Gustonya Undodead ราชันจอมเขมือบ

    บทที่ 38 ผลลัพธ์ที่เหนือธรรมชาติ

    ผลลัพธ์ที่เหนือธรรมชาติ

     

                ผลลัพธ์จากการปลูกผักวิเศษในครั้งนี้คือความคืบหน้าของผลผลิตชุดที่สองที่เติบโตไปมากกว่า80 เปอร์เซ็นต์

                ฟักทองเนื้อแก้วชุดใหม่ทั้ง200 ต้นกำลังจะเติบโตเต็มแล้ว ส่วนผักชนิดอื่นๆนั้นเนื่องจากไม่ได้เน้นหนักกับพวกมันมากจึงทำให้การเจริญเติบโตของพวกมันเติบโตเพียง10 – 20 เปอร์เซ็นต์เพียงเท่านั้น

                “อีกครั้งเดียวก็จะเก็บเกี่ยวได้แล้ว..เอาไงดีหว่า”

                กัสครางออกมาเบาๆพลางตบลงที่พุงของตัวเองที่ขยายใหญ่จนเริ่มรู้สึกอึดอัดจากนั้นก็มองไปยังน้องสาวทั้งสองที่จ้องมองพุ่งของเขายามกระเพื่อมด้วยสายตาแปลกๆที่ทำให้กัสต้องยิ้มแห้งๆ ออกมา

                ‘ต้องรีบลดน้ำหนักแล้วสิ’

                “ไม่ต้องมองแบบนั้น..ข้ายังไม่ปลูกมันอีกรอบในวันนี้หรอกไม่งั้นเสื้อผ้าที่ข้ามีคงใส่ไม่ได้แน่เลย”

                เสียงหัวเราะของกัสนั้นไม่ได้ทำให้ใครหัวเราะตามไปด้วยเลยสักนิดมีเพียงสายตาหวาดหวั่นที่จ้องมองไปยังพุงของเขาที่ใหญ่โตขึ้นมากหลังจากปลูกผักวิเศษเมื่อวาน

                เมื่อยังเห็นสายตากลัวๆของเด็กสาวทั้งห้า กัสก็ยิ้มฝืนๆก่อนจะหมุนตัวกลับไปแล้วมองดูพวกเธออย่างจริงจังจนทำให้เด็กสาวทุกคนมีปฏิกิริยาตอบสนองขึ้นมา

                “เอาเถอะๆ ตอนแรกข้าคิดว่าจะรอให้มั่นใจก่อนแต่เมื่อพวกเจ้าเป็นห่วงแบบนี้..เช่นนั้นข้าคงต้องทดลองวิชาใหม่สักหน่อยเอาเป็นว่างานของวันนี้ข้าฝากพวกเจ้าด้วยนะ ข้าจะไปเก็บตัวเพื่อฝึกฝนวิชาใหม่หากมันสำเร็จละก็..อีกไม่นานพุงอวบๆ นี้ก็คงหายไป”

                กัสทิ้งท้ายเอาไว้แค่นั้นก็เดินจากไปทันทีเขาเลยไม่ได้เห็นสายตาที่มองมาด้วยความตกใจของเด็กสาวทั้งห้าและสายตาที่คาดหวังของพวกเธอที่มีต่อคำพูดของเขา

                เป้าหมายของกัสในตอนนี้คือป่าไผ่เช่นเดิมหนึ่งนั้นเป็นเพราะมันเงียบสงบสองมันมีฉากกำบังตามธรรมชาติอย่างต้นไผ่จำนวนมากจึงไม่ต้องกลัวว่าใครจะมองเห็น

                และอย่างที่สามคือมันสามารถเก็บเสียงได้มากกว่าจุดอื่นจึงไม่ต้องกลัวว่าเขาจะทำให้เกิดเสียงดังจนรบกวนเด็กสาวทั้งห้า

                กัสเดินเข้าไปในป่าไผ่และวนเวียนอยู่ครู่ใหญ่ก็มองเห็นพื้นที่ว่างเล็กๆที่ตั้งอยู่บริเวณริมขอบของดินแดน

