เขาช่วยทุกคน แต่กลับทำร้ายนางอย่างนั้นหรือ
อืม...
มู่อวิ๋นฮวาละทิ้งมโนธรรมของตนเองไปนานแล้ว นางไม่คิดจะถอยกลับไปใช้ชีวิตเหลาะแหละอีกต่อไป นางพร้อมจะแก้แค้นหากตนได้รับาเ็หรือถูกทำร้าย!
“ขออภัยด้วยแล้วกัน ท่านแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่” มู่อวิ๋นฮวาพึมพำ ริมฝีปากของนางขยับเงียบ ๆ ขณะกล่าววาจา
จบคำ เสียงอึกทึกราวฟ้าร้องของกีบม้าที่วิ่งเข้ามาแต่ไกลก็ดังกึกก้องไปทั่วทั้งค่ายทหาร มันมุ่งตรงไปยังอัฒจันทร์
มู่อวิ๋นฮวาจำชายที่ลงจากหลังม้าไม่ได้ แต่ใบหน้าของเขาก็ดูธรรมดาจนแทบกลืนหายไปกับท่ามกลางฝูงชน แม้นางจะจ้องเขาอยู่นาน แต่ก็รู้ว่าเมื่อละสายตา ใบหน้าของเขาก็จะเลือนหายไปจากความทรงจำของนาง ถึงกระนั้นการปรากฏตัวของเขาก็ไม่ธรรมดา ชนิดที่ว่ากลบรัศมีของนายทหารที่ถือดาบยาวอยู่ด้านล่างให้หม่นหมองลง
มู่อวิ๋นฮวาถอยหลังหลีกทางให้ชายผู้นั้น แม้นางจะเป็เพียงผู้ชมล่องหนและอยู่ในห้วงมายา ต่อให้ชายผู้นี้ยืนอยู่ข้างกายนาง ความทรงจำของห้วงมายานี้ก็คงไม่เปลี่ยนแปลง ทว่านางก็ไม่้ารับรู้ถึงความรู้สึกแปลก ๆ ที่มีคนเดินผ่านตัวของนางไป
“ท่านแม่ทัพ ข่านจับตัวจี้หรูเยว่ไปแล้ว เขาสั่งให้คนของเขาพาตัวนางไปจัดการที่เนินเขาทางตอนเหนือในอาณาเขตของตระกูลเฟิง!” ชายหนุ่มผู้แสนจะธรรมดารายงานข่าวด้วยสีหน้าบูดบึ้ง แสดงออกชัดเจนว่ารู้สึกขยะแขยงกับคำสั่งของข่าน
“จี้หรูเยว่หรือ นางมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร” เสียงของไป๋หลี่จงหัวเ็าและเด็ดขาด แฝงความแหบพร่าอยู่ภายใน น่าประหลาดที่เมื่อได้ฟังแล้วกลับรู้สึกสบายใจ ช่างต่างจากน้ำเสียงที่ติดอยู่ในความทรงจำของมู่อวิ๋นฮวา
มู่อวิ๋นฮวาเลิกคิ้ว แล้วจี้หรูเยว่นี่ใครกัน
ไม่ว่าจะพยายามขบคิดอย่างหนักเพียงไร แต่ก็นึกไม่ออกว่ามีสตรีชื่อนั้นอยู่ อีกทั้งแซ่จี้ก็ไม่มีอยู่ในเมืองหลวง
“ท่านแม่ทัพ เื่จี้หรูเยว่...” ชายผู้นั้นชะงักคำพูดด้วยความลังเล ทว่าไป๋หลี่จงหัวคล้ายจะเข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายไม่ได้พูดออกมา
เขาเคาะนิ้วกับที่วางแขนเก้าอี้เป็จังหวะ ในที่สุดน้ำเสียงของเขาก็ฉายแววอารมณ์คุกรุ่น “หากจี้หรูเยว่ต้องตาย นางก็ไม่สมควรจบชีวิตลงในอาณาจักรต้าซี! หากนางตาย อาณาจักรต้าซี...”
