“หยุดก่อนจูดี้!”
เซี่ยตงจื่อหันกลับมามองด้วยความเบื่อหน่าย “คุณชายฟู่มีธุระอะไรกับผมอีกเหรอครับ”
“อุบัติเหตุที่กองถ่ายไม่เกี่ยวกับผมเลยนะ ผู้กำกับซ่งแจ้งคุณเื่นี้แล้วไม่ใช่เหรอ” ฟู่เหวินชวนเดินเข้ามายืนตรงหน้าเซี่ยตงจื่อ “เื่นี้ไม่ใช่ฝีมือของผมจริงๆ คนร้ายคนนั้นเป็ผู้ป่วยจิตเวชที่อิจฉาฉินซูอี้ที่เธอได้แสดงละครกับพระเอกหน้าตาดีหลายคน”
“ผมรู้แล้ว คุณไม่จำเป็ต้องมาอธิบายให้ผมฟังหรอก”
“แล้วทำไมคุณถึงเอาแต่หลบหน้าผม โทรศัพท์ก็บล็อก แล้วยังบล็อกแอพแชทของผมอีก” ฟู่เหวินชวนขมวดคิ้ว “หรือเป็เพราะเซี่ยฮ่าวหยู คุณก็รู้ว่าน้องชายของคุณไม่ชอบผม เขาคงอาศัยว่าเขาาเ็ก็เลยพูดจาใส่ร้ายเพื่อไม่ให้คุณกลับมาหาผมใช่ไหม”
เซี่ยตงจื่อมองฟู่เหวินชวนด้วยสายตาเรียบนิ่ง “คุณชายฟู่ เื่ของเราไม่เกี่ยวกับฮ่าวหยูเลยสักนิด”
“ถ้าไม่เกี่ยวแล้วทำไมคุณถึงตัดการติดต่อกับผมทุกช่องทาง”
“คุณกับผมไม่มีความจำเป็ต้องติดต่อกันอีกไม่ใช่เหรอครับ”
“ทำไมจะติดต่อกันไม่ได้ เรายังเป็เพื่อนกันได้ไม่ใช่เหรอ” ฟู่เหวินชวนมองเซี่ยตงจื่ออย่างน้อยใจ “เราสองคนคบกันมาั้แ่เริ่มเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัย ความรู้สึกตลอดหลายปีที่ผ่านมา บอกจะตัดก็ตัดได้เลยเหรอ หรือว่าที่ผ่านมาคุณไม่เคยรักผมเลย”
“ตอนที่เราเริ่มคบกันก็เพราะเราสองคนรักกัน แต่ตอนที่เลิกกันก็หมายความว่าเราสองคนไม่ได้รักกันแล้ว” เซี่ยตงจื่อจ้องฟู่เหวินชวนนิ่ง “ส่วนตอนนี้ที่คุณบอกว่าเรายังเป็เพื่อนกันได้ ผมขอบอกคุณตรงนี้ว่าผมมีเพื่อนเยอะแล้ว ผมไม่อยากเป็เพื่อนกับคุณ”
“จูดี้...ผม...” ฟู่เหวินชวนไม่รู้จะพูดอะไรต่อ
“พี่เหวินชวน!” หานจิ่งอี๋เดินยิ้มเข้ามาอย่างอารมณ์ดี “พี่รู้ว่าวันนี้ผมมีถ่ายละครแถวนี้ก็เลยมาหาผมเหรอครับ”
“พอดีผมมีธุระแถวนี้น่ะ” ฟู่เหวินชวนตอบ
“อ้าว! พี่จูดี้ก็อยู่ที่นี่ด้วยเหรอครับ ขอโทษทีนะครับที่ไม่ทันมอง” หานจิ่งอิ๋ยิ้มทักทายเซี่ยตงจื่อ “ได้ยินว่าน้องชายของพี่ประสบอุบัติเหตุในกองถ่าย ตอนนี้อาการเขาเป็ยังไงบ้างล่ะครับ คงไม่ได้าเ็จนพิการหรือเสียโฉมใช่ไหม ในข่าวเขียนบอกไว้ว่าเป็อุบัติเหตุที่ค่อนข้างรุนแรงทีเดียว”
