สิ้นคำพูดของชายหนุ่ม เอื้องถึงกับตาเบิกกว้าง มือไม้ของเธอสั่นเทา สายตาลอกแลกไม่กล้าสบตากับคนตรงหน้าโดยตรงหญิงสาวกำลังใช้ความคิดอย่างหนักในเวลานี้
“คุณหมายถึงอะไร?” เอื้องกลั้นใจถามเขาไปอีกรอบด้วยน้ำเสียงแหบแห้งแ่เบา
“เลิกแกล้งเซ่อเสียที! คงจะโกหกจนเคยตัวสินะ...ยายหัวขโมย” เขมเยื้องย่างเข้าไปประชิดตัวหญิงสาวร่างสูงใหญ่กำยำที่กำลังยืนค้ำหัวเธอนั้นให้ความรู้สึกไม่ต่างจากมัจจุราชที่หมายจะมาพรากชีวิตของเธอไป
“ฉัน...คือว่า” เอื้องอ้ำอึ้งพูดอะไรไม่ออก ดวงตาของเธอกำลังร้อนผ่าวหญิงสาวแหงนเงยมองคนตรงหน้าผ่านม่านน้ำตา
“จะแต่งเื่โกหกอะไรมาแก้ตัวอีกล่ะ หลักฐานเห็นกันอยู่ทนโท่ในประวัติการส่งอีเมลของเธอแถมยังมีหลักฐานได้รับเงินจากฟาร์มนั้นอีกเป็แสน จะลบทิ้งก็ไม่ทันแล้วนะเอื้อง” เขาชูโทรศัพท์มือถือของเธอขึ้นมามือหนาอีกข้างยื่นมาบีบปลายคางเรียวเล็กเอาไว้แน่น ริมฝีปากหนาเหยียดยิ้มเย้ยหยันมุมปากดวงตาแข็งกร้าวจ้องลึกเข้ามาในดวงตาเธอ หญิงสาวรับรู้ได้ถึงไฟโทสะที่กำลังเดือดพล่านอยู่ภายในตัวชายหนุ่มราวกับว่า มันพร้อมที่จะประทุออกมาได้ทุกเมื่อ
“ฉัน...ฮึก...ขอโทษ” ดวงตาของหญิงสาวเบิกกว้างขึ้นยิ่งกว่าเดิมเมื่อถูกต้อนจนมุมเอื้องสะอื้นไห้น้ำตาไหลอาบแก้ม มือเล็กสั่นเทายกขึ้นมาพนมไหว้คนตรงหน้าทว่าแรงบีบที่คางกลับรุนแรงยิ่งกว่าเดิมจนเอื้องนิ่วหน้า
“เธอหลอกลวงกันได้เจ็บแสบมากเลยนะ คิดว่า คำขอโทษพล่อยๆแบบนี้จะทำให้ฉันหายเจ็บใจหรือไง!” น้ำเสียงของชายหนุ่มสั่นเครือสะท้อนให้เห็นความเ็ปภายในใจจากการถูกหักหลังดวงตาของเขาวาวโรจน์แดงก่ำจนน่าหวาดกลัว
“คุณเขม...” แม้ความเ็ปที่คางจะสร้างความทรมานไม่น้อย แต่เอื้องเลือกที่จะกัดฟันข่มมันเอาไว้ความเ็ปทางกายของเธอตอนนี้คงไม่อาจเทียบเท่ากับความรู้สึกแหลกสลายของเขาได้ เธอขอน้อมรับความผิดทั้งหมดเธอรู้ดีแก่ใจว่า อย่างไรวันนี้ก็ต้องมาถึง
“พอกันที! ไสหัวไปจากที่นี่ซะ! อย่ามาเสนอหน้าให้ฉันเห็นอีก!” เขาสะบัดมือออกจากคางของเธอด้วยความรังเกียจจนหน้าของเธอถูกเหวี่ยงไปตามแรงแต่ถึงกระนั้นเอื้องไม่คิดที่จะโต้ตอบใดๆ อีกนอกจากคำว่า...
“ขอโทษค่ะคุณเขม” เอ่ยจบหญิงสาวหันหลังเดินจากเขาไป น้ำตายังคงไหลออกมาไม่ขาดสายจนเธอี้เีที่จะเช็ดมันอีกความผิดที่ตนได้ก่อไว้ มันยากเกินที่จะให้อภัยจริงๆ แม้กระทั่งตัวเธอเองก็ไม่อาจหลีกหนีความรู้สึกเกลียดตัวเองนี้ได้เขาคงไม่อาจเชื่อใจเธอได้อีกแล้ว ถึงแม้เธอจะอธิบายเหตุผลของตัวเองไปชายหนุ่มก็คงจะไม่อยากรับฟังอยู่ดี
ต้นตอทั้งหมดเกิดจากที่บ้านของเธอมีปัญหาเื่หนี้สินพ่อของเธอต้องขายไร่มะม่วงจริง แต่นั่นก็ยังไม่พอกับหนี้ทั้งหมด เอื้องไม่มีทางเลือกอื่นและไม่มีใครยื่นมือมาช่วยเหลือความรู้สึกจนตรอกทำให้เธอเลือกที่จะขโมยทรัพย์สินทางปัญญาของฟาร์มไปขาย กว่าจะมารู้ตัวอีกทีก็พบว่าตัวเธอนั้นมาไกลเกินกว่าจะกลับไปแก้ไขอดีตได้ เวลานี้คงเป็่เริ่มต้นของการชดใช้กรรมที่ตนได้ก่อเอาไว้แล้วสินะ...