                เห็นแบบนั้นกัสก็ยิ้มกว้างแล้วเดินเข้าไปนั่งลงในทันทีจากนั้นก็หลับตาลงทำสมาธิเพื่อจัดเรียงความคิดของตัวเองอีกครั้ง

                ‘ก่อนอื่นต้องทดสอบตามบันทึกก่อน..แต่ต้องใช้พลังน้อยกว่าครั้งนั้นสัก 1 ใน 10 ก็ควรจะพอ’

                กัสครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่จากนั้นก็ลืมตาขึ้นจ้องมองออกไปยังพื้นที่ด้านนอกที่ว่างเปล่าก่อนจะหยิบเอาดินขึ้นมากำหนึ่งแล้วขว้างออกไป

                ก้อนดินที่ถูกส่งออกไปนั้นปะทะเข้ากับกำแพงที่มองไม่เห็นก่อนจะร่วงหล่นลงมาทำให้กัสพยักหน้าเล็กน้อย

                ‘ดูเหมือนว่าเขตแดนจะฟื้นตัวจนสมบูรณ์แล้วดีละแบบนี้จะได้ไม่ต้องกลัวว่าจะตกลงไป..แต่จะว่าไป เคยมีคนตกลงไปด้วยหรือเนี่ย’

                กัสกระตุกยิ้มน้อยๆ พลางคิดถึงความทรงจำในอดีตก่อนจะส่ายหน้าน้อยๆเพื่อสลัดความคิดไร้สาระออกไป

                ‘ช่างมัน! มัวแต่คิดเรื่องไม่เป็นเรื่อง..เอาละๆก่อนอื่นก็ หัวใจและปอด พลัง 1 ใน 10’

                ลมหายใจของเขาผ่อนคลายลงอย่างช้าๆ ความร้อนสองสายก็ไหลผ่านไปยังหัวใจและปอดทีละน้อยด้วยปริมาณที่มีเพียง1 ใน 10 ของครั้งก่อน

                ความหิวโหยที่ถูกปลดปล่อยเริ่มแสดงความสามารถของมันออกมาในทันทีเริ่มต้นจากการกลืนกินอวัยวะทั้งสองส่วนและทำให้หัวใจของเขาเต้นเร็วขึ้นทุกขณะด้วยความรู้สึกหิวกระหาย

                ปอดเองก็เริ่มโหยหาอากาศมันเริ่มขยายตัวและส่งแรงกระตุ้นที่ทำให้กัสต้องหายใจอย่างหนักหน่วงออกมา

                กัสสูดลมหายใจเข้าไปราวกับวาฬสูบน้ำเขาดูดอากาศเข้าไปไม่หยุดอยู่นานหลายวินาทีก่อนจะรู้สึกเต็มอิ่มและผ่อนลมหายใจออกมาราวกับพายุลูกหนึ่งที่พัดกระแทกใส่พื้นดินด้านหน้าจนฝุ่นดินปลิวกระจาย

                ‘ดี!! แต่น่าจะลดลงสักหน่อย..ปอดเหลือแค่ 5 เปอร์เซ็นต์’

                หัวคิ้วของกัสขมวดเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความพยายามควบคุมพลังของพรความร้อนแรงของปอดก็ค่อยๆ ลดลง ความหนักหน่วงของการหายใจก็ลดลงตามไปด้วยทีละน้อย

                แตกต่างจากหัวใจที่ดูเหมือนจะสูบฉีดเลือดได้รุนแรงขึ้นทุกขณะจนเขารู้สึกเจ็บปวดตามเนื้อตัวด้วยความรู้สึกที่แปลกประหลาด

                กัสมองไปยังแขนของเขาตรงจุดที่รู้สึกเจ็บแปลกๆก็มองเห็นผิวหนังที่ห้อเลือดขึ้นมา จากนั้นก็ก้มลงมองหน้าท้องของตัวเองที่มีจ้ำเลือดเกิดขึ้นอีกหลายแห่งก่อนจะมองไปรอบๆ ตัวมองดูแขนขาที่เริ่มมีจ้ำเลือดเกิดขึ้น

                “นี่มัน..เกิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ย..เส้นเลือดแตก!! แย่ละสิเนี่ย ทำไงดี..จริงสิเวทมนตร์รักษา!!”

