ตอนที่ 14
"เ้าว่าอย่างไรนะไป๋จู"
เฟิงหนานมองสตรีตรงหน้าไม่อยากจะเชื่อ ว่าสตรีที่เคยเรียบร้อยอ่อนหวาน จะแปรเปลี่ยนกลายเป็คนละคน
แต่ฉิงเจียที่เป็คนพาม่อหลานมาหาท่านลุงเฟิงรู้ดีว่า นางไม่ใช่มารดา แต่แค่คนที่มีใบหน้าเหมือนกัน
"ท่านฟังไม่ผิดหรอก ที่ข้ามาปรึกษาท่าน เพราะฉิงเจียบอกว่าท่านเป็เหมือนหัวหน้าหมู่บ้าน"
เฟิงหนานคิดหนัก มองสายตาที่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวของคนที่มาบอกแผนการ ว่าจะจัดตั้งกลุ่มโจรออกช่วยเหลือทาสที่หลบหนี และออกปล้นพวกขุนนางกังฉิน พวกคหบดีที่เอารัดเอาเปรียบชาวบ้าน
"หรือว่าท่าน จะทนเห็นคนหมู่บ้านอู๋มีชีวิตลำบากแบบนี้ต่อไป คนแก่คนเฒ่าแทบไม่มีเรี่ยวแรงที่จะเดิน คนหนุ่มต้องถูกจับตัวไปใช้แรงงาน หญิงสาวต้องถูกกระทำย่ำยี จนมีเด็ก ๆ เกิดมา แล้วก็หมุนเวียนกันไปแบบนี้ ท่านดูสิ เด็ก ๆ ในหมู่บ้านอู๋ ผอมแห้งขาดสารอาหาร ไม่มีเสื้อผ้า ไม่มียารักษา"
"แต่ว่าการปล้นมันเป็สิ่งที่ไม่ถูกไม่ควร"
...ปัง...
ม่อหลานเอามือฟาดลงบนโต๊ะ จนเกิดเสียงดัง เล่นเอาฉิงเจียกับเฟิงหนานสะดุ้งไปตาม ๆ กัน
"ไม่สมควรอย่างนั้นหรือ แล้วสิ่งที่พวกนั้นทำกับชาวบ้านเหมือนไม่ใช่คน มันถูกต้องแล้วหรือ ที่ดินทำกินก็ไม่มี นำสิ่งของไปแลกเปลี่ยนเป็เงินทองก็ไม่ได้ นอกจากจะแลกอาหารเลว ๆ มาเท่านั้น แบบนี้ท่านว่ามันสมควรหรือ"
ชายหนุ่มนิ่งเงียบ จริงอยู่ที่นางพูดมา คนหมู่บ้านอู๋ต้องก้มหน้ารับกรรมมานานแล้ว แต่ว่าใครจะมีฝีมือพอที่จะเป็โจรไปปล้นพวกคนเลวนั้น
"ข้าเห็นด้วยกับท่านแม่" อยู่ ๆ ฉิงเจียที่นั่งฟังก็โพล่งออกมา เด็กสาวเองก็ใฝ่ฝันที่จะได้มีชุดสวย ๆ ใส่เหมือนเด็กในเมืองฮั้ว มีอาหารให้น้องสาวกินอิ่มในทุก ๆ วัน
ม่อหลานยิ้มเล็กน้อยให้ฉิงเจีย ที่เห็นด้วยกับความคิดของนางแม้ว่าเด็กสาวจะไม่ยิ้มตอบก็ตาม
เอาวะ ลองดูสักตั้ง เพื่อคนในหมู่บ้านจะได้กินอิ่มกันบ้าง
"ได้ ข้าเอาด้วย เื่ที่พัก คงให้เข้ามาพักในหมู่บ้านไม่ได้ เพราะมีทหารเข้ามา แต่ว่าบนูเาห่างจากหมู่บ้านไป มีถ้ำใหญ่ถ้ำหนึ่ง ไม่มีใครอยากเข้าไปที่นั่น เพราะหนทางขึ้นเขาลำบาก ให้พวกเขาไปพักที่นั่น ส่วนเื่เสบียงอาหาร พวกนั้นยังหนุ่มแน่นคงหาของป่าล่าสัตว์ทานได้"
"ขอบใจท่านมาก"
จากนี้ไปม่อหลาน คงต้องแบ่งเวลาหาอาหารให้เด็ก ๆ กับการไปเป็อาจารย์คอยฝึกการต่อสู้ให้ผู้ติดตามของตน ขอเวลาเพียงหนึ่งเดือน ภารกิจปล้นคนชั่ว มาเลี้ยงดูชาวบ้านตาดำ ๆ ก็จะเริ่มดำเนินการได้...
