อาซันออกจากจักรวรรดิมืดมาแล้วก็เดินทางกลับไปที่สำนักธารารมย์ เพื่อหาท่านเทพพยากรณ์ แต่พอไปถึง ก็มีบางอย่างเกิดขึ้น เห็นศิษย์ภายในสำนักมีอาการติดเชื้อโรคแมลงปีศาจ
“ นี่มันเกิดอะไรขึ้น” อาซันเข้ามาก็ถามจูเจ้าสำนักทันที
“ หลังเจ้าไปได้ไม่นาน ก็มีคนของราชาพ่อมดเอาเชื้อโรคแมลงปีศาจปล่อยไปอีก 4 เมือง เวลานี้คนเป็นจำนวนมากเริ่มติดเชื้อแล้ว “ เจ้าสำนักแล้วรองซีซัสก็เริ่มมีอาการเช่นกัน
“ จูเลีย หายไปไหน” อาซันถามหาจูเลีย เจ้าสำนักทำหน้าแปลกๆ รองซีซันก็เริ่มหน้าเครียด
“ จูเลียถูกพิษแมลงปีศาจ เวลานี้เริ่มกลายร่างเป็นปีศาจแล้ว นางบอกว่าไม่อยากเจอเจ้าในเวลานี้” อาซันตกใจ แค่ไปไม่กี่วันเกิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไง ก็เราสังหารราชาพ่อมดไปแล้วนี่ หรือว่ามันส่งคนมาก่อน แล้วสวนทางกับเรา
“ ข้าขอพบจูเลีย ข้าจะถอนพิษให้จูเลียก่อน” อาซันบอกกับเจ้าสำนักและรองซีซัส
“ เจ้ามีวิธีถอนพิษ” อาซันพยักหน้า จากนั้นทั้งคู่ก็พาอาซันไปหาจูเลีย ที่เวลานี้กลายเป็นปีศาจแมลงไปแล้วครึ่งหนึ่ง
“ ออกไป ข้าไม่อยากเจอเจ้า “ จูเลียพยายามพูดออกมาอย่างยากลำบากแล้ววิ่ง 6 ขา เข้าไปหลบมุมที่ถ้ำ แต่อาซันไม่สนใจ กระโดดเข้าไปใกล้นางแล้วใช้มุกดูดพิษปีศาจแมลงออกมา ไม่นานนัก ร่างของจูเลียก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม
พอรู้ว่าร่างกายกลับมาเป็นเหมือนเดิมก็เข้ากอดอาซันแน่นจนอาซันต้องบอกให้รีบปล่อย เพราะต้องไปช่วยคนอื่นอีก
“ ท่านเจ้าสำนัก วิธีถอนพิษสำหรับคนจำนวนมากนั้น ต้องใช้เลือดข้า 1 หยดผสมน้ำ 1 ลิตร ต่อหนึ่งคน ข้าว่าจะใช้น้ำที่ถ้ำธาราศักดิ์สิทธิ์ น่าจะผสมและได้ปริมาณที่มากพอที่จะช่วยคนทั้งเมืองนี้ แล้วค่อยส่งต่อไปช่วยเมืองที่เหลือ" อาซันอธิบายขั้นตอนการใช้ยาถอนพิษ เจ้าสำนักพาอาซันไปที่ถ้าธาราศักดิ์สิทธิ์ แล้วกรีดเลือดลงไปเกือบ 1ใน3 ของร่ายกาย แล้วให้เจ้าสำนัก นำไปแจกจ่าย ส่วนอาซันก็กินยา รักษาแล้วเดินพลังอย่างรวดเร็ว น้ำที่นำไปใช้ดื่ม สามารถถอนพิษได้อย่างดี
แต่ว่า ผู้คนมีจำนวนมาก อาซันต้องใช้เลือดตัวเองทำตามที่ท่านจอมจักรพรรดิยมเทพบอกไว้ แต่อาซันทำได้สองสามรอบก็หมดแรงแล้ว จึงต้องนอนแช่ในน้ำศักดิ์สิทธิ์ทำให้ร่างกายฟื้นตัวดีขึ้น
