ตอนที่ 4
ตะวันเดินถึงหน้าห้องของตนเองดูเหมือนว่าตอนนี้รูมเมทของเขาจะมาถึงห้องก่อนแล้ว ตะวันเคาะประตูเพื่อแจ้งให้คนด้านในทราบว่าตนมาถึงห้องแล้วแต่ดูเหมือนจะไม่มีใครตอบรับกลับมาเลย ตะวันวางสัมภาระของตัวเองลงก่อนจะหยิบกุญแจที่ใช้สำหรับเปิดห้องออกมา ‘คลิก’ ตะวันเปิดประตูห้องเข้าไปภายในห้องมืดสนิทเหมือนกับไม่มีคนอยู่ เขาเอื้อมมือไปเปิดสวิตช์ไฟภาพที่เห็นตรงหน้าคือชายหนุ่มที่กำลังนอนหันหลังให้กับเขาอยู่
‘หลับอยู่หรอกเหรอ’ ตะวันพูดเสียงเบา ๆ ก่อนจะเริ่มนำของใช้ของตัวเองออกจากกระเป๋าอย่างเบามือเพราะกลัวว่ารูมเมทของตนจะตื่น เขามองไปรอบ ๆ ห้องเพื่อหาตู้สำหรับใส่เสื้อผ้าแต่ดูเหมือนว่ามันจะตั้งอยู่ทางด้านฝั่งรูมเมท เขาค่อย ๆ จัดระเบียบของทุกอย่างจนครบและลุกขึ้นเดินไปอีกฝั่งเพื่อนำเสื้อผ้าไปเก็บ
‘หึ!’ ตะวันอุทานด้วยความใเพราะระหว่างที่กำลังเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า ดูเหมือนสายตาของเขาจะเหลือบไปมองหน้าของคนที่กำลังนอนหลับอยู่
‘…….’
‘ฮึ’ ตะวันอุทานในลำคอเพราะคนที่อยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้คือคนที่เขาพยายามจะชวนคุยด้วยอยู่ตลอด เหมือนชะตาลิขิตที่พยายามดึงพวกเขาทั้งสองคนเข้ามาใกล้กัน อีกทั้งยังต้องนอนในห้องเดียวกันถึง 5 วัน คงเป็ไปไม่ได้ที่พวกเขาจะไม่คุยกันเลย พอคิดถึงหน้าของคนที่นอนอยู่ว่าตอนตื่นขึ้นมาแล้วเห็นว่าตนคือรูมเมท แค่คิดก็อดขำไม่ได้แล้ว
ตะวันนั่งมองหน้าของรูมเมทที่ตอนนี้กำลังนอนหลับอย่างสบายใจ ขนตาที่ยาวและงอน ผิวขาวอมชมพู ริมฝีปากที่ดูอวบอิ่มกับจมูกเล็ก ๆ ที่ดูเข้ากับใบหน้ารูปไข่ได้เป็อย่างดี เป็คนที่มองว่าน่ารักได้มากกว่าหล่อซะอีก
‘อือ’ เดือนเริ่มขยับเล็กน้อย พฤติกรรมนี้ทำให้ตะวันที่นั่งมองหน้าอยู่ใไม่น้อย ตะวันรีบลุกขึ้นไปที่เตียงตัวเองอย่างไวก่อนจะเริ่มคิดแผนอะไรบางอย่าง
(ระหว่างปลุกตอนนี้กับรอให้ตื่นมาเจอ เองจะเอายังไงดี) ในหัวของตะวันเริ่มคิดหาแผนที่จะแกล้งรูมเมทที่ตนไม่รู้แม้กระทั่งชื่อ แต่ถึงอย่างนั้นพอลองมองดูรูมเมทของเขาก็ดูเหนื่อยมากจริง ๆ หลับลึกขนาดที่เขาเข้ามาในห้องก็ยังไม่รู้สึกตัวอีก พอคิดแบบนี้คงต้องรอให้ตื่นมาเจอเองแล้วแหละ
..............................................................................................................................................................................