"จะไม่เป็ไรใช่ไหม"
ฉิงเจียเอ่ยถามขึ้น ในขณะที่กำลังพากันเดินกลับบ้าน
ม่อหลานก้มลงมองใบหน้างามของเด็กสาว ที่คราวนี้ยอมมองสบสายตากับนาง
"เ้าหมายถึงสิ่งใด"
"ท่านแม่ สั่งเสียให้ท่านดูแลข้ากับน้อง และฉิงชวนก็คิดว่าท่านเป็ท่านแม่ไป๋จู แล้วเื่ที่ท่านกำลังทำ มันอันตรายใช่หรือไม่" เด็กสาวหยุดคำพูดไว้เพียงแค่นั้น
"เ้ากลัวว่าข้าจะเป็อันตราย หรือกลัวว่า ชาวบ้านจะต้องเดือดร้อน"
"ห่วงท่าน ข้าหมายถึงหากท่านเป็อะไรไป ฉิงชวนคงเสียใจร้องไห้"
ม่อหลานยิ้มมุมปาก ก้าวเดินไปข้างหน้าช้า ๆ ชีวิตน้อย ๆ ของนาง นอกจากครูปรานีแล้ว ก็ไม่มีใครเคยเป็ห่วงนาง แม้แต่บุรุษที่นางถวายหัวใจให้ ยินดีรับใช้ทุกอย่างยังลงมือสังหารตนได้อย่างเืเย็น
แต่เด็กสาวที่เคยคิดจะลงมือสังหารนาง ในตอนนี้กลับเป็ห่วงว่านางจะมีอันตราย ความรู้สึกของการมีคนคอยห่วงใย มันช่างดีจริง ๆ
"ฉิงเจีย ข้าสัญญาไว้แล้ว ว่าจะดูแลพวกเ้าให้ดีที่สุด ข้าจะไม่ยอมตาย จนกว่าพวกเ้าทั้งสอง จะเติบใหญ่ มีชีวิตที่ดี เ้าสบายใจได้"
ฉิงเจียมองตามแผ่นหลังของสตรีที่มีใบหน้าเหมือนท่านแม่ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นนี้มันคืออะไรกันนะ ความอบอุ่นยามที่มีนางคอยปกป้อง
...ท่านแม่ ท่านอยู่บนฟ้า ไม่ต้องเป็ห่วงข้ากับน้องแล้วนะ นางทำหน้าที่แทนท่านแม่ได้อย่างดี...
ตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนเต็ม ที่ม่อหลานต้องเดินทางไปถ้ำบนูเา ที่ห่างไกลหมู่บ้านพอสมควร เพื่อไปฝึกการต่อสู้ทั้งมือเปล่าแล้วก็อาวุธให้เหวินหนิงกับพรรคพวก
แม้ว่าจะต้องเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง แล้วยังต้องกลับมาดูแลเด็ก ๆ ที่บ้าน
แต่ว่าความเหน็ดเหนื่อยก็ได้รับผลตอบแทนเป็อย่างดี ทั้งเหวินหนิงกับพวก ที่ตั้งใจฝึกฝน จนฝีมือของแต่ละคน เก่งกาจเพียงในระยะเวลาสั้น ๆ
ส่วนการใช้ชีวิตเป็มารดาของเด็กทั้งสอง ทั้งสามคนก็ปรับตัวเข้าหากันได้ ฉิงเจียเปิดใจให้ม่อหลานมากขึ้น จนตอนนี้ม่อหลานรู้สึกว่านี้คือคนในครอบครัวที่แท้จริง ไหนจะชาวบ้านที่ให้การต้อนรับ ยอมรับในตัวของม่อหลานที่อยู่ในคราบไป๋จู
สิ่งที่ขาดไปในตอนนี้ก็มีแต่อาวุธที่จำเป็จะต้องมีให้กับกองกำลังของนาง
จนกระทั่ง เช้าวันหนึ่งเฟิงหนานลากรถเข็นที่มีพวกท่อนฟืนวางมาจนเต็มคันรถ
"ท่านลุงเฟิง" ฉิงชวนที่นั่งวิ่งเล่นกับเพื่อน ๆ ที่หน้าบ้าน ร้องเรียกผู้มาเยือนเสียงดัง จนม่อหลานกับฉิงเจียพากันเดินออกมาดู
"ชวนเอ๋อร์ของลุง พาเพื่อน ๆ ไปวิ่งเล่นที่อื่นก่อนได้ไหม ลุงมีงานต้องทำกับแม่ของหลาน"
ฉิงชวนหันมามองหน้าม่อหลาน พอท่านแม่พยักหน้า เด็กน้อยกับเพื่อน ๆ ก็พากัน วิ่งแข่งไปเล่นที่อื่น
"ฉิงเจีย เข้าไปในบ้านก่อนเถอะ" เฟิงหนานเอ่ยปากบอกเด็กสาวที่เดินรอบรถเข็นฟืน ท่าทางอยากรู้
เด็กสาวอิดออดอยากรู้ว่า ท่านลุงเฟิงหนานเอาท่อนฟืนมาให้ท่านแม่ทำไม
"เจียเอ๋อร์ เข้าไปข้างไหนก่อนลูก"
ม่อหลานต้องเอ่ยสั่งอีกรอบ เด็กสาวจึงยอมกลับเข้าไป พอคล้อยหลังเด็กสาวแล้ว ม่อหลานก็หันมารอฟังธุระที่ชายหนุ่มมาหา
"ท่านมีธุระอันใดหรือ"
"ข้ามีสิ่งของมาให้เ้า ช่วยข้ายกฟืนพวกนี้ลงก่อน"
หญิงสาวจึงลงมือขนท่อนฟืนพวกนี้ลงจนหมด ก่อนจะเห็นผ้าคลุมสิ่งของบางอย่างไว้
พอเฟิงหนานดึงผ้าคลุมออกเท่านั้นล่ะ ม่อหลานตาโตด้วยความประหลาดใจ
"ท่านไปเอามาจากไหน"
"คนรักขอข้า ที่ตอนนี้นางกลายเป็อนุของคหบดีคนหนึ่ง เพื่อแลกกับการที่ข้าไม่ต้องไปใช้แรงงานเยี่ยงทาส สามวันก่อนข้าแอบไปพบนาง นางจึงจัดเตรียมอาวุธที่ขายในตลาดมืดนี้ให้ พวกเ้าจำเป็ต้องใช้ไม่ใช่หรือ"
ม่อหลานหยิบอาวุธ ทั้งดาบ ทั้งกระบี่ ขึ้นมาดู ในที่สุดก็ได้สิ่งที่้าครบแล้ว ได้เวลาที่ต้องลงมือแบ่งเงินจากพวกคนชั่วพวกนั้น มาให้ชาวบ้านตาดำ ๆ ใช้บ้าง...