“นักข่าวก็เขียนข่าวเกินจริงไปอย่างนั้นเอง แต่ยังไงก็ขอบคุณคุณหานที่เป็ห่วงน้องชายของผมนะครับ” เซี่ยตงจื่อขอบคุณ จากนั้นเขาก็หันไปมองฟู่เหวินชวน “ลาก่อนนะครับคุณฟู่ หวังว่าวันหน้าเราจะไม่ได้พบกันอีก”
ฟู่เหวินชวนมองเซี่ยตงจื่อเดินจากไป ก่อนที่เขาจะหันมามองหานจิ่งอี๋ “จิ่งอี๋ อุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ใช่ฝีมือคุณใช่ไหม”
หานจิ่งอี๋ทำท่าใ “พี่เหวินชวน พี่เห็นผมเป็คนยังไงครับเนี่ย ถึงผมจะรู้ว่าพี่กับพี่จูดี้เคยคบกันมาก่อน แต่ผมก็ไม่เคยคิดที่จะทำเื่ร้ายๆ แบบนั้นเลยนะครับ”
“ไม่ใช่ฝีมือคุณก็ดี แต่อย่าให้ผมรู้ว่าคุณวางแผนทำอะไรกับจูดี้และน้องชายเขาอีก ไม่อย่างนั้นผมไม่ปล่อยคุณไปแน่”
“ผมสัญญาว่าผมจะไม่ไปยุ่งกับพวกเขา” หานจิ่งอี๋เก็บความไม่พอใจและความอิจฉาเอาไว้ ตลอดเวลาที่เขาคบกับฟู่เหวินชวน เขาก็รู้ว่าในใจของฟู่เหวินชวนยังมีแต่เซี่ยตงจื่อ หากครอบครัวของเซี่ยตงจื่อไม่ล้มละลายไปก่อน ตอนนี้เขาจะมีโอกาสมาคบกับฟู่เหวินชวนหรือ ถึงแม้คุณพ่อกับคุณแม่ของฟู่เหวินชวนจะเปิดกว้างและไม่เคยปิดบังรสนิยมของลูกชาย ทั้งยังสนับสนุนให้ลูกชายคบหากับคนรักอย่างออกหน้าออกตา แต่ถึงอย่างนั้นคุณพ่อกับคุณแม่ฟู่ก็ยัง้าให้ลูกชายของพวกเขาคบกับคนที่มีฐานะและอยู่ในสังคมระดับเดียวกันอยู่ดี
“คุณมีถ่ายละครไม่ใช่เหรอ รีบกลับไปที่กองถ่ายเถอะ ผมก็จะกลับแล้วเหมือนกัน” ฟู่เหวินชวนบอก เขารู้สึกเสียใจขึ้นมาแล้วจริงๆ ที่ตอนนั้นเลือกที่จะทิ้งเซี่ยตงจื่อแล้วหันมาคบกับหานจิ่งอี๋
ตอนนั้นที่เขาตัดสินใจเลิกกับเซี่ยตงจื่อไม่ใช่เหตุผลเพราะครอบครัวของเซี่ยตงจื่อล้มละลายเพียงอย่างเดียว แต่เป็เขาที่เริ่มเบื่อเซี่ยตงจื่อและอยากเปลี่ยนบรรยากาศไปคบกับคู่หูคนใหม่ เมื่อเขาได้เจอกับหานจิ่งอี๋ที่มีทั้งความร่าเริงและเข้าสังคมเก่ง ่แรกที่คบกันเขาจึงรู้สึกว่าชีวิตของเขาสนุกและมีชีวิตชีวามาก
