ตอนที่หนึ่งร้อยหนึ่ง ส่งจักรพรรดิไปเรียนหนังสือ4
ผมต้องพยายามสูดลมหายใจเพื่อตั้งสติเพื่อเตือนตนเองว่าแม้แต่ครอบครัวของกัปตันพิคาร์ดแห่งสตาร์เทรกก็ทำอาชีพทำไวน์มาหลายชั่วรุ่น
หรือบางครอบครัวก็เป็นพ่อครัวนกัเขียนนิยาย หรืออาชีพต่างๆเช่นกัน
ไม่ได้หมายความวว่าทุกคนต้องทำงานบนยานอวกาศหรือค้นคว้าวิจัยทางวิทยาศาสตร์
ว่าคนที่อยู่บนยานเอ็นเตอร์ไพรซ์ได้ทุกคนนั้นต้องเป็นคนที่
The best of the best
ดีที่สุดของดีที่สุด
ถึงจะได้ทำงานบนยานที่ทันสมัยล้ำยุคที่สุดของสหพันธ์ดวงดาวได้
ไม่ได้แปลว่าทุกคนต้องเป็นนักวิทยาศาสตร์หรือชอบการค้นคว้า
ผมต้องสูดลมหายใจลึกๆอีกครั้งและต้องขยี้ตาเมื่อมองข้อมูลจากระบบที่ผมเชื่อถืออย่างน้อยก็มากกว่าข้อมูลที่บรรดาข้ารับใช้ของผมส่งมาให้
คำตอบคือที่ผมทำเรื่องบ้าบออย่างการสร้างโรงเรียนต่างๆไปเพื่อประชาชนนั้นสรุปได้คำเดียวสั้นๆว่า
ไม่เพียงพอ
ประชากรของผมมีจำนวนมากเกินจนเกินกว่าที่ผมจะไล่สร้างโรงเรียนให้ทุกคนมีการศึกษาสูงมากพอได้
พอที่จะทำตัวมีประโยชน์ในการทำการค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์
ผมก็ต้องกัดฟันยอมรับแม้ในยุคที่ผมจากมา
แม้แต่ชนเผ่าในอเมซอนยังอาจจะรู้จักไมเคิ้ล แจ็กสัน
แต่ไม่ค่อยมีใครจำได้ว่าใครเป็นคนประดิษฐ์ปากกาลูกลื่น
ผมอ่านไปตามโฮโล-เน็ตที่แนวความคิดว่าผมต้องการจะสร้างโซเชี่ยลมีเดียเพื่อเก็บเงินเพิ่มได้นั้นเป็นอันล้มเหลวไป
เพราะจักรวรรดิของผมสื่อบันเทิงนั้นครบครันมาก
ครบครันจนผมต้องเสี่ยงกับการที่แต้มการเมืองลดลงแย่งงบมาจากการที่จะพยายามสร้าง
Entertainment complex
สถานบันเทิง
ที่ใหญ่ระดับดวงดาวที่มีคนสนับสนุนในสภากว่า78 %
ที่ผมพยายามใช้กลยุทธอนุมัติติสิ่งก่อสร้างที่พอจะเป็นประโยชน์กว่าที่ได้รับเสียงสนับสนุนในสภาน้อยกว่าตัดหน้าไปพลางๆ
เพราะผมคิดว่าสถานบันเทินมีเยอะพอแล้วแต่แหล่งการศึกษไม่เพียงพอแต่ท่าทางประชาชนจะไม่ค่อยคิดอย่างนั้น
ผมสอบความรู้พื้นฐานครั้งเดียวผ่านมันง่ายไปหรือเปล่าครับ?
ผมลองไปตั้งกระทู้ล่อเป้าในโฮโลเน็ตช่องทางที่ประชาชนได้รับความนิยมพร้อมกับใช้งบประมาณไปไม่ถึงล้านเครดิตในการให้คนมาตอบคำถามได้เห็นชัดมากที่สุด
บางครั้งความเห็นจากสาธารณชนไม่ใช่ความเห็นที่ถูกต้อง
แต่มันคือ
สภาพความจริงที่ยอมรับกัน
ว่ามันคือความเป็นจริงที่ยอมรับกันในสังคมแม้จากข้อมูลมันจะคนละเรื่องกับที่สังคมคิดเลยก็ตาม
..
ในบรรดาคนที่เล่นโฮโลเน็ตอยู่คนชั้นล่างที่ต้องใช้แรงงานหนัก24 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ได้โดนคำถามนี้กล่าวอย่างโกรธเกรี้ยว
“เจ้าบ้าเอ๊ย พวกเราต้องทำงานยี่สิบสี่ชั่วโมงต่อสัปดาห์หนักแทบไม่ต่างกับทาสแล้วนี่จะเอาเวลาที่ไหนมาทำการทดสอบความรู้พื้นฐาน”
“ใช่เสียเวลาให้การเมืองเป็นเรื่องของประชารัฐและชนชั้นสูงไปเถอะ”
“ชั้นต้องเลี้ยงลูกสี่คนให้พวกเขาเข้าโบสถ์ทุกอาทิตย์จะมีเวลาที่ไหน?”
ประชาชนก็ด่ากับคนที่ท่าทางจะเป็นเศรษฐีที่ต้องการมาโทรลประชากรระดับชั้นต่ำของประเทศ
เพราะคนที่ใช้เงินจ่ายยิงโฆษณาได้ให้คนเห็นได้ขนาดนี้คงมีแต่พวกเศรษฐีที่ว่างๆไม่มีอะไรทำเท่านั้น
ทำให้ท่านจักพรรดิโซโลมอนนั้นงงอย่างยิ่งว่ามันเสียเวลาตรงไหน
แค่ค่อยๆทำข้อสอบตามที่กำหนดเวลาไว้ก็สามารถทำได้แล้ว
ทำข้อสอบเวลาอยู่กับบ้านหรือมีเครื่องโฮโลเน็ตรุ่นเก่าก็ทำได้ด้วยซ้ำ?