                เวทมนตร์รักษาถูกร่ายออกมาทันที จากนั้นไม่นานจ้ำเลือดก็หายไปทีละส่วนๆแต่ก็เผาผลาญพลังเวทของเขาไปมากมายทีเดียว

                แต่แล้วกัสก็รู้สึกแปลกๆหลังจากที่ใช้พลังเวทไปมากจนเริ่มอ่อนแรงทว่าความอ่อนแรงจากการสูญเสียพลังเวทของเขานั้นกลับฟื้นฟูกลับมาได้เร็วจนน่าประหลาด

                เพียงอึดใจสั้นๆจากความอ่อนล้าอย่างสาหัสก็บรรเทาจนเหลือเพียงความเหนื่อยอ่อนและเมื่อผ่านไปอีกนาทีเศษความรู้สึกย่ำแย่จากการสูญเสียพลังเวทในปริมาณมากก็หายไปราวกับพลังเวทฟื้นฟูกลับมาจนเกินครึ่ง

                กัสสับสนไปแล้วจริงๆเขาหยุดคิดอยู่นานสองนานจากนั้นก็ทดสอบอีกครั้งด้วยการร่ายเวทรักษาจ้ำเลือดที่เกิดขึ้นมาใหม่จนกระทั่งหายไปจนหมดและทำให้พลังเวทของเขาหมดลง

                ความรู้สึกอึดอัดทรมานเกิดขึ้นในทันทีและค่อยๆบรรเทาลงอย่างรวดเร็วในเวลาเพียง 10 นาทีก็ฟื้นตัวจนกลับมาเป็นปกติ

                “นี่มัน..ทำไมครั้งก่อนไม่เห็นเป็นแบบนี้”

                กัสขมวดคิ้วด้วยท่าทีเคร่งเครียด เขาสับสนจนต้องคิดหนัก ก่อนจะเข้าใจได้รางๆถึงเหตุผลที่ทำให้เกิดความผิดปกติเช่นนี้

                ‘หัวใจคือแกนหลักของพลังเวทมันเป็นอวัยวะที่ให้กำเนิดพลังเวท..เพราะแบบนี้งั้นหรือ’

                การค้นพบนี้ทำให้กัสทึ่งมากและรู้สึกดีใจแทบบ้าเพราะการเผาผลาญพลังเวทนั้นเป็นหนึ่งในกลวิธีลดความอ้วนที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดวิธีหนึ่งเลยทีเดียว

                นอกเหนือจากการเผาผลาญพลังเวทในปริมาณมากยังทำให้ขีดจำกัดของพลังเวทเติบโตขึ้นอีกด้วย

                ผลลัพธ์ที่มองข้ามไปเพราะเหตุการณ์ที่น่าตระหนกนั้นถูกค้นพบในที่สุดและยิ่งกัสคิดย้อนกลับไปยังตอนที่เกิดเรื่องเขาก็ตระหนักได้เช่นกันว่าตัวเขาในตอนนั้นแทบไม่รู้สึกถึงความอ่อนล้าจากการสูญเสียพลังเวทเลยทั้งที่ใช้ทักษะราชสีห์คำรามออกไปรุนแรงขนาดนั้น

                “ดูเหมือนว่ามันจะช่วยฟื้นฟูพลังเวทได้จริงๆ สินะ ดีเลย!!แบบนี้ข้าจะได้ใช้มันบ่อยๆแต่ก่อนอื่นข้าต้องควบคุมมันให้ได้เสียก่อน”

                ความรู้ที่ว่าหัวใจคือแหล่งกำเนิดพลังเวทนั้นคนทั่วไปล้วนทราบดีกัสเองก็เช่นกัน แต่เพราะแนวทางการฝึกฝนที่แตกต่างและไม่ได้ให้ความสำคัญกับพลังเวทมากตามนิสัยของเผ่าอสูรที่มีจุดอ่อนในด้านเวทมนตร์เขาก็เลยลืมมันไปว่าหัวใจนั้นมีความสัมพันธ์กับพลังเวท