ปัจจุบัน
(นั่นแหละครับ พอตื่นขึ้นมาก็เจอไอ้บ้านี้นอนยิ้มอยู่เตียงข้าง ๆ ชีวิตกูจบสิ้นแล้ว) เดือนคิดในใจพร้อมกับหันไปมองอีกฝ่ายอย่างเบื่อหน่าย
‘ทำไม่ทำหน้างั้นล่ะ คุณรูมเมท พวกเรายังไม่ได้แนะนำตัวกันเลย ฉัน ตะวัน ส่วนนาย เดือน สินะ เห็นชื่อเล่นในเมลที่มหาลัยส่งมาให้น่ะ’ ตะวันพูดในท่าทีที่ตัวเองนอนตะแคงหันมาทางอีกฝ่าย
‘…….’
‘คิดจะเงียบใส่กันอีกแล้วเหรอ แต่ยังไงเราต้องคุยกันบ้างนะเพราะเมื่อกี้ไปถามรุ่นพี่มาเห็นว่าเราสองคนยังต้องทำกิจกรรมร่วมกันอีกเยอะ ถ้ามัวแต่เงียบแบบนี้ระวังไม่ผ่านเอานะ’ ตะวันพูดด้วยท่าทีกวน ๆ
‘…….’
(จะเงียบได้สักกี่วันเชียว เดี๋ยวจะทำให้ร้องลั่นเลยคอยดูดิ) ตะวันได้แต่คิดในใจเพราะจนถึงตอนนี้อีฝ่ายก็ยังไม่ยอมคุยกับตนอยู่ดี
เดือนที่ตอนนี้กำลังคิดว่าตัวเองควรทำยังไงกับสถานการณ์นี้ดี จะหนีก็ไม่ได้ จะขอเปลี่ยนรูมเมทก็ไม่ได้ ดูเหมือนว่าเขาควรที่จะต้องยอมคุยกับอีกฝ่ายเพราะตอนนี้ถึงจะหนีไปก็คงไม่ได้ผลอีกแล้ว อีกทั้งยังต้องนอนด้วยกันถึง 5 วัน ตัวเขาเองก็ไม่ได้รู้สึกไม่ดีกับฝ่ายหรอกเพียงแต่ไม่รู้ว่าต้องทำตัวยังไงเพราะการพบเจอกันครั้งแรกของพวกเขาสองคนมันไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่
‘กูจะออกไปข้างนอก มึงจะเอาไรปะ’ ตะวันเอ่ยปากถามรูมเมทของตนที่ตอนนี้เหมือนกำลังนั่งคิดอะไรบางอย่าง
‘ขอน้ำขวดหนึ่ง’ เดือนตอบกลับไป
นี้คงเป็ครั้งแรกที่เดือนตอบคำถามของเขา
‘งั้นรอกูแป๊บ เดี๋ยวกูมา’ ตะวันพูดพร้อมกับรอยยิ้มเล็ก ๆ ที่แสดงออกมา
ตะวันเดินออกไปจากห้องปล่อยให้เดือนได้นั่งทำใจกับการที่ต้องอาศัยกับเขาใน่เวลาหนึ่ง เดือนนั่งคิดทบทวนตัวเองว่าเขาก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องไม่คุยกับตะวันเลย ที่จริงพวกเขาเคยเจอกันแค่ไม่กี่ครั้งแต่ตัวเดือนเองต่างหากที่เลี่ยงที่จะไม่คุยเอง เพราะจากที่ดูเขาก็ไม่ใช่คนที่เลวร้ายอะไร
(เอาว่ะ ก็แค่คุยเหมือนกับที่คุยกับคนอื่นไม่เห็นจะยากอะไร) เดือนคิดในใจพร้อมกับลุกขึ้นเพื่อไปอาบน้ำก่อนที่อีกคนจะกลับมา
.......................................................................................................................................................................
