ผมนี่แหละ มะนาวต่างนุด

    ตอนที่ 98 ซ่อมแซมไทม์แมชชีน

    ตอนที่98 ซ่อมแซมไทม์แมชชีน


    เสิ่นอี้และพรอคที่เจ็ดต่างวิ่งหลบหลีกศัตรูจนมาถึงประตูทางเข้าฐานลับพอทั้งคู่เห็นว่าทหารดาวเจอรัลออกไปตามล่าศัตรูด้านนอกจำนวนมากโดยมีทหารเดินออกมาบางตาแล้ว จึงพากันวิ่งคู่ไปด้วยกันเพื่อแอบซ่อนเข้าไปในอาคาร


    อนึ่งทั้งคู่ยังคงเปิดใช้งานอุปกรณ์อำพรางอยู่เพราะไม่กล้าหยุดการทำงานเนื่องจากกังวลว่าทหารดาวเจอรัลจะพบเห็นได้

    เสิ่นอี้สบโอกาสหาสถานที่หลบซ่อนตัวอยู่ในตำแหน่งลับตาจากทหารดาวเจอรัลและอุปกรณ์ตรวจจับของศัตรูเขาเอ่ยถามพรอคที่เจ็ดด้วยความอยากรู้ว่า


    “ตอนที่เข้ามาคราวก่อนนายรู้ไหมว่าห้องทดลองพวกมันอยู่ทางไหน แล้วคลังแสงอยู่ทางไหน”


    พรอคที่เจ็ดนึกว่าเสิ่นอี้ถามเพราะต้องการเข้าไปทำลายห้องทดลองของศัตรูจึงตอบตามจริงซึ่งเป็นทิศทางเดียวกับทางไปคลังแสงใหญ่ว่า


    “อ้อ! มันอยู่ทางเดียวกัน พวกเราต้องฝ่าเข้าไปทางตรงกลางนั่นมันจะมีทางลงใต้ดินอีกสามชั้น ชั้นที่สองเป็นห้องทดลองส่วนชั้นที่สามถึงจะเป็นคลังแสง”


    “แล้วชั้นแรกมีไว้ทำอะไร”เสิ่นอี้ถามเพิ่มเติมเพราะเห็นว่าพรอคที่เจ็ดไม่ได้กล่าวถึงชั้นแรก


    ทั้งนี้ชายหนุ่มคิดว่าชั้นแรกจะต้องไม่ใช่ชั้นปัจจุบันที่พวกตนกำลังหลบซ่อนตัวอยู่อย่างแน่นอนเพราะพรอคที่เจ็ดกล่าวถึงชั้นใต้ดินทั้งหมดสามชั้น


    “ชั้นแรกเป็นที่พักของพวกมันถ้าไม่จำเป็นก็อย่าเข้าไปเลย ไม่งั้นอาจไม่รอดกลับมา พวกมันอยู่ในท่อนอนเป็นล้านตัวนับไม่ถ้วนเลยละ ต่อให้นายมีอาวุธหรือเก่งกาจแค่ไหน ก็ยากที่จะรอดมาได้”


    พรอคที่เจ็ดเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแสดงความพรั่นพรึงซึ่งมันยังคงจดจำสถานการณ์เร่งด่วนของตนและพรรคพวกที่เคยลอบเข้ามาสังเกตการณ์แล้วพากันหนีตายจ้าละหวั่นเพราะไปพบเจอที่อยู่อาศัยซึ่งมีลักษณะเป็นท่อยาวพอดีตัวจำนวนมากมายมหาศาลเรียงซ้อนกันเป็นชั้นอย่างเป็นระเบียบ


    อนึ่งในชั้นแรกนั้นจะมีพื้นที่ใต้ดินกว้างใหญ่ไพศาลซึ่งถูกใช้เป็นสถานที่พักผ่อนของบรรดาทหารจระเข้พรอคที่เจ็ดและพรรคพวกที่ตายไปแล้วเคยเข้าไปสำรวจ โดยมันประเมินไว้คร่าว ๆ ได้นับล้านตัว


    เสิ่นอี้ได้ยินคำตอบของพรอคที่เจ็ดเขากลืนน้ำลายฝืดคอด้วยความหวาดกลัวทันทีเพราะไม่คาดคิดว่าดาวเจอรัลจะทิ้งทหารไว้ที่นี่เป็นจำนวนมาก


