เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคปฐมบท (จบแล้ว)

    ตอนที่ 122 มหายุทธดูดจักรวาล

    เทียนออกมาจากมิติสีทอง ก็ถึงวันประลอง กับพวกองค์ชายสามและสี่ พอดี เทียนกับมาคัส ก็ไปรอที่สนามประลองทันที   พอถึงสนามประลอง มีคนเข้ามารอชมอยู่แน่นไปหมด ที่ขนาดจัดเป็นการภายใน  ยังมาชมกันนับหลายร้อยคน

    เทียนสังเกตไปรอบ ก็มีท่านราชันทั้ง 7 และเหล่าบุตรของพวกเขาคราวนี้มากันเกือบหมด ทั้ง องค์ชายตงฟาง องค์ชายโจวซี องค์ชายหนันเป่ย แม้แต่เซอร์คาลอสยังมาชมด้วย  พอเห็นหันมามองจึงทำท่าเคารพเทียน ทันที  

    เทียนพยักหน้า แล้วมองไปอีกด้าน ท่านผบ.ซันเทีย ก็นั่งไม่ติดเช่นกันไม่รู้แก่ห่วงเทียนหรือห่วงองค์ชายทั้ง สองกันแน่  แต่น่าแปลกใจจักรพรรดิไม่มาดูการแข่งขันครั้งนี้ กลับแต่งตั้งให้ ขันทีผู้เฒ่าผู้หนึ่ง เป็นตัวแทนมานั่งชมแทน  เทียนเห็นแล้วก็รู้ได้ถึงกลิ่นน้ำหอม เป็นกลิ่นเดียวกับนักฆ่าที่มาลอบสังหารเขาในวันนั้น เทียนหันไปมองหน้า ขันทีเฒ่า

    เหมือนจะบอกว่า ให้รู้ว่า เสร็จศึกนี้ก่อน บัญชีนี้ ต้องได้สะสางกันแน่..

    เทียนก้าวขึ้นไปบนเวที มีองค์ชายสี่ยืนรออยู่แล้ว  องค์ชายสี่หยิบดาบใหญ่เล่มหนึ่งออกมา ตัวดาบมีลายมังกรเขียนไว้  พอกรรมการบอกเริ่มได้ องค์ชายสี่ก็ฟาดดาบพุ่งเข้าใส่เทียนทันที  ดาบกลายเป็บดาบเล่มใหญ่ยาวนับสิบเมตรฟาดมาที่เทียน ตุบ !  เทียนไม่ได้ขยับไปไหน ใช้มือซ้ายคีบ ดาบอันใหญ่โตเท่าเสาบ้าน

    จนองค์ชายสี่จะดึงหรือขยับถอยออกมาก็ไม่ได้  องค์ชายสี่เลยอัดพลังบางอย่างเข้าใส่ไปในดาบ จนเทียนรู้สึกแปลกใจ ที่พลังของเขาถูกดูดออกไปทางดาบนี้ได้อย่างไร  จึงต้องปล่อยดาบออกไปก่อนด้วยความตกใจ  หรือว่านี่จะเป็นวิชา

    มหายุทธดูดจักรวาลที่ร่ำลือกัน   ฝ่ายองค์ชายสี่เห็นเช่นนั้นก็เลยคิดว่าได้ผลทางฝ่ายเทียนคงตกใจที่เจอพลังของมหายุทธดูดจักรวาลเข้าไป คราวนี้องค์ชายสี่ฟาดฟันดาบเข้าใส่เทียนแบบไม่ยั้งไม่รู้กี่กระบวนท่า  แต่เทียนก็หลบไปหลบมาแล้วแวบเข้าระยะใกล้หมัด จึงปล่อยหมัดฮุกเสย เข้าปลายคางไปหมัดหนึ่ง