                ต่อจากนั้นก็คือปอดที่ช่วยในการส่งพลังไปยังเลือดส่วนหัวใจก็ทำหน้าที่สูบฉีดเลือดไปหล่อเลี้ยงอวัยวะต่างๆ

                กัสนั่งคิดถึงสิ่งนี้อีกครั้งเพื่อดูว่าเขามองอะไรพลาดไปอีกหรือไม่พอเห็นว่าไม่มีอะไรผิดพลาดเขาก็เริ่มให้ความสนใจกับอวัยวะอื่นต่อ

                “ต่อไปก็..อืม เริ่มจากไตก่อนก็แล้วกัน”

                รอยยิ้มของกัสฉีกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อคิดถึงคำอธิบายเกี่ยวกับไตที่บลูไซต์เขียนเอาไว้

                ‘การเผาผลาญพลังงาน!!’

                เมื่อพูดถึงไขมันทุกคนย่อมทราบดีว่าไขมันนั้นเกิดจากพลังงานที่เหลือจากการใช้งานของร่างกายแล้วจึงสะสมจนเกิดเป็นไขมัน

                สำหรับคนปกติไขมันต้องใช้เวลานานมากในการสะสมแต่สำหรับกัสเขาใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็เพิ่มชั้นไขมันได้หนาเป็นเซนติเมตรแล้วเพียง 10 ชั่วโมงกัสก็มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ถึง 10กิโลกรัมจึงไม่ต้องบอกเลยว่าผลลัพธ์ที่ผิดธรรมชาตินี้ล้วนเกิดจากพลังของพรที่มีต่ออวัยวะภายใน

                ในความคิดของกัสนี้สมควรเกี่ยวกับม้ามที่เชื่อมต่อกับกระเพาะอาหารซึ่งบลูไซต์พูดถึง

                ทันทีที่ความหิวโหยหลั่งไหลไปยังไตหัวใจกับปอดก็มีปฏิกิริยาขึ้นมาในทันที

                การไหลเวียนของเลือดภายในร่างทวีความรุนแรงมากขึ้นความร้อนเพิ่มสูงขึ้นจนทำให้เหงื่อไหลซึมออกมาเป็นสายและในเวลาเดียวกันนั้นความรู้สึกว่าร่างกายมีพลังให้ใช้อย่างไม่จำกัดก็เกิดขึ้นกับตัวเขา

                ชั่วขณะนั้นกัสรู้สึกตื่นตระหนกขึ้นมาในทันทีพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นนี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนทำให้กัสรู้สึกอึดอัดในเวลาเพียงไม่กี่อึดใจ

                แต่ที่น่าแปลกคือเขารู้สึกว่าความคิดอ่านรวดเร็วยิ่งกว่าเดิมอย่างบอกไม่ถูกและสามารถรับมือความเปลี่ยนแปลงนี้ได้ในเวลาเพียงอึดใจเดียวเท่านั้น

                เพื่อแก้ไขปัญหาด้านพลังงานที่เพิ่มขึ้นมาจนผิดปกติกัสก็ทำการส่งความหิวโหยไปยังตับซึ่งทำหน้าที่กักเก็บพลังงานให้กับร่างกาย

                อึดใจต่อมาความรู้สึกทั้งหมดก็ค่อยๆสงบลงแต่ก็ยังมีความเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงเกิดขึ้นอยู่ตลอดเมื่อสัดส่วนของพลังที่ส่งไปยังอวัยวะทั้ง4 มีความเปลี่ยนแปลง

                กัสใช้เวลาอยู่นานนับชั่วโมงในสภาพที่ยากจะอธิบายปรับสมดุลของพลังที่ส่งไปให้อวัยวะทั้ง4 จนถึงจุดที่เขาสามารถรักษาสมดุลของร่างกายเอาไว้ได้

