ทั้งเซนและอาจารย์โซเฟียต่างก็ได้เดินกลับมาที่ห้องเรียนพร้อมเพรียงกัน อาจารย์โซเฟียนั้นพยายามจะรักษาสีหน้าและท่าทางของตนให้เป็นปกติอย่างไรก็ตามเห็นได้ชัดว่าตัวของเธอยังคงสั่นอยู่ และใบหน้ายังซีดกว่าปกติ
เมื่อเซนเดินกลับเข้ามาเพื่อนร่วมห้องหลายๆ คนต่างก็จ้องมองมาที่เขาราวกับว่าต้องการจะจับผิดบางอย่าง พวกเขาต่างสงสัยเพราะในบรรดานักเรียนในห้องทั้งหมดนั้น เซนเป็นคนที่ออกไปนานที่สุด
ชายหนุ่มเลือกที่จะไม่สนใจสายตาของผู้คนเขาเดินกลับไปนั่งที่ของตนเอง ในขณะเดียวกันเขาก็สังเกตได้ว่าที่นั่งนั้นมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย เพราะดูเหมือนลีโอนั้นจะย้ายมานั่งใกล้พวกเขา โดยที่นั่งของลีโอนั้นอยู่ข้างหน้าเซน
“สำหรับวันนี้ เรื่องที่พวกเจ้าจะได้ยินต่อจากนี้ไปอาจจะเป็นเรื่องที่โหดร้ายสำหรับพวกเจ้า แต่โรงเรียนของเรานั้นไม่เคยปรานีกับผู้ที่ไร้ความสามารถ วันนี้ในหมู่พวกเธอได้มีนักเรียนที่จะถูกไล่ออก 18 คนด้วยกัน…”
อาจารย์โซเฟียได้กล่าวออกมา พร้อมกับไล่อ่านรายชื่อของคนที่ถูกไล่ออกทั้งหมด ในขณะที่นักเรียนแต่ละคนนั้นต่างตกตะลึงและไม่เข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น พวกเขานั้นพึ่งเข้าเรียนเป็นวันแรกและต้องพยายามที่จะผ่านการทดสอบอย่างยากลำบาก แต่พวกเขากลับมาจบโดยถูกไล่ออก
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้เซนประหลาดใจก็คือ นักเรียนที่ถูกขานชื่อนั้นไม่มีใครแม้แต่คนเดียวที่คิดแย้งกับอาจารย์โซเฟียพวกเขาต่างเก็บข้าวของและเดินออกไปจากห้องเรียนอย่างเงียบ จนเมื่อเซนสังเกตสีหน้าของพวกเขาดีๆ และพบว่าพวกเขานั้นไม่ได้ตกใจกับคำประกาศของโซเฟียเลย นั่นแสดงให้เห็นว่าก่อนหน้านี้นั้นโซเฟียได้บอกพวกเขาไปแล้ว ซึ่งอาจจะเป็นตอนเรียกไปคุยตัวต่อตัวก่อนหน้านี้
“ยังไม่ทันไรก็มีนักเรียนถูกไล่ออกไปมากขนาดนี้…”
ลีโอกล่าวแม้น้ำเสียงของเขาจะฟังดูเศร้า อย่างไรก็ตามท่าทางของเขาที่นั่งยกขาขึ้นมาวางบนโต๊ะพร้อมกับผิวปากนั้นทำให้เพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ หมั่นไส้ไม่น้อย
“เนื่องจากในช่วงเช้าไม่มีอะไร และวันนี้เป็นวันแรกของการเรียนการสอน ขอให้พวกเจ้าไปทำความคุ้นเคยรอบๆโรงเรียนเสีย ให้กลับมาที่ห้องเรียนเวลาบ่ายสอง เลิกคลาสได้!”
อาจารย์โซเฟียกล่าวพร้อมกับเดินออกจากห้องเรียนไป เมื่อเธอเดินจากห้องเรียนทั้งห้องก็ระเบิดเสียงพูดคุยออกมาทันที โดยส่วนใหญ่นั้นล้วนแล้วแต่พูดคุยกันอย่างสนิทสนมมีเพียงเซน ลีโอ และจีโน่เท่านั้นที่ไม่มีพรรคพวกเหมือนกับคนอื่นๆ
“ต่อจากวันนี้ไปพวกเราสามคนเป็นแก๊งเดียวกัน!”