แต่ตอนนี้ฟู่เหวินชวนรู้สึกว่าการคบกับหานจิ่งอี๋ทำให้เขารู้สึกเหนื่อยล้า ทุกครั้งที่เขาทำงานเหนื่อยๆ หรือมีเื่เครียดที่กองถ่าย หานจิ่งอี๋ก็จะชวนเขาออกไปเที่ยวกลางคืนและดื่มเหล้า ไม่เหมือนกับตอนที่เขาคบอยู่กับเซี่ยตงจื่อ แค่เขากับเซี่ยตงจื่อนั่งเอาไหล่พิงกันมันก็ทำให้เขาหายเหนื่อยและรู้สึกดีโดยที่ไม่ต้องทำอะไร
“พี่เหวินชวน เย็นนี้คุณลุงกับคุณป้าชวนผมไปทานข้าวที่บ้าน พี่ก็จะอยู่ด้วยใช่ไหมครับ” หานจิ่งอี๋ยิ้มถาม
ฟู่เหวินชวนแอบถอนหายใจ ต่อให้เขาจะบอกว่าเขามีธุระ คุณพ่อกับคุณแม่ก็ต้องบอกให้เขากลับบ้านไปทานมื้อเย็นให้ได้อยู่ดี ก็ใครใช้ให้ตระกูลฟู่กับตระกูลหานทำธุรกิจร่วมกันหลายอย่างกันล่ะ “อืม...เย็นนี้เจอกันที่บ้านก็แล้วกัน”
“โอเคครับ เย็นนี้ผมจะแวะซื้อเป็ดย่างเ้าอร่อยกลับไปฝากคุณลุงกับคุณป้าด้วย ส่วนคืนนี้เราค่อยออกไปดื่มด้วยกัน”
‘ดื่ม ดื่ม ดื่ม หานจิ่งอี๋คนนี้คิดจะให้ฉันดื่มจนกลายเป็คนติดเหล้าเลยหรือไง’ ฟู่เหวินชวนได้แต่พยักหน้ารับแล้วเดินไปขึ้นรถ
ส่วนหานจิ่งอี๋ที่เห็นรถของฟู่เหวินชวนขับออกไป เขาก็หุบยิ้มลงทันที ‘เซี่ยตงจื่อมีดีอะไรทำไมพี่ถึงลืมมันไม่ได้ แต่ก็ช่างเถอะ ต่อให้พี่อยากกลับไปหามันพี่ก็ทำไม่ได้หรอก รอจนกว่าผมจะเบื่อพี่ก่อนก็แล้วกัน ถึงตอนนั้นผมอาจจะพิจารณาให้พี่กลับไปกินของเก่า’
“ยินดีต้อนรับนักเรียนทุกคนสู่คลาสเรียนการแสดงกับ Anna Acting Academy ครูชื่อครูแอนนานะคะ”
แอนนาเคยเป็ครูสอนการแสดงที่ฮอลลีวูดมาหลายปี แต่ไม่รู้ว่าเธอรู้สึกเบื่อหรือไม่ชอบความกดดัน เพราะวงการบันเทิงฮอลลีวูดมีการแข่งขันกันค่อนข้างสูง แอนนาจึงกลับมาเปิดโรงเรียนสอนการแสดงเล็กๆ ของตัวเองที่บ้านเกิด โดยเธอจะสัมภาษณ์เพื่อคัดเลือกนักเรียนและสอนการแสดงด้วยตัวเอง ดังนั้นในแต่ละรุ่นจึงมีนักเรียนในคลาสแค่ห้าคน