จากนั้นอาซันก็ทบทวนพลังจากแก่นเพลิงสุริยะสร้างพลังงานออกมาในรูปแบบรังสีที่สามารถใช้ฆ่าเชื้อโรคได้โดยไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อคน ปกติรังสีอุลตร้าไวโอเลตมีอยู่ 3 ตัวมีรังสี UVA UVB UVC โดยรังสีทั้งสามตัวมีพลังทำลายร้ายแรงต่อผิวและร่างกายมนุษย์
โดยเฉพาะ UVC นั้นร้ายแรงที่สุด ทางการแพทย์จึงนำไปใช้ฆ่าเชื้อโรคในเครื่องมือแพทย์ แต่อาซันสามารถดึงพลังจากเพลิงสุริยะ จากร่างกายตัวเองสร้างรังสี ยูวีตัวใหม่ที่ฆ่าเชื้อโรคได้โดยเฉพาะโดยไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายมนุษย์
อาซันเรียกรังสีนี้ว่า พลังแสงยูวีซัน
โดยอาซันทดลองใช้กับศิษย์สำนักธารารมย์ ที่กลายเป็นปีศาจไปแล้ว หลายคนสิบคนให้มายืนด้านหน้า แล้วอาซันปลดปล่อยพลังแสงยูวีซันเข้าไป ร่างที่กลายเป็นปีศาจ กลับกลายเป็นมนุษย์ได้ทันที
“ สำเร็จ “ จูเลียยืนดูอยู่ข้างๆ กระโดดจูบอาซันทันที โดยลืมไปว่าอาจารย์และรองซีซัสนั่งอยู่ด้วย อาซันได้แต่ยิ้ม อย่างเดียว จากนั้นอาซันก็ขอตัวลาทุกคนเพื่อไปช่วยเมืองที่โดนเชื้อโรคแมลงปีศาจ ทั้งหมด โดยมีจูเลียกระโดดขึ้นเรือตามไปด้วย อาซันขึ้นเรือเหาะ แล้วตรวจสอบบริเวณที่มีเชื้อโรคแพร่ระบาด แล้วไปที่แห่งนั้นก่อน จากนั้นก็ใช้พลังแสงยูวีซัน ปล่อยใบริเวณที่มีเชื้อโรคแพร่ระบาด
อาซันตระเวณช่วยไปทุกๆ เมือง ใช้เวลาเกือบเดือนกว่าจะหมดไป ในระหว่างทางอาซันก็เจอคนที่นำเชื้อมาปล่อยที่แท้ เป็นขุนพลของราชาพ่อมดไครีสนี่เอง มีทั้งหมด 8 คนอีกสี่คนถูกส่งมาปล่อยเชื้อไปทั่วทั้งสี่เมืองที่เหลือ อาซันจับได้ก็ เผาทั้งสี่จนร่างเป็นขี้เถ้าตามๆ กันไป
“ พี่ซันท่านจะขึ้นไปแดนเทพเซียนทำไม” จูเลียไม่อยากให้อาซันจากไป
“ มันเป็นภารกิจอย่างหนึ่งที่ข้าต้องทำ ในไม่ช้าโลกที่ข้าจากมาอาจเผชิญกับหายนะ พี่ใหญ่ข้าบอกว่า ข้าเป็นคนหนึ่งที่จะช่วยเขาได้ เหมือนเมื่อก่อนที่ข้าจะขึ้นมาที่ดินแดนแห่งนี้ ถ้าไม่ขึ้นมาข้าก็จะไม่มีโอกาสได้เรียนรู้ วิชาต่างๆ เจ้าลองคิดดู ถ้าข้าไม่มาใครจะช่วยถอนพิษให้กับทุกๆ คน ท่านเทพพยากรณ์ก็บอกแล้ว ข้าต้องขึ้นไปแดนเทพเซียน นั่นคือภารกิจของข้า” อาซันตอบตามตรง
“ แต่ข้าเป็นห่วงท่าน ไม่อยากให้ท่านไป” จูเลียเอ่ยเบาๆ
“ แล้วคิดว่าข้าอยากไปหรือ” อาซันพูดยิ้มๆ