    ทว่าพอนึกถึงทรัพยากรของดาวขยะหรือดาวเจทีที่มีหินพลังงานจำนวนมากแล้วทำให้เขาเข้าใจการปล่อยให้ทหารจำนวนมหาศาลเฝ้ารักษาทรัพยากรอันมีค่านี้ได้


    เสิ่นอี้ตัดสินใจที่จะอาศัยอุปกรณ์พรางตัวไปพร้อมกับพรอคที่เจ็ดจนกว่าจะถึงห้องทดลองจึงจะหาข้ออ้างแยกตัวจากเพื่อนเพราะต้องรีบทำภารกิจในการซ่อมแซมไทม์แมชชีนให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว


    ต่อจากนั้นทั้งคู่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่สักพักก่อนพรอคที่เจ็ดจะเป็นผู้นำทางพาเพื่อนต่างเผ่าพันธุ์หลบหลีกทหารจระเข้เพื่อลอบเดินทางลงสู้ชั้นใต้ดินโดยตรงไปยังชั้นที่สองทันที


    ..........


    ระหว่างที่เสิ่นอี้และพรอคที่เจ็ดกำลังร่วมกันทำภารกิจเสี่ยงอันตรายอยู่ภายในฐานลับของทหารดาวเจอรัลอยู่นั้น


    บรรดาทหารจากกองทัพสหรัฐอเมริกาและอาจารย์จากสถาบันเอ็มไอทีต่างพากันรู้สึกตัวฟื้นจากความหนาวเย็นขึ้นมา แล้วพบว่าร่างกายมีความอบอุ่นมากขึ้นด้วยชุดอเนกประสงค์ของเสิ่นอี้


    ทุกคนประชุมร่วมกันเพื่อวางแผนการต่อไปโดยการตัดสินใจขั้นสุดท้ายเป็นการอพยพออกจากพื้นที่วิกฤติอันเลวร้ายของฤดูหนาวที่นี่ซึ่งทุกคนตระหนักได้ว่าไม่ควรออกตามหาทหารอีกสองคนในตอนนี้ทว่าควรไปตั้งหลักในสถานที่ปลอดภัยก่อน


    จากนั้นแต่ละคนต่างช่วยกันคนละไม้คนละมือเพื่อเก็บรวบรวมสิ่งของสำคัญแล้วพากันออกเดินทางมุ่งหน้ากลับไปหากลุ่มนักวิทยาศาสตร์ที่ตั้งฐานปฏิบัติการชั่วคราวอยู่ในสถานที่อันมั่นคงแข็งแรง


    ทุกคนต่างรู้สึกประหลาดใจในชุดอเนกประสงค์จากเสิ่นอี้ยิ่งนักโดยต่างพากันวางแผนที่จะกลับไปทดสอบชุดดังกล่าวเมื่อเดินทางกลับไปถึงสถาบันเอ็มไอทีแล้ว


    ในเวลานี้เสิ่นอี้และพรอคที่เจ็ดต่างตัดสินใจหลบหลีกทหารจระเข้ที่ทยอยออกมาจากที่พักเพื่อตามล่าศัตรูปริศนาอยู่ทั้งคู่ไม่สามารถหลบซ่อนตัวอยู่ที่เดิมได้นานเกินไปชายหนุ่มจึงเสนอความคิดให้ไปหลบซ่อนยังชั้นสองก่อนแล้วค่อยวางแผนลอบเข้าไปในชั้นสามซึ่งเป็นสถานที่เก็บอาวุธทั้งหลายของทหารจระเข้


    “พวกเราไปกันเถอะรั้งรออยู่ที่นี่นานเกินไป มันมีแต่จะเพิ่มความเสี่ยงมากขึ้นฉันว่าพวกเราไปหลบอยู่ชั้นสองก่อนดีไหม อย่างน้อยในห้องทดลองนั่นฉันอาจสร้างอาวุธขึ้นมาไว้ต่อกรกับพวกมันได้หรือไม่ก็หาทางทำลายห้องทดลองนั่นเสียเลย ไม่เอาไว้ให้พวกมันได้ใช้งานอีก”