    องค์ชายสี่เหินลอยไปกลางอากาศ ท่ามกลางฝูงชนกำลังตกใจที่เห็น เหตุการณ์นี้

    เทียนไม่ปล่อยให้องค์ชายสี่ร่วงสู่พื้น  รีบพุ่งเข้าดีดแข้งใส่กลางลำตัว จนลอยคว้างไปอีกมุมหนึ่ง องค์ชายสี่ยังมึนไม่ทันหาย เทียนก็มารออีกฝั่งหนึ่งแล้วก็ทุบด้วยมือทั้งสองข้างอัดไปที่บริเวณหน้าอกขององค์ชายสี่ พลั่ก !  ร่วงไปกองที่พื้นเวที  เทียนกระโดดขึ้นสูงแล้วปล่อยตัวลงมาเอาเข่าคู่ลงแนวตรง 45องศา ตูม !  โดนหน้าอกองค์ชายสี่ยุบลงไปกว่าครึ่ง ถึงแม้จะเป็นอมตะ แต่โดนไปแบบนี้ คงยากจะลุกในทันที  องค์ชายสี่ตาลอยไม่รู้สึกตัวอะไร เทียนหันไปมองกรรมการจะว่าอย่างไร

    กรรมการยังไม่ตัดสินอีก เทียนเลยใช้มือซ้ายไปลากคอขององค์ชายสี่ขึ้นมา แล้วใช้หมัดขวาชกรัวๆ เหมือนปืนกล ใส่ไป 80 หมัด แล้วปล่อยร่างลงมาไม่ทันถึงพื้นเทียนก็เตะอัดไปที่ระหว่างขวาอีกเปรี้ยง ! ร่างองค์ชายสี่ลอยหงายหลังไปบนฟ้า

    พอตกพื้น เทียนก็จับเท้าขึ้นมาฟาดร่างองค์ชายสี่ไปกับพื้น ป๊าบ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ     ไม่นานกรรมการต้องตะโกนว่า

    ”  พอแล้ว ราชันอุดรชนะ”  เทียนเลยปล่อยองค์ชายสี่....รอบรอบสนามมีคนพูดกันขึ้นมาเบาๆ แต่ได้ยินกันไปทั่ว

     “ แบบนี้มันคุ้นๆ ว่าเคยเห็นมาก่อนนะ”

    เทียนไปที่มุม แล้วบอกกรรมการ ขอต่อเลย   องค์ชายสามก็ขึ้นมาอย่างมั่นใจเพราะ กุนซือทั้งหลายบอกกับองค์ชายสามว่า เทียนไม่มีอะไรหรอก พลังแค่มหาเทพระดับสูง เท่านั้น แต่อาศัยเจ้าเล่ห์  และมีความเร็วเหนือกว่า เห็นไหมว่า

    ครั้งที่โดน มหายุทธดูดจักรวาลเข้าไปเทียนเริ่มถอยหนี ไม่กล้าปะทะเข้าใกล้

    กุนซือบอกว่านี่แหละ คือจุดอ่อน พอเข้าใกล้ตัวได้ให้ใช้ มหายุทธดูดจักรวาลเข้าดูดพลังของเทียนออกมาให้หมดเลย   พอกรรมการประกาศเริ่มได้ องค์ชายสามก็พุ่งฝ่ามือเข้าปะทะกับเทียนทันทีอย่างไม่กลัวเทียนเอาเสียเลย 

      เทียนยังไม่รู้ว่าเป้าหมายขององค์ชายสามคือดูดพลัง จึงไม่ได้คิดอะไร เทียนก็ใส่หมัดรวมพลัง4ธาตุเข้าไปตรงๆ เช่นกัน ตูม!  องค์ชายสามกระเด็นออกไปไกล ยังไม่ทันได้เข้าใกล้เทียนเลย เจอพลังหมัดรวม 4 ธาตุเข้าไป  องค์ชายสามยังไม่หมดความพยายามรีบหายตัวเพื่อเข้าไปใกล้เทียนอีกครั้ง ขอให้ได้แตะตัวซักนิด เถอะได้เห็นดีกันแน่  องค์ชายสามคิด 

