เกิดใหม่ครั้งนี้พกสวนแห่งชีวิตสู่ยุค 70 พลิกชะตาตระกูลหลิน
ตอนที่ 3 : สิ่งที่คิดถึงจากชาติก่อน
บ่ายวันหนึ่งที่ทุกคนในบ้านต่างแยกย้ายไปทำธุระของตัวเองห้องนอนเงียบสงบเหลือเพียงเสียงลมพัดผ่านกิ่งไม้นอกหน้าต่างหลินซินเยว่นอนอยู่บนเตียงเล็กตามลำพัง สายตาจ้องมองเพดานไม้เหมือนทุกวันแต่ครั้งนี้ความคิดกลับล่องลอยไปไกลกว่าปกติ
เธอนึกถึงเสี่ยวเล่ยนักเรียนคนหนึ่งที่เคยเรียนคณิตศาสตร์และสอบไม่ผ่านมาสามปีติดต่อกันก่อนจะมาเรียนพิเศษกับเธอทุกเย็นวันอังคารและพฤหัสบดีวันที่เด็กคนนั้นสอบผ่านครั้งแรกในชีวิต เขาวิ่งมาบอกข่าวดีถึงหน้าห้องพักครู ทั้งที่ยังใส่ชุดนักเรียนไม่ทันเปลี่ยนดวงตาเป็ประกายด้วยความภูมิใจ
*ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้เขาเป็ยังไงบ้าง...คงเรียนต่อจนจบแล้วมั้ง*
ความคิดถึงแบบนี้แปลกมากไม่ใช่ความเศร้าโศกรุนแรง แต่เป็ความรู้สึกอ้างว้างเบา ๆเหมือนหนังสือเล่มโปรดที่อ่านค้างไว้กลางเื่แล้วไม่มีวันได้อ่านตอนจบ
เธอนึกถึงครู อาจารย์ ในวัยเด็ก เพื่อนร่วมงานที่เคยนั่งกินข้าวเที่ยงด้วยกันทุกวันครูสอนภาษาจีนที่ชอบบ่นเื่สามีี้เีครูสอนพลศึกษาที่ชอบแบ่งผลไม้จากสวนตัวเองมาให้ทุกคนใน่ฤดูเก็บเกี่ยว
คนเ่าั้คงยังใช้ชีวิตต่อไปตามปกติไม่มีใครรู้ว่าเธอหายไปไหน คงคิดว่าเธอลาออกกะทันหันหรือย้ายไปอยู่ที่อื่น
*หรือบางทีพวกเขาอาจจะเจอศพฉันในห้องพักครู...*
ความคิดนั้นทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อยเป็ครั้งแรกที่นึกถึงความจริงข้อนี้อย่างจริงจัง คนที่พบศพเธอต้องใแค่ไหนงานศพจะเป็ยังไง แม่ในชาติก่อนจะเสียใจมากเพียงใด
เธอไม่มีทางรู้คำตอบเ่าั้ได้เลยและนั่นคือส่วนหนึ่งของราคาที่ต้องจ่ายสำหรับการได้เริ่มต้นใหม่
นอกจากคนที่คิดถึงสิ่งที่เธอรู้สึกขาดหายไปมากที่สุดกลับเป็เื่เล็ก ๆ น้อย ๆที่ไม่เคยคิดว่าจะสำคัญขนาดนี้
ความเป็อิสระของการเป็ผู้ใหญ่การเดินออกจากบ้านไปซื้อของกินยามค่ำคืนเมื่อรู้สึกหิว โดยไม่ต้องขอให้ใครพาไปหรือต้องขออนุญาตก่อน แม้แต่การตัดสินใจในเื่เล็ก ๆ น้อย ๆ ด้วยตัวเองเช่นจะใส่เสื้อสีอะไร จะกินอะไรเป็มื้อเที่ยง จะอ่านหนังสือเล่มไหนก่อนนอนล้วนเป็สิทธิ์ที่ตอนนี้เธอไม่มีอีกต่อไป
ทุกอย่างตอนนี้ต้องพึ่งพาคนอื่นทั้งหมดั้แ่เื่พื้นฐานที่สุดอย่างการกินการนอนไปจนถึงการเคลื่อนย้ายร่างกายจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง
*แปลกดีนะ...ตอนเป็ผู้ใหญ่กลับไม่เคยรู้สึกขอบคุณอิสระพวกนี้เลยสักครั้งจนกระทั่งมันหายไป*
เธอนอนนิ่งคิดทบทวนอยู่นานพยายามชั่งน้ำหนักระหว่างสิ่งที่เสียไปกับสิ่งที่ได้รับมาใหม่อย่างเป็ธรรมกับทั้งสองฝ่ายไม่ใช่แค่บอกตัวเองว่าชีวิตนี้ดีกว่าเพราะอยากให้เป็แบบนั้น