เสียงของไป๋หลี่จงหัวหนักแน่นยิ่งนัก หนักแน่นเสียจนแม้แต่หมู่อวิ๋นฮวายังรู้สึกได้
ถึงกระนั้นนางก็ยังไม่อาจหยั่งรู้ความหมายเกี่ยวกับการตายของผู้หญิงคนหนึ่งที่มีต่ออาณาจักรต้าซี ทว่าสิ่งหนึ่งที่ชัดเจนสำหรับนางคือจี้หรูเยว่ที่พวกเขากล่าวถึงนั้นย่อมไม่ใช่บุคคลธรรมดา
ตัวตนของนางต้องซับซ้อนเป็แน่ แม้แต่ไป๋หลี่จงหัวก็ยังดูเหมือนจะมีท่าทีระมัดระวัง
มู่อวิ๋นฮวานึกไม่ออกเลยว่าจะมีผู้ใดสามารถได้รับความเกรงใจเช่นนี้จากท่านอ๋องเจ็ดแห่งราชวงศ์ ไป๋หลี่จงหัว เทพาผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรต้าซี บุคคลที่แม้แต่เด็ก ๆ ก็ยังหวาดกลัวในฐานะิอ๋อง ใครกันที่จะมีสถานะสูงส่งไปกว่าเขาได้
ขณะที่นางจมอยู่ในภวังค์ความคิดเหล่านี้ นางก็สังเกตเห็นไป๋หลี่จงหัวลุกพรวดขึ้น เสียงนกหวีดแหลมดังแหวกอากาศ ม้าศึกสง่างามและเปี่ยมกำลังวังชาวิ่งออกมาจากที่ไหนสักแห่งในค่าย
ขนของมันเป็สีดำเงา เว้นบริเวณหน้าผากที่มีสีขาวบริสุทธิ์คล้ายเปลวไฟ ดูเรียบง่ายแต่กลับยิ่งเสริมรัศมีของมันให้ดูมีชีวิตชีวา
มู่อวิ๋นฮวาไปถึงม้าก่อนไป๋หลี่จงหัวแล้วขึ้นนั่งบนหลังม้าอย่างสบาย ๆ ทันทีที่นางนั่งลง ไป๋หลี่จงหัวก็สวมชุดเกราะแล้วะโขึ้นนั่งซ้อนหลังนางอย่างสง่างาม
เมื่อจับบังเหียนได้มั่นคงแล้วเขาจึงนำทหารชั้นยอดเดินทางออกจากค่าย
หากไม่ใช่เพราะสถานการณ์ปัจจุบันของนาง มู่อวิ๋นฮวาคงสนุกสนานไปกับการเดินทางในฐานะนักท่องเที่ยว ชื่นชมทิวทัศน์อันตระการตา น่าเสียดายที่นางนั่งอยู่ด้านหน้า ส่วนไป๋หลี่จงหัวนั่งอยู่ด้านหลัง มือที่จับบังเหียนของเขาจึงคล้ายกำลังโอบกอดนางอยู่
แม้แต่ในสายตาของไป๋หลี่จงหัว ความเป็ไปได้ในการมีอยู่ของมู่อวิ๋นฮวาก็ยังเป็สิ่งที่ไม่น่าเชื่อ และถึงร่างกายของพวกเขาจะไม่มีทางัักันได้อย่างแท้จริง แต่หมู่อวิ๋นฮวาก็ไม่อาจสลัดความรู้สึกอึดอัดนี้ออกไปได้
ทุกครั้งที่เข้าใกล้ไป๋หลี่จงหัว สิ่งเดียวที่ไหลเข้ามาในความคิดของนางคือความเ็ปแสนสาหัสระหว่างที่นอนอยู่บนเตียง มันทรมานยิ่งกว่าความตายเสียอีก...
มู่อวิ๋นฮวาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับโทสะในใจ อีกไม่นานหรอก นางบอกกับตัวเอง อีกไม่นานไป๋หลี่จงหัวก็ถึงคราวจบสิ้นแล้ว!
เขาจะไม่ได้แค่ตาย แต่จะต้องฟื้นชีพขึ้นมาใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เสมือนเป็ฝันร้ายที่วนเวียนไม่รู้จบ!
หลังคล้ายจะออกเดินทางมานานแล้ว ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงหุบเขาและตามกองทหารม้าที่กำลังเคลื่อนทัพได้ทัน
มู่อวิ๋นฮวาหรี่ตามอง กองทัพทะเลทรายทองคำ!
ไป๋หลี่จงหัวที่อยู่ด้านหลังของนางยืนยันการสังเกตของนางด้วยคำสั่งเสียงเย็นะเืถึงกระดูกดำ "ฆ่า!"
สิ้นคำสั่งทหารชั้นยอดก็เข้าพุ่งรบทันที!
การต่อสู้ผ่านไปรวดเร็วเพียงชั่วพริบตา กองทัพทะเลทรายทองคำจวนเจียนจะแพ้ กองกำลังที่ไป๋หลี่จงหัวนำมาไม่เพียงแข็งแกร่งเท่านั้น แต่ยังยากจะต้านทาน!
