดอย่างหนัก
“นี่แหละพวกเราจึงต้องมาหาท่าน” วิลกล่าวตอบออกมา ก่อนจะหันไปเห็นว่าไอรีนนั่งหน้าเครียดอยู่
“พวกเธอได้เล่าเื่นี้ให้ใครฟังอีกหรือเปล่า” ศาสตราจารย์ถามขึ้นมา
“ยังครับ คิดว่าพูดไปก็คงจะไม่มีใครเชื่อหรอก” ซีรีสตอบ
“นั่นสินะ ขนาดฉันเองยังไม่อยากจะเชื่อเลยแต่ถ้ามันเป็อย่างที่พวกนายว่าจริง ฉันกลัวว่าถ้าคนอื่นๆ รู้เื่นี้เข้าอาจจะเกิดความวุ่นวายขึ้นในนี้ก็ได้ ทางที่ดีพวกเธอเก็บความลับเื่นี้ไว้ก่อนก็ดีนะ” ศาสตราจารย์ออกความเห็น
“เราจะไม่บอกใครหรอกครับ ว่าแต่ท่านคิดว่ามันเป็ยังไงเหรอครับ ทำไมอยู่ดีดีแพทริคถึงโผล่อยู่ที่นั่นได้”ซีรีสถามด้วยความสงสัย
“เื่นี้ฉันก็มืดแปดด้านเหมือนกันไว้จะลองคิดวิเคราะห์ดูก่อน ให้เวลาฉันสักนิด อาจจะพอมีคำตอบให้พวกเธอได้” น้ำเสียงของศาสตราจารย์บ่งบอกอย่างชัดเจนว่ายังไม่หายเครียด
“นี่ก็ใกล้จะค่ำแล้วพวกเธอกลับไปก่อนดีกว่า” ศาสตราจารย์เดินออกมาส่งเด็กๆ ที่ประตู
“ฉันขอร้องพวกเธอนะว่าอย่าเอาเื่นี้ไปพูดกับคนอื่นเป็อันขาด มันอาจจะเป็อันตรายกับพวกเธอก็ได้”ศาสตราจารย์ย้ำอีกที
“ค่ะ แล้วหนูจะมาใหม่นะค่ะ” ไอรีนกล่าวพร้อมกับเดินจากมา
เดินออกมาจากบ้านศาสตราจารย์ได้สักพักวิลจึงหันไปถามไอรีน
“เธอเป็อะไรของเธอฉันเห็นเธอดูมีสีหน้าเคร่งเครียดจัง”
“ฉันว่ามีบางอย่างผิดปกติ”
“อะไรเหรอ” ซีรีสถามขึ้น
“ก็ศาสตราจารย์บอกว่า ยานนั่นะเิไปแล้วแต่ฉันไม่เคยได้ยินใครจากนิวเวิร์ลพูดออกมาแบบนี้เลยนะ มีแต่บอกว่าสูญหายแล้วศาสตราจารย์ไปรู้มาได้ยังไงว่ายานนั่นะเิ” ไอรีนตอบด้วยความสงสัย