ตะวันที่ตอนนี้กำลังเดินเลือกซื้อของอยู่ที่ร้านสะดวกซื้อ เขาเดินหาของที่ตัวเอง้าแต่ก็ยังไม่ลืมที่จะเดินไปเลือกซื้อน้ำให้กับรูมเมทของตน
‘แย่ละ ลืมถามว่าน้ำอะไร’ ตะวันที่ตอนนี้ยืนอยู่หน้าตู้ขายน้ำแต่กลับไม่รู้ว่าตัวเองควรหยิบน้ำขวดไหนดี อีกทั้งนี้ยังเป็ครั้งแรกที่อีกฝ่ายยอมคุยกับตนยิ่งทำให้เครียดหนักขึ้นไปอีก
(ทำไมรู้สึกการซื้อน้ำวันนี้มันยากจัง) ตะวันคิดในใจแต่เ้าตัวก็ยังยืนอยู่หน้าตู้น้ำมองไปรอบ ๆ และทำการเดาว่าอีกคนจะชอบกินน้ำแบบไหน
‘เฮ้ย!!’ เสียงของนัทที่ะโใส่หูของตะวันอย่างดัง
‘เล่นเหี้ยไรเนี้ย’ ตะวันหันไปด่าพร้อมทำท่าเหมือนจะชกเพื่อนของตน
‘ใจเย็น ๆ ก็กูเห็นมึงยืนอยู่หน้าตู้น้ำมานานล่ะ ไม่เลือกสักทีเกะกะคนอื่นว่ะ’ นัทบอกเพื่อนของตนเพราะเห็นว่าตะวันยืนอยู่หน้าตู้น้ำมาเกือบ 10 นาทีแต่กลับไม่ยอมเลือกสักที
‘หรือมึงไม่ได้เอาเงินมา เดี๋ยวกูจ่ายให้มึงเองเลือกมาเลย’ นัทบอกกับตะวันพร้อมกับตบไปที่บ่าเบา ๆ
‘กูมีเงิน แต่น้ำมันไม่ใช้ของกู’ ตะวันพูดพร้อมกับเอามือของเพื่อนออกจากบ่า
‘เอ้า..ไม่ใช่ของมึงแล้วเป็ของใคร ซื้อไปให้สาวเหรอ’
‘เปล่า ของรูมเมทกู’
‘สุดยอดวะ เจอกันวันเดียวกลายเป็พนักงานส่งน้ำแล้วเหรอวะ’ นัทพูดด้วยน้ำเสียงหัวเราะเพราะโดยปกติตะวันจะไม่ค่อยซื้อของหรือให้ใครใช้สักเท่าไหร่
‘กูเป็คนถามเขาเองแหละว่าจะเอาน้ำไหม’
นัทยืนมองเพื่อนของตัวเองที่ตอนนี้กำลังตั้งใจในการเลือกซื้อน้ำ มันช่างดูมีความมุ่งมั่นผิดกับนิสัยโดยปกติของ แต่พอเห็นแบบนี้บางทีก็รู้สึกสงสารเพราะถ้าไม่ช่วยก็คงยืนเกะกะคนอื่นแบบนี้ทั้งคืนแน่
‘กูแนะนำนะ ถ้ามึงคิดไม่ออกว่าจะเอาอะไรมึงก็ซื้ออย่างละขวดแม่งเลย’ นัทแนะนำตะวันด้วยสีหน้าภูมิใจ
‘เหรอวะ’ ตะวันหันหน้ามาถามเพื่อนของเขาด้วยแววตาที่เชื่อสุดใจ
‘กูพูดเล่นเพื่อน กูขอโทษ’ นัทรีบยกมือขึ้นมาไหว้ขอโทษเพื่อนเพราะเห็นสายตาที่ดูเชื่อคำพูดของเขาแบบสุด ๆ
‘มึงซื้อไปแค่สามขวดพอ มาเดะกูเลือกให้’ นัทเอื้อมมือไปหยิบน้ำมา 3 ขวดและเอาใส่ตะกร้าของตะวัน
‘………’ ตะวันได้แต่ยืนมองเพื่อนของตัวเองเลือกน้ำให้
‘อ่ะ...ครบล่ะ มึงไปจ่ายเงินได้ล่ะเดี๋ยวรูมเมทมึงรอ’ นัทพูดพร้อมกับทำมือไล่ให้เพื่อนของตัวเองไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์
‘กูว่าเขาน่าจะชอบอันนี้’ ตะวันหันกลับไปเลือกหยิบน้ำมา 1 ขวด และเดินไปจ่ายเงินทันทีทิ้งให้เพื่อนของเขายืนงงกับพฤติกรรมของเขา
..............................................................................................................................................................
