ฮัวหรูเหยียนพยักหน้าเบา ๆ พลางกล่าวอย่างนุ่มนวล “หนานอีกล่าวถูกต้องไม่ผิด”
ชวีหนานอีหรี่ตายิ้ม ไม่พูดอะไร เขาคิดถึงลวี่เยา หากลวี่เยาอยู่ที่นี่ นางคงจะพูด...พูดว่าอะไรนะ? เขาคิดไม่ออกจริง ๆ แต่แน่นอนว่ามิใช่คำชม เฮ้อ หากลวี่เยาอยู่ เขาไม่ถูกนางฝังให้ตาย ก็ถือว่าหน้าหนาเกินไปแล้ว
ทันใดนั้น ฮัวชิงหร่านกล่าวราวกับเทพเซียนบนท้องฟ้าแสนไกล “นางถูกวางยา”
“ใคร?” ชวีหนานอีตกใจ เขายืดตัวตรงโดยไม่รู้ตัว ถามเสียงดัง
ฮัวชิงหร่านตกใจกับท่าทีของชวีหนานอี ก่อนจะกะพริบตาและถามกลับ “หนานอีคิดว่าใครล่ะ?”
ชวีหนานอีผงะเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะ เขายกมือตบหน้าผากของตนเอง ไม่ตอบแต่ถามกลับ “แล้วชิงหร่านหมายถึงใครล่ะ?”
ฮัวชิงหร่านมองชวีหนานอีอย่างพิจารณา กล่าวช้า ๆ “ซูเยว่หยิ่ง”
ชวีหนานอีเลิกคิ้ว “นางถูกวางยา?
ฮัวชิงหร่านพยักหน้ายืนยัน “ใช่ ถูกวางยา”
ชวีหนานอีถามต่อ “รู้ไหมว่าเป็นพิษชนิดใด?”
ฮัวชิงหร่านตอบ “ตอนนี้ยังไม่รู้”
ชวีหนานอีลุกขึ้น โค้งคำนับฮัวชิงหร่าน “เช่นนั้นคงต้องรบกวนชิงหร่านแล้ว”
ฮัวชิงหร่านยืนขึ้น โค้งคำนับตอบ “ข้าจะพยายามเต็มที่”
ฮัวชิงหร่านนึกว่าชวีหนานอีจะกลับ คิดไม่ถึงว่าเขากลับนั่งลงอีกครั้ง พลางดื่มเหล้าและรับประทานอาหาร
แม้ว่าฮัวชิงหร่านจะรำคาญที่ชวีหนานอีรบกวนการพักผ่อน ทว่าเขากลับไม่สามารถเดินจากไป ทำได้เพียงนั่งลงเป็นเพื่อน และหลังจากนั้นไม่นานเขาก็เริ่มมองดวงจันทร์พลางคำนวณ
ชวีหนานอีกินอาหารจนหมดเกลี้ยง ก่อนจะถอนหายใจอย่างสบาย “มันช่าง...อร่อยจริง ๆ วิเศษมาก” ขณะกล่าวยกถ้วยสุรา กล่าวกับฮัวชิงหร่าน “เอาแต่ดื่มชา จืดชืดเกินไปแล้ว สู้มาดื่มกับข้าดีกว่าไหม?”
ฮัวชิงหร่านไม่สนใจชวีหนานอี ยังคงแหงนหน้ามองดวงจันทร์
ชวีหนานอีเลียนแบบท่าทางของฮัวชิงหร่าน มองดวงจันทร์ “ชิงหร่านเห็นใครผ่านดวงจันทร์หรือ? มีคนกล่าวว่าส่งความคิดถึงไกลเป็นพันลี้ ไม่รู้ว่าความคิดถึงของชิงหร่านตกอยู่ที่ใด?”