                แต่หลังจาก1 ชั่วโมงไปกัสก็เริ่มรู้สึกแย่อย่างบอกไม่ถูกมันเป็นความรู้สึกที่ยากจะอธิบายทั้งที่ร่างกายมีพลังเต็มเปี่ยม แต่กลับรู้สึกอ่อนแรงไร้กำลัง

                ริมฝีปากเองก็เริ่มแห้งและแตกมีความหิวกระหายที่ผิดแปลกเกิดขึ้นกับร่างกายราวกับว่ามันกำลังเรียกร้องหาอาหารมาเติมเต็ม

                กัสเริ่มขมวดคิ้วด้วยความสับสนและหวาดกลัวเขานึกลังเลใจว่าควรจะหยุดการทดลองนี้ดีไหม

                แต่หลังจากสังเกตเห็นขนาดของแขนที่เล็กลงไปนิดหน่อยและเสื้อผ้าที่รัดพุงของเขาเอาไว้มีอาการคับแน่นน้อยลงจากเดิมกัสก็ตระหนักว่าตัวเขาในตอนนี้กำลังผอมลง

                ‘มันได้ผล!! บันทึกโลกวิญญาณ!!’

                ความคิดก่อเกิดบันทึกโลกวิญญาณก็ทำงานหน้าจอบานหนึ่งปรากฏขึ้นที่ด้านหน้าของเขาทันทีและเริ่มส่องแสงออกมาจากแหวนและไหลไปตามส่วนต่างๆของร่างกายก่อนจะไหลกลับเข้าไปในแหวนและทำการแสดงข้อมูลจำนวนหนึ่งขึ้นบนหน้าจอ

                “ลดแล้ว!! ลดลงไปแล้ว 3 กิโลกรัม!!มันได้ผล!!”

                รอยยิ้มของกัสฉีกกว้างในทันทีทว่าความรู้สึกย่ำแย่ก็ยังคงอยู่และรุนแรงขึ้นทุกขณะจนทำให้เขารู้สึกว่าไม่อาจอดทนได้อีก

                กัสยังพยายามอดทนต่อความรู้สึกที่ยากจะอธิบายนี้และฝืนทนเพื่อให้น้ำหนักลดลงมากกว่าเดิมจนกระทั่งตัวเขาเริ่มที่จะควบคุมพลังของพรได้ไม่คงที่

                ช่วงเวลานั้นความร้อนภายในร่างกายของเขาก็หลุดออกจากอวัยวะทั้ง4 และเริ่มไหลไปตามเส้นเลือดตามการหมุนเวียนที่รวดเร็วของมัน

                วินาทีนั้นดวงตาของกัสก็เบิกกว้างขึ้นเมื่อเขารู้สึกเจ็บปวดทรมานจากความร้อนที่วิ่งไปตามเส้นเลือดของเขาความหิวโหยไหลผ่านเส้นเลือดไปยังอวัยวะต่างๆ โดยไม่อาจควบคุม

                ‘แย่แล้ว!! ต้องรีบหยุด..เอ๊ะ!!ทำไมมัน..’

                ยามที่พลังของพรหลุดออกจากการควบคุมความรู้สึกที่ย่ำแย่อย่างที่ยากจะอธิบายซึ่งทำร้ายกัสอย่างรุนแรงนั้นอยู่ๆก็เริ่มบรรเทาลงอย่างรวดเร็ว

                แม้จะรู้สึกเจ็บปวดทรมานจากพลังของพรที่วิ่งไปตามอวัยวะส่วนต่างๆอย่างไม่อาจควบคุมอยู่บ้างแต่ผลร้ายของมันก็ไม่ได้รุนแรงถึงขนาดที่ทนไม่ได้เหมือนความรู้สึกที่ย่ำแย่ก่อนหน้านี้

                นอกจากนั้นเขายังรู้สึกว่ามันดีขึ้นมากไม่ว่าจะเป็นเลือด เนื้อ กระดูกไปจนถึงอวัยวะภายในทั้งหมดที่ไม่ว่าจะสำคัญคือไม่สำคัญ

                ช่วงเวลานั้นกัสสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เปลี่ยนไปในทิศทางที่น่าทึ่งของเขา