ทั้งสองต่างถามคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ แต่สิ่งที่มีสำคัญคือการที่ทั้งสองได้อยู่ร่วมกันในขณะนี้มากกว่า ในที่สุดทั้งสองก็ถึงสำนักธารารมย์
ท่านเทพพยากรณ์รออยู่แล้ว อาซันมาถึงก็เขียนจม. ฝากถึงพี่มู่จา กลับ ทอม แล้วให้เหรียญทองกับทั้งสองไว้คนละ สิบล้านเหรียญทอง แล้วให้จูเลียไว้ใช้อีก 40ล้านเหรียญทอง อาซันเหลือไว้ไปใช้ โลกเทพเซียนอีก 100 ล้านเหรียญทอง
แล้วท่านเทพพยากรณ์ก็พาอาซันขึ้นไปบนแดนเทพเซียน ทั้งสองมาอยู่ที่สำนักแห่งหนึ่งมีป้ายเขียนว่า สำนักแพทย์เทวะ อาซันหันไปมองหน้าท่านเทพพยากรณ์
“ นี่ท่านจะให้ข้ามาทำอะไรที่สำนักแพทย์แห่งนี้” อาซันเอ่ยด้วยความสงสัย
“ ที่นี่เขาสอนอะไรก็เรียนไปเถอะ ข้ำพำนักที่หลังเขาแห่งนี้ มีอะไรก็จะได้ไปหาข้าได้” ท่านเทพพยากรณ์เอ่ยแบบไม่สนใจ อาซันพูดไม่ออกนี่จะให้ยมทูตมาเรียนเป็นหมอเนี่ยนะ เทพพยากรณ์พามาที่ตึกใหญ่แห่งหนึ่งด้านในมีคนนั่งกันอยู่หลายคน
“ ท่านจอมแพทย์เทวะ” เทพพยากรณ์ทักทาย
“ ท่านเทพพยากรณ์ ท่านพาใครมาด้วย” จอมแพทย์เทวะสงสัยเมื่อเห็นหน้าอาซัน
“ เขาชื่อ ซูซัน ข้าเห็นว่าหน่วยก้านเขาดี เลยมาฝากเป็นเรียนที่สำนักแพทย์ของท่าน” เทพพยากรณ์ตอบ แต่อาซันรู้สึกไม่ค่อยอยากเรียนเท่าไร
“ ไม่มีมี ปัญหา ท่านเทพพยากรณ์ฝากมาขนาดนี้ คงต้องมีวิชการแพทย์ไม่ธรรมดาแน่ ให้เขาเข้าตรวจสอบแล้วค่อยว่ากันอีกที” ท่านจอมแพทย์เทวะตอบรับอย่างดี
“ ขอบคุณท่านเจ้าสำนัก” เทพพยากรณ์อมยิ้มไม่ตอบอะไร
“ ท่านรองคัง ท่านช่วยพา ซูซัน ไปหาที่พัก แล้วจัดศิษย์พี่ให้คอยดูแลเขาด้วย”
เจ้าสำนักแพทย์เทวะ สั่งการ ท่านรองคังพาอาซันไปพัก ที่เขตพักนักเรียนใหม่
“ ซูซัน เจ้ามีความสามารถรักษา ด้านใด บ้าง” รองคังชวนอาซันคุย
“ ข้าเคยต่อกระดูก และทำแผลทั่วไปแต่ไม่ค่อยชำนาญมาก” อาซันไม่กล้าคุยมาก
“ อีมแค่นี้ก็พอแล้ว ไว้เวลาทดสอบ ทางสำนักจะมี กรรมการมาทำการทดสอบ หลักๆ อยู่ไม่กี่อย่าง เจ้าเคยรักษาคนอยู่แล้วไม่น่ามีปัญหาอะไร” รองเจ้าสำนักคังเอ่ย พอถึงที่พักเป็นกระต๊อบหลังหนึ่งอยู่ห่างไกลคน พอสมควร
“ เจ้าอยูที่นี่ แล้วพรุ่งนี้จะมีคนมาพาเจ้าไปทดสอบพื้นฐานความรู้ เจ้าพักเถอะ”
รองเจ้าสำนักคังทิ้งให้อาซันอยู่ที่บ้านพัก แล้วจากไป
อืมที่นี่บรรยากาศดี แบบนี้ข้าได้เลื่อนขอบเขตได้เร็วแน่ๆ แต่ไม่ทันไรก็มีเสียงต่อสู้