ลีโอลุกพรวดขึ้นมาจากโต๊ะพร้อมกับกำหมัดและกล่าวกับเซนและจีโน่ อย่างไรก็ตามเซนนั้นเหมือนได้รับอารมณ์ราวกับว่าถูกชวนเข้าแก๊งอาชญากร
“ไม่มีปัญหา ข้าเข้าร่วมแก๊ง!”
เซนกล่าวพร้อมกับยิ้มขึ้น ในขณะเดียวกันจีโน่ที่หลับตาอยู่ก็ได้เปิดตาขึ้นช้าๆ พร้อมกับมองมาที่เซน ก่อนที่จะพยักหน้าและหลับตาต่อ
“ดูเหมือนทุกคนจะเห็นด้วย…แล้วพวกเราจะอยู่ที่นี่ทำไมกันล่ะ รีบไปเถิดข้าจะพาพวกเจ้าทัวร์รอบโรงเรียนเอง!”
ลีโอกล่าวพร้อมกับดึงมือทั้งสองขึ้น เซนนั้นไม่ได้ขัดคืนใดๆ กับชายหนุ่มที่มากล้นไปด้วยพลังงานจำนวนมากเบื้องหน้า ส่วนจีโน่นั้นตอนแรกก็ขัดขืนอย่างไรก็ตามเขาเองก็ถูกชักจูงเช่นเดียวกัน ดังนั้นกลุ่มคนไร้เพื่อนทั้งสามคนจึงต่างพากันเดินออกจากนอกห้องเรียน และไปรอที่ท่าเรือ
เนื่องจากมีการอนุญาตให้พักก่อนเวลาดังนั้นจึงได้มีเรือมารอรับส่งพวกเขาแล้วตอนนี้ อย่างไรก็ตามมันค่อนข้างจะเหนือความคาดหมายของเซนอย่างมาก เพราะเขาไม่คิดเลยว่าเรือที่มาถึงนั้นไม่ได้แล่นบนน้ำ แต่มันกลับลอยบนท้องฟ้าเหมือนกับเครื่องบิน และความเร็วของมันนั้นไม่ธรรมดาอีกด้วย
กลุ่มของเซนและนักเรียนห้องสิบเกือบร้อยคนต่างขึ้นมาบนเรือ และเรือก็ได้ออกตัวอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีพวกเขาก็สามารถมาถึงฝั่งอีกฝั่งได้ ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ของโรงเรียนวิลโล
“พวกเรากำลังจะไปไหน?”
เซนกล่าวถามออกมา เขาเห็นว่าตอนนี้ลีโอกำลังพาพวกเขาเดินไปตามนักเรียนห้องสิบจำนวนมาก แต่พวกเขาเดินไปได้สักพักก็ได้พบกับนักเรียนจากหลายๆ ชั้นปีกำลังมุ่งหน้าไปในทิศทางเดียวกัน
“เจ้าตกข่าวหรือยังไง แม้แต่ข่าวการประลองที่เวทีศักดิ์สิทธิ์เจ้ายังไม่รู้”
ลีโอกล่าวตอบในขณะเดียวกันเซนก็ได้หันไปมองจีโน่และเห็นว่าจีโน่เองก็เหมือนจะรับรู้เรื่องราวอยู่แล้ว เซนที่สงสัยจึงได้กล่าวถาม
“มีการประลอง? ระหว่างใครกัน แล้วเวทีศักดิ์สิทธิ์คืออะไร?”
เซนนั้นค่อนข้างจะสนใจดูการประลองระหว่างคนในโลกนี้ เพราะมันเหมือนกับดูหนังกำลังภายในหรืออาจจะมันกว่านั้นเสียอีก
“ก่อนอื่นต้องกล่าวถึงกฎของโรงเรียนนี้ก่อน…นักเรียนนั้นสามารถทำการประลองแลกเปลี่ยนฝีมือได้โดยไม่ต้องผ่านความเห็นชอบใดๆ จากผู้คุมกฎอย่างสภานักเรียน อย่างไรก็ตามการต่อสู้ที่เวทีศักดิ์สิทธิ์นั้นนับว่าเป็นเรื่องใหญ่อย่างมาก เพราะการประลองในสนามนี้นั้นทั้งสองสามารถเดิมพันสิ่งที่มีค่ากันได้ ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งของสภานักเรียน หรือแม้กระทั่งสิ่งของมีค่า ยังรวมถึงชีวิตด้วย”
“แต่การเดิมพันนั้นไม่ใช่สิ่งที่ทำเล่นๆได้ นักเรียนที่ถูกท้าขึ้นเวทีประลองศักดิ์สิทธิ์นั้นจะไม่สามารถปฏิเสธคำท้าได้ แต่พวกเขาจะสามารถเรียกร้องสิ่งเดิมพันที่เท่าเทียมกันกับที่อีกฝ่ายเรียกร้องได้”
เซนพยักหน้าอย่างเข้าใจ ดูเหมือนโรงเรียนแห่งนี้นั้นจะสนับสนุนให้นักเรียนมีการต่อสู้และแข่งขันกันเอง แต่ลีโอก็ได้กล่าวบอกต่ออีกว่า การประลองที่เวทีศักดิ์สิทธิ์นั้นนักเรียนธรรมดาไม่สามารถทำได้ นักเรียนที่สามารถทำได้นั้นจะต้องเป็นนักเรียนที่ถูกยอมรับโดยสภานักเรียน และการประลองยังต้องผ่านการอนุมัติจากสภาทุกครั้ง
“แล้วใครกันที่จะประลองในวันนี้?”