    “ก็ดีเหมือนกันก่อนที่พวกมันจะกลับเข้ามาประจำการที่นี่ แล้วค่อยหาโอกาสเข้าไปชั้นสามต่อ”


    พรอคที่เจ็ดพยักหน้าเข้าใจความหมายที่ชายหนุ่มสื่อสารออกมามันเริ่มกังวลใจเช่นกันเพราะทหารจระเข้เริ่มทยอยกลับเข้ามาในฐานลับแห่งนี้แล้วจึงไม่ต้องการพลาดโอกาสสำคัญในการขโมยอาวุธ


    จากนั้นทั้งคู่พากันเดินสลับวิ่งเพื่อหลบหลีกทหารจระเข้เป็นระยะแล้วเข้าสู่ทางลงชั้นใต้ดิน โดยเลือกเส้นทางเป็นบันไดแทนลิฟต์โปร่งใสขนาดใหญ่แทน


    ทันใดนั้นพรอคที่เจ็ดและเสิ่นอี้ต่างวิ่งหลบหลีกพวกทหารจระเข้อยู่ดีๆ พลันชนเข้ากับทหารสองตัวที่เดินตีคู่ทหารก่อนหน้าเข้ามากะทันหันทำให้คู่หูต่างเผ่าพันธุ์ไม่สามารถหลบหลีกได้ทันท่วงที


    ทหารดาวเจอรัลสองตัวที่ถูกชนพลันยกแขนสองข้างที่มีอาวุธลำแสงเอวาสติดตั้งไว้ขึ้นมากราดยิงรอบตัวพร้อมส่งเสียงแจ้งเตือนภัยให้พวกเดียวกันรับรู้ว่า


    “บัดซบ!ศัตรู! มีศัตรูลอบเข้ามา! สังหารมัน! สังหารมันซะ!”


    ในจังหวะเดียวกันนั้นเองเสิ่นอี้เหลือบมองเห็นประตูทางเข้าห้องทดลองเปิดออกมาพอดีเขาฉุดแขนของพรอคที่เจ็ดแล้วลากตัวเข้าไปด้านในด้วยความยินดีเนื่องจากแผนการเดิมของเขานั้นตั้งใจที่จะมายังชั้นสองเพื่อทำการซ่อมแซมไทม์แมชชีนให้แล้วเสร็จก่อน


    เมื่อสบโอกาสจากเหตุไม่คาดฝันเขาจึงตัดสินใจลากเพื่อนเข้ามาหลบภัยด้วยกัน พอเข้ามาหลบอยู่ภายในห้องทดลองได้อย่างหวุดหวิดโดยมีเสียงปืนลำแสงเอวาสยิงไล่หลังตามมาด้วยชายหนุ่มอาศัยจังหวะชุลมุนฟันคอเพื่อนให้หมดสติทันใด


    “ขอโทษนะเพื่อนฉันต้องให้นายหลับสักครู่ ไว้ฉันซ่อมไทม์แมชชีนเสร็จแล้ว ฉันจะหาทางช่วยนายอีกที”


    เสิ่นอี้กล่าวขอโทษพรอคที่เจ็ดแล้วลากร่างเพื่อนที่หมดสติให้มาหลบซ่อนอยู่หลังอุปกรณ์ทดลองเครื่องหนึ่งที่มีขนาดใหญ่มากพอหลบซ่อนตัวได้พลางรู้สึกดีที่อุปกรณ์อำพรางจากดาวเอเอสยังมีประสิทธิภาพการทำงานได้ดีอยู่


    ชายหนุ่มพยายามฟังและถอดรหัสภาษาของทหารดาวเจอรัลซึ่งมีบางคำที่เขายังไม่เข้าใจ แต่บางคำเคยได้ยินมาก่อนสมัยมีชีวิตอยู่บนดาวเอวาสักพักหนึ่งเขาถอนหายใจด้วยความโล่งอกพร้อมกับได้ยินเสียงปืนเบาลงและเสียงฝีเท้าจำนวนมากวิ่งกรูขึ้นไปชั้นบนและลงชั้นล่าง


    ในขณะที่เสียงฝีเท้าของทหารดาวเจอรัลวิ่งเข้ามาตรวจสอบในห้องทดลองมีไม่กี่สิบตัวเท่านั้นชายหนุ่มนั่งนิ่งไม่กล้าขยับร่างกายให้เกิดเสียงใด ๆพลางรู้สึกโล่งอกที่ทำให้เพื่อนหมดสติไปก่อนหน้า