    เทียนจับเป้าได้อยู่แล้ว ทันทีที่องค์ชายสามหายวับ มาโผล่ตรงหน้า         เทียนก็ดีดเท้าเข้าใส่กลางลำตัว เปรี้ยง องค์ชายสามเริ่มจุก แต่พยายามใช้มือเพื่อแตะตัวเทียนให้ได้ เทียนก็ไม่หยุด แค่นั้น กระโดดเข้าเข่าลอยที่ยอดอกองค์ชายสามลอยไปข้างสนาม เทียนแวบไปด้านหน้า องค์ชายสามยังไม่ถึงพื้นเทียนก็จับที่มือองค์ชายสามทันที 

      องค์ชายสามดีใจที่ได้สัมผัสมือเทียนเสียที ขณะจะเดินพลังเพื่อใช้มหายุทธดูดจักรวาล เทียนก็จับแขนขององค์ชายแล้วยกฟาดไปกับพื้น ป๊าบ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ กระดูกแตกร้าวไปทั่ว  ร่างกาย หมดสภาพ ปล่อยพลังออกมาไม่ได้ จนกรรมการต้องร้องบอก   พอแล้ว ท่านราชันอุดรชนะ    องค์ชายสามตาลอย มีหยาดน้ำตาไหลอกมา อีกนิดเดียว จะปล่อยพลังดูดจักรวาลอยู่แล้วเชียว ทำไม ทำไม...

    เทียนยังไม่จบแค่นี้เดินเข้าไปยืนต่อหน้าขันทีตัวแทนองค์จักรพรรดิ  

    “ ขันทีเฒ่า ข้าท้าสู้กับเจ้า กล้าสู้กันต่อหน้าหรือไม่  หรือว่าเก่งแต่ลอบกัดข้างหลัง”  สิ้นเสียงคำพูดเทียน  ทุกคนต่างตะลึง ไม่คิดว่าเทียนจะกล้าท้าสู้ท่านขันทีคู่ใจของ องค์จักรพรรดิ ว่ากันว่า นอกจากจักรพรรดิแล้ว ขันทีคนนี้ไม่เคยกลัวใคร

    และไม่เคยมีใครกล้าท้าทายเขาเช่นกัน  แต่ ..  ตอนนี้มีคนกล้าแล้ว

    “ ฮึ เจ้าคิดว่าเจ้าแน่มากนักหรือ ที่เจ้าชนะได้ก็แค่เจ้าเจ้าเล่ห์ เท่านั้นหรอก  ได้.. ถ้าเจ้าอยากสู้ ข้าจะสนองตอบเจ้าเอง “  ขันทีเฒ่า พุ่งเล็บอันยาวเฟื้อยพุ่งใส่เทียนอย่างรวดเร็ว  เทียนตั้งหน้าตั้งตารออยู่นานแล้ว เทียนยกคทา วิชระแล้วปล่อยใส่ขันทีเฒ่าทันที   ตูม !   ขันทีเฒ่าโดนอัดกระเด็นถอยไปหลายสิบก้าว  กรงเล็บที่ยาวเฟื้อย ล้วนแตกหักหมดสิ้น  

    “ ว้าย  ตายแล้ว  เจ้าเด็กนรก เจ้าทำเล็บที่สวยงามของข้าพังจนหมด  คราวนี้ข้าต้องฆ่าเจ้าให้ได้” ขันทีเฒ่าหยิบ กล่องสีดำขึ้นมาแล้วหยิบบางสิ่งโยนไปในท้องฟ้า ทำให้บรรยากาศกลางวันกลับมืดสนิททันที  ร่างขันทีเฒ่าหายไป เทียนใช้จิตสัมผัส ตูม!  เทียนโดนฝ่ามือกระแทกถอยไปหลายก้าว  เร็วดีนี่  เทียนนึกในใจ  เทียนเริ่มจะสัมผัสได้แล้ว แต่เอ๊ะ มีสองคน เปรี้ยง เทียนรับฝ่ามืออีกคนได้แต่อีกคนมาด้านข้างทำเอาเทียนกระเด็นไปทันที   เทียนกระอักเลือดเสียออกมา