กันดังจาด้านหลังบ้านพักอาซัน อาซันเห็นนกอินทรี กับลังสู้กับงูตัวเล็กตัวหนึ่ง
ซึ่งมันไวมาก เจ้านกอินทรีจับไม่ทัน โดนฉกไปหลายที แต่มันเป็นงูตัวเล็กนิดเดียวเขี้ยวยังไม่ขึ้นเลย อาซันเลยเข้าไปช่วย เกิดพลาดโดนอีนทรี จับไปตายแน่
อาซันใช้มือปัด เจ้านกอินทรีย์ กระเด็นไปไกล พอมองเห็นว่าเป็นอาซัน เจ้านกอินทรีเลยบินหนีไปไกล เจ้างูน้อยยังยกตัวพร้อมจะสู้ต่อ อาซันส่ายหัว แล้วเดินเข้าที่พักไปไม่สนใจมันอีก อาซันเข้ามานั่งสมาธิไม่นานก็ได้ยินเจ้างูน้อยเลื้อยเข้ามาในห้อง “ ขอบคุณ พี่ชาย ” มันพูดออกมาได้ อาซันตกใจไม่คิดว่าเจ้างูน้อยจะพูดออกมาได้
“ นี่เจ้าเป็นสัตว์อสูรหรือ ถึงได้พูดภาษามนุษย์ได้” อาซันสงสัย
“ ข้าไม่รู้ข้าพูดภาษามนุษย์ได้ตั้งแต่เกิด” มันตอบมาได้อีก อาซันถาม เรอา ว่าเจ้างูมันเป็นตัวอะไรกันแน่
“ มันเป็นสัตว์อสูรที่มีพลังตั้งแต่เกิด มันไม่น่ามาอยู่แถวนี้” จิ้งจอกสาวเอ่ยด้วยความสงสัย
“ เจ้าชื่ออะไร” อาซันถามเผื่อว่ามันจะมีชื่อ
“ ข้าเพิ่งเกิดไม่มีชื่อ” อาซันถามเรอามันเป็นชายหรือหญิงกันแน่ เรอาบอกมันเป็น หญิง
“ ต่อไปข้าเรียกเจ้าว่า ติงติง ก็แล้วกัน” อาซันตั้งชื่อให้เจ้างูน้อย
“ ข้ามีชื่อแล้ว ข้าชื่อ ติงติง แล้วพี่ชายชื่ออะไร” ติงติงถามอาซัน
“ ซูซัน” ในที่สุดบ้านหลังนี้ก็มีสมาชิกเพิ่ม เป็นงูน้อยติงติง เพิ่มอีกตัว
รุ่งเช้ามีศิษย์พี่คนหนึ่งมาเรียกอาซัน
“ เจ้าคือซูซัน ข้าคือศิษย์พี่ของเจ้า ข้าชื่อ ทัวปา เจ้าเรียกข้าว่าพี่แปดก็แล้วกัน”พี่แปดแนะนำตัว
“ ศิษย์พี่แปด”
“ วันนี้อาจารย์ให้พาเจ้าไปทดสอบความรู้ระดับต้น เมื่อวานเจ้าบอกท่านรองเจ้าสำนักว่าเจ้า ถนัดช่วยคนแบบฉุกเฉิน ประเภท แขน ขาหัก ขาขาดแขนขาด
วันนี้ พวกกรรมการเลยเปิดบททดสอบให้เจ้าโดยเฉพาะ คือจะให้เจ้าเข้าไปในลูกแก้วสวรรค์ เพื่อทดสอบ ความรู้ของเจ้า ว่าจะชำนญเพียงใด หากเจ้าผ่านการทดสอบ เจ้าก็จะได้เข้าไปเป็นศิษย์ระดับ 3 ได้ทันที แต่ว่าเจ้าสามารถทำคะแนนได้สูงที่สุดเจ้าก็จะได้เป็นศิษย์จอมแพทย์เทวะ เป็นศิษย์อันดับ 9 ต่อจากข้าทันที
แต่ถ้าไม่ผ่านเจ้าจะได้เข้าทดสอบอีก 1 เดือน ถ้าไม่ผ่านอีก 2 ครั้งทางสำนักแพทย์เทวะ ต้องให้เจ้าออกไป” ศิษย์พี่แปดเอ่ยตามตรง อาซันไม่ค่อยใส่ใจ
เพราะคิดว่าเรื่องต่อกระดูกเป็นเรื่องที่เขาชำนาญอยู่แล้ว