    สักพักหนึ่งเสิ่นอี้ได้ยินเสียงสั่งการของหัวหน้าทหารกลุ่มที่เข้ามาตรวจสอบภายในห้องทดลองกล่าวออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงแสดงความโมโหโกรธแค้นว่า


    “เฝ้าดูแลห้องทดลองให้ดีศัตรูจะต้องหลบอยู่ที่ไหนสักแห่ง ห้องทดลองอาจจะไม่มีอะไรน่าขโมยแต่จะไว้ใจศัตรูไม่ได้ ให้อยู่เฝ้ารักษาตลอดเวลา เข้าใจไหม?!”


    “เข้าใจ!”ทหารดาวเจอรัลราวสามสิบตัวต่างขานรับคำสั่งจากหัวหน้าอย่างแข็งขัน


    จากนั้นพวกมันกระจายตัวออกไปเฝ้าระวังตามจุดต่างๆ ในห้องทดลองอันกว้างใหญ่ ทว่าส่วนใหญ่จะอยู่เฝ้าระวังประตูทางเข้าแทนเนื่องจากห้องทดลองนี้มีทางเข้าออกเพียงทางเดียวทหารจึงหวังที่จะสกัดไม่ให้ศัตรูลอบเข้ามาในห้องทดลองได้


    อย่างไรก็ตามพวกมันไม่รู้ตัวสักนิดว่าเสิ่นอี้และพรอคที่เจ็ดซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจของพวกมันได้ลอบเข้ามาอยู่ภายในเป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่เกิดเหตุชุลมุนก่อนหน้า


    เมื่อเสิ่นอี้เห็นว่าทหารส่วนใหญ่ทยอยออกไปเฝ้าอารักขาอยู่หน้าห้องทดลองโดยปล่อยทหารไว้ภายในเพียงสิบตัว เขารอเวลาสักพักอย่างใจเย็นกระทั่งสบโอกาสจึงค่อย ๆ แบกร่างพรอคที่เจ็ดไปด้วยโดยเหลือบมองอุปกรณ์พรางตัวที่ยังบินอยู่เหนือหัวด้วยความโล่งอก


    ‘ค่อยยังชั่วที่อุปกรณ์พรางตัวยังทำงานได้ดีพวกเราไปหาสถานที่มีเครื่องมือซ่อมไทม์แมชชีนกันเถอะ’


    ชายหนุ่มคิดอย่างมีความหวังที่จะได้เริ่มทำการซ่อมแซมไทม์แมชชีนเพื่อให้สามารถเดินทางไปยังดาวเอเอสแล้วไปพบกับกองทัพทริปเปิเอสให้ได้ตามภารกิจจากระบบโกลาหล


    ชายหนุ่มแบกร่างพรอคที่เจ็ดวิ่งลัดเลาะอย่างเงียบเชียบไปหาห้องทดลองที่จะมีเครื่องมือทางการช่างรวมอยู่


    สักพักหนึ่งเสิ่นอี้พบพื้นที่ส่วนงานด้านวิศวกรรมซึ่งไม่มีทหารดาวเจอรัลอยู่เฝ้าตรวจตราเขายิ้มกว้างอย่างพึงพอใจ พลางกวาดตามองหาที่ซ่อนร่างของเพื่อน แล้วนำไปวางไว้ให้นอนอยู่มุมข้างอุปกรณ์ขนาดใหญ่เครื่องหนึ่ง


    จากนั้นชายหนุ่มเร่งมือซ่อมไทม์แมชชีนอย่างรวดเร็วโดยหวังให้สามารถใช้การได้อย่างน้อยหนึ่งรอบ

     

    .********************.

    เริ่มตั้งแต่ตอนที่98 เป็นต้นไป ไรต์เปิดให้อ่านฟรีไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะจบเรื่อง

    โดยจะติดเหรียญในตอนสุดท้ายเท่านั้นเชิญอ่านและร่วมติดตามไปด้วยกันจนจบเรื่องนะจ้า

    (อัปทุกวันพฤหัสบดีเหมือนเดิม)