                ทว่าความเปลี่ยนแปลงนี้ได้นำมาซึ่งพัฒนาการที่น่าตกใจด้วยเช่นกัน

                ไม่ว่าจะเป็นเล็บมือเล็บเท้าไปจนถึงเส้นผมและผิวหนัง มันมีการเติบโตที่รวดเร็วมาก แม้กระทั่งกระดูกก็มีร่องรอยของการเติบโตอย่างที่ไม่อาจควบคุม

                อึดใจเดียวเท่านั้นข้อมูลในหน้าจอที่มีการเปลี่ยนแปลงทุก10 วินาทีก็แสดงผลลัพธ์ที่ทำให้กัสอึ้ง

                “ส่วนสูงมัน..บ้าน่า!!เพิ่มขึ้นแล้ว 1 เซนติเมตร”

                ความสูงของกัสนั้นสูงถึง 1.7 เมตร หรือถ้าพูดให้ชัดไปเลยก็คือ 174 เซนติเมตรซึ่งนับว่าสูงมากหากเทียบกับเผ่าหนู แต่ในสายตาของเผ่าสิงโตเขาถือว่าเตี้ยผิดปกติ

                ทั้งนี้ตัวเขายังไม่โตเต็มที่ยังคงเป็นเด็กหนุ่มอยู่ความสูงของเขาย่อมเพิ่มขึ้นได้อีกแต่กัสก็ไม่มีทางคิดเลยว่ามันจะเพิ่มขึ้นมาภายในเวลาเพียงอึดใจแบบนี้

                ในขณะที่เขายังสับสนและตกใจกับส่วนสูงที่เพิ่มอยู่นั้นการเพิ่มขึ้นของส่วนสูงก็เกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อเวลาผ่านไป 10 วินาทีตัวเลขที่แสดงส่วนสูงก็เปลี่ยนไปและเพิ่มขึ้นมาอีก 0.3 เซนติเมตรจากนั้นก็เพิ่มอีก 0.4

                เมื่อครบ30 วินาทีส่วนสูงของเขาก็เพิ่มขึ้นอีก 1 เซนติเมตรซึ่งทำให้กัสแตกตื่นหนักขึ้นไปอีก

                นอกจากการเพิ่มขึ้นของความสูงแล้วร่างกายของเขาก็ผอมลงอย่างรวดเร็วพลังงานสะสมของเขาถูกนำไปใช้ด้วยความเร็วที่ไม่สามารถอธิบายได้ เพียงอึดใจสั้นๆน้ำหนักตัวของเขาลดหายไปถึง 20 กิโลกรัม

                มันเป็นการลดลงที่น่าทึ่งลดลงจนถึงระดับที่ทำให้เสื้อผ้าที่คับแน่นกลายเป็นหลวมโพรกจนกางเกงถึงกับหลุดออกจากเอวเลยทีเดียว

                นอกจากความเปลี่ยนแปลงด้านน้ำหนักกล้ามเนื้อของเขาก็ถูกพัฒนาจนใหญ่โตขึ้นมากและเริ่มมองเห็นเส้นแนวกล้ามเนื้อบนชั้นผิวหนังได้อย่างที่ไม่เคยมีให้เห็นมาก่อน

                ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้ทำให้กัสหัวสมองว่างเปล่าไปแล้วจริงๆพลังของพรก็หลุดออกจากการควบคุมไปแล้วและค่อยๆ สลายตัวไปอย่างช้าๆจนกระทั่งพลังหายไปจนหมดเขาก็ยังไม่ได้สติ

                ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานขนาดไหนแล้วแต่หลังจากที่กัสรู้สึกตัวเขาก็ได้เห็นสภาพร่างกายที่ผิดปกติของตัวเอง

                ส่วนสูงเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง3 เซนติเมตร น้ำหนักหายไปมากกว่า 40 กิโลกรัมมันหายไปชนิดที่น่ากลัวมากจนถึงระดับที่อาจจะทำให้คนทั่วไปตายจากอาการช็อกได้เลยทีเดียว