เดือนที่พึ่งเดินออกมาจากห้องน้ำหลังอาบน้ำเสร็จ เขารีบแต่งตัวและเคลียร์ของใช้ที่ยังเหลืออยู่จัดเรียงให้เป็ระเบียบก่อนที่รูมเมทของเขาจะกลับมา พอคิดว่าต้องมานอนร่วมกับอีกฝ่ายก็ทำเอาเขานอนไม่หลับไปเลย
ก๊อก ก๊อก เสียงของประตูที่ดังขึ้นบ่งบอกว่ารูมเมทของเขากลับมาแล้ว
ตะวันเดินเข้ามาพร้อมกับถุงขนมและน้ำเต็มมือ เขาเอาของไปวางไว้ที่โต๊ะกินข้าวและเริ่มหยิบอาหารที่ซื้อไว้ออกมา
‘เดือน’ ตะวันหันไปเรียกอีกคนที่ตอนนี้กำลังเก็บของอยู่
‘เดือน มากินข้าว’ ตะวันเดินมาเรียกเดือนที่ห้องนอนและเดินกลับไปเตรียมอาหารต่อ
(กูฝากซื้อข้าวด้วยเหรอวะ) เดือนยืนคิดเพราะเหมือนจะบอกแค่ว่าซื้อน้ำ แต่ก็ไม่เป็ไรถ้าอีกฝ่ายซื้อมาเขาก็คงต้องกิน ยังไงตอนนี้ก็เริ่มรู้สึกหิวขึ้นมาบ้างแล้ว
เดือนเดินไปที่โต๊ะอาหารที่ตอนนี้เต็มไปด้วยอาหารสำเร็จรูปเต็มโต๊ะ ในส่วนของตะวันตอนนี้เขากำลังพยายามเปิดอะไรสักอย่างในครัว
‘โอ้ะ!! ได้ล่ะ’ เสียงของตะวันที่ดังขึ้นพร้อมกับเทบางสิ่งลงในถ้วย และถือมาอย่างภาคภูมิใจ
ปลากระป๋อง
(อย่าบอกนะว่าไอ้ที่พยายามอยู่เมื่อกี้คือการเปิดปลากระป๋อง) เดือนได้แต่คิดในใจดูเหมือนคนคนนี้จะมาบ้านที่มีฐานะสินะ
‘นี้น้ำ’ ตะวันหยิบน้ำออกมาทั้งหมด 4 ขวดแล้ววางไว้บนโต๊ะตรงหน้าของเดือน
‘ทำไมซื้อมาเยอะจัง บอกว่าเอาแค่ขวดเดียวนี่’
‘ไม่รู้ว่ากินอันไหนเลยซื้อมาเผื่อน่ะ’
‘งั้นเอาขวดนี้ขวดเดียวพอ’ เดือนเอื้อมมือไปหยิบน้ำที่อยู่ใกล้ตัวเองที่สุด
‘อะ..’
ตะวันหลุดอุทานออกมาเพราะนั้นไม่ใช้น้ำที่ตนเป็คนเลือก
‘หื้อ’ เดือนเงยหน้าขึ้นมามองอีกฝ่ายเพราะเห็นว่าอยู่ดี ๆ ก็ทำหน้าเหมือนผิดหวังอะไรสักอย่าง
‘กินข้าวเหอะเดี๋ยวมันจะเย็น’ ตะวันพูดพร้อมกับเริ่มนั่งกินข้าวอย่างเงียบ ๆ
‘อืม’