    ฮึ่ม สามารถแยกร่างออกเป็นสองได้ ไม่ธรรมดาขันทีเฒ่า  เทียนเก็บคทา วชิระไว้แล้วเริ่มปล่อยพลังมหาเทพเจ้าออกมา    คราวนี้แยกร่างกันมาสี่คนเชียวหรือ เทียนจับทางได้หมดแล้ว เปรี้ยง  ๆ ๆ ๆ ทั้งสี่จู่โจมพร้อมกัน เทียนใช้พลังไฟฟ้าปล่อยออกมาทั้งสี่ทาง ร่างทั้งสี่กระเด็นออกไปจนหมด แต่อีกร่างทีแฝงร่างเป็นเงาก็พุ่งมาจับที่ข้อเท้าเทียน แล้วมีร่างโผล่ออกมาพุ่งเข้ามาด้านหน้าเทียนเลยใช้ฝ่ามือต้านไว้  แต่ฝ่ามือที่กระแทกเข้ามาไม่ใช่พลังทั่วไปกลับดูดพลังของเทียนออก  ขณะที่ขาของเทียนก็ถูกยึดอยู่กับที่ขยับไม่ได้  แสดงว่าคนที่ด้านหน้าต้องเป็นร่างจริง เพราะใช้วิชามหายุทธดูดจักรวาล ออกมาได้อย่างรวดเร็ว  เทียนเริ่มปล่อยพลังเข้าไปเมื่อเจ้าอยากได้นัก ข้าจะให้พลังเจ้าไปอย่างเต็มที่เลย

    เทียนไม่ขัดขืน กลับปล่อยพลังออกไปใส่ขันทีเฒ่า ตามที่ต้องการ  ตอนนี้บรรยากาศยังดูมืดมิด เหล่าผู้คนต่างก็มองอะไรไม่เห็น  ได้ยินแต่เสียงปะทะกันบ้าง แต่ตอนนี้ ขันทีเฒ่ารู้สึกแปลกๆ  ทำไม่พลังที่ดูดเข้ามากลับยิ่งทำให้ขันทีเฒ่าร้อนขึ้น หรือว่าพลังของราชันอุดรนี่ เป็นพลังที่เปี่ยมด้วยพลังหยาง(พลังความร้อนแบบผู้ชาย)

    คิดได้ดังนั้น ทำให้ขันทีเฒ่าดีใจยิ่งนักรีบดูดพลังเข้าไปอย่างเต็มที่ เพราะว่า ขันทีเฒ่าฝึกพลังหยินได้อย่างเดียวไม่สามารถฝึกพลังความร้อนแบบผู้ชายได้ ดังนั้นถ้าได้พลังหยางมาเสริมหยิน จะทำให้พลังของเขาสมบูรณ์แบบ มากยิ่งขึ้น ไม่แน่อาจจะก้าวข้ามไปอีกขั้นก็เป็นได้  

    เทียนพอปล่อยพลังออกไปได้ ก็ปลดล๊อค พลังที่อั้นเอาไว้ให้ที่เข้าไปในตัวของขันทีเฒ่านั้นคือ พลังเปลวไฟสีน้ำเงิน  พอถูกเทียนปลอดล๊อค ไปก็ลุกพรึบขึ้นจากภายในของขันทีเฒ่า   ค่อยลามมาจากด้านในมาสู่ด้านนอก ไม่มีเสียงร้องออกมาซักนิด เพราะกล่องเสียงถูกเปลวไฟสีน้ำเงินเผาไปหมดแล้วจนเหลือแต่ขี้เถ้าแล้วก็สลายหายไป เหลือแต่ร่างแปลงอีก 5 ตน เทียนใช้พลังมหาเทพเจ้าตรึงพวกมันไว้กับที่ แล้วใช้เปลวไฟเผาจนละลายหายไปเป็นฝุ่นเช่นกัน  แล้วเทียนก็ใช้พลังดึงลูกกลมประหลาดที่สามารถทำให้ท้องฟ้ามืดได้ออกมาจากบรรยากาศ แล้วเก็บเอาไว้  แสงสว่างก็เริ่มทำให้บริเวณสนามต่อสู้ เด่นชัดขึ้น  ทุกคนเห็นเทียนยืนอยู่เพียงผู้เดียว  แต่ไม่เห็นขันทีเฒ่า แล้ว  ไม่รู้หายไปไหน สร้างความงุนงงไปทั่ว