                ทว่าตัวเขานั้นเปลี่ยนไปในสภาพที่เหนือธรรมชาติเพราะการทำงานของพรที่มีต่ออวัยวะภายในของร่างกาย

                มันเป็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตามกลไกของร่างกายจึงไม่ส่งผลเสียใดๆแม้กระทั่งผิวหนังก็ยังกระชับแน่นไม่หย่อนคล้อยจากการลดน้ำหนักลงเร็วจนผิดธรรมชาติ

                นอกจากนั้นแล้วเขายังมองเห็นของเหลวที่เหนียวข้นเกาะอยู่ตามผิวหนังไหนจะส่งสกปรกที่อยู่ในกางเกงที่ทำให้กัสถึงกับหน้าเสีย

                “ล้อเล่นใช่ไหมเนี่ย..เหม็นโคตร!!”

                สิ่งปฏิกูลต่างๆ ถูกขับออกมาจากร่างกายผ่านรูขุมขนจนถึงทวารต่างๆซึ่งมันเป็นผลลัพธ์ที่ไม่น่าดูและน่าอับอายมากสำหรับเขาจนทำให้กัสต้องรีบหันไปมองรอบตัวด้วยความกลัวว่าจะมีใครมาเห็น

                จากนั้นก็รีบเร่งร่ายเวทมนตร์ในชีวิตประจำวันอย่างเวทมนตร์ชำระกายจนทำให้ร่างกายกลับมาสะอาดเหมือนได้ผ่านการอาบน้ำมาอีกครั้ง

                เสื้อผ้าเองก็ถูกซักล้างด้วยเวทมนตร์ไปด้วยจนทำให้กลิ่นเหม็นหายไปจนหมดสิ้นจนเผยให้เห็นผิวหนังที่เรียบเนียนเหมือนเด็กซึ่งหลุดลอกออกไปหลายชั้นใหญ่ๆ

                “บ้าไปแล้ว!! นี่ข้ากลายเป็นตัวอะไรไปแล้วเนี่ย!!”

                ใบหน้าไม่อ้วนกลมอีกต่อไป รูปร่างก็สูงโปร่งดูเข้มแข็งทรงพลังกล้ามเนื้อทั่วร่างเองก็กระชับได้รูป ไม่ใหญ่จนเกินไปแต่ก็ไม่เล็กจนมองไม่เห็นเรียกได้ว่าสมส่วนถึงที่สุดเป็นสภาพร่างกายที่สมบูรณ์ราวกับเกิดขึ้นตามธรรมชาติ

                “แล้วนี่อะไร..หืม เล็บยาวขนาดนี้เลย!! ไหนจะเส้นผมอีก!!”

                กัสอึ้งซ้ำแล้วซ้ำอีกหลังจากพลังของพรหมดฤทธิ์ไปหัวสมองเขาอึงอลไปเพราะความเปลี่ยนแปลงที่เหนือธรรมชาติจนเกินเหตุของตัวเขาเอง

                ในช่วงที่ยังสับสนและมึนงงอยู่นั้นเสียงฝีเท้าก็ดังมาจากด้านหลัง ตามมาด้วยเสียงเรียกของน้องสาวคนเล็กที่ดังมาให้ได้ยิน

                “พี่กัส!! เที่ยงแล้วนะกินข้าวได้แล้ว!! พี่กัสได้ยินหนูไหม!!”

                เสียงเรียกที่ดังมาก่อนตัวก่อนจะตามมาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มสดใสของน้องสาวคนเล็ก

                พริบตานั้นเด็กสาวหยุดนิ่งไปในทันทีที่มองเห็นกัสที่เปลี่ยนไปดวงตาของเธอเบิกกว้าง รูม่านตาหดตัวลงในพริบตาก่อนจะเข้าสู่สภาพเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้

                แต่ในพริบตาต่อมาเด็กสาวก็มีท่าทีแปลกๆพลางสูดดมกลิ่นของกัสที่คุ้นเคยเป็นอย่างมากพลางขมวดคิ้วมองดูกัสที่มีสภาพราวกับคนป่าที่ไม่ได้ออกมาจากป่าตั้งแต่เกิด