“พ่อ...แม่” เอื้องเอ่ยออกมาเสียงสั่น น้ำตาหญิงสาวเอ่อล้นจนบดบังภาพของคนสองคนตรงหน้าสองมือของเธอสั่นระริกไร้ซึ่งเรี่ยวแรงอีกต่อไปส่งผลให้กระเป๋าเดินทางใบเก่าหลุดร่วงลงพื้น
ผู้เป็แม่ทิ้งอุปกรณ์ทำสวนในมือก่อนจะตรงดิ่งมายังบุตรสาวด้วยสีหน้าใทำอะไรแทบไม่ถูก
“เอื้อง! เกิดอะไรขึ้นลูก?” น้ำเสียงของแม่เต็มไปด้วยความกังวลมือสากเหี่ยวย่นยกขึ้นมาลูบหลังลูกสาวคนเดียวของนาง พ่อเดินตามหลังแม่มาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดใไม่ต่างกัน
ภาพของคนที่เธอรักทั้งสองไม่อาจทำให้หญิงสาวเก็บกลั้นน้ำตาได้อีกต่อไป เธอทรุดนั่งลงคุกเข่ากับพื้นพร้อมกับยกมือขึ้นพนมมือไหว้
“พ่อจ๋า ฮึก! แม่จ๋า เอื้องทำให้พ่อแม่ผิดหวัง เอื้องขอโทษ” หญิงสาวสะอื้นไห้จนตัวโยน เธอกลายเป็คนล้มเหลวไม่มีความสามารถที่จะช่วยแบ่งเบาภาระให้พ่อกับแม่ได้ความฝันที่จะสร้างบ้านให้พวกท่านเป็ต้องดับสลายไป
ทั้งพ่อและแม่เข้ามาสวมกอดเธอเอาไว้แน่น พร้อมทั้งพูดปลอบใจด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเอื้องััได้ถึงความอบอุ่นและห่วงใยที่พวกท่านส่งมาให้นั่นยิ่งทำให้หัวใจของเธอบีบคั้นยิ่งกว่าเดิม และเหนือสิ่งอื่นใด พวกท่านไม่ได้เอ่ยปากตำหนิเธอเลยแม้แต่น้อย
เป็ระยะเวลาสัปดาห์กว่าแล้วของการกลับมาอยู่บ้าน แม้จะรู้สึกเศร้าเสียใจเพียงใดแต่ชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป คงเป็เพราะความจนที่บีบบังคับ เธอไม่อาจเสียเวลาอมทุกข์ได้นานและด้วยกำลังใจเต็มเปี่ยมจากครอบครัว เอื้องจึงเลือกที่จะทิ้งความรู้สึกเ่าั้เอาไว้ข้างหลังแล้วกลับมาฮึดสู้อีกครั้ง
“หลานยายตุ่มได้งานที่ระยองเหรอแม่?”เอื้องเอ่ยถามขึ้นกลางวงกินข้าวยามเย็น
“อีเปรี้ยวน่ะเหรอ! ใช่แล้วล่ะ ไปเป็สาวโรงงานว่างั้นนะ” แม่ตอบเธอทั้งที่ยังเคี้ยวข้าวเต็มปากอย่างเอร็ดอร่อย
“โอเค! เดี๋ยวจะไปสัมภาษณ์ยายตุ่มพรุ่งนี้ แม่ไปเป็เพื่อนเอื้องหน่อย” หญิงสาวทำเสียงอ่อยออดอ้อนผู้เป็มารดาแม่ตอบเธอด้วยการเบ้ปากแบบหยอกๆ ก่อนจะตักอาหารเข้าปากต่อ
“มาช่วยพ่อกับแม่รับจ้างทำสวนด้วยกันก็ได้นะเอื้อง” พ่อที่ดูเป็คนจริงจังที่สุดในบ้านเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีสงบเยือกเย็น
“แต่หนูอยากเก็บเงินให้ได้สักก้อนปลูกบ้านใหม่ให้พ่อกับแม่ไงจ๊ะ ไหนๆก็หมดหนี้กันแล้ว อีกอย่างถ้ามีเงินเหลือเยอะ หนูก็จะซื้อที่ดินไว้ทำสวนให้ด้วยเลยแหละ”หญิงสาวยิ้มกว้างให้บุพการีพร้อมกับยกนิ้วชี้ขึ้นมาแสดงความหมายมั่นแม้จะดูเพ้อฝันไปบ้าง แต่ก็ยังดีกว่ามานั่งคิดแต่เื่ให้บั่นทอนจิตใจตัวเอง
“เอื้องลำบากเพื่อพ่อกับแม่มาเยอะพอแล้วนะลูก” แม่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดูจริงจังขึ้นเช่นกันเป็ธรรมดาของแม่ที่มักจะโอนอ่อนไปตามพ่อเสมอ