เซี่ยฮ่าวหยูโชคดีที่แม้จะไม่มีทักษะการแสดงที่โดดเด่น แต่เขายังผ่านการคัดเลือกของครูแอนนามาได้ และในคลาสเรียนนี้เองที่ทำให้เซี่ยฮ่าวหยูได้รู้จักกับ ‘เหลียงซินซิน’ คนที่เขาเกลียดเข้ากระดูกดำ ถ้าไม่ใช่เพราะผู้หญิงคนนี้ ชาติที่แล้วเขาจะเข้าใจฉินซูอี้กับพี่ชายของเธอผิดว่าพวกเขาเป็คู่รักกันได้อย่างไร
“นักเรียนฮ่าวหยู ทำไมไปนั่งไกลขนาดนั้นล่ะ ที่นั่งตรงนี้ยังว่างอยู่นะ” ครูแอนนาชี้ไปที่เก้าอี้ว่างที่อยู่ถัดจากเหลียงซินซิน
“ผมตัวสูงก็เลยอยากนั่งข้างหลังน่ะครับ” เซี่ยฮ่าวหยูตอบ
“ไม่เป็ไร เดี๋ยวเราก็จัดเก้าอี้ใหม่ให้นั่งเป็วงกลมแล้ว มาเถอะ เห็นใจครูหน่อย นานๆ จะมีลูกศิษย์หน้าตาดีมาเรียนสักคน ให้ครูได้มองหน้าหล่อๆ ของเธอให้ชื่นใจ” ครูแอนนาพูดอย่างอารมณ์ดี “เอาล่ะ...ทุกคนเริ่มจัดเก้าอี้เป็ครึ่งวงกลมได้แล้วค่ะ”
ทุกคนเริ่มขยับเก้าอี้ เซี่ยฮ่าวหยูรีบดึงเก้าอี้ว่างสองตัวมา เขาเลือกที่จะนั่งติดกับครูแอนนา ส่วนเก้าอี้ถัดจากเขาเป็ที่นั่งของจ้าวจิ่นเทา “ครูครับ ที่นั่งตรงนี้ผมของจองไว้ให้จิ่นเทานะครับ อีกเดี๋ยวเขาก็มาแล้ว”
“มาแล้ว มาแล้ว! ครูครับ ผมขอโทษด้วยนะครับที่มาช้า พอดีติดงานนิดหน่อยน่ะครับ” จ้าวจิ่นเทารีบวิ่งมานั่งที่เก้าอี้ข้างๆ เซี่ยฮ่าวหยู
“นักแสดงจ้าว ครั้งหน้าถ้ามาสายอีก ครูไม่อนุญาตให้เข้าห้องเรียนแล้วนะคะ แต่ครูยังสงสัยอยู่อย่างหนึ่ง ทำไมเธอยังต้องมาเรียนการแสดงเพิ่มอีกล่ะ ครูเคยดูละครที่เธอแสดงก็รู้สึกว่าเธอเล่นได้สมบทบาทมากแล้วนะ”
“ถ้าเป็ละครแนวปัจจุบันมันก็ดีนะครับ แต่ถ้าเป็ละครแนวโบราณ ผมว่าผมยังต้องมาเรียนเพิ่มอีกเยอะเลย อีกอย่างผู้กำกับซ่งเป็คนแนะนำให้ผมกับฮ่าวหยูมาเรียนกับครูเองเลยนะครับ ถ้าผมไม่มา ผมก็กลัวว่าผู้กำกับซ่งจะไม่ให้งานผมอีกน่ะสิ” จ้าวจิ่นเทาอธิบายทีเล่นทีจริง
ครูแอนนาได้แต่ยิ้ม เธอกับผู้กำกับซ่งรู้จักกันมาหลายปี และรู้ว่า่นี้เขากำลังเตรียมการที่จะสร้างละครฟอร์มใหญ่ที่เป็แนวโบราณ ดังนั้นนักแสดงที่เขาส่งมาเรียนก็คงจะเป็นักแสดงที่เขาหมายตาไว้แล้ว “ต่อให้เอาชื่อผู้กำกับซ่งมาอ้าง แต่ถ้าครูไม่รับคุณเข้าเรียนซะอย่าง คุณก็ไม่มีสิทธิ์เข้ามาเรียนกับครูหรอก”