ถึงกระนั้นสิ่งที่ทำให้มู่อวิ๋นฮวารู้สึกไม่สบายใจได้เต็มที่ก็คือชายที่นั่งอยู่ข้างหลังนาง ไป๋หลี่จงหัวนั่นเอง!
เขาใช้หอกของตนอย่างช่ำชอง ไม่มีใครสามารถเข้าใกล้ และไม่มีใครหนีรอดไปได้เช่นกัน แม้ใช้มือเดียวก็ไม่มีทหารคนใดทะลวงการป้องกันของเขาได้!
เืกระเซ็นทุกครั้งยามกวัดแกว่งหอกออกไป อาบย้อมผืนทรายเป็สีแดง...
แม้แต่ใน่ที่มู่อวิ๋นฮวามีพละกำลังสมบูรณ์ นางก็ยังไม่แน่ใจว่าจะต้านทานเขาได้มากกว่าสิบกระบวนท่าหรือไม่
หากไป๋หลี่จงหัวไม่ตาย การฆ่าเขาก็จะเป็ภารกิจที่ยากยิ่งกว่าขึ้น์เสียอีก ลำพังแค่จะถลกหนังของเขาออกมาได้ก็มีแนวโน้มว่านางต้องจ่ายราคาแพง และนั่นคือชัยชนะที่สูญเปล่า!
มู่อวิ๋นฮวาไม่เคยรู้สึกไร้พลังและอับจนเช่นนี้มาก่อน!
เคราะห์ดีที่ไป๋หลี่จงหัวในตอนนี้ตายไปแล้ว ไม่มีหวังจะฟื้นกลับมาได้อีก ไม่ได้เป็ตัวอะไรนอกเสียจากภูตผีตนหนึ่ง
ในขณะที่มู่อวิ๋นฮวาไม่มีปัญญาต่อกรกับไป๋หลี่จงหัวยามที่เขามีชีวิตอยู่ แต่การจัดการกับร่างที่มองเห็นได้ของเขาเป็เื่ที่แตกต่างออกไป มันอยู่ในเงื้อมมือของนาง!
มู่อวิ๋นฮวาลงจากหลังม้าอย่างสง่างาม นางเดินออกจากสนามรบและมองอยู่ห่าง ๆ ระหว่างที่ไป๋หลี่จงหัวลงมือเป็ครั้งสุดท้าย เขาเดินข้ามกองซากศพมุ่งตรงไปยังม้าตัวหนึ่ง
ร่างที่ฟุบอยู่บนหลังม้าค่อย ๆ ลงมาที่พื้น หญิงสาวในชุดผ้าไหมเจ็ดสี
หากมู่อวี่ซีย่ามใจว่าตนเองคือสตรีผู้สูงศักดิ์ในอุดมคติ เ้าตัวก็คงดูหม่นหมองไปเลยเมื่อเทียบกับสตรีผู้นี้ บุปผาแห่งขุนเขาสูงในอุดมคติขนานแท้!
หากยิ่งใกล้ชิดยิ่งเจิดจ้า หากยิ่งห่างไกลยิ่งเรียบง่าย แม้แต่ยามอยู่ในอาการสงบนางก็ยังแผ่บรรยากาศสูงศักดิ์ที่ห้ามไม่ให้ใครมาทำลาย แม้แต่นายทหารมืออาชีพของไป๋หลี่จงหัวก็ยังต้องมนตร์สะกดไปชั่วขณะเมื่อพบเห็นนาง
มู่อวิ๋นฮวาซึ่งคุ้นเคยกับความงามเป็อย่างดียังอดหลงใหลในรูปลักษณ์ของหญิงสาวไม่ได้
“ปลุกนาง” ไป๋หลี่จงหัวออกคำสั่ง เขาเป็เพียงคนเดียวที่ดูเหมือนจะไม่หลงเสน่ห์ของนาง
เสียงของเขาที่กล่าวกับนาง์ตรงหน้านั้นเ็าเหมือนเคย ชวนให้มู่อวิ๋นฮวาคล้ายจะหนาวสั่นรุนแรงกว่าปกติ
ขนตายาวของหญิงสาวกระพือเปิด กระทั่งเมื่อนางลืมตา ความสดใสเปล่งประกายก็โอบล้อมกายของนาง เสริมเสน่ห์ให้ยิ่งลอยฟุ้ง
“จง...หัว...”
ในคำสองพยางค์นั้น มู่อวิ๋นฮวาก็รู้ความจริงในใจของอีกฝ่าย หญิงผู้นี้มีความรักลึกซึ้งต่อไป๋หลี่จงหัว!