“แต่หนูเต็มใจที่จะทำ ได้เห็นพ่อกับแม่ใช้ชีวิตสุขสบายเอื้องก็หายเหนื่อยแล้ว” หญิงสาวยังคงยืนกรานคำเดิมทั้งรอยยิ้มและแววตาที่ส่งไปให้พวกท่านล้วนเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและห่วงใยเธอไม่อยากเห็นผู้ใหญ่สองคนนี้ที่เธอรักที่สุดต้องมาตกระกำลำบากแบบนี้อีก
“พ่อคงห้ามเอื้องไม่ได้ แต่ต้องสัญญากันนะว่า จะดูแลตัวเองให้ดี”พ่อถอนหายใจออกมายาวๆ ก่อนจะเอ่ยกับเธอ
“ไม่ต้องห่วง เอื้องเก่งอยู่แล้วน่า” เอื้องตอบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสดใสและมุ่งมั่นถึงแม้ภายในใจหญิงสาวนั้นอดไม่ได้ที่จะรู้สึกกังวลก็ตาม
เข้าสู่่ดึกดื่น พ่อกับแม่ต่างพากันเข้านอนไปสักพักแล้ว แต่เอื้องนั้นยังคงนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กสองมือพิมพ์ข้อมูลอะไรบางอย่างลงในนั้นอย่างตั้งอกตั้งใจ ดวงหน้าเรียวมนฉายแววคร่ำเครียดออกมาหลังจากกดบันทึกและอ่านทบทวนจนแน่ใจแล้ว มือทั้งสองกลับทิ้งตัววางลงบนตักของตัวเองเอื้องจ้องมองข้อความเอกสารในหน้าจออยู่นานก่อนจะเลื่อนไปเปิดหน้าเขียนส่งข้อความในอีเมลเธอยกมือขึ้นมาพิมพ์ข้อความด้วยมือที่กำลังสั่นเทาขึ้นมา
ถึงคุณเขม
ก่อนอื่นฉันต้องขอโทษอีกครั้งกับความผิดที่ได้ทำไปด้วยความไร้สติในครั้งนั้นและขอขอบคุณคุณเขมที่ไม่ได้แจ้งความเอาเื่ นี่คือไฟล์เอกสารสูตรปุ๋ยหมักชีวภาพที่ฉันได้ทดลองเอาไว้กว่า3 เดือน รายละเอียดต่างๆ อยู่ในไฟล์แนบทั้งหมด หรือคุณเขม้าข้อมูลใดเพิ่มเติมสามารถส่งอีเมลมาสอบถามฉันได้ หวังว่า สูตรปุ๋ยหมักชีวภาพนี้จะช่วยชดเชยความเสียหายให้ได้บ้างฉันไม่ได้้าให้คุณให้อภัย แต่มันเกิดจากความรู้สึกผิดเท่านั้น หวังว่านี่จะเป็ประโยชน์ให้คุณไม่มากก็น้อย ขอให้คุณเขมมีสุขภาพแข็งแรงเป็ที่รักของเหล่าคนงานเช่นนี้ตลอดไป
ช่อเอื้อง
หญิงสาวนั่งนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา หลังจากที่เธอได้ทำผิดลงไปวันถัดมาเธอก็ได้เริ่มทำการทดลองทำปุ๋ยหมักชีวภาพในห้องของตัวเองอย่างลับๆ จนกลิ่นปุ๋ยตลบอบอวนไปทั่วทั้งห้องเธอต้องนอนดมกลิ่นเหล่านี้ติดต่อกันนานหลายเดือน ด้วยเหตุฉะนี้เธอจึงไม่อนุญาตให้ใครเข้ามาในห้องเอื้องอดที่จะเผยยิ้มเศร้าให้กับตัวเองไม่ได้
ที่จริงแล้วเอื้องสามารถนำสูตรปุ๋ยของตนไปขายให้ใครก็ได้เพื่อนำเงินไปต่อชีวิตทว่าหญิงสาวกลับไม่เลือกที่จะทำแบบนั้น...
หลังจากที่เอื้องได้กดปุ่มส่งอีเมลไปเรียบร้อย ความรู้สึกหนักอึ้งในร่างกายพลันแปรเปลี่ยนเป็เบาหวิวสบายใจความผิดในอดีตไม่อาจลบได้ แต่นี่ถือว่าเป็บทเรียนสำคัญที่ทำให้เธอเติบโตและกลายเป็คนเข้มแข็งยิ่งกว่าเดิม
คืนนี้เอื้องนอนหลับไปพร้อมกับรอยยิ้มเปื้อนหน้า โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าในอนาคตอันใกล้นี้ ชะตาชีวิตของเธอกำลังจะถูกทำให้พลิกผันยิ่งกว่าเดิม...
+++++++++++++++++++++++++++++++++
ชีวิตของเอื้องจะไปทิศทางไหนรอติดตามกันต่อได้วันศุกร์นี้นะคะ หรือสามารถดาวน์โหลดเื่เต็มได้ที่ meb จ้า