                ไม่ว่าจะเป็นเล็บมือเล็บเท้าที่ยาวและแหลมคมเส้นผมที่ยาวจนปรกหน้าและร่างกายไปเกินครึ่งรวมไปถึงผิวกายที่ขาวและร่างกายที่สูงเพรียวซึ่งแตกต่างจากพี่ชายที่เธอเห็นครั้งสุดท้ายราวกับคนละคน

                “พี่..กัส..ไม่จริงน่า!! แกเป็นใคร!!!แกเอาพี่กัสไปไว้ไหน!!”

                หลังจากตื่นตระหนกและสับสน เด็กสาวก็มีปฏิกิริยาตอบสนองที่รุนแรงถึงขีดสุดดวงตาของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงเลือดจิตสังหารอันบริสุทธิ์พวยพุ่งออกมาจนร่างกายที่ผอมบางก่อนจะตั้งท่าเตรียมพร้อมที่จะฆ่าในทันที

                “ด..เดียว!! ที่ข้าเอง!! เจ้าตัวเล็ก เจ้าจำข้าไม่ได้หรือ ข้าเองพี่ชายของเจ้า ทั้งยังเป็นสามีเจ้าด้วย!!”

                ท่าทางของน้องสาวนั้นเห็นได้ชัดว่าไม่ได้แกล้งทำจริงๆทั้งยังมีจิตสังหารเกิดขึ้นจริงซึ่งทำให้กัสถึงกับขนลุกขึ้นมาเลยทีเดียวเพราะเขาไม่คิดว่าน้องสาวตัวน้อยที่แสนจะไร้เดียงสาเวลาโกรธถึงขีดสุดจะน่ากลัวได้ขนาดนี้

                สีหน้าของเด็กสาวดูสับสนคล้ายไม่อาจยอมรับคำพูดนี้ได้เธอมึนงงเป็นที่สุดและค่อยๆ เดินเข้ามาหากัสที่เปลี่ยนไปทีละก้าวพลางสูดดมกลิ่นไม่หยุด

                “พี่กัส..พี่กัสจริงๆ หรอทำไมถึงได้..กลายเป็นคนป่าแบบนี้ละ”

                “คนป่า..”

                กัสอึ้งไปเล็กน้อย จากนั้นมองดูสภาพของตัวเองอีกครั้ง นิ้วมือที่มีเล็บยาวนิ้วเท้าเองก็ด้วยตามมาด้วยเส้นผมที่ยาวจนปรกหน้าซึ่งทำให้เขารู้สึกรำคาญอย่างบอกไม่ถูกจนต้องใช้มือเสยขึ้นไปด้านบนบนเผยให้เห็นใบหน้าที่คมเข้มของเขา

                พริบตานั้นดวงตาของน้องสาวคนเล็กก็เบิกกว้างคล้ายตกตะลึงต่อรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปของเขา

                “พี่กัสจริงๆ ด้วย!! ถึงหน้าจะเปลี่ยนรูปร่างก็เปลี่ยน แต่ดวงตาไม่เปลี่ยนเลย!!”

                พูดจบเด็กสาวก็ส่งเสียงหัวเราะอย่างสดใสและวิ่งเข้ามาดูกัสใกล้ๆด้วยท่าทีสงสัยใคร่รู้และยิ่งตื่นตาตื่นใจมากขึ้นไปอีกเมื่อเธอเห็นหน้าท้องที่มีมัดกล้ามโผล่มาให้เห็นของกัสในตอนที่เขาพยายามแต่งตัว

                ริมฝีปากของเด็กสาวอ้ากว้างด้วยท่าทางที่ตกตะลึงจนถึงขีดสุดนิ้วมือของเธอชี้ตรงไปเบื้องหน้า ชี้ลงไปยังหน้าท้องที่มีมัดกล้ามเล็กๆพลางส่ายหน้าเหมือนกับคนที่ไม่อาจยอมรับความจริงได้         

                “ไม่จริง!!! พุงซาลาเปาหายไปไหนอ่า!!!”