ฮัวชิงหร่านหันกลับมามองชวีหนานอี “หนานอีก็น่าจะรู้ว่าชิงหร่านคิดถึงใคร”
สายตาเลื่อนลอยของชวีหนานอีพลันจมดิ่งลงในบ่อลึก เขาถามกลับ “หนานอีจะรู้ได้เยี่ยงไรว่าในใจชิงหร่านคิดสิ่งใด?” เขาเงยหน้า ดื่มสุราก่อนจะโยนถ้วยลงไปในสระน้ำเสียงดัง
ฮัวชิงหร่านมองชวีหนานอี ชวีหนานอีก็มองกลับด้วยรอยยิ้ม บรรยากาศเปลี่ยนเป็นอึมครึมโดยพลัน ราวกับระเบิดที่เพียงแตะก็พร้อมระเบิด
ฮัวหรูเหยียนมองทั้งสองคนด้วยดวงตางดงาม ขมวดคิ้วเล็กน้อย อาการเช่นนั้นดูแล้วช่างน่าสงสาร บุรุษรูปงามไร้ที่ติสองคนจ้องมองกันและกัน โดยไม่มีใครมองมาที่นางเลยสักนิด
ในขณะที่สบตากันอย่างแปลกประหลาด จู่ ๆ ชวีหนานอีเข้าใกล้ฮัวชิงหร่าน ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความสนุก เขาเม้มริมฝีปาก ยกนิ้วชี้ไปบนตัวฮัวชิงหร่าน กล่าว “สายตาของชิงหร่านลึกซึ้งเพียงนี้ หรือเจ้าอยากจูบข้า? เฮ้ ๆ ๆ หนานอีไม่ถนัดแนวนี้ อภัยให้ข้าด้วย”
ฮัวชิงหร่านหลุบตา จ้องไปที่ชาในถ้วย ก่อนจะใช้นิ้วถูริมฝีปากตัวเองเบา ๆ กล่าว “หนานอีช่างน่าขัน วาสนาของข้ามิได้อยู่กับเจ้า”
ชวีหนานอีรู้สึกว่าท่าทางของฮัวชิงหร่านนั้นช่างบาดตา! เขามองฮัวชิงหร่าน และกล่าวช้า ๆ “เรื่องตลกของชิงหร่าน ไม่เคยตลก”
ฮัวชิงหร่านเลิกคิ้ว “อ้อ?”
ชวีหนานอีหรี่ตา ปิดบังความคิดซ่อนเร้นและเอ่ยเสียงเบา “ชิงหร่านบอกว่าหนานอีมีวาสนากับลวี่เยา หากหนานอีเชื่อ หนานอีก็คงไม่เข้าใจสิ่งที่ชิงหร่านทำท่ามกลางสายฝน?” หากเขาเอาจริง หัวของเขาคงไม่ได้มีไหมสีคราม ทว่ากลับเต็มไปด้วยไหมสีเขียวมากกว่า
ฮัวชิงหร่านยิ้มพลางกล่าวช้า ๆ “หนานอีเคยถามชิงหร่าน ว่าชิงหร่านกับลวี่เยามีวาสนาต่อกันหรือไม่ หนานอียังจำคำตอบของชิงหร่านได้ไหม?”
ชวีหนานอียิ้มพลางกล่าว “คำตอบของชิงหร่านคือ ‘ก็อาจใช่’ หนานอีจะลืมได้อย่างไร?”
ชิงหร่านพยักหน้า “ใช่แล้ว”
ชวีหนานอีมองฮัวชิงหร่าน ทันใดนั้นเขาแหงนหน้ามองขึ้นไปบนฟ้าและหัวเราะ เขาหัวเราะจนพอ ก่อนส่ายหน้า “ชิงหร่านเอ๋ยชิงหร่าน หญิงสาวที่ดีไม่มีสามีสอง เจ้าลองนึกดู แม้ว่าเจ้ากับข้าจะมิใช่มังกรและนกเฟิ่งหวง แต่เราก็เป็นบุรุษที่ปราดเปรื่อง เหตุใดจึงปล่อยให้วาสนาของเราไปตกอยู่กับสาวอัปลักษณ์เสียสติ?” เขาเอานิ้วจิ้มเอวฮัวชิงหร่าน พลางกล่าวหยอกล้อ “หรือว่า ชิงหร่านชอบแบบสามีสองหนึ่งภรรยา?”
ฮัวชิงหร่านปัดมือชวีหนานอี พลางกล่าวนิ่ง ๆ “ชิงหร่านเคยบอกว่า หนานอีและลวี่เยามีวาสนาต่อกัน แต่มันเป็นเพียงวาสนาชั่วคราว ยาพิษที่ม้าของไป๋จื่อชีได้รับ เดิมทีมันควรอยู่บนตัวของเจ้าทั้งสอง ทว่ามันกลับไปตกอยู่ที่ม้า นี่คือตัวแปรที่ชิงหร่านคาดไม่ถึงมาก่อน ชิงหร่านมิใช่เทพเจ้า ไม่สามารถคาดเดาความลึกลับ มีเพียงชะตากรรมเท่านั้นที่ไม่เที่ยง” เขายืนขึ้น ตอนนี้ ชะตาของลวี่เยาผูกติดกับชิงหร่าน หวังว่าชวีหนานอีจะปล่อยวาง”
เมื่อฮัวชิงหร่านพูดคำนี้ ก็ราวกับเทพเซียนถูกเนรเทศ กำลังแนะนำมนุษย์ที่หลงอยู่ในเขาวงกตให้กระโดดออกจากปัญจธาตุ และอยู่ห่างจากโลกีย์ทางโลกด้วยท่าทางสูงส่ง ถึงอย่างนั้น เนื้อหาของคำกล่าวกลับช่างไร้ยางอาย! ใครจะไปรู้ว่ามันจะเป็นจริง? เจ้าบอกว่ามีวาสนาก็มีวาสนาได้ บอกไม่มีวาสนาก็ไม่มีได้เช่นนั้นหรือ? แม้แต่หญิงสาวหน้าตาอัปลักษณ์ ฮัวชิงหร่านก็ยังอยากจะแย่งชิง เพื่ออะไร? เห็นเขาตาบอดเช่นนั้นหรือ?! หากมิใช่เพราะความรักอันลึกซึ้ง ก็ต้องเป็นอุบายอะไรสักอย่างเป็นแน่! ถึงกระนั้น ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ชวีหนานอีรับไม่ได้ทั้งสิ้น
ชวีหนานอีลุกยืน สายตาเต็มไปด้วยความชั่วร้ายและอันตราย เขาเม้มริมฝีปาก “ฮัวชิงหร่านศิษย์คนสุดท้ายของท่านอาจารย์จาง นี่เจ้าจะมั่วโลกีย์ธุลีแดงหรือ?”