สิ่งที่เสียไป: อิสระในการตัดสินใจ ความเป็ส่วนตัว คนรู้จักและความทรงจำร่วมกันหลายสิบปีอาชีพที่ภาคภูมิใจ ความสามารถที่สั่งสมมา
สิ่งที่ได้รับมา: ครอบครัวที่รักเธอโดยไม่มีเงื่อนไข พ่อแม่ที่ยังมีชีวิตอยู่และรักกันดีพี่น้องที่คอยดูแล บ้านที่มีคนรอเสมอและเวลาอีกเกือบทั้งชีวิตที่จะได้ใช้อย่างมีความหมาย
เมื่อวางทั้งสองด้านเทียบกันคำตอบก็ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ในใจเธอ
*ชาติที่แล้วฉันมีทุกอย่างที่คนอื่นอิจฉา ทั้งความสามารถ ทั้งความเป็อิสระทั้งความสำเร็จในหน้าที่การงาน แต่สุดท้ายกลับตายอยู่คนเดียวโดยไม่มีใครรู้*
*ชาตินี้ฉันแทบไม่มีอะไรเป็ของตัวเองเลย แม้แต่ร่างกายก็ยังบังคับเองได้ไม่เต็มที่แต่กลับมีคนที่รักคอยรอเสมอ*
ถ้าให้เลือกจริงๆ ระหว่างชีวิตทั้งสองแบบนี้ เธอรู้แล้วว่าตัวเองจะเลือกอะไร
แต่การรู้คำตอบไม่ได้แปลว่าความคิดถึงจะหายไปในทันทีเธอยังคงอนุญาตให้ตัวเองคิดถึงชีวิตเก่าได้บ้างเป็ครั้งคราว ไม่ใช่เพื่อเสียใจแต่เพื่อไม่ลืมว่าตัวเองผ่านอะไรมาบ้างและเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่ทำผิดพลาดแบบเดิมซ้ำอีกและหวังว่าแม่ของเธอในชาติที่แล้วจะไม่เสียใจเกินไปจากการจากไปของเธอและขอให้แม่มีความสุขได้ใช้ชีวิตที่สบาย พบคนที่สามารถดูแลแม่ได้ตลอดชีวิตนั่นคือสิ่งเดียวที่เธอหวังให้เป็เมื่อเธอจากมาแล้ว
*ครั้งนี้ฉันจะไม่ทุ่มเทให้กับสิ่งภายนอกจนลืมดูแลคนที่อยู่ใกล้ตัวจะไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยคิดว่า "เดี๋ยวก่อน ยังมีเวลาอีกเยอะ"เหมือนที่เคยทำมาทั้งชาติ*
เสียงเปิดประตูดังขึ้นหวังซูเจินเดินเข้ามาพร้ะกร้าผ้าที่เพิ่งซักเสร็จ เห็นลูกสาวนอนลืมตาอยู่เงียบ ๆก็ยิ้มให้ก่อนวางตะกร้าลงแล้วเดินมาอุ้มขึ้น
"ทำไมนอนเงียบขนาดนี้ คิดอะไรอยู่จ๊ะ" แม่ถามพลางแกล้งจิ้มแก้มยุ้ยของเธอเบา ๆ
ซินเยว่มองหน้าแม่ที่ยิ้มให้อย่างอบอุ่นทารกไม่สามารถตอบคำถามได้ แต่ในใจกลับตอบอย่างแน่วแน่
*หนูกำลังตัดสินใจแล้วค่ะแม่ว่าจะใช้ชีวิตต่อจากนี้อย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด*
ความคิดถึงชาติก่อนยังคงมีอยู่และคงจะไม่มีวันหายไปทั้งหมด แต่ตอนนี้มันไม่ใช่สิ่งที่ฉุดรั้งเธอไว้อีกต่อไปกลับกลายเป็เชื้อเพลิงที่ผลักดันให้เธอมุ่งมั่นกับชีวิตใหม่นี้มากยิ่งขึ้น
แม่อุ้มเธอเดินออกไปที่ลานบ้านแสงแดดยามบ่ายอบอุ่นสาดกระทบผิวเสียงนกร้องและเสียงลมพัดใบไม้ดังแทรกอยู่เื้ัเสียงแม่ที่พูดคุยด้วยอย่างอ่อนโยนไม่หยุด
ในอ้อมแขนนั้นระหว่างความทรงจำเก่าที่ยังไม่จางหายกับความอบอุ่นใหม่ที่กำลังเติบโตหลินซินเยว่รู้สึกได้ว่าหัวใจของเธอเริ่มลงหลักปักฐานในชีวิตนี้อย่างแท้จริงเสียที