    เทียนก็ไม่กล่าวอะไร แล้วเดินลงจากเวทีประลอง จากไป

    “ เห็นไหมข้าว่าแล้วท่านต้องทำได้ ขันทีชั่วนี้เป็นมือเป็นเท้าให้จักรพรรดิทำความขั่วมาไม่น้อย ท่านหมอเทียนจัดการมันในวันนี้นับเป็นบุญกุศลแก่คนทั่วไปยิ่งนัก” จอมโจรเหินฟ้ากล่าวชมเชยเยินยอ เทียนเสียเลิศหรู ใครฟังก็รู้ว่าต้องการประจบ

    เทียนไม่ตอบเดินไปกับมาคัสที่ตามติด ไม่ห่างแถมยืดตัวตรง เหมือนจะบอกว่าเจ้านายของเขานี่สุดยอดแค่ไหน  

    ในห้องทำงานขององค์จักรพรรดิ  ปัง  โต๊ะด้านข้างพังไปอีกตัว  

    “ ราชันอุดร เจ้าบังอาจฆ่าขันทีผู้ภักดีของข้า เห็นทีเจ้ากับข้าคงจะอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้เสียแล้ว”   องค์จักรพรรดิ คำรามด้วยความโกรธ

    “ ออกมา” เสียงองค์จักรพรรดิเรียกใครบางคน   ปรากฏมีเงาออกมาตามพื้นแล้วค่อยๆปรากฏร่างเป็นคน  

    “ เจ้าไปเชิญท่านปรมาจารย์ลำดับที่ 2 ให้มาหาข้า”  องค์จักรพรรดิพูดจบ คนชุดดำก็กลายร่างเป็นเงาหายไป

    “ คราวนี้ต่อให้เจ้ามีสามหัวหกกร เจ้าก็ไม่รอดแน่”  องค์จักรพรรดิพูดด้วยความมั่นใจ

    ที่ปราสาทราชันอุดร ผบ.ซันเทีย กำลังกล่อมให้เทียนไปขออภัยโทษองค์มหาจักรพรรดิ จะดีกว่าตอนนี้ยังผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ กล่อมอยู่ตั้งนาน เทียนก็ไม่พูดอะไรเลย  จนเทียนต้องถาม

    “ ท่านผบ.ซันเทีย ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นข้าไม่ได้เป็นคนเริ่มก่อน พวกเขาต่างหากที่เริ่ม

    แล้วอีกอย่างพวกเขาก็ไม่ควรที่จะทำร้ายผู้บริสุทธิ์ ท่านเป็นผู้พิทักษ์กฏหมายท่านน่าจะรู้ หากใครอยู่เหนือกฏหมายได้ แล้วต่อไปจะมีกฏหมายไว้เพื่ออะไร”

    “ ข้ารู้ ถึงได้ไปปรึกษากับท่านกงกง มาแล้ว ท่านบอกว่าท่านไปขอขมาท่านจักรพรรดิแล้วก็จบ แต่วันนี้ท่านกลับไปยั่วกงกง อีก หากพบกันครั้งหน้าจะพูดจากันได้อย่างไร”  ผบ.ซันเทียไม่รู้ว่ากงกง ที่พูดถึงนั้นก็คือขันทีเฒ่า ที่ถูกเทียนสังหารไปแล้ว

    “ กงกง นี่คือขันทีเฒ่าที่ข้าสู้ด้วยในวันนี้น่ะหรือ”

    “ ใช่”

    “ ต่อไปนี้ท่านคงไม่มีโอกาสพบเขาอีกแล้วล่ะ”

    “ ทำไมล่ะ” ผบ.ซันเทียสงสัย

    “ วันนี้ ข้าเผาขันทีเฒ่ากลายเป็นฝุ่นควันไปแล้วน่ะซิ”  เทียนพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย  แต่คนฟังอย่างท่านผบ. ซันเทีย หน้าซีด ปากสั่น พูดไม่ออกเลย

    “ ท่าน ว่าอะไรนะ เผาเป็นฝุ่นไปแล้วเลยหรือ”