“ครูแอนนาใจดี คงไม่ใจร้ายกับนักแสดงหน้าใหม่ไร้ชื่อเสียงอย่างพวกเราหรอกใช่ไหมครับ” จ้าวจิ่นเทายิ้มทะเล้น
เซี่ยฮ่าวหยูถึงกับส่ายหน้าก่อนจะโน้มตัวไปกระซิบ ‘ทำไมก่อนหน้านี้ฉันไม่รู้ว่านายจะกะล่อนแบบนี้นะ’
จ้าวจิ่นเทากระซิบกลับ ‘นายก็ไม่เบาเหมือนกันนั่นล่ะ อยากจองที่นั่งให้ฉันที่ไหนกัน นายแค่ไม่อยากนั่งใกล้กับยัยคุณหนูเหลียงซินซินคนนั้นมากกว่า’
“เอาล่ะ อย่ามัวแต่คุยกัน วันนี้ครูจะสอนเื่การใช้ร่างกายและการใช้เสียง เริ่มที่เซี่ยฮ่าวหยู เธอออกมาสาธิตการเดินตามที่ครูบอกให้เพื่อนดู จากนั้นก็จะเป็จ้าวจิ่นเทาที่ต้องแสดงบทบาทและสื่อสารอารมณ์ตามบทที่ครูบอก” ครูแอนนาเริ่มบทเรียน
เซี่ยฮ่าวหยูกับจ้าวจิ่นเทาเป็คนที่ครูแอนนาเรียกออกมาสาธิตการแสดงอยู่หน้าชั้นบ่อยที่สุด จะบอกว่าเธอลำเอียงกับลูกศิษย์ก็ได้ แต่เซี่ยฮ่าวหยูกับจ้าวจิ่นเทามีแววที่จะเป็ซุปเปอร์สตาร์มากจริงๆ
“คุณฮ่าวหยู คุณจิ่นเทา พวกคุณไม่เคยเรียนการแสดงมาก่อนจริงๆ เหรอคะ ฉันรู้สึกว่าครูแอนนาให้พวกคุณทำอะไร พวกคุณก็ทำออกมาได้ดีทั้งหมดเลย” เหลียงซินซินเดินเข้ามาคุยกับสองหนุ่มเมื่อถึงเวลาพัก
“ขอบคุณที่ชมนะครับ ผมก็คิดว่าผมเป็คนที่เล่นละครเก่งมากจริงๆ” จ้าวจิ่นเทาพูดอย่างไม่ถ่อมตัว ความจริงแล้วเขาแค่อยากข่มท่าทางมั่นใจของเหลียงซินซินเท่านั้น
เหลียงซินซินไหนเลยจะสนใจ เธอมองเลยจ้าวจิ่นเทาไปที่เซี่ยฮ่าวหยูเพื่อรอฟังคำตอบจากเขา
เซี่ยฮ่าวหยูมองเหลียงซินซินด้วยสายตานิ่งเรียบ “คุณเรียกผมว่าคุณเซี่ยเถอะ เพราะเราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น ส่วนเื่การแสดงผมไม่มีความเห็น ผมไม่กล้าประเมินความสามารถของตัวเอง”
“คุณเซี่ยคะ คุณดูมีอคติกับฉันมากเลยนะคะ หรือว่าฉันไปทำอะไรให้คุณไม่พอใจหรือเปล่า” เหลียงซินซินถึงกับหน้าเสีย ไม่เคยมีใครพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงและท่าทางแบบนี้มาก่อน
“ผมไม่ได้อคติกับคุณ ก็แค่...” เซี่ยฮ่าวหยูส่งยิ้มเรียบเฉย “ผมก็แค่ไม่อยากพูดกับคุณเท่านั้นเอง”