เซนถามออกมา แต่ชายหนุ่มคิดว่าไม่ต้องสงสัยเลยคนที่จะประลองกันในวันนี้นั้นต้องแข็งแกร่งอย่างมาก เพราะทั้งสองต่างต้องถูกยอมรับโดยสภานักเรียน
“ฝั่งหนึ่งเป็นชาย เรียนอยู่ปีสองห้องหนึ่ง ที่น่าสนใจก็คือเขาเป็นน้องชายของจักรพรรดิเงา ซึ่งจักรพรรดิเงานั้นเป็นหนึ่งในเจ็ดนักเรียนปีศาจแห่งสภานักเรียน เขานับว่าแข็งแกร่งอย่างมากและน้องชายของเขาเองก็แข็งแกร่งเช่นเดียวกัน”
เซนพยักหน้าอย่างตื่นเต้น เขารอที่จะชมการประลองที่จะเกิดขึ้นไม่ไหวอยู่แล้ว
“ส่วนอีกฝ่ายนั้นเป็นนักเรียนปีสอง เพศหญิง เธอเป็นหนึ่งในสมาชิกสภานักเรียน มีฉายาว่าเวทมนตร์ทำลายล้างของพระเจ้า โดยสิ่งที่เธอใช้เดิมพันในครั้งนี้ก็คือตำแหน่งสภานักเรียนของเธอ ในขณะที่เธอนั้นเรียกร้องให้อีกฝ่ายลงไปเรียนที่ชั้นปีหนึ่งใหม่ และห้ามอยู่ห้องหัวกะทิอีกต่อไป…”
ลีโอกล่าวอธิบายจบพอดีกับที่พวกเขานั้นได้เดินทางมาถึงเวทีประลองศักดิ์สิทธิ์ซึ่งตอนนี้มีนักเรียนจำนวนมากกำลังต่อแถวกันเพื่อที่จะเข้าไปภายในเพื่อดูการประลอง เวทีประลองศักดิ์สิทธิ์ยังคงไว้ซึ่งความอลังการและสวยงามสมกับเป็นโรงเรียนที่มีทุนเยอะมหาศาล เวทีประลองถูกล้อมรอบด้วยอัฒจันทร์ ที่ถูกทำด้วยหินอ่อนและสลักลวดลายอย่างประณีต
ด้วยการที่มีคนจำนวนมากทำให้เซนและเพื่อนๆ นั้นเข้าไปข้างในอย่างลำบาก และสุดท้ายแล้วพวกเขาก็โดยฝูงชนเบียดจนทำให้แยกจากกันไปคนละทิศคนละทาง เมื่อเข้ามาภายในแล้วเซนก็ต้องการจะหาที่นั่งชม อย่างไรก็ตามไม่ว่าเขาจะเดินหายังไงทุกที่นั่งล้วนแล้วแต่เต็มทั้งหมด
ชายหนุ่มมองขึ้นไปด้านบนของเวทีประลองและพบกับห้องสี่เหลี่ยมที่ถูกล้อมรอบด้วยกระจกดำ อย่างไรก็ตามกระจกดำนั้นมืดสนิทและสายตาของคนทั่วไปไม่สามารถมองทะลุด้านในได้ แต่เซนนั้นสามารถเห็นด้านใน และพบว่ามันมีที่นั่งที่ดูสบายและมันยังว่างอยู่ เมื่อเห็นดังนั้นชายหนุ่มจึงวิ่งขึ้นไปหาทางเข้าไปในห้องนั้นทันทีเพราะกลัวว่ามันจะเต็มเสียก่อน