ฮัวชิงหร่านกล่าวอย่างเฉยเมย “แค่โดยขโมยก็เท่านั้น”
ชวีหนานอีสะบัดเสื้อคลุม กล่าว “ดึกมากแล้ว ขอตัวลา” พลางกล่าวในใจ ‘เช่นนั้น ข้าก็ให้เจ้าขโมยไปจริง ๆ!’
ฮัวชิงหร่านโค้งคำนับ “ข้าไม่ส่ง”
ฮัวหรูเหยียนยืนขึ้น โค้งคำนับต่อชวีหนานอี
ชวีหนานอีคำนับกลับ ก้าวขึ้นเรือและจากไป
ฮัวชิงหร่านหันกลับมาถามฮัวหรูเหยียน “หรูเหยียนจะกลับไปเมื่อใด?”
ฮัวหรูเหยียนเหลือบมองฮัวชิงหร่าน นางยิ้มพลางกล่าว “ท่านพี่รำคาญหรูเหยียนแล้วหรือ?”
ฮัวชิงหร่านพยักหน้า “ใช่”
ฮัวหรูเหยียนตกใจเล็กน้อย นางก้มหน้า ทว่าไหล่สั่น ก่อนจะหัวเราะเสียงดัง นางเล่นหยกงามที่เอวพลางพูดหยอกล้อ “หรูเหยียนชื่นชมท่านพี่มาก ตอนเด็ก ๆ ที่ท่านพี่จากบ้านไป หลังแยกทางกันก็ผ่านไปหลายปี ใคร ๆ ต่างพูดว่าท่านพี่เป็นโรคประหลาด แต่ข้าไม่เชื่อ ทว่าตอนนี้ ท่านพี่เหมือนคนที่บำเพ็ญตนจนบรรลุแล้วจริง ๆ และยิ่งไม่คุ้นเคยกับการสร้างสัมพันธ์ในสังคม แต่ท่านพี่วางใจได้ หรูเหยียนจะคอยดูแลอยู่เคียงข้างท่านพี่”
สายตาของฮัวชิงหร่านหยุดนิ่ง ทันใดนั้นเขาเข้าใกล้ฮัวหรูเหยียน
ฮัวหรูเหยียนตกใจจนหน้าซีดเผือด ก่อนจะก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
ฮัวชิงหร่านก้มหน้า มองตรงเข้าไปในดวงตาของฮัวหรูเหยียน เขาเม้มปากช้า ๆ พลางกล่าวในขณะที่นางรู้สึกกลัว “เจ้าคอยดูเถอะ” ก่อนจะถอยออกมา และจากไปอย่างสง่างาม
ฮัวหรูเหยียนรู้สึกหวาดกลัวแปลก ๆ แต่ไหนแต่ไรฮัวชิงหร่านดูแลนางมาตลอด ไม่เคยตะคอกดุด่า ทว่าวันนี้กลับดูดุร้ายชัดเจน เป็นเพราะนางได้ยินสิ่งที่ไม่ควรได้ยิน หรือเพราะนางกล่าวถึงข้อบกพร่องของเขา?
ลวี่เยานั่นนางเคยเจอ อัปลักษณ์ยากจะหาใดเปรียบ!
เหตุใดสิ่งที่ได้ยินวันนี้กลับทำให้นางรู้สึกว่า ชวีหนานอีและฮัวชิงหร่านกำลังหึงหวงและแย่งชิงหญิงสาวผู้นี้กันอย่างลับ ๆ? เป็นเพราะฮวงจุ้ยของเขตลิ้วเหอมีปัญหาจริง ๆ แม้แต่คนธรรมดาก็เปลี่ยนไปจนไม่อาจแยกแยะ จะใช่หรือไม่ก็ตาม ไม่สมควรอยู่ที่นี่นาน ทว่านางยังต้องอยู่ที่นี่ต่อ เรื่องบางอย่างก็ไม่ควรบอกผู้อื่นให้รับรู้