ตอนที่ 5: ตอนตีห้า
เสียงนาฬิกาปลุกดังแ่เบาอยู่ไกล ๆ
เขาคิดว่าตัวเองควรจะตื่น แต่เปลือกตากลับหนักขึ้นเรื่อย ๆ
และเมื่อเปิดตาขึ้นอีกครั้ง เขาก็กลับมาอยู่ในห้องเก่านั้น—อีกครั้ง
แสงจันทร์ส่องลอดผ่านผ้าม่านลายเก่า สีซีด ๆ ที่ยังไม่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา
กลิ่นของบ้านหลังเดิม ความอุ่นของพื้นไม้ เสียงพัดลมเก่า ๆ ที่ยังหมุนเหมือนวันนั้น
เขาไม่ได้รู้สึก “ใ” อีกแล้ว
แต่กลับรู้สึกเหมือน…
กำลังจะจากลา
…
“นายมาหาฉันทุกคืนเลยนะ”
เสียงเด็กชายดังขึ้นจากอีกฝั่งของห้อง
เขาหันไปเห็น “ตัวเขาเองในวัยเด็ก” กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนพรม
ในมือน้อย ๆ กำลังถือเหรียญไคริวไว้แน่น ราวกับกลัวมันจะหายไป
“แล้วนายก็เอาของจากที่นี่กลับไปด้วยตลอด”
เด็กคนนั้นยิ้มเบา ๆ มุมปาก
“เหรียญไคริว สมุดเล่มเล็ก รอยดินสอบนโต๊ะ… นายรู้ใช่ไหมว่าทุกอย่างที่นายเอากลับไป มันคือสิ่งที่นายลืม”
เขาเงียบ ไม่ตอบ
เพราะเขารู้…ว่ามันจริง
ทุกอย่างที่เขาคิดว่าหายไปแล้ว
กลับยังรออยู่ในห้องนี้…ในโลกของเด็กคนนั้น
…
“นายรู้ไหม” เด็กชายพูดต่อ “ที่นายกลับมาหาที่นี่ทุกคืน มันไม่ใช่เพราะนายแค่อยากจำ”
เขาเงยหน้าขึ้น ดวงตาใส ๆ ที่เคยมองโลกอย่างบริสุทธิ์กำลังจ้องเขาอยู่
“แต่นายกลัวจะต้องโตไปแบบที่ไม่เหลืออะไรเลย”
…
เขานิ่ง
เพราะเขารู้ตัวดีว่าเด็กคนนั้นพูดถูก
ั้แ่โตขึ้น เขากลัวทุกอย่างที่ไม่แน่นอน
กลัวการลืม กลัวการพลาด
กลัวว่าโตไปแล้วจะไม่มีวัน “ได้กลับมาเป็ตัวเอง” อีกเลย
“แต่นายลืมไปหรือเปล่า”
เสียงเด็กชายแ่ลงเหมือนลม “ว่าเราไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่อจะย้อนกลับไป”
“เราอยู่เพื่อจะพา ‘เขา’ ไปด้วย… ไม่ใช่ทิ้งเขาไว้ข้างหลัง”
…
เขานั่งลงข้าง ๆ ตัวเองในวัยเด็ก
เอื้อมมือไปแตะหลังมือที่ยังจับเหรียญไคริวอยู่แน่น
“ฉันไม่อยากลืมนาย…”
“ไม่ใช่เพราะฉันกลัว แต่เพราะนายคือความกล้าทั้งหมดที่ฉันเคยมี”
เด็กชายยิ้มอีกครั้ง คราวนี้ยิ้มอย่างโล่งใจ
เขาค่อย ๆ วางเหรียญไคริวไว้ในมือผู้ใหญ่
เหมือนเป็การมอบบางอย่างที่ถึงเวลาแล้ว—ต้องส่งต่อ
…
เวลาผ่านไปอย่างเงียบงัน
มีเพียงเสียงของนาฬิกาบนผนัง
เขาหันไปมอง—เข็มยาวขยับช้า ๆ
ตี…
ติ๊ง… ตีห้า
ทันใดนั้นเอง
แสงอาทิตย์แรกของวันก็ส่องผ่านม่านเข้ามา
ทุกอย่างเริ่มจางลง
เสียงพัดลมหายไป กลิ่นสบู่ค่อย ๆ เลือน
ผ้าม่าน พรม โต๊ะไม้ ทุกอย่างเหมือนละลายกลายเป็หมอก
เด็กชายคนนั้นยิ้มอีกครั้ง
ก่อนจะพูดคำสุดท้าย
“โตขึ้นเถอะ”
“เพราะตอนตีห้ามาถึงแล้ว”
…
เขาลืมตาขึ้นในห้องของผู้ใหญ่
แต่ครั้งนี้ ไม่มีความเศร้า
ไม่มีความกลัว
ในมือของเขายังถือเหรียญไคริวไว้แน่น
แต่คราวนี้ เขารู้แล้วว่าเหรียญนี้ไม่ได้เอากลับมาเพื่อจำ
แต่เพื่อจะไปต่อ
เขาลุกขึ้น เดินไปที่โต๊ะทำงาน
เปิดสมุดเล่มเดิม
และเขียนคำสุดท้ายลงไปบนหน้าว่างเปล่า
“ทุกคนโตขึ้น
แต่บางคน…โตพร้อมกับตัวเองในวัยเด็ก
และฉัน—คือหนึ่งในนั้น”
…
ตีห้าแล้ว
อรุณแห่งวันใหม่มาเยือน
และในใจของเขา
ไม่เหลือคำว่าฝันอีกต่อไปแล้ว