Born to be Barbarian เกิดใหม่เป็นบาบาเรี่ยน

    ตอนที่แปดสิบเก้า Anti-Detective

    ตอนที่แปดสิบเก้า Anti-Detective

    Anti Detective

    ต่อต้านแนวนักสืบ

    คือแนวคิดที่จะตรงข้ามกับแนวสืบสวนสอบสวนที่พอมีคดีต่างๆเกิดขึ้นแล้ว

    ก็จะแสวงหาว่า ใครเป็นผู้ทำผิด who dun it?

    หรือทำได้อย่างไร How dun it?

    หรือมีแรงจูงใจอะไร  Why dun it?

    แต่แนวต่อต้านนักสืบไม่ได้มีแนวความคิดเช่นนั้น

    ไม่เคารพดำเนินรอยตามเรื่องราวของการสืบสวนทั่วไป

    เมื่อคดีฆาตกรรมสืบสวนซ่อนเงื่อนของมนุษย์นั้นเจอสัตว์ประหลาดขวางระหว่างทางก็ทำให้คำถามเรื่องของการเป็นนักสืบในคดีต่างๆนั้นหายไปเมื่อเจอกับความโกลาหลChaos ของโลกความเป็นจริง

    ที่คำถามของการเป็นนักสืบที่กล่าวมานั้นไม่สามารถได้รับการตอบได้ด้วยผลจากความยุ่งเหยิงและวุ่นวายของโลก

    และถึงที่สุดแล้วก็มีเพียงแค่ดาบในมือเท่านั้นที่จะตอบคำถามต่อความโกลาหลและยุ่งเหยิงของโลกได้

    ที่แต่ละคนล้วนมีแผนการของตนเองไม่มีใครมาอธิบายแผนการของพวกเขาให้เราฟังและเฉลยกันได้อย่างง่ายดายเช่นนั้น

    บางเรื่องก็อาจจะทำได้เพียงแค่คาดการณ์จากสถานการณ์ที่พบเจอ..หรือไม่ก็ใช้คาถาดูอดีตย้อนหลังอย่างใดอย่างหนึ่งหรือเรียกวิญญาณคนตายมาถาม

    แน่นอน เรื่อง”ราโชมอน”ก็สอนเราเอาไว้ว่าคนตายไม่ได้หมายความว่าเขาจะพูดความจริงทุกอย่าง

    และนี่คือสาเหตุที่ทำให้เขาเกลียดการสืบสวนและต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้

    ที่น่าแปลกใจคือคนทีเปิดการต่อสู้ก่อนคือผู้ถือคบเพลิง

    แสดงอีกอย่างว่าคนที่ใจร้อนในการต่อสู้กับพวกไม่ใช้มนุษย์ก้คือมนุษย์นี่เอง

    เปรี้ยง

    เสยงปืนที่ลุกกระสุนราคาแพงจนสามารถเลี้ยงข้าวครอบครัวธรรมดาได้หนึ่งมื้อดังขึ้น

    “กำจัดพวกวิตถาร วิปริตในนามแห่งโซลอินวิคตัส”

    เฮ้

    ท่ามกลางเสียงตะโกนขานรับของผู้ถือคบเพลิงทีเปิดเผยตัวมีแสงสีทองส่องออกมาจากตนเองได้พุ่งเข้าหาทั้งแวมไพร์และดรายแอดอย่างไม่กลัวเกรง

    ขวัญกำลังใจของ Zealot ผู้คลั่งศาสนา นั้นพุ่งทะลุติดเพดานแต่สติปัญยานั้นตกต่ำติดใต้ถุน

    ทำให้พวกเขาคือกองทัพที่ไม่มีวันหนีจากการต่อสู้หรือหวาดกลัวศัตรูใดใดแต่จะไปสู้ผิดที่ผิดทางไม่ค่อยวางแผนเท่าไรนั่นเอง

    ผมชูท่านอิทมาริขึ้นมา

    “เจ้าดรายแอด จงมาคุกเข่าต่อเจ้านายของเจ้าเจ้าชายอิทมาริเสียแล้วข้าจะอภัยให้เจ้า”

    แม้

    อิทมาริร้องออกมาอย่างให้กำลังใจดรายแอดที่เอาระยางค์ของตนเองสะบัดไปมาต่อสู้กับทั้งผู้ถือคบเพลิงและแวมไพร์ไปด้วยในเวลาเดียวกันกล่าวว่า

    “ข้าไม่ฟังคำสั่งของเจ้าชายที่ถูกเนรเทศหรอก”

    ดรายแอดกล่าว

    โอเคอย่างน้อยก็แสดงว่าอิทมาริเป็นเจ้าชายของภูตจริงๆ

    แม้

    อิทมาริยังคงร้องให้กำลังใจผม

    Ice wall

    กำแพงน้ำแข็ง

    ราชินีออโรร่าก็สมกับเป็นผู้ที่เก่งกาจสามารถสร้างกำแพงน้ำแข็งมาป้องกันศัตรูจากตนเองได้ทำให้ผมและท่านอิทมาริกับอีกหลายคนที่รีบวิ่งมาหลบหลังท่านราชินีออโรร่านั้นอยู่ห่างไกลจากสงครามสามไม่สิ สี่ทัพที่ไม่มีใครยอมใคร

    เพราะผู้ถือคบเพลิงตามแนวทางของพวกคลั่งศาสนาชอบจัดการกับพวกไม่ใช่มนุษย์นั้นก็ไม่ญาติดีกับดรายแอดกับแวมไพร์หรอก

    ที่เราดูว่าท่านมอซกุซแห่ง Berserk เป็นคนชั่วเพราะเราเห็นแต่ท่านทรมานผู้หญิงกับคนบริสุทธิ์

    หากเราเห็นท่านมอซกุซกระทืบพวกแวมไพร์หรือภูตที่กินมนุษย์เราคงจะมองว่าท่านคือวีรบุรุษทีเดียว

    “ข้าคงป้องกันได้ไม่นานเจ้ามีแผนการอะไรหรือไม่?”

    ราชินีออโรร่าที่ยกสองมือขึ้นสร้างกำแพงน้ำแข็งปกป้องพวกเรากล่าวถาม

    ผมชะงักไปนิดหนึ่ง

    ปรกติแล้วคาถากำแพงต่างๆนี้คือ

    Encounter Endingจุดจบของการต่อสู้

    เป็นคาถาที่ทำให้การต่อสู้สิ้นสุดลง

    เพราะตามเนื้อเรื่องคือกว่ากำแพงจะสลายหายไปแม้จะเพียงแค่ครึ่งชั่วโมง

    กลุ่มปาร์ตี้ของเราก็ไปไหนต่อไหนแล้วนั่นเอง

    แหงล่ะ อีกฝ่ายมีคนอยู่เยอะก็หนีสิฟะ

    ต่อให้เราเก่งแค่ไหนก็ไม่สามารถสู้ Action Economy ของฝ่ายที่มีจำนวนคนมากกว่าได้

    ผมพยักหน้า

    “มีสิ รอคนมาช่วย”

    ผมกล่าว